ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 203 ฝังศพร่วมหลุม คนไม่รู้จริงกลับทำแบบมั่วซั่ว
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 203 ฝังศพร่วมหลุม คนไม่รู้จริงกลับทำแบบมั่วซั่ว
แผนการทั้งหมดพร้อมแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่ลงมือปฏิบัติเท่านั้น แต่ก่อนที่พวกเราจะไปถึงหลุมศพของพ่อเหลียงโหย่วชี โทรศัพท์ผมดันดังขึ้นกะทันหัน
เมื่อหยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นสายจากอาจารย์ คงโทรมาถามถึงสถานการณ์ทางนี้
ผมรีบกดรับสายทันที
“ฮัลโหล! ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง” เสียงของอาจารย์ดังขึ้นจากปลายสาย แม้น้ำเสียงราบเรียบ แต่ผมรู้ดีว่าเขาเป็นห่วงผมอยู่
“อาจารย์ ทางนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าที่คิด มีวิญญาณอาฆาตถึงสี่ตน สามตนเป็นผีที่เกี่ยวข้องกับเคราะห์ดอกท้อร้าย อีกหนึ่งตนเป็นผีเฒ่าที่กลายเป็นวิญญาณอาฆาต ซ้ำพวกเรายังหาผู้ชายดวงแข็งยี่สิบคนไม่ได้ จึงกำลังจะไปลงมือทำลายหลุมศพกันเอง…”
ผมอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงแผนการที่กำลังจะดำเนินการให้อาจารย์ฟังโดยสังเขป
เมื่อเม่าจิ้งและพานหลิงเห็นว่าผมกำลังคุยโทรศัพท์กับอาจารย์ พวกเขาก็เงียบปาก ไม่พูดแทรก
อาจารย์ตั้งใจฟังทุกอย่างเงียบๆ แต่เมื่อได้ยินว่าพวกเรากำลังจะไปทำลายหลุมศพก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “พวกนายจะไปทำลายหลุมศพเองก็ได้ แต่จำไว้ให้ดี ก่อนจะขุดดินต้องโรยปูนขาวและผงชาดลงไปบนหลุมก่อน จากนั้นรอจนกว่าน้ำจะไหลออกจากหลุมศพ ถึงค่อยลงมือขุด
“เมื่อขุดไปจนเจอโกศเถ้ากระดูกแล้ว ถ้าเปิดได้ ให้เอาไปตากแดดทันที แต่ถ้าเปิดไม่ได้ ให้เอาวางบนกองไฟแล้วเผา หรือไม่ก็เอาไปนึ่งในไอน้ำ
“อย่าได้ปรานีพวกมันเด็ดขาด! อย่าไปสนใจว่าตอนยังมีชีวิตอยู่พวกมันเคยทุกข์ทรมานแค่ไหน หรือเคยมีอดีตที่น่าสงสารเพียงใด เพราะตราบใดที่พวกมันกลายเป็นวิญญาณอาฆาต หน้าที่ของพวกนายคือ ‘กำจัด’
“จำไว้ให้ดี หากวิญญาณอาฆาตเหล่านี้ไม่ถูกกำจัด สุดท้ายพวกมันจะฆ่าพวกนาย และจากนั้นพวกมันก็จะไปฆ่าคนอื่นต่อ พวกนายเดินทางสายนี้ ห้ามมีความลังเลหรือความเมตตาใดๆ กับพวกมันทั้งสิ้น เวลาต้องฆ่าก็ต้องลงมือให้เฉียบขาด เข้าใจไหม”
คำพูดนี้ ผมได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ตั้งแต่วันที่ผมเป็นศิษย์ของเขา อาจารย์ย้ำเรื่องนี้กับผมอยู่เสมอ แม้บางครั้งคำพูดจะแตกต่างไปบ้าง แต่ความหมายยังคงเดิม เขากลัวว่าผมจะใจอ่อนกับพวกวิญญาณร้ายเหล่านั้น
แต่สำหรับผม… เขาคิดมากไปเอง
“อาจารย์ ท่านเคยพูดกับผมหลายครั้งแล้ว วางใจเถอะ ผมรู้ดีว่าต้องทำยังไง” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
แต่ถึงอย่างนั้น อาจารย์ยังคงกล่าวต่อว่า “ฉันกลัวว่านายจะพูดรับปากไปงั้นๆ แต่พอถึงเวลาสำคัญกลับทำอะไรโง่ๆ ขึ้นมา ฉันไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก นายห้ามมีความสงสารหรือเมตตาต่อผีร้ายพวกนั้นโดยเด็ดขาด…” คำพูดของอาจารย์ทำให้หัวใจของผมสะดุดไปชั่วขณะ
‘ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก’ อย่างนั้นเหรอ
หรือว่า…ในอดีตเคยมีใครบางคนที่ใจอ่อนกับวิญญาณอาฆาตจนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นมา?
