ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 218 โลหิตชี้นำ ปิดประตูตีแมว
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 218 โลหิตชี้นำ ปิดประตูตีแมว
เมื่อเห็นทารกแห่งความแค้นที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมอ้าปากพุ่งเข้ามากัดแถวๆ ท้องน้อย ผมถึงกับตัวเย็นวาบไปทั้งร่าง
ความหวาดกลัวในขณะนี้ยิ่งกว่าตอนที่มันพยายามกัดคอผมเสียอีก
ผมไม่อยากกลายเป็นขันที!
ในเสี้ยววินาทีวิกฤต ผมรีบยกเข่าขึ้นหมายจะกระแทกมันออกไป แต่เจ้าสิ่งนี้ว่องไวเกินคาด มันกลับคว้าเข่าของผมไว้
ถึงร่างมันจะเล็ก แต่ปากมันกลับกว้างมาก มันอ้าปากงับจุดเสี่ยงของผมอย่างแม่นยำราวกับเจตนา
‘ไอ้เวร! มันเลือกตำแหน่งโจมตีได้แยบยลจริงๆ!’
ในเสี้ยววินาทีที่เป็นตายเท่ากัน เม่าจิ้ง พี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของผมคว้าสายสะดือที่ลากยาวอยู่บนพื้นของทารกแห่งความแค้นไว้แน่น แล้วกระชากสุดแรง
แรงดึงมหาศาลทำให้มันเสียหลัก ฟันมันกระทบกันดัง “กัก”
การโจมตีของมันพลาดเป้า ทำให้ผมรอดพ้นจากอันตรายอย่างหวุดหวิด
ผมรู้สึกใจเต้นแรงจากความหวาดหวั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เม่าจิ้งกระชากสายสะดือแล้วฟันลงไปเต็มแรง
แต่ทารกแห่งความแค้นกลับใช้กรงเล็บเล็กๆ ของมันต้านรับกระบี่ของเม่าจิ้งได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
ความโกรธของผมพุ่งถึงขีดสุด คว้าร่มปรภพแล้วฟาดลงไปที่ศีรษะของมันเต็มแรง
ทารกแห่งความแค้นพลิกตัวกลิ้งหลบ มันตัดสายสะดือของตัวเอง ก่อนใช้ความสามารถสลายตัว หายเข้าไปในม่านหมอก
ผมอยากพุ่งเข้าไปฟันมันให้ตาย! แต่สมองบอกผมว่าตอนนี้ไม่มีโอกาสแล้ว ถ้าบุ่มบ่ามเข้าไป จะมีแต่ตายสถานเดียว ทำได้เพียงกางร่มปรภพขึ้นป้องกันตัวเอง แล้วถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
“กลับเข้าไปในบ้าน!”
เม่าจิ้งพยักหน้า และรีบถอยตามผมไป
เสียงครางต่ำของทารกแห่งความแค้นดังแว่วออกมาจากหมอกรอบด้าน ทำให้เราไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของมันได้
เมื่อเราถอยมาถึงหน้าประตู พานหลิงก็รออยู่แล้ว
“รีบเข้ามาเร็ว!”
เม่าจิ้งรีบพุ่งเข้าไปก่อนคนแรก พร้อมกับใช้กระบี่ไม้ท้อกรีดฝ่ามือตัวเองเป็นทางยาว
สำหรับสิ่งกระหายเลือดอย่างทารกแห่งความแค้น เลือดสดๆ ของมนุษย์คือสิ่งที่ปลุกเร้ามันได้ดีที่สุด
เขาปล่อยให้เลือดไหลหยดลงพื้น และลากเป็นทางยาวตรงแถวหน้าประตู
จากนั้น ผมก็ตามเข้าไป
ห้องที่พวกเราอยู่ ณ ปัจจุบันเป็นห้องอาหาร ภายในมีเพียงโต๊ะหนึ่งตัวและม้านั่งไม่กี่ตัว ดูโล่งกว่าที่คิด หน้าต่างถูกปิดผนึกด้วยยันต์เรียบร้อยแล้ว
“ตาข่ายสะกดวิญญาณอยู่ตรงนี้ มีสองผืน!” พานหลิงกล่าวพลางชี้ไปยังตาข่ายสะกดวิญญาณ
ผมพยักหน้ารับ “เธอกับเม่าจิ้งใช้มัน ฉันมีร่มปรภพอยู่แล้ว”
ทั้งสองคนพยักหน้ารับโดยไม่ลังเล
พวกเขาหยิบตาข่ายสะกดวิญญาณขึ้นมาแล้วถอยไปยืนด้านในสุดของห้อง ผมถอยไปซ่อนอยู่หลังประตู ส่วนเหลียงโหย่วชีนอนหมดสติอยู่ที่มุมห้อง
หากมันกล้าเข้ามาในห้อง ผมจะปิดประตูตีแมว
พื้นที่ในห้องเล็กขนาดนี้ ผมอยากรู้ว่ามันจะใช้ความสามารถสลายตัวหลบหนีได้ยังไง
