ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 107 เนื้องอกยักษ์ พลังที่ต่างกันลิบลับ
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 107 เนื้องอกยักษ์ พลังที่ต่างกันลิบลับ
การเปลี่ยนแปลงกะทันหันของมันทำให้ผมไม่ทันตั้งตัว
ร่างของมันเริ่มสั่นสะท้านและบวมพองขึ้นอย่างรวดเร็ว
รอยแตกร้าวสีแดงเข้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า โดยเฉพาะที่กึ่งกลางหน้าผาก ซึ่งดูเหมือนกำลังจะก่อตัวเป็นดวงตา
ผมไม่รู้ว่ามันกำลังจะกลายเป็นอะไร และไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
แต่จากสภาพที่เห็นและคำพูดของมัน ผมรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้มัน ‘กลายร่าง’ สำเร็จ ผมจะไม่มีโอกาสรอดแน่
หนี?
มีแค่สองขา ผมไม่มีทางวิ่งเร็วกว่าผีแน่นอน
สิ่งที่ดีที่สุดตอนนี้คือต้องลงมือก่อน
ก่อนที่มันจะกลายเป็นภัยคุกคามเต็มตัว ผมต้องฆ่ามันให้ได้
ความคิดนี้พุ่งเข้ามาในหัว และผมไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“เพียะ!”
ผมฟาดแส้กระดูกงูเข้าใส่มันทันที
แต่ก่อนที่แส้จะฟาดโดน มันกลับยืนขึ้นและยื่นมือออกมาคว้าแส้อย่างง่ายดาย!
แส้กระดูกงูร้อนระอุลวกมือ แต่วิญญาณตนนี้กลับจับแน่นไม่ปล่อย
“เจ้าหนู ด้วยระดับของแก คิดว่าจะรับมือฉันได้รึ!” มันแสยะยิ้มเยาะ
พูดจบ มันออกแรงสะบัดรุนแรง
แรงดึงมหาศาลทำให้แส้กระเด็นหลุดจากมือผมไปตกอยู่บนพื้น
ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แต่ไม่มีเวลาลังเล
ผมกระโจนเข้าใส่มันทันที พร้อมกับแทงกระบี่กระดูกปลาไปที่หัวของมัน
“ตายซะ!”
แต่ก่อนที่ปลายกระบี่จะถึงตัวมัน หน้าผากที่บวมเป่งของมันก็พลันแตกออก
ดวงตาขนาดมหึมาโผล่ออกมา แต่แทนที่จะเป็นตา มันกลับเป็นเนื้องอกสีเขียวคล้ำที่ห่อหุ้มด้วยเนื้อสีแดงสด!
ทันทีที่มันปรากฏขึ้น วิญญาณตนนี้ดูจะยิ่งทรงพลังขึ้นไปอีก พลังอาฆาตพุ่งกระจายราวกับคลื่นพายุ
มันแสยะยิ้ม ก่อนจะอ้าปากกว้าง ของเหลวเหนียวข้นไหลออกจากปากมัน
“ฟุ่บ!”
ลิ้นสีแดงสดพุ่งออกมา ลิ้นนั้นทั้งยาวและหนา เต็มไปด้วยหนามแหลมคม
ผมมองเห็นแล้วรู้สึกหนาวเยือกไปทั่วร่าง
ผมตกใจจนรีบสะบัดกระบี่ลงไปเต็มแรง
ลิ้นของวิญญาณอาฆาตถูกฟันขาดทันที ‘โลหิตผี’ กระเซ็นออกมาเป็นสาย
แต่นั่นไม่ใช่เลือดจริง เป็นเพียงพลังอาฆาตที่จับตัวกัน เมื่อกระทบกับวัตถุ มันก็สลายกลายเป็นควันดำ ไม่เหลือร่องรอยใดๆ
แม้ผมจะตัดลิ้นของมันได้และทำให้มันบาดเจ็บ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมานั้นกลับทำให้ผมตกตะลึง
ลิ้นที่ถูกตัดแยกตัวออกเป็นสองส่วน และพุ่งเข้ามาพันรอบตัวผมจากทั้งสองด้าน!
ความเปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้ทำให้ผมตั้งตัวไม่ทัน
ในจังหวะคับขัน ผมรีบดึงยันต์สะกดวิญญาณออกมา ก่อนจะฟาดมันออกไปเต็มแรง
“ปัง!”
ทันทีที่ยันต์สัมผัสกับลิ้นของมัน พลังอาคมก็ปะทุขึ้นพร้อมเสียงระเบิด
พลังสะกดของยันต์กระจายออกไป มันกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ก่อนจะรีบดึงลิ้นกลับเข้าไปในปาก
“ไอ้เด็กเวร! แกตายแน่!”