ความคิดนี้ทำให้ผมนึกไปถึงวิญญาณที่อาจารย์เก็บไว้ในบ้าน และคำพูดของท่านฮุยที่เคยกล่าวกับอาจารย์ตอนที่เราไปที่ทะเลสาบหนานเทียน
‘รับศิษย์อีกคนแล้วเหรอ’
หรือว่าก่อนหน้าผม อาจารย์เคยมีศิษย์ที่ถูกวิญญาณอาฆาตฆ่าตายมาก่อน?
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของผม แต่ในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะถามเรื่องนั้น
ผมกล่าวผ่านโทรศัพท์ว่า “อาจารย์ไม่ต้องห่วง ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย”
อาจารย์ส่งเสียง “อืม” ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ดี พรุ่งนี้ตอนบ่ายฉันน่าจะไปถึง ถึงตอนนั้นฉันจะเป็นคนจัดการปัญหาทุกอย่างเอง ระหว่างนี้นายก็ระวังตัวไว้ให้ดี หากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วให้แจ้งฉันด้วย ถ้าไม่สามารถรับมือได้อย่าฝืนสู้จนตัวตาย และอย่าลืมว่า…นายมี ‘ร่มปรภพ’ อยู่ในมือ เข้าใจไหม” อาจารย์กล่าวเป็นนัย
ผมรู้ดีว่าเขากำลังพูดถึง ‘เสี่ยวอวี่’ จึงตอบรับสั้นๆ ว่า “ครับ”
จากนั้นอาจารย์ก็สั่งกำชับอีกสองสามคำ ก่อนวางสายไป
ขณะเดียวกัน พวกเราก็มาถึงหน้าหลุมศพของพ่อเหลียงโหย่วชีแล้ว
เหลียงโหย่วชีชี้ไปที่เนินดินเดี่ยวๆ ตรงหน้า ก่อนจะกล่าวว่า “อาจารย์เม่า อาจารย์เจียง คุณหนูพาน นี่คือตำแหน่งหลุมศพของพ่อผม เหลียงต้าซาน”
ผมมองไปยังหลุมศพเดี่ยวๆ ตรงหน้า สายลมพัดโบกธงวิญญาณสะบัดไปมา
แม้จะเป็นกลางวัน แต่ผมก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากในหลุม
พืชพรรณรอบข้างเหี่ยวแห้งตายหมดสิ้น แสดงให้เห็นว่าถูกพลังอาฆาตจากในหลุมเผาผลาญจนมอดไหม้
กระดาษเงินกระดาษทองที่ถูกเผาถวายไว้นั้นถูกฝนชะจนยุ่ย ส่วนธงวิญญาณบนเนินหลุมก็แกว่งไปมา ชวนให้รู้สึกไม่สบายใจ
เม่าจิ้งหยิบเข็มทิศฮวงจุ้ยออกมา ก่อนจะเริ่มต้นกำหนดตำแหน่งของหลุมศพ จากนั้นก็เดินวัดระยะทางซ้ายขวาด้วยฝีเท้าของตนเอง
ผมยังมีความรู้ด้านฮวงจุ้ยไม่มากนัก จึงกระซิบถามเม่าจิ้งว่า “เม่าจิ้ง ฮวงจุ้ยที่นี่เป็นยังไงบ้าง”