เม่าจิ้งไม่มีทีท่าว่าจะห้ามเลือด ปล่อยให้มันไหลต่อไป เขาเดินไปหาเหลียงโหย่วชี แล้วใช้กระบี่ไม้ท้อกรีดฝ่ามือของอีกฝ่ายให้เลือดไหลออกมาด้วย
เหลียงโหย่วชีเป็นพ่อของทารกแห่งความแค้น เลือดของญาติสายตรงจะกระตุ้นมันได้รุนแรงยิ่งขึ้น
แผนของเม่าจิ้งนั้นง่ายมาก ใช้กลิ่นคาวเลือดยั่วยุให้มันบุกเข้ามาในห้อง
นี่เป็นเหยื่อล่อที่ดีที่สุด
ตอนนี้ สิ่งที่พวกเราต้องทำคือเฝ้ารอให้มันเข้ามาในห้องเท่านั้น
ด้านนอกยังคงมีเสียงคำรามต่ำดังมาเป็นระยะ
ไม่นานหลังจากที่พวกเราเข้ามาในห้อง ผมก็ได้ยินเสียง “แผลบๆ” ดังขึ้นที่หน้าประตู
ผมลองมองลอดผ่านช่องว่างประตูออกไป แม้เห็นไม่ชัดนัก แต่ก็พอเห็นลิ้นสีแดงกำลังเลียเลือดที่หยดลงบนพื้นอย่างต่อเนื่อง
เป็นมันแน่…ทารกแห่งความแค้น
ทุกครั้งที่มันเลียเลือด มันจะเปล่งเสียงด้วยความพึงพอใจ ดูเหมือนว่ามันกำลังตื่นเต้นสุดขีด
มันเลียเลือดที่อยู่ใกล้ประตูจนหมด จากนั้นก็ไล่เลียไปตามทางที่เม่าจิ้งหยดเลือดเอาไว้ ค่อยๆ คืบคลานเข้าใกล้เรื่อยๆ…
เสียง “แผลบๆ” ดังขึ้นต่อเนื่อง ฟังแล้วชวนขนลุก
จากช่องว่างของประตู ผมเห็นเจ้าสิ่งนั้นลากสายสะดือยาวๆ ไปตามพื้น ขณะเดียวกันก็ก้มเลียเลือดอย่างไม่รู้เบื่อ
ที่น่าขนลุกยิ่งกว่านั้นคือ สายสะดือของมันยังคงยืดขยายต่อไปได้เรื่อยๆ ลากยาวไปตามพื้นอย่างน่าพิศวง
แต่เมื่อมันเข้าใกล้ห้องที่เราวางกับดักเอาไว้กลับชะงักไป แน่นิ่งไม่ขยับ
มันนอนหมอบกับพื้น สูดดมอากาศรอบตัวแล้วคลานวนไปมา ท่าทางเหมือนอยากเข้าไปแต่ก็ลังเล แม้มันไม่มีสติปัญญา แต่ก็มีสัญชาตญาณรับรู้อันตรายที่แข็งแกร่งมาก
จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ต้องล่อมันเข้ามา!
ผมส่งสัญญาณทางสายตาให้เม่าจิ้ง พลางทำมือบอกให้เขาถอยออกมาจากมุมห้อง เพื่อให้ทารกแห่งความแค้นมองเห็นเขา
เม่าจิ้งเข้าใจทันที เขาที่ยืนอยู่ด้านในสุดของห้องเดินตรงมาหน้าประตู
เมื่อสายตาของเขาประสานกับทารกแห่งความแค้น เจ้าสิ่งนั้นก็ระแวดระวังขึ้น
มันคำรามเสียง “อู่ๆ” ใส่เม่าจิ้ง
เม่าจิ้งปล่อยกระบี่ไม้ท้อ แล้วใช้มือที่เปื้อนเลือดป้ายไปทั่วใบหน้าและลำคอ โดยเฉพาะบริเวณลำคอ เขาป้ายเลือดกลับไปกลับมาอย่างจงใจ
นั่นคือเลือดสด เลือดอุ่นๆ
เมื่อมันถูกป้ายไปทั่วลำคอ กลิ่นคาวเลือดกระตุ้นความหิวกระหายของทารกแห่งความแค้นจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
เจ้าสิ่งนี้กระหายเลือดมาก มันกินทั้งผี กินทั้งคน ทั้งมันยังเพิ่งเกิดจึงไม่อาจต้านทานสิ่งล่อใจนี้ได้เลย
มันค่อยๆ อ้าปากเผยให้เห็นฟันแหลมคม ลิ้นสีแดงสดแลบออกมา น้ำลายเริ่มไหลหยดลงมาเป็นสาย น้ำลายของมันไม่ใช่ของจริง แต่เป็นพลังวิญญาณคล้ายโลหิตของผี เมื่อหยดลงพื้นก็สลายเป็นควันดำไปทันที
“อยากกินฉันเหรอ เข้ามาสิ!” เม่าจิ้งกล่าวเสียงเย็นชา ขณะเดียวกันก็ชูฝ่ามือที่ยังมีเลือดไหลโชกขึ้นมา
ทารกแห่งความแค้นจ้องฝ่ามือที่มีเลือดไหลของเม่าจิ้งไม่วางตา แววตาของมันเต็มไปด้วยความกระหาย…
“กิน… กิน…” ทารกแห่งความแค้นเปล่งเสียงแหลมเล็กสองครั้ง ก่อนจะพุ่งตรงเข้าหาเม่าจิ้งที่อยู่ในห้อง
มันรวดเร็วมาก!