มันตะโกนด้วยความเดือดดาล ดวงตาสีขาวซีดเบิกกว้าง ขณะที่ก้อนเนื้อสีเขียวบนหน้าผากของมันเริ่มหมุนช้าๆ
พลังอาฆาตที่แผ่ออกมาจากร่างมันพลันเพิ่มขึ้นอีกระดับ ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าหาผมด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม
แรงกดดันจากมันมหาศาล ผมไม่มีทางหลบได้ทันแน่
ผมกัดฟันแน่น ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเผชิญหน้ากับมันตรงๆ
ตราบใดที่ผมอดทนไว้ได้อีกนิด อาจารย์ต้องกลับมาทันแน่!
คิดได้ดังนั้น ผมบังคับให้ตัวเองตั้งสมาธิมั่น พร้อมรับมือให้ถึงที่สุด
ผมยกกระบี่ขึ้นมาตั้งรับ ซึ่งเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่
“ปัง!”
พลังมหาศาลพุ่งเข้ากระแทกใส่ผมราวกับภูเขาถล่มลงมา ผมไม่มีทางต้านทานได้เลย
หมอกดำพวยพุ่งปกคลุมไปทั่ว ร่างของผมทรุดลง หัวเข่าข้างซ้ายแตะพื้นทันที
มันแข็งแกร่งเกินไป ผมต้านมันไม่ไหว…
แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่มีทางยอมแพ้!
ผมกัดฟันแน่น จ้องมันด้วยสายตาแน่วแน่ ก่อนจะตะโกนออกมา “แกคิดว่าจะฆ่าฉันได้ง่ายๆ งั้นเหรอ! ฝันไปเถอะ!”
พูดจบ ผมรีบดึงยันต์สะกดวิญญาณอีกแผ่นออกมา แล้วตบเข้าใส่ร่างของมันอย่างรวดเร็ว
แต่ดูเหมือนวิญญาณอาฆาตตนนี้จะมีประสบการณ์กับยันต์พวกนี้ดี มันไม่ปล่อยให้ผมสัมผัสตัวมันง่ายๆ
ก่อนที่ยันต์จะสัมผัสผิว มันกลับเตะสวนกลับมาเต็มแรง!
“ปัง!”
แรงเตะของมันพุ่งเข้าใส่หน้าท้องของผมทันที
ผมรู้สึกเหมือนอวัยวะภายในถูกบดขยี้ ร่างของผมปลิวกระเด็นไปกระแทกพื้นอย่างแรง ยันต์ที่อยู่ในมือหลุดออกไปกลางอากาศ
“แค่ฝีมือระดับนี้คิดจะเล่นงานฉัน? อย่าฝันไปเลย!” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
มันลอยขึ้นเหนือพื้น แล้วพุ่งเข้าใส่ผมอีกครั้ง!
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วอกและท้อง ผมรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบที่ไหลออกจากปากและจมูก
รสคาวของเลือดซึมขึ้นมาในปาก หยดเลือดอุ่นๆ ไหลลงมาตามมุมปากของผม
แต่ผมไม่มีเวลาสนใจความเจ็บปวด รีบพยายามลุกขึ้น
แต่ในเสี้ยววินาทีที่ผมขยับ มันก็พุ่งมาถึงตรงหน้า กรงเล็บสีดำฟาดลงมาเต็มแรง
ผมไม่มีทางเลือก นอกจากยกกระบี่กระดูกปลาขึ้นตั้งรับ
“ปัง!”
แรงกระแทกมหาศาลจากกรงเล็บกดทับลงมาบนกระบี่ ก่อนจะฝังลึกเข้าไปที่ไหล่ของผม!
ปลายกรงเล็บแหลมคมเสียบเข้าไปในเนื้อ เลือดไหลซึมออกมาชโลมเสื้อของผมจนเปียกชุ่ม
ความเจ็บปวดราวกับน้ำแข็งแทงทะลุเข้าไปในร่างทำให้ผมรู้สึกถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
แต่วิญญาณอาฆาตกลับดูเหมือนกำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้
มันเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ก้อนเนื้อสีเขียวบนหน้าผากของมันหมุนช้าๆ
“ดึงวิญญาณของแกมาทำเป็นเนื้อแห้งสดๆ…นายท่านเก้าศพต้องชอบแน่…” มันพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระหายพร้อมกับเผยเขี้ยวแหลมคมในปาก ลิ้นสีแดงเต็มไปด้วยหนามแหลมของมันแลบออกมาอีกครั้ง
หัวใจผมเต้นระรัว ความหวาดหวั่นเริ่มก่อตัวขึ้น
ผมยกมือซ้ายที่ยังขยับได้ขึ้น ก่อนจะเหวี่ยงกำปั้นใส่ใบหน้าของมันเต็มแรง!
แต่แทนที่มันจะกระเด็นออกไป มันกลับยกกรงเล็บอีกข้างขึ้นมาตะปบกำปั้นของผมไว้แน่น
พละกำลังของมันมากเกินไป ผมไม่สามารถขยับมือออกจากการเกาะกุมของมันได้เลย
ไม่ว่าจะดิ้นรนแค่ไหน มันก็ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย
และก่อนที่ผมจะได้ทำอะไรต่อไป มันก็สะบัดแขนอย่างแรง!
