ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 160 ใช้วิชาสายฟ้า ฟาดฟันผีพรายสี่ตน
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 160 ใช้วิชาสายฟ้า ฟาดฟันผีพรายสี่ตน
อาจารย์ต่อสู้กับวิญญาณอาฆาตชุดแดงอยู่ใต้น้ำ
ส่วนผมยืนอยู่บนเรือที่พลิกคว่ำ สู้กับเหล่าผีพรายสี่ตัวสุดท้ายอย่างสุดกำลัง
คนที่ทำงานสายนี้ไม่อาจกลัวตายได้
เพราะยิ่งกลัวตายเท่าไร ก็ยิ่งตายเร็วขึ้นเท่านั้น
ร่างกายผมตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลจากการกัดและข่วน
ขยับตัวทีไรก็เจ็บไปทั้งตัว
แต่ผมก็ยังขบกรามกัดฟัน อดทนอย่างถึงที่สุด
เพราะถ้าทนไม่ไหว…ก็มีแต่ตายสถานเดียว
“เอ่อ”
เสียงคำรามของผีพรายดังขึ้นอีกครั้ง
พลังอาฆาตสายหนึ่งพุ่งเข้ามาจากทางด้านหลัง
ผมแทบไม่เหลือบตามองด้วยซ้ำ เพียงกางร่มดำออกทันควันแล้วเหวี่ยงไปข้างหลัง
“ปัง!”
เสียงกระแทกดังขึ้น
กรงเล็บของผีพรายฟาดใส่ร่มดำอย่างแรง แต่มันกลับถูกดีดกระเด็นออกไปทันที
ขณะเดียวกัน ผีพรายอีกตัวก็พุ่งเข้ามาจากอีกทิศทางหนึ่ง
ตัวนี้ดวงตาดำปี๋ ยังไม่กลายสภาพเป็นวิญญาณอาฆาต พลังจึงอ่อนแอมาก
มันเงื้อกรงเล็บทั้งสองปีนขึ้นมาเหยียบบนเรือ แล้วพุ่งเข้าหาผมทันที
ผมเล็งเป้าอย่างแม่นยำ แล้วเตะเข้าที่กลางอกมันเต็มแรง!
ผีพรายตัวนั้นล้มกลิ้งทันที
ไม่รอให้มันลุกขึ้น มือขวาของผมฟันกระบี่กระดูกปลาลงไปอย่างรวดเร็ว
ได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นเพียงครั้งเดียว
ร่างของผีพรายตนนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มดวงไฟวิญญาณสีเขียว ก่อนสลายหายไปในพริบตา
วิญญาณสลายไม่เหลือซาก
ในจังหวะนั้น ผีพรายอีกสามตนพุ่งทะยานขึ้นจากผิวน้ำพร้อมกัน!
พวกมันอ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม ส่งเสียง “เอ่อ เอ่อ” ดังกึกก้อง แล้วพุ่งเข้ามาจากสามทิศทางในเวลาเดียวกัน
ผมไม่มีทางให้ถอย แม้กระทั่งกระโดดหนีก็ไม่ทันแล้ว
มีแต่สู้ หรือไม่ก็ตาย!
มือของผมมีเพียงสองข้าง จะให้ต้านรับผีพรายสามตัวที่โจมตีเข้ามาพร้อมกันนั้นเป็นเรื่องยากเกินไป
แต่หากร่ายวิชาสายฟ้าได้ทันย่อมรอดไปได้แน่นอน
แต่ปัญหาคือ ผมทำไม่ได้ในตอนนี้!
หากรับมือผิดพลาดแม้เพียงนิด…ผลลัพธ์คงไม่ต้องพูดถึง
ผมไม่มีเวลาลังเลแม้แต่วินาทีเดียว รีบเร่งพลังปราณเต็มที่ มือขวาที่ถือกระบี่กระดูกปลาฟาดออกไปทันที!
“ปัง!”
เสียงดังลั่น ประกายไฟกระเซ็น
แรงปะทะเต็มแรงผลักผีพรายตัวหนึ่งกระเด็นออกไปได้สำเร็จ
รับมือได้หนึ่งตัว
ในเวลาเดียวกัน มือซ้ายที่ถือร่มดำก็สะบัดออกไปอีกครั้ง ฟาดปะทะกับผีพรายอีกตัว ผลักมันกระเด็นออกไป
รับมือได้สองตัว
แต่สำหรับผีพรายตัวที่สามที่พุ่งเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง ผมไม่มีทางหลบหลีกหรือป้องกันได้อีกแล้ว
มันอ้าปากกว้าง พุ่งตรงเข้ามาหมายจะกัดเข้าที่ลำคอของผม!
