ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 174 มาเยี่ยมเยียน สาวน้อยจักรราศี
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 174 มาเยี่ยมเยียน สาวน้อยจักรราศี
ตอนนี้สภาพของผมแย่จริงๆ อยากจะไปช่วยก็ทำไม่ได้ ถ้าจะให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่คงต้องพักฟื้นอย่างน้อยสี่ถึงห้าวัน หรืออาจจะนานกว่านั้น ผมจึงทำได้เพียงถอนหายใจ “สภาพฉันตอนนี้ อย่างน้อยต้องพักอีกสี่ห้าวัน แต่เรื่องมันร้ายแรงขนาดไหน ทำไมแม้แต่นายยังจัดการไม่ได้”
ในความคิดของผม เม่าจิ้งเป็นคนที่มีฝีมือมาก ถึงแม้เขาจะเคยหมดสติไปถึงสามปี ทำให้พลังถดถอยลงไปบ้าง แต่พื้นฐานของเขาแน่นมาก สิ่งสกปรกทั่วไป เขาน่าจะรับมือได้สบาย
ถ้าแม้แต่เขายังจัดการไม่ได้ งั้นต้องเป็นวิญญาณอาฆาตสุดโหดแน่
เม่าจิ้งไม่ได้ปิดบังอะไร เขาหันไปบอกพานหลิง “เธออธิบายให้เจียงหนิงฟังที”
พานหลิงกลั้นหายใจ ดูเหมือนจะอยากพูดมาตั้งแต่แรก เมื่อได้รับโอกาส เธอตื่นเต้นจนพยักหน้ารัวๆ “ได้เลยศิษย์พี่! ขอบคุณศิษย์พี่! ศิษย์พี่ใจดีที่สุดเลย!”
เม่าจิ้งยังคงรักษาท่าทีเย็นชา ไม่ตอบอะไร
พานหลิงหันมามองผม ก่อนเริ่มอธิบาย “พี่เจียง ฟังนะคะ ลูกค้ารายนี้เป็นคนราศีพิจิก ลึกลับ เจ้าเล่ห์ และเห็นแก่ตัว…”
“เข้าเรื่อง!” เม่าจิ้งพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
พานหลิงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบเปลี่ยนโทนเสียง “ค่ะๆ ศิษย์พี่! เรื่องมันมีอยู่ว่า…ชายราศีพิจิกคนนี้เพิ่งแต่งงานรอบที่สามเมื่อสามเดือนก่อน แต่ในคืนแต่งงาน…ตอนที่เขา ‘ทำเรื่องอย่างว่า’ ดันเกือบเอาชีวิตไม่รอด…”
พานหลิงพูดถึงตรงนี้แล้วหน้าแดงก่ำ ดูเหมือนจะเขินอาย
แต่ผมไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ แค่พยักหน้าให้เธอพูดต่อ
พานหลิงสูดหายใจลึกก่อนพูดต่อไป “หลังจากคืนนั้น ภรรยาคนที่สามของเขากัดลิ้นตัวเองขาด แล้วคุกเข่าตายอยู่บนเตียง…”
ผมขมวดคิ้ว
พานหลิงพูดต่อ “เขาถูกจับขังคุกอยู่สองเดือน หลังจากออกมาได้ก็เริ่มฝันเห็นภรรยาทั้งสามของเขา พวกเธอบอกว่าทรมานมาก ตายอย่างอนาถ และต้องการให้เขาไปอยู่เป็นเพื่อน พวกเธอยังดูดพลังชีวิตจากเขา มีครั้งหนึ่ง เขาถูกล่อไปถึงสุสานจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
“เขาพยายามหาคนมาทำพิธีกรรมต่างๆ แต่ไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก ซ้ำยังมีคนเห็นว่าภรรยาทั้งสามของเขายืนอยู่หน้าบ้านเขาทั้งคืน เขาจึงพยายามหาคนช่วยอย่างไม่หยุดยั้ง และในที่สุดก็มาเจอสำนักของเราเข้า
“ฉันกับศิษย์พี่ไปตรวจสอบดู พบว่าหลุมศพของภรรยาทั้งสามของเขามีปัญหาด้านฮวงจุ้ย ทุกหลุมกลายเป็นสุสานอาถรรพ์ไปแล้ว โดยเฉพาะหลุมของภรรยาคนแรก มีพลังอาฆาตแรงกล้ามากจนแทบสลายไม่ได้ ฉันลองตรวจสอบด้วยจักรราศี พบว่าดวงดาวปะทะกันรุนแรง
