ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 204 โปรยเถ้าถ่านสะกดหลุมศพอาฆาต
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 204 โปรยเถ้าถ่านสะกดหลุมศพอาฆาต
เมื่อได้ฟังคำพูดของเหลียงโหย่วชี พวกเราก็เข้าใจสาเหตุที่พ่อของเขากลายเป็นวิญญาณอาฆาตได้อย่างกระจ่างชัด
ทุกอย่างล้วนมีเหตุมีผล การตายอย่างผิดธรรมชาติของเหลียงต้าซานประกอบกับหลุมศพอาฆาต อีกทั้งยังถูกแวดล้อมด้วยพลังอาฆาตจากลูกสะใภ้ทั้งสามที่กลายเป็นวิญญาณอาฆาต ทำให้เขากลายเป็นวิญญาณอาฆาตตนที่สี่
โชคดีที่สถานการณ์ในตอนนี้ยังอยู่ในการควบคุม
ขณะนั้นเอง พานหลิงถือจานกลมๆ สีขาวเดินเข้ามาหาพวกเรา เธอเองก็กำลังสำรวจพื้นที่เช่นเดียวกับเม่าจิ้งที่ถือเข็มทิศฮวงจุ้ยไว้ในมือ
ผมเหลือบมองจานสีขาวในมือเธอ ดูแล้วไม่คุ้นเคยนัก บนจานมีตัวเลข 1-12 และสัญลักษณ์ประหลาดบางอย่าง พร้อมทั้งอักขระที่ดูแปลกตา
มันดูคล้ายเข็มทิศฮวงจุ้ย แต่เรียบง่ายกว่ามาก ไม่มีสัญลักษณ์แปดทิศหรือสิบสองราศี ดูเผินๆ แล้วไม่น่าใช่เข็มทิศฮวงจุ้ยทั่วไป
ผมจึงถามออกไปตามตรง “พานหลิง นั่นมันเข็มทิศอะไรเหรอ ดูแล้วไม่เหมือนเข็มทิศฮวงจุ้ยเลย”
พานหลิงได้ยินดังนั้นก็หันมายิ้มกว้างให้ผมก่อนตอบ “อ๋อ! นี่คือแผนภูมิสิบสองราศี ฉันกำลังใช้มันกำหนดตำแหน่งหลุมศพของเหลียงต้าซานอยู่”
“กำหนดตำแหน่งตามราศี?”
ผมประหลาดใจเล็กน้อย รู้ว่าเธอชอบเรื่องราศี แต่ไม่คิดว่าเธอจะนำของแบบนี้มาใช้จริงๆ
“ใช่แล้ว ฉันเพิ่งตรวจดูดวงชะตาของเหลียงต้าซาน เขาเกิดราศีเมษ แต่ตำแหน่งของหลุมศพนี้กลับอยู่ในแนวเดียวกับราศีกรกฎ ราศีเมษกับราศีกรกฎเป็นราศีตรงข้ามกัน ตามหลักโหราศาสตร์ ตำแหน่งนี้ไม่เหมาะกับเขาเลย” พูดจบ เธอยื่นแผนภูมิสิบสองราศีให้ผมดู
พานหลิงชี้ไปที่เข็มสองอัน อันหนึ่งเป็นเข็มที่สามารถปรับทิศทางได้ กำลังชี้ไปที่เลขหนึ่ง
บนแผนภูมิมีสัญลักษณ์รูปหัวแกะและคำว่า ‘Aries’ ส่วนเข็มอีกอันชี้ไปที่เลขสาม ตรงนั้นมีสัญลักษณ์ปูและคำว่า ‘Cancer’ ซึ่งแสดงถึงราศีเมษและราศีกรกฎตามลำดับ
“ดูสิ! ไม่ว่าตามศาสตร์ของเราหรือหลักโหราศาสตร์ตะวันตก หลุมศพนี้ล้วนไม่เหมาะสมสำหรับเหลียงต้าซานเลย การที่เขากลายเป็นวิญญาณอาฆาตจึงแทบจะเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้…”
เมื่อพานหลิงพูดถึงเรื่องราศีก็เริ่มพูดไม่หยุดอีกครั้ง
แม้ผมจะไม่สนใจศาสตร์เกี่ยวกับราศีของตะวันตก และไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับ ‘ทฤษฎีจักรราศี’ มาก่อน แต่สิ่งที่พานหลิงพูดนั้น พอเปรียบเทียบกับหลักฮวงจุ้ยของพวกเราแล้วกลับมีบางส่วนที่สอดคล้องกันอย่างไม่น่าเชื่อ
เม่าจิ้งเห็นพานหลิงพูดไม่หยุดก็เอ่ยขัด “พอแล้ว ศิษย์น้อง เก็บของเถอะ เรื่องของเธอเอาไว้ไปพูดให้ลูกค้าต่างชาติฟังก็แล้วกัน”
