ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 146 พลังอาฆาตครอบงำ โลกทัศน์พังทลาย
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 146 พลังอาฆาตครอบงำ โลกทัศน์พังทลาย
หลังจากผมเปิดประตูจุดปราณ เข้าสู่ขั้นพรจิตแล้ว ความรู้สึกต่อพลังรอบตัวก็ไวกว่าเดิมมาก
ตอนที่อาจารย์ส่งเสียงฮึ่มเย็นชาออกมาเพียงคำเดียว ผมรู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศรอบข้างคล้ายจะแข็งตัวขึ้นมา
ยิ่งกว่านั้น บนตัวอาจารย์ยังแผ่ปราณรุนแรงสายหนึ่งในทันใด
ปราณนั้นปกคลุมผีสองตนที่ยืนก้มหน้าซึ่งมีพลังอาฆาตแผ่ออกมาทั่วร่าง
เหล่าภูตผีที่ละวางความแค้น ยอมรับความตาย และสูดกลิ่นธูปส่งวิญญาณจนสงบไปก่อนหน้านี้ต่างพากันตื่นตกใจจนต้องถอยร่นไปสองข้าง
แม้แต่ผีที่กำลังร้องไห้ยังรีบปิดปากเงียบสนิท ไม่กล้าส่งเสียงอีกต่อไป…
ส่วนผีสองตนเบื้องหน้านั้นเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยในตอนนี้
ขณะพวกมันเงยหน้า ผมเห็นจุดสีขาวเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่กึ่งกลางดวงตาสีดำมืดของพวกมัน
จุดขาวเล็กมาก แต่ก็นับเป็นสัญญาณของการถูกพลังอาฆาตครอบงำแล้ว
นี่แสดงว่าพวกมันกำลังจะกลายเป็นวิญญาณอาฆาต ความแค้นที่ฝังแน่นทำให้พวกมันกำลังจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ
หากสูญเสียสติเมื่อไรก็ไม่มีวันหวนกลับ กลายเป็นวิญญาณอาฆาตที่ไม่มีทางได้ไปผุดไปเกิด
เมื่อผีทั้งสองเงยหน้า หนึ่งในนั้นที่เป็นหญิงสาวเผยสีหน้าโกรธเกรี้ยวและบิดเบี้ยวจนไม่น่ามอง ก่อนตวาดถามอาจารย์ว่า “ทำไม! ทำไมคนที่ต้องตายถึงเป็นฉัน! ทำไมฉันถึงต้องตายด้วย!”
พอหญิงสาวถาม ผีผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ก็เอ่ยตามขึ้นมาทันที “พวกเราเพิ่งแต่งงานกันแท้ๆ ทำไมถึงต้องมาตายด้วยกันที่นี่ ทำไมกัน!”
หือ? ผีชายหญิงคู่นี้เป็นสามีภรรยากัน แถมยังเพิ่งแต่งงานไม่นานด้วย
ถึงว่า ทำไมพลังแห่งความแค้นของพวกเขาจึงรุนแรงกว่าใคร
ลองคิดดูสิ เพิ่งแต่งงานกันก็ต้องตาย ซ้ำยังต้องมาตายพร้อมกันแบบนี้ ใครล่ะจะไม่แค้น
อาจารย์ยังคงรักษาสีหน้าไม่ยินดียินร้าย ดวงตาหลุบต่ำ กล่าวเสียงเรียบ “ใช่ว่าทุกอย่างต้องมีเหตุผลเสมอ อุบัติเหตุถือเป็นหนึ่งในโชคชะตาที่ทุกคนล้วนต้องเผชิญ ชะตาของพวกแกไม่แข็งพอ ถึงได้ตายตก”
“ใช่ว่าทุกอย่างต้องมีเหตุผลเสมอ อุบัติเหตุถือเป็นหนึ่งในโชคชะตาที่ทุกคนล้วนต้องเผชิญ ชะตาของพวกแกไม่แข็งพอถึงได้ตาย อย่ายึดติดให้มากนักเลย
“พวกแกตายวันเวลาเดียวกัน แสดงว่ายังมีวาสนาต่อกันอยู่ ฟังฉันสักนิด อย่าได้ยึดติดอีกเลย ลงไปยังมีอายุขัยของวิญญาณอยู่ ยังสามารถเป็นผัวเมียกันได้ในปรโลก หากพวกแกทั้งสองมีวาสนา ต่อไปอาจได้กลับมาแต่งงานกันใหม่ในชาติหน้า”
หวังเหมิ่งกับพวกอีกสองคนเบิกตากว้างจ้องมองมาที่ผมกับอาจารย์ แต่จากถ้อยคำบางประโยคก็พอจะเดาได้ว่าอาจารย์กำลังพูดกับผีคู่หนึ่ง
“ประธานจั่ว แบบนี้ต้องเป็นผัวเมียกันแน่ๆ”
“พูดอะไรโง่ๆ ฉันฟังก็รู้แล้ว”
“มีอาจารย์ซ่งอยู่ ไม่น่ามีปัญหาอะไรหรอก”
“จะพูดทำไม!”