เม่าจิ้งมองไปรอบๆ ก่อนตอบว่า “มีภูเขาโอบล้อม มีน้ำไหลผ่าน ยอดเขาเรียงตัวเป็นเส้นเดียวกัน ภูเขาส่งผลต่อคนในครอบครัว สายน้ำส่งผลต่อโชคลาภ ที่นี่อาจไม่ใช่หลุมศพชั้นเลิศ แต่ด้วยลักษณะของภูมิทัศน์ที่สอดคล้องกันก็ยังถือเป็นทำเลที่ดี หากคนแก่ถูกฝังไว้ที่นี่อาจทำให้วงศ์ตระกูลรุ่งเรือง” คำพูดของเม่าจิ้งทำให้เหลียงโหย่วชีที่ยืนอยู่ไม่ไกลพยักหน้ารัวๆ
“ใช่ๆ พ่อผมก็เคยพูดแบบนี้ ที่นี่เดิมทีเป็นหลุมศพของแม่ผม พ่อผมเป็นคนเลือกทำเลด้วยตัวเอง แต่ต่อมา พ่อผมขุดเถ้ากระดูกของแม่ขึ้นมา แล้วเอาให้ภรรยาคนแรกของผมกิน หลังจากนั้นหลุมศพนี้จึงว่างเปล่า ไม่นานจากนั้นภรรยาคนแรกของผมก็ตั้งครรภ์ ที่นี่จึงเหลือไว้เพียงหลุมศพจำลอง พ่อยังบอกอีกว่า หากภรรยาคลอดลูกออกมาแล้ว ต้องนำรกของเด็กมาฝังที่นี่ แต่แล้วภรรยากลับเสียชีวิตไปก่อน สุดท้ายที่นี่จึงถูกปล่อยทิ้งร้าง เมื่อตอนที่พ่อตาย ผมก็คิดว่าในเมื่อที่นี่ว่างเปล่า พ่อก็บอกว่าสถานที่นี้มีฮวงจุ้ยดี ผมจึงฝังพ่อไว้ที่นี่ ให้เขาได้อยู่ร่วมหลุมเดียวกับแม่” เหลียงโหย่วชีเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พวกเราฟังในคราวเดียว
แต่พวกเราที่ฟังอยู่กลับรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ตามหลักฮวงจุ้ย หลุมศพหนึ่งแห่งไม่ควรฝังศพสองร่าง หากฝังสองร่าง ต้องเป็นคู่ที่สมดุลกัน
การที่เหลียงโหย่วชีฝังพ่อของเขาในหลุมศพของแม่ โดยปกติแล้วไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน
แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้
พ่อของเหลียงโหย่วชีเคยขุดหลุมศพของแม่ขึ้นมา แถมยังเอาเถ้ากระดูกของเธอไปให้ภรรยาเขากิน การกระทำนี้ทำให้หลุมศพกลายเป็น ‘หลุมศพอาฆาต’
ต่อมา เหลียงโหย่วชียังนำศพของพ่อที่จมน้ำตายในโอ่งมาฝังที่หลุมศพอาฆาตนี้
เมื่อ ‘หลุมศพอาฆาต’ รวมกับ ‘วิญญาณที่ตายผิดธรรมชาติ’ จะไม่ให้เกิดวิญญาณอาฆาตได้อย่างไร
“ไม่แปลกใจเลยที่พ่อคุณกลายเป็นวิญญาณอาฆาต คุณนี่มัน ‘ลูกกตัญญู’ เสียจริง” เม่าจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หา? หมายความว่า…หมายความว่าเราไม่สามารถฝังพ่อแม่ไว้รวมกันได้เหรอ” เหลียงโหย่วชีย้อนถาม
ผมจึงกล่าวขึ้นทันที “พ่อของคุณทำอะไรกับแม่ไว้บ้างล่ะ เถ้ากระดูกของแม่คุณถูกเขาขุดขึ้นมาผสมน้ำให้ภรรยาของคุณดื่ม หลุมฝังศพของแม่คุณจึงกลายเป็นหลุมศพอาฆาตไปแล้ว