ผมรู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีทางหลบได้แน่ แต่ยังพอเบี่ยงตัวเลี่ยงจุดสำคัญได้
ผมขยับตัวเอียงไปทางซ้ายเล็กน้อย
แต่เพียงแค่นิดเดียวนั้นก็ทำให้หลบพ้นจากการถูกกัดที่ลำคอ
ฟันของผีพรายฝังลึกเข้าที่หัวไหล่ขวาของผมตรงใกล้ๆ คอพอดี
ความเจ็บแล่นวาบขึ้นทันที
ฟันมันแทงทะลุผ่านผิวหนัง สร้างความเจ็บปวดแสบสัน
มันกัดค้างอยู่ที่บ่าของผม ไม่มีทีท่าจะปล่อย ดูเหมือนจะหมายฉีกเอาเนื้อของผมไปทั้งแถบ
แต่ผมไม่สนใจ!
ในสถานการณ์แบบนี้ การบาดเจ็บไม่สำคัญ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘เอาชีวิตรอด’
สายตาผมดุดัน ราวกับความเจ็บปวดบนบ่าถูกลืมเลือนไปหมดสิ้น
มือที่กุมกระบี่กระดูกปลากำแน่น แล้วจ้วงเข้าที่ท้องของผีพรายตรงหน้าเต็มแรง!
“ฉึก!”
กระบี่กระดูกปลาทะลุอกของมัน
เสียง “ซู่” พร้อมไอสีดำพวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
“อ๊าก”
ผีพรายกรีดร้องอย่างเจ็บปวดสุดขีด รีบผละจากหัวไหล่ผมทันที
ผมเบิกตากว้าง จ้องมันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
“มาเลย! เจ็บไปด้วยกัน!”
ผมตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะฟันกระบี่กระดูกปลาใส่มันสุดแรงอีกครั้ง!
“ปัง!”
เสียงระเบิดดังขึ้น
ผีพรายตนนั้นส่งเสียงกรีดร้องสุดท้าย ก่อนที่ร่างของมันจะแตกสลายกลายเป็นดวงไฟวิญญาณสีเขียวรูปคน แล้วจางหายไปในอากาศ
ขณะที่หัวไหล่ของผมเองก็เปียกโชกไปด้วยเลือดสด
ตอนนี้ จากผีพรายสี่ตัว…เหลืออยู่เพียงสองตัวเท่านั้น
สองตัวที่ถูกผมใช้ร่มดำสะบัดกระเด็น และถูกกระบี่กระดูกปลาผลักออกไปก่อนหน้านี้
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมสู้ถูกฆ่าก็โกรธจัด
พวกมันที่แช่อยู่ในน้ำคำรามเสียงดังเหมือนกับสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่ง
“เอ่อ!!!”
พวกมันโถมตัวเข้ามาอีกครั้งหมายจะกัดผมให้ขาดใจ
ผมยืนอยู่บนเรือคว่ำ ตั้งท่ารอรับการโจมตีอย่างระมัดระวัง
‘จากสี่ ฆ่าไปแล้วสอง… ชะตาของพวกที่เหลืออีกไม่นานก็คงขาด!’
ผมคิดในใจพร้อมสะบัดกระบี่กระดูกปลาและร่มดำในมือ
“ปัง! ปัง!”
ร่มดำสะท้อนแรงปะทะกลับอย่างรุนแรง ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผมตั้งรับได้ แต่ยังทำให้ผมได้เปรียบอีกด้วย
ผ่านไปแค่ไม่กี่กระบวนท่า ในที่สุดผมก็คว้าโอกาสไว้ได้!
สองผีพรายถูกผมใช้ร่มดำสะบัดกระแทกพร้อมกันจนกระเด็นลอยไปสามเมตร ตกสู่ผิวน้ำอีกครั้ง!
ในวินาทีนั้นเอง ผมตัดสินใจปักกระบี่กระดูกปลาลงบนท้องเรือ จากนั้นก็ชักแส้กระดูกงูที่เหน็บอยู่ตรงเอวออกมา
“เพียะ!”
เสียงหวดดังสนั่น แส้กระดูกงูฟาดออกไปเต็มแรง!
โชคดีที่ผีพรายสองตัวนั้นยังไม่ทันได้จมหายไปในทะเลสาบ ผมจึงสามารถใช้แส้กระดูกงูพันเข้ากับคอของผีพรายตัวหนึ่งได้ทันเวลา
แส้กระดูกงูมีคุณสมบัติในการสยบพลังอาฆาตอย่างรุนแรง
เมื่อถูกพันรัดด้วยแส้นี้ ผีพรายตาดำตนนั้นจึงดิ้นไม่หลุด
ผมกำแส้กระดูกงูแน่น โคจรพลังปราณเต็มที่ ก่อนกระชากแส้กลับอย่างแรง
ผีพรายตาดำตัวนั้นถูกผมลากขึ้นมาจากน้ำทันที
มันกระแทกกับท้องเรืออย่างหนักหน่วง!
สองมือของมันจับแส้ที่รัดคอตัวเองแน่น พลางร้องครวญคราง “อู้ๆๆ” ไม่หยุด พยายามดิ้นรนหมายจะหลุดรอดออกมา
แต่ผมจะปล่อยมันได้ยังไง!
ผมกำหมัดที่เปรอะเปื้อนเลือดแน่น แล้วตะโกนออกมาด้วยความกราดเกรี้ยวว่า “ตายซะ!”