พานหลิงถูกเม่าจิ้งดุเข้าให้ จึงตอบกลับอย่างขัดใจว่า “อืม” แล้วเก็บแผนภูมิสิบสองราศีไป
จากนั้น เม่าจิ้งก็หันมาพูดกับผม “เจียงหนิง ฉันดูๆ แล้ว ตอนนี้ได้เวลาแล้วละ เราเริ่มลงมือกันเถอะ ขุดเอากระดูกขึ้นมาก่อน แล้วค่อยปรับพื้นหลุมศพให้เรียบร้อย” พูดจบ เม่าจิ้งก็เก็บเข็มทิศฮวงจุ้ย
แต่ผมกลับกล่าวขึ้นว่า “อย่าเพิ่งรีบร้อน เมื่อกี้อาจารย์ของฉันโทรมาบอกว่า ก่อนจะขุดหลุมศพ เราต้องโปรยปูนขาวและชาดลงบนหลุมศพ แล้วรอให้มีน้ำซึมออกมาจากหลุมศพก่อนถึงค่อยขุดหลุม มันจะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้น”
เม่าจิ้งย่อมรู้จักชื่อเสียงของอาจารย์ผมดี ในแวดวงนี้ ใครที่ทำงานเกี่ยวกับการจัดการศพในเมืองซานย่อมรู้จักชื่อของอาจารย์ผม ‘ซ่งซือโถว’ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บศพ
“ตกลง เราเริ่มกันเลย”
เม่าจิ้งไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมและเริ่มลงมือทันที
ผมเปิดกล่องอุปกรณ์ ในกล่องมีเครื่องมือพื้นฐานครบครัน ทั้งเครื่องมือและวัตถุต่างๆ ที่จำเป็น
ปูนขาว ชาด ข้าวเหนียว ล้วนมีอยู่ครบ…
เรานำชาดและปูนขาวออกมา ผสมให้เข้ากันในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่ง
เพื่อไม่ให้เหลียงโหย่วชีรู้สึกไม่ดี ก่อนโปรย เราให้เขาจุดธูปสามดอกไหว้พ่อของเขาก่อน
เหลียงโหย่วชีจุดธูปไหว้ จากนั้นคุกเข่าต่อหน้าหลุมศพรวมของพ่อแม่เขา เสียงสะอื้นพรั่งพรูออกมาทันที
“พ่อ…แม่…ลูกอกตัญญูรบกวนพ่อแม่แล้ว ขอให้พ่อแม่หลับให้สงบ…หลับให้สงบเถอะนะ!”
เขาก้มศีรษะกระแทกพื้น
แต่เมื่อเรามองดูควันธูปที่กำลังเผาไหม้ มันกลับกลายเป็น ‘สีดำ’ อย่างเห็นได้ชัด
การดูควันธูปสามารถบ่งบอกสภาพของวิญญาณได้ หากควันเป็นสีขาวอมฟ้าและลอยตรง แสดงว่าผู้ตายจากไปอย่างสงบ หากควันเป็นสีดำขุ่นมัว แสดงว่าผู้ตายยังมีความอาฆาต ไม่สงบสุข
เราต่างเฝ้ามองโดยไม่พูดอะไร เพราะเหตุการณ์นี้อยู่ในความคาดหมายของพวกเรา
ที่ให้เหลียงโหย่วชีจุดธูปไหว้นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงการปลอบใจเขาเท่านั้น
หลังจากที่เขาคุกเข่าก้มศีรษะเสร็จ ผมก็ให้เขาออกไปข้างนอกเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาเห็นว่าธูปสามดอกนั้นจะเผาไหม้จนกลายเป็นสั้นสองยาวหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เขาตกใจจนเสียสติได้
ผมหยิบผงชาดและปูนขาวที่เตรียมไว้ แล้วเดินไปยังหลุมฝังศพของเหลียงต้าซาน
ทันทีที่เข้าใกล้หลุมฝังศพ ผมรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกพัดวูบมา ธูปสามดอกที่ปักอยู่บนหลุมศพส่งเสียง ‘กร๊อบ!’ หักกระแทกพื้นในทันที
ธงวิญญาณที่ปักอยู่บนหลุมศพก็เริ่มแกว่งไหวดัง ‘ผึบผับ’ ราวกับกำลังกรีดร้องด้วยความโกรธแค้น