“ส่วนพ่อของคุณจมน้ำตายในโอ่ง ถือเป็นการตายอย่างผิดธรรมชาติ เมื่อถูกฝังในหลุมศพอาฆาต พ่อของคุณจะไม่กลายเป็นวิญญาณอาฆาตได้ยังไง”
“อะไรนะ! หมายความว่า พ่อของผมกลายเป็นวิญญาณอาฆาตก็เพราะผมเป็นต้นเหตุงั้นเหรอ” เหลียงโหย่วชีเบิกตากว้าง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ผมกับเม่าจิ้งไม่ได้ตอบอะไร ถือเป็นการยอมรับโดยปริยาย
จู่ๆ พานหลิงกล่าวขึ้นว่า “จากที่คุณพูดมา พ่อของคุณมีความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยและการคำนวณดวงชะตา ถ้าเขารู้ว่าคุณมีดวงพิฆาตภรรยา ทำไมเขาไม่แต่งงานเองล่ะ ทำไมต้องบังคับให้คุณแต่งงานมีลูกสืบสกุล จนทำให้คนจำนวนมากต้องตาย และสุดท้ายยังทำให้ตัวเองต้องจบชีวิตลงด้วย…”
เหลียงโหย่วชีได้ยินดังนั้นก็หันไปมองหลุมฝังศพของเหลียงต้าซาน
สุดท้ายก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ พ่อของผมเคยพูดว่า ร่างกายของเขาไม่ค่อยแข็งแรง แต่หลังจากที่เขาตายลง ผมเปลี่ยนชุดให้เขา ถึงได้รู้ว่า…เขาเป็นขันที ไม่มีความสามารถในการให้กำเนิดลูกหลานได้แล้ว…”
“ขันที!” ผมกับเม่าจิ้งอุทานพร้อมกัน
เหลียงโหย่วชีพยักหน้า “ใช่ ผมไม่แน่ใจว่าเขากลายเป็นขันทีได้อย่างไร แต่รูปร่างหน้าตาของผมกับพ่อเหมือนกันมาก ผมคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นลูกแท้ๆ ของเขา”
เมื่อได้ฟังถึงตรงนี้ ผมก็เข้าใจทุกอย่าง
ทำไมพ่อของเหลียงโหย่วชีถึงหมกมุ่นกับการให้เหลียงโหย่วชีแต่งงานมีลูกสืบสกุลขนาดนี้ เพราะตัวเขาเองไม่มีความสามารถนั้น เหลียงโหย่วชีเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเขา จึงมีเพียงเหลียงโหย่วชีเท่านั้นที่สืบทอดสายเลือดได้
เหลียงต้าซานอาศัยวิชาอ่อนหัดของตัวเอง หวังจะเปลี่ยนโชคชะตาของเหลียงโหย่วชี
หลังจากวุ่นวายไปพักใหญ่ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นกลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงโชคชะตาอะไรเลย ซ้ำร้ายยังสร้างวิญญาณอาฆาตขึ้นมาสามตน เปลี่ยนโชคชะตาไม่ได้ แต่ดันเลี้ยงวิญญาณอาฆาตได้ดีซะอย่างนั้น
เพียงแต่เรื่องนี้กลับส่งผลกระทบต่อทั้งหมู่บ้านอู๋เป่ยข่าย ไม่รู้ว่าชาวบ้านที่เสียชีวิตไปโดยไม่คาดคิดนั้นเป็นฝีมือของวิญญาณอาฆาตพวกนี้หรือเปล่า…