“ประธานจั่ว…”
“หุบปาก พูดมากจริง!”
“ครับ ประธานจั่ว!”
ผมได้ยินเสียงกระซิบจากข้างๆ แต่ไม่สนใจ สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจคือ อาจารย์ยกมือข้างหนึ่งไพล่หลัง แล้วลอบผสานมุทรา แม้ผมจะเห็น แต่ไม่รู้ว่าอาจารย์ผสานมุทราอะไร และอาจารย์ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณให้ผมลงมือ ผมจึงไม่ได้ขยับตัว
แต่หลังจากอาจารย์ผสานมุทราเสร็จ ผมเห็นชัดเจนว่าธูปส่งวิญญาณที่กระจายอยู่บนพื้นพลันส่องสว่างขึ้นในพริบตา ควันสีขาวสายหนึ่งลอยขึ้นมา แล้วลอยไปหาผีสามีภรรยาคู่นั้น
เมื่อควันสายนี้ผ่านไปยังทั้งสอง ผีผู้ชายสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ไอดำทั่วกายพลันแผ่ออกมานอกตัว ดวงตาของเขาที่เคยมีจุดขาวเล็กๆ กลายเป็นสีเทาหม่นอย่างรวดเร็ว
เขาละความแค้นในใจ ยอมรับการเวียนว่ายไปเกิดใหม่ แต่ผีผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขากลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
กลับกัน จุดขาวเล็กๆ ในดวงตาของเธอยิ่งขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นขนาดเท่าด้ามดินสอแล้ว
พลังอาฆาตทั่วร่างยิ่งรุนแรง เธอกำลังจะถูกพลังอาฆาตครอบงำ กลายเป็นวิญญาณอาฆาตแล้ว
เมื่อเห็นถึงตรงนี้ อาจารย์ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ส่วนผมเอ่ยถามออกไปว่า “ทำไมเธอถึงไม่ปล่อยวาง หรือว่าไม่อยากไปเกิดใหม่กับสามี ไม่อยากอยู่ด้วยกันในปรโลก?”
คำถามนี้ หากไม่ถามยังดี แต่พอถามออกไปก็แทบช็อก
เพราะคำตอบของผีผู้หญิงทำให้โลกทัศน์ของผมพังทลายลงในพริบตา
ผีผู้หญิงจ้องผมด้วยแววตาเกรี้ยวกราด ก่อนกล่าวว่า “ฮึ! สามีงั้นหรือ แค่ไอ้ขี้แพ้ที่ได้เงินเดือนสามพันห้านี่นะ? ถ้าไม่ใช่เพราะฉันไม่สามารถมีลูกได้ คิดว่าจะยอมแต่งกับไอ้ขยะนี่เหรอ
ที่มาทะเลสาบหนานเทียนครั้งนี้ ก็เพราะกำลังคบหากับเสี่ยกระเป๋าหนักคนหนึ่ง เขาให้สัญญาว่าจะให้ค่าเลี้ยงดูเดือนละแสน แล้วแกจะให้ฉันลงไปใช้ชีวิตกับไอ้ขยะนี่เนี่ยนะ?
“ฉัน จางเสี่ยวชุ่ย ทั้งสาวทั้งสวยก็ต้องอยู่กับคนรวยสิ โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาตายเสียก่อน ฉันไม่ยอม! ไม่มีวันยอม!!”
ถึงตอนท้าย ผีผู้หญิงตะโกนลั่นใส่ผม
ไอเย็นแผ่กระจายออกมารอบตัว อุณหภูมิในบริเวณนั้นลดลงหลายองศาในพริบตา
จุดขาวในดวงตาที่มีขนาดเท่าดินสอขยายใหญ่ขึ้นอีก ดวงตาถูกปกคลุมด้วยจุดขาวราวเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
การถูกพลังอาฆาตครอบงำของเธอแทบจะหยุดยั้งไม่ได้แล้ว
อาจารย์ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าไม่อยากพูดอะไรอีก
ส่วนผมเองก็หมดคำจะพูด
ผมเคยคิดว่าคนเราตายแล้ว ย่อมมีความยึดติดหลากหลายรูปแบบ
แต่กลับไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีความยึดติดที่พังทลายโลกทัศน์ได้ถึงเพียงนี้
เมื่อสามีของผีผู้หญิงได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็ถึงกับพังทลายโดยสิ้นเชิง
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า ภรรยาที่เขาทุ่มเทใจไล่ตามกลับมองเขาเป็นแค่ตัวแทนของคนอื่น
ทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันไม่นาน แต่กลับไปติดพันคนอื่น แถมยังเป็นเด็กเสี่ยอย่างลับๆ อีกด้วย
“เสี่ยวชุ่ย ฉันจริงใจกับเธอ ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้!”