“เราวางแผนจะย้ายหลุมศพ แต่ลองขุดอยู่สองครั้งกลับล้มเหลวทั้งหมด มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นตลอด สุดท้ายเลยลองใช้ ‘กระจกน้ำ’ สื่อสารกับวิญญาณของพวกเธอ หวังจะใช้วิธีเจรจาให้ไปสู่สุคติ แต่กระจกน้ำกลับแตกกระจาย วิญญาณของพวกเธอปฏิเสธจะติดต่อกับเรา
“ถ้าใช้วิธีอ่อนโยนไม่ได้ก็คงต้องใช้วิธีแข็งกร้าว แต่พลังอาฆาตของทั้งสามสุสานนั้นรุนแรงเกินไป ทั้งฉันและศิษย์พี่ไม่มั่นใจว่าจะรับมือไหว” พานหลิงพูดจบ ก็เหลือบมองเม่าจิ้งอย่างระมัดระวัง
ผมฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วรู้สึกหนักใจ
‘กระจกน้ำ’ ที่เธอพูดถึง หมายถึงกระจกธรรมดาที่ทาน้ำจากบ่อน้ำลึก ใช้ในพิธีกรรมเพื่อติดต่อกับวิญญาณของผู้ล่วงลับ ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับมัน แต่ไม่เคยลองใช้จริง
การที่กระจกแตกไปเองอาจเป็นสัญญาณว่าพลังอาฆาตของพวกเธอรุนแรงเกินไป จากข้อมูลที่ได้มา สุสานทั้งสามแห่งอาจกลายเป็นรังของวิญญาณอาฆาตไปแล้ว
ผมขมวดคิ้ว ก่อนถามต่อ “ภรรยาสองคนแรกของเขาตายยังไง”
เม่าจิ้งตอบเสียงเรียบ “ตายโหงทั้งหมด”
ได้ยินแบบนั้น ผมไม่ได้แปลกใจอะไร การตายโหงร่วมกับฮวงจุ้ยที่ไม่ดีเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดพลังอาฆาต
ผมพยักหน้าก่อนพูดอย่างเคร่งขรึม “แบบนี้คงไม่ง่ายแน่ แค่จากข้อมูลที่บอกมา ตอนนี้อย่างน้อยก็มีวิญญาณอาฆาตสามตนแล้ว”
เม่าจิ้งพยักหน้าเล็กน้อย “ใช่ เพราะงั้นฉันถึงยังไม่กล้าลงมือ ต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน รอให้นายหายดีแล้วค่อยไปจัดการพร้อมกัน”
ผมกับเม่าจิ้งค่อนข้างเข้ากันได้ดี เวลาขอให้ช่วยเก็บศพ เขาไม่เคยปฏิเสธสักคำ
ตอนนี้เขามีเรื่องมาขอให้ผมช่วย ผมย่อมไม่คิดจะปฏิเสธ “ได้ ใช้เวลาไม่เกินสี่ห้าวัน ถ้าฉันขยับตัวไหวแล้วจะตามไป”
เม่าจิ้งพยักหน้า “งั้นก็ดี ไว้ฉันโทรนัดกันอีกที คืนนี้พวกเรามีธุระแถวเมืองเก่า ต้องไปเรียกวิญญาณให้ลูกค้าคนหนึ่ง ขอตัวก่อน”
เม่าจิ้งเป็นคนพูดตรง ทำอะไรไม่อ้อมค้อม ผมก็ชอบนิสัยแบบนี้ของเขา ไม่ต้องวกไปวนมา
ผมไม่ได้รั้งไว้ และก็ไม่ได้ลุกไปส่ง “ได้ ไว้ติดต่อกัน!”
เม่าจิ้งพยักหน้าให้ผม ส่วนศิษย์น้องของเขา พานหลิงกล่าวลาว่า “บ๊ายบาย ขอให้ดวงดาวจะนำโชคดีมาให้นะ”
จากนั้นทั้งสองก็ออกจากห้องผู้ป่วยไป
จากการสังเกตของผม พานหลิงเป็นสาวน้อยสไตล์โลลิที่ชอบเรื่องดวงชะตา ดูผิวเผินยังตัดสินไม่ได้ว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี ส่วนเรื่องที่ตาเธอเป็นสีเขียว น่าจะเป็นเพราะใส่คอนแทคเลนส์ เรื่องนี้ไว้ค่อยถามเม่าจิ้งเป็นการส่วนตัวก็น่าจะรู้แล้ว
ส่วนเรื่องที่เม่าจิ้งพูดถึง ผมรู้สึกว่าไม่น่าจะมีอะไร หลังจากผ่านเรื่องราวที่ทะเลสาบหนานเทียนมา ความกล้าของผมเพิ่มขึ้นไม่น้อย รู้สึกว่าเรื่องอื่นๆ คงไม่มีอะไรโหดไปกว่านั้นแล้ว ส่วนจะเป็นอะไรก็ตาม ไว้ไปดูหน้างานเดี๋ยวก็รู้เอง!
