ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 128 โรงแรมเล็ก ห้อง 304
ชายวัยกลางคนถือบัตรประชาชนของผมไว้ ก่อนเอ่ยขึ้นว่ามีห้อง 304 ว่างอยู่
สีหน้าของหญิงสาวที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์พลันแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“หัว…หัวหน้าจะ…จะเปิดห้องสามศูนย์สี่เหรอคะ!” น้ำเสียงของเธอสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
แค่ฟังก็รู้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
แต่ชายวัยกลางคนกลับทำหน้าตึง ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ “แน่นอน มีแขกต้องการพักก็ต้องเปิดห้องให้สิ”
หญิงสาวเหมือนพยายามจะพูดอะไรอีก แต่เมื่อเห็นว่าผมยืนอยู่ตรงนั้น ชายวัยกลางคนจึงผลักเธอออกไป แล้วเริ่มจัดการเรื่องห้องพักเองโดยไม่ให้เธอพูดอะไรต่อ
สีหน้าของพวกเขาทั้งคู่ไม่อาจหลุดรอดไปจากสายตาผม
ห้อง 304 …ไม่ใช่ห้องธรรมดาแน่
ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “คุณครับ ห้องนี้ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม”
ชายวัยกลางคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มออกมาแล้วตอบเสียงดัง “ปัญหา? ห้องของฉันจะมีปัญหาอะไรได้ ถ้ามีปัญหาจริงๆ ล่ะก็ ฉันยอมยืนกลับหัวกินขี้เลย! เอาอย่างนี้ดีไหมน้องชาย ตอนนี้ดึกมากแล้ว ห้องพักราคาปกติคืนละสองร้อยหกสิบหยวน ฉันลดพิเศษเหลือร้อยเดียวพอ แถมคูปองอาหารเช้าอีกหนึ่งใบด้วย!” เขาพูดด้วยท่าทางมั่นใจสุดขีด
ตอนนี้ผมต้องการแค่ที่พักสำหรับค้างแรมสักคืน จะได้นอนพักเสียหน่อย
และหากห้องนี้มีปัญหาจริงๆ อย่างมากก็คงมีวิญญาณ…ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผมกลัวอยู่แล้ว!
“ตกลง” ผมพยักหน้ารับข้อเสนอ
ชายวัยกลางคนรีบลงมือจัดการเรื่องห้องพักให้ทันที ก่อนจะชี้ไปที่บันได ส่งสัญญาณให้ผมขึ้นไปแล้วเลี้ยวขวา
ผมหยิบคีย์การ์ดและคูปองอาหารเช้า เดินขึ้นบันไดไป
พอถึงชั้นสอง ผมได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ลอดขึ้นมาจากเคาน์เตอร์ด้านล่าง
“หัวหน้าคะ…ห้องสามศูนย์สี่น่ะ เล่นงานแขกมาหลายคนแล้ว คุณ…คุณยังจะเปิดให้แขกอีกเหรอคะ”
ชายวัยกลางคนกลับไม่ใส่ใจ “หาเงินได้ก็ต้องหา ดูเจ้านั่นสิ ยังหนุ่มยังแน่น พลังหยางมีเต็มเปี่ยม ไม่มีปัญหาหรอก เสี่ยวลี่ พรุ่งนี้เมียฉันไม่อยู่ สนใจมาอยู่เป็นเพื่อนหลังเลิกกะไหม ฮ่าๆ…”
“หัวหน้าล่ะก็ เกลียดอะ!”