เม่าจิ้งเบิกตากว้าง เตรียมตัวหลบหลีกทันที แต่ทันใดนั้น สายสะดือสีดำอมเขียวที่พันอยู่บนท้องของมันก็สะบัดออกมาอย่างรวดเร็ว
เสียง “ฟิ้ว” ดังขึ้น ก่อนที่สายสะดือจะรัดตัวเม่าจิ้งไว้อย่างแน่นหนา
“ตุ้บ!” เม่าจิ้งล้มลงกระแทกพื้นทันที
ทารกแห่งความแค้นกระโจนขึ้นมา ก่อนจะตะครุบลงบนตัวเขา
ชั่วพริบตานั้น ผมรีบกระแทกประตูปิดดัง “ปัง!” แล้วติดยันต์สีเหลืองเพื่อปิดตายเส้นทางหนีของมัน
ทารกแห่งความแค้นหันขวับมามอง มันเห็นประตูถูกปิดสนิท แต่ยังไม่ทันที่จะตอบสนอง พานหลิงที่อยู่อีกฟากของห้องก็สะบัดมือขว้างยันต์ออกไปสองใบ
เธอร่ายอาคมพลางขยับมือผสานมุทราอย่างรวดเร็ว ก่อนเปล่งเสียงสั่ง “เร่งรัดดุจโองการสวรรค์ บัญชา!”
‘บึ้ม! บึ้ม!’ พลังของยันต์ระเบิดออกเป็นระลอกคลื่น
ทารกแห่งความแค้นสลายตัวกลายเป็นหมอกดำแล้วหายไป แต่ในจังหวะนั้นเองก็มีเสียงกระแทกดัง ‘ตึง!’ มาจากหน้าต่างที่มันพยายามพุ่งออกไป ยันต์ที่แปะอยู่บนหน้าต่างส่องแสงวาบทันที
“อ๊ากกก!” เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น ทารกแห่งความแค้นถูกดีดกระแทกพื้นอย่างแรง
พานหลิงไม่รอช้า รีบเหวี่ยงตาข่ายสะกดวิญญาณคลุมมันทันที
แต่มันรวดเร็วมาก กระโจนหลบไปด้านข้างก่อนจะปีนขึ้นไปตามผนังอย่างว่องไว
ผมพุ่งเข้าไปพร้อมกระบี่กระดูกปลาแล้วฟันเข้าใส่มันทันที
เม่าจิ้งเองก็ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หยิบกระบี่ไม้ท้อและตาข่ายสะกดวิญญาณขึ้นเตรียมพร้อม
ผมฟันกระบี่ลงไปหลายครั้ง แต่กลับพลาดเป้าทุกครั้ง
ทารกแห่งความแค้นกระโจนสวนกลับมาหาผมแทน
ผมรีบยกเอาร่มปรภพขึ้นป้องกัน
ร่มปรภพปล่อยแสงสีดำออกมา ปะทะเข้ากับมันจนกระเด็นออกไป
“คราวนี้ แกหนีไปไหนไม่ได้แล้ว!” ผมตะโกนพลางพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง
ทารกแห่งความแค้นสะบัดสายสะดือสวน
ผมรีบถอยหลบอย่างรวดเร็ว
โต๊ะภายในห้องถูกฟาดจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ แหลกละเอียดไปในพริบตา
ทว่าตอนนี้ พวกเราพลิกกลับมาได้เปรียบแล้ว!
การล้อมโจมตีของเราสามคนได้เริ่มต้นขึ้น
ทารกแห่งความแค้นพุ่งวุ่นไปทั่วห้อง
เม่าจิ้งเหวี่ยงตาข่ายสะกดวิญญาณอีกครั้ง แต่มันก็ยังหลบพ้น
ถึงพวกเราจะจับมันไม่ได้ แต่ก็บีบให้มันต้องวิ่งพล่านไปมา พุ่งกระโจนตามผนังและเพดานราวกับหนูติดจั่น
แม้มันจะว่องไวเพียงใด แต่ในพื้นที่แคบเช่นนี้ย่อมไม่สามารถใช้ความเร็วได้เต็มที่
พวกเรามีข้อได้เปรียบด้านจำนวน สามารถช่วยกันโต้ตอบและปิดช่องโหว่ได้ ขอเพียงแค่มีเวลาเพียงพอ การกำจัดมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้…