ผมนั่งสมาธิได้สักพัก อาจารย์ก็กลับมาหลังตรวจร่างกายเสร็จ หลังจากพยาบาลกำชับเรื่องต่างๆ เสร็จก็จากไป แต่อาจารย์กลับทำท่าคันไม้คันมือ บอกว่าอยากออกไปเหวี่ยงเบ็ด
อาจารย์ผมนี่ติดเบ็ดจริงๆ ลุกจากเตียงยังไม่ได้ยังคิดจะไปตกปลา
ผมเลยเล่าให้อาจารย์ฟังว่า เมื่อครู่เม่าจิ้งมาหาผมและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง อาจารย์ที่ว่างอยู่ก็ฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะวิเคราะห์ให้ฟังว่า ชายที่แต่งงานไปสามครั้งแล้วภรรยาตายหมดอย่างนี้ อย่าคิดจะแต่งงานใหม่เลย ดวงของเขาข่มภรรยาแน่นอน
ยิ่งภรรยาตายอย่างผิดธรรมชาติ ศพได้รับการจัดการไม่ดี ฮวงจุ้ยของสุสานยังแย่สุดๆ การเกิดวิญญาณอาฆาตเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
อาจารย์ยังบอกอีกว่า ถ้าผมต้องไปจัดการเรื่องนี้ ให้ใช้วิธีเจรจาก่อน ถ้าคุยกันรู้เรื่องก็ดี แต่ถ้าคุยไม่รู้เรื่องก็อย่าปล่อยไว้ ต้องจัดการให้ถึงที่สุด ไม่ว่าผีจะดุร้ายแค่ไหนก็สู้มนุษย์ไม่ได้ ไม่ว่ามันจะแข็งแกร่งเพียงใด กลางวันมันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
ถ้าต้องลงมือ อย่าเลือกตอนกลางคืน ให้เลือกเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงที่พลังหยางแข็งแกร่งที่สุด
หาเด็กหนุ่มกำยำสามสิบคนที่มีดวงชะตาแข็งแกร่ง แล้วรื้อสุสานทั้งสามให้ราบเป็นหน้ากลอง จากนั้นนำกระดูกออกมาตากแดด พอแดดเผาจนแห้งดีแล้วค่อยเผาทำลายซ้ำ
วิธีนี้จะทรมานวิญญาณร้ายเหมือนถูกลงทัณฑ์ สามารถทำให้พลังของมันอ่อนแอลงได้อย่างน้อยสี่สิบเปอร์เซ็นต์ และเมื่อถึงตอนกลางคืน จะรับมือมันได้ง่ายขึ้นมาก
แต่วิธีนี้มีข้อเสียเช่นกัน ถ้าทำแบบนี้กับศพของพวกมัน พวกมันจะอาฆาตแค้นจนไม่มีวันให้อภัย มันจะไล่ตามล้างแค้นจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง ถ้าไม่มีความมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่าทำเด็ดขาด
อาจารย์พูดออกมาอย่างราบเรียบ แต่คำแนะนำของเขาชัดเจนและเฉียบขาด
ผมจดจำทุกถ้อยคำไว้ขึ้นใจ
ประสบการณ์พวกนี้ล้ำค่าไม่ว่าจะใช้กับการช่วยเม่าจิ้งจัดการสุสานอาถรรพ์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หรือแม้แต่ใช้ในอนาคตเพื่อรับมือกับสิ่งลี้ลับอื่นๆ
อาจารย์ที่ว่างจัดชวนผมคุยเรื่อยเปื่อย เล่าเรื่องราวในอดีตของเขาสมัยที่ยังเป็นศิษย์ฝึกหัด
ตอนที่เดินทางไปพร้อมกับอาจารย์ปู่ ฝึกฝนและกำจัดสิ่งอัปมงคล
ผมฟังอย่างตั้งใจ เพราะอาจารย์เล่าเรื่องที่ทั้งแปลกประหลาดและน่าตื่นตะลึง
หลายเรื่องเหลือเชื่อจนแทบไม่น่าเป็นไปได้
แค่เรื่อง ‘การสร้างสัตว์ของภาคเหนือ’ เรื่องเดียวก็ทำให้ผมขนลุกซู่จนหัวชาไปหมด อาจารย์เล่าว่า ตอนที่เขาอายุสิบกว่าปี เดินทางผ่านโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งกับอาจารย์ปู่
ที่นั่นมีหญิงชราคนหนึ่งอายุราวเจ็ดสิบปี แต่รูปลักษณ์ของเธอกลับดูเหมือนหญิงสาวอายุสามสิบต้นๆ ที่ยังเปี่ยมเสน่ห์
เคล็ดลับความอ่อนเยาว์ของเธอคืออะไร
มันคือการกินเนื้อลาทุกวัน นึ่ง ต้ม ทอด ปิ้ง ย่าง เธอกินได้ทุกแบบ ไม่เคยซ้ำกันสักวัน และสิ่งที่เธอชอบกินเป็นพิเศษคือ ‘ลูกอัณฑะของลา’
แต่ที่สำคัญคือ เนื้อที่เธอกินเป็นเนื้อที่ถูกเฉือนออกจากลาเป็นๆ เฉือนเท่าไร กินเท่านั้น ถ้าลาตัวนั้นตายลง เธอจะไม่กินมันอีก แต่จะนำเนื้อลานั้นไปขายให้แขกที่ผ่านทางแทน
ในยุคที่ทรัพยากรมีจำกัดเช่นนั้น จะหาลาจำนวนมากมายขนาดนั้นมาจากไหนกัน แต่แปลกที่ดูเหมือนเธอจะมีเนื้อลาขายไม่มีวันหมดเลย…