“…”
ผมกลอกตามองบนอย่างอดไม่ได้
ที่แท้ก็เป็นแค่คู่รักสกปรกคู่นึง
สิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือคนที่ไม่ซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์
ถ้าไม่รักกันแล้วก็เลิกกันไป
ทำเรื่องสกปรกแบบนี้ไม่ต่างจากสัตว์ใช้แต่สัญชาตญาณ
ผมแค่นเสียงเหอะ ก่อนเดินขึ้นไปยังชั้นสาม
ผมไม่กลัววิญญาณ…กลับกัน ผมอยากพบพวกมันด้วยซ้ำ
เหตุผลนั้นง่ายมาก ผมต้องการพลังของพวกมัน
วิญญาณต้องดูดพลังหยางของมนุษย์เพื่ออบอุ่นร่างและเสริมพลัง
แต่ตัวผมนั้นพิเศษ สามารถดูดพลังของพวกมันมาเสริมพลังของตัวเองได้เช่นกัน
เมื่อมาถึงชั้นสาม ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกทันที บรรยากาศที่นี่หนาวกว่าชั้นล่างอย่างเห็นได้ชัด
ที่สำคัญ ผมสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่แฝงอยู่รอบตัว
นั่นหมายความว่าที่นี่มีวิญญาณอยู่จริง
ผมเพ่งสมาธิ พยายามตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีพลังอาฆาตอยู่หรือไม่
ถ้าไม่มีพลังอาฆาต แม้จะมีวิญญาณก็เป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อน ซึ่งในเมืองใหญ่แบบนี้ วิญญาณเหล่านี้มีอยู่ทั่วไป
พวกมันไม่ใช่วิญญาณร้าย และโดยปกติแล้วจะไม่ทำร้ายใคร
เมื่อไม่พบพลังอาฆาต ผมก็แน่ใจว่าที่นี่ไม่น่ามีวิญญาณร้ายกาจอะไร
ผมเดินมาหยุดที่หน้าห้อง 304 แล้วใช้คีย์การ์ดแตะเปิดประตู
ทันทีที่ประตูเปิดออก ลมเย็นยะเยือกพัดวูบเข้ามากระทบใบหน้า
แม้จะไม่รุนแรงมาก แต่ก็เย็นผิดปกติ
สีหน้าผมยังคงเรียบเฉย
ผมเอื้อมมือไปเปิดไฟ
แสงไฟส่องสว่างเผยให้เห็นห้องที่ค่อนข้างสะอาด ดูไม่มีอะไรผิดปกติ
ผมค่อยๆ ก้าวเข้าไปในห้อง พลางกวาดตามองไปรอบๆ พยายามตรวจสอบทุกอย่างให้แน่ใจ…
ไม่มีอะไรผิดปกติ
แต่ไอเย็นที่หนักกว่าปกติบ่งบอกว่าห้องนี้มักมีบางสิ่งแวะเวียนเข้ามา
ผมเริ่มง่วงแล้ว วางของเสร็จก็ไปอาบน้ำ จากนั้นกลับมาปิดไฟนอน ตั้งใจจะพักผ่อนให้เต็มที่
แต่เพิ่งจะเคลิ้มหลับไปได้ไม่นาน เสียงร้องไห้เบาๆ กลับแว่วเข้ามา
เสียงนั้นเบามากจนแทบไม่ได้ยิน
เสียงนั่นเหมือนดังมาจากทางห้องน้ำ
“ฮือ…ฮือ…” เสียงสะอื้นนั้นเบาเกินกว่าที่คนปกติจะได้ยินหากไม่ตั้งใจฟัง
ผมสะดุ้งตื่นทันที ลุกขึ้นนั่งบนเตียง แล้วเงี่ยหูฟัง
แน่นอนว่ามีเสียงร้องไห้ และมันมาจากห้องน้ำจริงๆ
ผมมองไม่เห็นอะไรเลยจึงเอื้อมมือไปเปิดไฟ
แต่ทันทีที่แสงไฟส่องสว่าง เสียงร้องนั้นกลับเงียบไป
ผมลองปิดไฟอีกครั้ง
ไม่นาน…เสียงสะอื้นก็กลับมาอีกครั้ง มันยังคงดังมาจากห้องน้ำ
ตอนนี้ผมเริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว
ห้องนี้มีบางอย่างแปลกประหลาดจริงๆ
ถึงแม้ผมจะไม่รู้สึกถึงวิญญาณเร่ร่อน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีบางสิ่งอยู่ที่นี่
คราวนี้ผมไม่ได้เปิดไฟ เพียงหันไปทางห้องน้ำแล้วเอ่ยขึ้น “พอได้แล้ว เลิกสะอื้นเถอะ มีอะไรก็พูดมา ฉันยังต้องนอนอีกนะ!” พูดจบก็หาวหวอดไปที
แต่เสียงสะอื้นยังไม่หยุดและไม่มีใครตอบกลับ
ผมเริ่มรำคาญ
ถ้าจะขู่คนอื่นก็พอเข้าใจ แต่คืนนี้ดันมาเจอผม นี่คิดจริงๆ เหรอว่าจะทำให้ผมกลัวได้
ผมถอนหายใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เลิกร้องซะที ตอนนี้ฉันอารมณ์ดี มีอะไรก็พูดมา ถ้าไม่มีอะไรก็ไปซะ ถ้ายังรบกวนฉันอีกล่ะก็ ฉันจะทำให้เธอสลายไปเดี๋ยวนี้”
ทันใดนั้นเอง เสียงสะอื้นเปลี่ยนเป็นเสียงพูดแผ่วเบา “เจ็บ…เจ็บเหลือเกิน… คุณเป็นคนใจดี ช่วยฉันที…ฉันทรมานเหลือเกิน…”
เป็นเสียงของผู้หญิง เธอพูดทั้งน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าและเจ็บปวด
“ก็บอกมาสิว่าเธอเจออะไรมา แล้วฉันจะช่วยเธอได้ยังไง” ผมพูดขึ้น ขณะที่เอนตัวพิงหัวเตียง
ผมไม่ได้เปิดไฟ แค่จุดบุหรี่ขึ้นสูบ
แต่ในจังหวะที่เปลวไฟจากไฟแช็กถูกจุด ผมเห็นรางๆ ว่ามีบางอย่างอยู่ตรงห้องน้ำ
มันคล้ายกับร่างมนุษย์…กำลังคลานออกมาจากอ่างอาบน้ำ
ผมเห็นแค่เส้นผมเปียกลู่แนบลำตัว
แต่จากเงามืดของห้อง ภาพที่เห็นนั้นน่าขนลุกเป็นอย่างยิ่ง
ผมขมวดคิ้ว ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว รู้สึกสงสัยเสียมากกว่า…
ทำไมจึงไม่รู้สึกถึงพลังอาฆาตของเธอเลย?