ผมหัวเราะเสียงเย็น “เมื่อคืนแกหนีไปได้ แต่ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน แกคิดว่าจะรอดเหรอ” จากนั้นก็เตะเข้าไปที่ศิลาบนหลุมศพสุดแรง
“เหลียงต้าซาน แกรีบสลายพลังอาฆาต จากไปอย่างสงบซะ ไม่อย่างนั้นแกจะถูกทำลายจนวิญญาณสลายเป็นผุยผง!” พูดจบ ผมโปรยส่วนผสมของชาดและปูนขาวลงไปบนหลุมฝังศพ
เมื่อส่วนผสมตกลงพื้น ลมเย็นยะเยือกพัดกระโชก ต้นหญ้าและต้นไม้รอบๆ โอนเอนตามแรงลม เสียง ‘ซู่ซ่า’ ดังระงม
บรรยากาศรอบตัวชวนให้อึดอัด แต่พวกเราทั้งสามเหมือนไม่รู้สึกอะไร ยังคงลงมืออย่างใจเย็น
เราทยอยโปรยส่วนผสมเหล่านั้นลงไปทีละกำมือ จนกระทั่งหลุมฝังศพถูกปกคลุมไปด้วยผงสีขาวบางๆ
แสงแดดในเดือนกรกฎาคมแผดเผาอย่างร้อนแรง
เพิ่งทำงานได้ไม่นานก็เริ่มมีเหงื่อไหลซึม
เมื่อเห็นว่าผงที่อยู่ในมือหมดลงแล้ว ผมก็หันหลังเตรียมหาที่พัก
ในตอนนั้นเอง เสียง ‘แกร๊ก’ ดังขึ้นจากหลุมศพของเหลียงต้าซาน จู่ๆ หลุมศพของเขาก็แยกออกเป็นสองส่วน ชื่อของเขาถูกฉีกออกจากกันเป็นสองเสี่ยง
ทันทีที่หลุมศพแยกออก หมอกดำบางเบาก็เริ่มไหลซึมออกมา และในเสี้ยววินาทีต่อมา ของเหลวสีดำก็พุ่งพรวดออกมาพร้อมเสียง ‘ฉึก’ มันพุ่งตรงไปยังพานหลิงที่เพิ่งหันหลังให้
ผมไม่รู้ว่าทำไมในหลุมศพถึงมีของเหลวสีดำ แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่สิ่งดีแน่ และต้องเป็นฝีมือของวิญญาณอาฆาตเหลียงต้าซาน
ผมรีบตะโกนออกไปทันที
“ระวัง!” พูดจบ ผมกระโจนเข้าไปผลักพานหลิง
ของเหลวสีดำนั้นพุ่งผ่านหลังพวกเรา ก่อนตกลงสู่พื้นดิน
ทันทีที่สัมผัสพื้น เสียง ‘ฉ่า’ ก็ดังขึ้นพร้อมเกิดฟองเดือดปุดๆ คล้ายกับกรดเข้มข้นที่กำลังทำปฏิกิริยากับพื้นดิน
แม้แต่เม่าจิ้งที่อยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นฉากนี้ก็ยังตกตะลึง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ผมตวาดเสียงดังลั่น “ตายไปแล้วยังไม่ยอมสงบอีก!” พูดจบ ผมควักยันต์ออกมาขว้างไปยังป้ายหลุมศพ
ทันทีที่ยันต์แตะลงไป มันก็แนบติดกับป้ายหลุมศพที่แตกร้าวทันที
ทันใดนั้น เสียง ‘แคร่ก’ ดังขึ้น รอยร้าวคล้ายใยแมงมุมเริ่มแผ่ขยายออกจากป้ายหลุมศพ ก่อนลุกลามไปทั่วหลุม
ทุกครั้งที่รอยร้าวปรากฏขึ้น หมอกดำพลันไหลซึมออกมาจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หมอกนั้นจางมาก และสลายไปทันทีเมื่อสัมผัสแสงแดด
ผมรีบพยุงพานหลิงขึ้น แล้วพาเธอถอยออกห่างจากหลุมศพอย่างรวดเร็ว
“อยู่ให้ห่างจากหลุมศพนี้…ถอยไปให้ไกล!”
พานหลิงเองก็ไม่กล้าประมาท รีบถอยไปพร้อมผมอย่างรวดเร็ว
พวกเราทั้งสามคนถอยร่นออกไปได้เจ็ดถึงแปดเมตรก่อนจะหยุด ขณะเดียวกัน หลุมศพของเหลียงต้าซานก็พังทลาย
เสียง ‘แคร่ก!’ ดังสนั่น หมอกดำที่เคยปกคลุมพลันสลายหายไป ลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านก็สงบลงในทันที…