เสียง “ปัง!” ดังตามหลังเสียงกระแทกอันหนักหน่วง
ผีพรายตาดำตัวนั้นถูกผมต่อยจนระเบิดตายคาที่
วิญญาณแตกสลายเป็นผุยผงไปในพริบตา
ผมดูดซับปราณต้นกำเนิดเข้าไปอีกเฮือกหนึ่ง
พลังบำเพ็ญเพิ่มขึ้นอีกระดับ!
ตอนนี้เหลือผีพรายเพียงตัวเดียวเท่านั้น
แต่ตัวสุดท้ายนี้…เป็นผีพรายตาสีขาว!
พลังของมันสูงกว่าผีพรายสามตัวที่ผมเพิ่งสังหารไปก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน
ถึงกระนั้น แม้มันจะเก่งกว่า แต่ก็ยังเป็นแค่ผีพรายที่เพิ่งเริ่มกลายสภาพได้ไม่นานเท่านั้น
แม้ตัวผมจะเต็มไปด้วยบาดแผล แต่ในเมื่อผมมีทั้งร่มดำ แส้กระดูกงู และกระบี่กระดูกปลาอยู่ในมือ หากมันกล้าเข้ามา ผมก็พร้อมจะสังหารมันเช่นกัน!
และดูเหมือนว่า ผีพรายตาขาวตัวนี้จะไม่รู้จักประเมินสถานการณ์เลยแม้แต่น้อย
มันถูกความโกรธครอบงำจนบ้าคลั่ง
หลังจากส่งเสียงคำรามอย่างดุร้าย ก็ว่ายน้ำพุ่งเข้ามาหาผมอีกครั้ง
เมื่อปีนขึ้นมาบนเรือ มันจ้องผมด้วยสายตาอาฆาตสุดขีด ใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างน่าสยดสยอง ก่อนพุ่งตัวใส่ผมสุดกำลัง!
แต่ผมกลับยิ้มเย็น
หลังจากดูดซับปราณต้นกำเนิดมาหลายเฮือก ตอนนี้พลังในร่างกายผมเต็มเปี่ยมยิ่งกว่าที่เคย
หนึ่งต่อหนึ่ง
ผมจะกลัวมันได้อย่างไร!
ในจังหวะที่มันว่ายพุ่งเข้ามา ผมทิ้งร่มดำในมือไปแล้ว
มือซ้ายเริ่มรวบรวมพลัง ผสานมุทราวิชาสายฟ้าทั้งเจ็ดอย่างรวดเร็ว
และในวินาทีที่มันปีนขึ้นมาอยู่บนเรือ ผมก็เปล่งเสียงตะโกนกึกก้อง “อัสนีสวรรค์กัมปนาท ปราณต้นกำเนิดไม่ขาดสาย! ข้าขอยืมอำนาจแห่งสายฟ้า พิฆาตปีศาจร้าย! อาคมสายฟ้า หัตถ์อัสนี!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ผีพรายตาขาวตัวนั้นก็พุ่งใส่ผมอย่างดุดัน!
ทั่วร่างของมันเต็มไปด้วยพลังอาฆาต กรงเล็บและเขี้ยวแหลมคมพร้อมใจกันโจมตีมาที่ผม
ในสถานการณ์ปกติ แรงกายของผมคงต้านรับไม่ไหวแน่นอน
แต่เวลานี้ สิ่งที่ผมใช้อยู่ คือ ‘วิชาสายฟ้า’!
วิชาที่ทรงพลังที่สุดที่ผมครอบครองในตอนนี้!
เพียงออกคำสั่งหนึ่งคำ ผมรู้สึกได้เลยว่าพลังปราณในตันเถียนถูกสูบไปกว่าครึ่งในพริบตา
และในมือของผมก็มีสายฟ้าแลบวาบขึ้นมา!
ในชั่วขณะที่ฟาดฝ่ามือออกไป สัญลักษณ์สายฟ้าที่วาดอยู่กลางฝ่ามือผมก็เริ่มรวบรวมพลัง แปรเปลี่ยนจากปราณเป็นสายฟ้าอย่างรวดเร็ว!
ผมประจันหน้ากับผีพรายตาขาวตัวนั้นในระยะประชิด
“เปรี้ยง!”
เสียงฟ้าผ่าดังลั่น!
สายฟ้าแผ่ออกจากฝ่ามือของผมระเบิดใส่ทันที!
ในเสี้ยววินาทีนั้น ผีพรายตาขาวที่กำลังพุ่งเข้ามารับรู้ถึง ‘ความตาย’ และ ‘ภัยอันตราย’ อันรุนแรง!
ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของมันพลันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกหวาดกลัวสุดขีด
มันพยายามจะหนี อยากจะหลบให้ไกลจากผม
แต่ก็สายเกินไปแล้ว!
ในพริบตาที่สายฟ้าระเบิดออกมา ผีพรายตาขาวตนนั้นยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องโหยหวนออกมาสักคำ ก็สลายกลายเป็นผงธุลีอย่างสมบูรณ์!