“ตึง!”
ร่างของผมถูกเหวี่ยงขึ้นกลางอากาศ หมุนคว้างเป็นครึ่งวงกลม ก่อนจะกระแทกลงกับพื้นห่างออกไปสามเมตร
แรงกระแทกทำให้ผมรู้สึกเหมือนกระดูกทั้งร่างแตกเป็นเสี่ยงๆ กระบี่กระดูกปลาในมือกระเด็นหลุดไปไกล
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่วิญญาณอาฆาตกลับยิ่งดูมีความสุข
มันพุ่งเข้าหาผมอีกครั้ง
ผมกัดฟันทนความเจ็บ รีบลุกขึ้นมา และพยายามล้วงหยิบยันต์สะกดวิญญาณออกจากถุงเครื่องมือ
แต่ก่อนที่ผมจะทันได้ใช้ ลิ้นยาวสีแดงของมันก็ตวัดเข้ามาอย่างรวดเร็ว!
“ฟุ่บ!”
ลิ้นของมันพันรอบตัวผมอย่างแน่นหนา ก่อนจะยกผมขึ้นสูงจากพื้น!
ผมรับรู้ได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังถูกดูดออกไป มันกำลังดูดกลืนพลังชีวิตของผม!
พร้อมกันนั้น ก้อนเนื้อสีเขียวบนหน้าผากของมันก็เริ่มเรืองแสงอ่อนๆ
แม้จะเป็นแสงเพียงริบหรี่ แต่ทันทีที่มันส่องแสง ผมรู้สึกเหมือนพลังทั้งหมดในร่างกายถูกดูดออกไปในพริบตา
ร่างของผมอ่อนแรงลงอย่างฉับพลัน แม้แต่จะอ้าปากพูดก็ยังทำไม่ได้
ร่างของผมเหมือนถูกแช่แข็ง ลอยค้างอยู่กลางอากาศโดยไม่มีเรี่ยวแรงเหลือเลยแม้แต่น้อย
ความรู้สึกนี้…ผมไม่เคยเจอมาก่อน
ในดวงตาผมเริ่มฉายแววของความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก
แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่าคือ…วิญญาณอาฆาตกลับยิ่งยิ้มกว้างขึ้น!
“เจ้าหนู กลิ่นของแก…ดูเหมือนจะไม่เหมือนใครเลยนะ” มันพูดขึ้นพร้อมกับสูดหายใจลึก สีหน้าของมันดูมีความสุขอย่างประหลาด ก่อนจะแสยะยิ้มกว้างขึ้นอีก
“ก่อนจะดึงวิญญาณของแกออกมา ฉันขอลิ้มรสชาติของแกก่อน!”
ขณะที่มันพูด ลิ้นสีแดงที่เต็มไปด้วยหนามแหลมของมันก็ค่อยๆ แลบออกมาอีกครั้ง
ปลายลิ้นของมันแยกออกเป็นสองแฉกคล้ายกับงูเห่ากำลังตั้งท่าเตรียมฉก
ผมจ้องมองมันด้วยความหวาดหวั่น แต่ร่างกายของผมไม่สามารถขยับได้เลย ถูกพลังของมันสะกดไว้ราวกับร่างไร้วิญญาณ
สิ่งเดียวที่ทำได้คือ…รอความตาย
ผมพยายามดิ้นรน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่ยินยอม
ผมไม่ยอมแพ้!
ผมผ่านอะไรมามากมาย ผมเอาตัวรอดจากความตายมาแล้วกี่ครั้ง
ผมออกมาจากตึกเก้าศพได้ทั้งที่ควรตาย
ผมรอดจากรถบัสผีมาได้อย่างปลอดภัย
ผมเอาชนะสี่มหาเคราะห์และควบคุมดวงชะตาตัวเองอย่างยากลำบาก!
ตอนนี้ผมมีอาจารย์ที่เก่งกาจ ผมมีโอกาสที่จะก้าวไปข้างหน้า ผมไม่อยากมาตายในที่แบบนี้! ไม่อยากตายภายใต้น้ำมือวิญญาณอาฆาตตนนี้!
แต่…
ความจริงที่โหดร้ายทำให้ผมสิ้นหวัง
อาจารย์ไม่อยู่ที่นี่ และร่างกายของผมก็ขยับไม่ได้
ความตายเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่
และวิญญาณตนนี้ก็ไม่คิดจะปล่อยผมไป
ปลายลิ้นของมันแยกออกกว้างขึ้น เผยให้เห็นปากเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม!
มันพุ่งเข้าหาคอของผมทันที!
“ฉึก!”
ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดแปลบปลาบที่ต้นคอ
ฟันเล็กแหลมคมฝังลึกลงไปในเนื้อ ขณะที่มันเริ่มดูดกลืนเลือดของผมดัง “อึกๆ” ราวกับสัตว์ร้ายที่หิวโหย…