ขณะที่ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่ง หญิงคนนั้นก็ลากเสียงยาวอย่างเศร้าสลดแล้วพูดต่อ “แฟนเก่าของฉัน…เขาฆ่าฉัน แล้วกดทับร่างฉันไว้ใต้อ่างอาบน้ำ…ฉันทรมานเหลือเกิน…เจ็บเหลือเกิน…”
หัวใจผมกระตุกวูบ
นี่มันคดีฆาตกรรมชัดๆ!?
“เธอถูกกดทับไว้ใต้อ่างอาบน้ำอย่างนั้นเหรอ”
“อืม…คนใจดี ช่วยฉันด้วย…ฉันไม่อยากทำให้ใครกลัว…แต่ฉัน…ฉันเจ็บปวดเหลือเกิน…” เสียงของเธอชวนให้รู้สึกหดหู่ปนทุกข์ทรมาน
ผมใช้นิ้วกดขยี้หว่างคิ้ว ถอนหายใจนิดหน่อยก่อนพยักหน้าตอบ “ก็ได้ ในเมื่อเธอเจอฉันแล้ว…ฉันจะช่วยสักครั้งแล้วกัน”
พูดจบ ผมหยิบขวดสเปรย์เล็กๆ จากกระเป๋าเสื้อ
มันคือน้ำตาวัว
ผมฉีดพรมลงบนเปลือกตา แล้วกระพริบตาสองสามครั้ง
เมื่อตาทิพย์เปิดออก ภาพในห้องพลันเปลี่ยนไปถนัดตา
ม่านหมอกของไอวิญญาณที่แฝงอยู่ในอากาศเผยตัวออกมา รวมถึงร่างของผู้หญิงที่นั่งกอดเข่าอยู่ในอ่างอาบน้ำ
ผมก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่ลังเล
ตรงกันข้าม วิญญาณหญิงสาวนั่นกลับถอยกรูดเข้าไปลึกขึ้น
“เงยหน้าขึ้นมาสิ ให้ฉันเห็นหน้าเธอ”
“คุณ…คุณไม่กลัวฉันเหรอ” เธอเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ
“ถ้าฉันกลัวคงไม่คิดจะช่วยเธอแล้ว ผีไม่น่ากลัวอะไรหรอก แต่ท่าทางของเธอนี่สิ ทำตัวเหมือนซาดาโกะ[1]แบบนี้ ใครจะไปชอบ” ผมตอบตรงๆ ไม่อ้อมค้อมใดๆ
เสี่ยวอวี่เองก็เป็นวิญญาณ แล้วผมเคยกลัวเธอไหมล่ะ
ได้ยินแบบนั้น วิญญาณหญิงสาวตรงหน้าร้อง ‘อ้อ’ เบาๆ
เธอยกมือขึ้นเสยผมยาวที่ปกใบหน้าตัวเองออก
ทันทีที่เห็นใบหน้าของเธอ ผมถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
ทั่วใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยกรีดลึกและยาวหลายเส้น
รอยแผลยังแดงก่ำเหมือนเลือดเพิ่งไหลออกมา
หน้าผากจรดลำคอเต็มไปด้วยร่องรอยแผลเหวอะหวะ
ให้ตายเถอะ…
เธอตายยังไงกันแน่
ก่อนตายเธอถูกทรมานขนาดไหนถึงได้มีบาดแผลเต็มใบหน้าแบบนี้!
ถูกกดทับใต้อ่างอาบน้ำ…
ถูกทรมานจนตาย…
นี่มัน…ฆาตกรรมอำมหิตชัดๆ…
[1] ซาดาโกะ คือ ผีจากหนังเรื่อง the ring เธอมีผมดำยาวปิดใบหน้า แต่งชุดเดสสีขาวเปียกน้ำ ใครก็ตามที่ดูวิดีโอต้องสาปของเธอต้องมีอันเป็นไป มีซีนคลานออกมาจากทีวีเป็นฉากซิกเนเจอร์ของเธอ