ผีผู้ชายคำรามเสียงดังใส่ผีผู้หญิง ร่างสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด
ผมถึงกับกลัวว่า คำพูดกระทบกระเทียบของผีผู้หญิงจะกระตุ้นให้ผีผู้ชายที่เพิ่งสลายพลังอาฆาตกลับกลายเป็นวิญญาณอาฆาตอีกครั้ง
ในตอนนี้ ผีผู้หญิงเกือบจะกลายเป็นวิญญาณอาฆาตแล้ว อารมณ์จึงรุนแรงมาก
เธอเหวี่ยงมือตบอีกฝ่ายโดยไม่พูดพร่ำแม้แต่คำเดียว
“เพียะ”
เสียงดังสนั่น
ร่างของผีผู้ชายลอยละลิ่วไปไกลห้าเมตร ก่อนร่วงลงไปกองกับพื้น ไม่อาจลุกขึ้นมาได้
ในตอนนั้นเอง จุดสีขาวก็กินพื้นที่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของดวงตาแล้ว
เธอเอ่ยออกมาว่า “ขยะอย่างแกไม่มีคุณสมบัติจะเป็นสามีฉัน ฉันจะอยู่กับคนรวย!”
พูดจบก็หันมามองอาจารย์ผม เธอยืดคอเผยรอยยิ้มเย้ายวนวิญญาณ พร้อมเผยร่องอกให้เห็น “สหายเฒ่า คุณชอบฉันไหม คุณรวยหรือเปล่า”
สิ้นคำ ดวงตาของผีผู้หญิงกลายเป็นสีขาวล้วนในทันที
ในวินาทีนั้นเอง พลังอาฆาตอันเข้มข้นพลันระเบิดออกมาจากร่างของเธอ
เธอ…กลายเป็นวิญญาณอาฆาตแล้ว
อาจารย์ยังยืนอยู่ที่เดิม กล่าวออกมาเบาๆ เพียงสี่คำ
“ไร้ทางเยียวยา”
สิ้นเสียง มือที่ไพล่หลังไว้ก็เหยียดออกไปเบื้องหน้า ฟาดฝ่ามือออกไปฉับพลัน
เสียง “เปรี๊ยะ!” ดังสะท้อน สายฟ้าแล่นปราบเป็นประกาย
ผีผู้หญิงยังไม่ทันได้ตอบสนองก็ร้องกรีดร้องออกมาทันที
“อ๊าาา!”
เธอโดนฟาดจนร่างระเบิด กลายเป็นดวงไฟวิญญาณลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนจะสลายหายไป
ผมมองอาจารย์อย่างสงบนิ่ง ภายในใจเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ทุกครั้งที่ได้เห็นอาจารย์ลงมือก็เหมือนได้รับการเปิดหูเปิดตาใหม่ทุกครั้ง
นี่แค่หัตถ์อัสนีที่ผสานมุทราไม่จบ… ร้ายกาจสมเป็นอาจารย์จริงๆ
ผมยืนอยู่ตรงนั้น เต็มไปด้วยความตะลึง
บรรดาผีที่อยู่รอบข้างต่างพากันตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
หวังเหมิ่งกับพวก แม้จะไม่ได้ยินสิ่งที่ผีผู้หญิงพูด แต่ก็เห็นแสงฟ้าแลบและดวงไฟวิญญาณที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ปรากฏขึ้น
ทุกคนต่างอ้าปากค้าง สีหน้าเหมือนกับกำลังดูหนังไซไฟอยู่ไม่มีผิด
บางทีสิ่งที่พวกเขาเห็นในคืนนี้อาจทำลายความเชื่อเดิมๆ ที่เคยมีทั้งหมดไปแล้ว
อาจารย์หันกลับมาอย่างสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะพูดเสียงเรียบว่า “เสร็จแล้ว นายพาพวกผีเหล่านี้ไปขึ้นรถวิญญาณ แล้วไปตามเจ้าหนูเฒ่านั่นมาเก็บศพ อีกหนึ่งชั่วโมงเราจะลงเรือไปที่กลางทะเลสาบ”
หลังจากอาจารย์สั่งการเสร็จก็เดินไปนั่งพักที่ม้านั่งริมตลิ่งทันที
จั่วต้าเหนียนกับซุนโหย่วยิ้มรับ รีบเข้าไปจุดไฟและส่งบุหรี่ให้อาจารย์อย่างนอบน้อม
พวกเขาได้เห็นความสามารถของอาจารย์เต็มสองตา
อนาคตของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ว่าจะไปรอดหรือไม่ รวมถึงรายได้ของพวกเขาต่อจากนี้ล้วนฝากไว้กับอาจารย์ทั้งสิ้น
อาจารย์ก็ไม่เกรงใจ อาศัยบุหรี่ผ่อนคลายตัวเองไป พลางตอบคำถามพวกเขา “อือๆ อาๆ” แบบไม่ค่อยใส่ใจนัก
ส่วนผมหยิบกระดิ่งออกมาจากกระเป๋าเครื่องมือแล้วเขย่ามันต่อหน้าทุกคน
“กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง”
เสียงกระดิ่งดังกังวาน บรรดาผีรอบๆ ต่างหันมามองผมเป็นตาเดียว
ผมกระแอมเบาๆ แล้วพูดกับผีทั้งแปดตนที่อยู่รอบๆ ว่า “สหายวิญญาณทุกท่าน ได้เวลาเดินทางแล้ว ตามผมมาทางนี้…”