ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 217 มีคูลดาวน์ จัดการได้ยาก
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 217 มีคูลดาวน์ จัดการได้ยาก
เมื่อทารกแห่งความแค้นปรากฏตัวขึ้นจากหมอกดำ
เม่าจิ้งฟันกระบี่ลงไปทันที แต่เมื่อกระบี่กระทบตัว ร่างของมันกลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตา
กระบี่ของเขาฟาดลงไปบนความว่างเปล่า ไร้ซึ่งผลลัพธ์ใดๆ
ขณะเดียวกัน พลังอาฆาตก็พุ่งเข้าใส่ผมจากด้านซ้าย กว่าผมจะรู้ตัวก็สายเกินไปแล้ว
สายสะดือสีดำอมเขียวพุ่งมารัดรอบคอผมอย่างรวดเร็ว และกระชากรัดแน่นทันที
ผมรู้สึกเหมือนคอกำลังจะถูกหัก ร่างทั้งร่างล้มลงกับพื้นเสียงดัง “โครม” ก่อนจะถูกลากเข้าไปในม่านหมอก
“เจียงหนิง!”
“พี่เจียง!”
เม่าจิ้งและพานหลิงร้องตกใจ
ผมรีบปล่อยมือจากแส้กระดูกงู แล้วง้างสายสะดือออกจากคอ มือขวากำกระบี่กระดูกปลาแน่น แล้วฟันลงไปสุดแรง
“ฉึก!” สายสะดือขาดสะบั้น
แต่ในขณะที่มันขาด ทารกแห่งความแค้นก็กระโจนมาตรงมาหาผมทันที
มันอ้าปากกว้าง พุ่งเข้ามากัดใบหน้าของผม ความเร็วของมันเร็วจนผมตกใจสุดขีด รีบพลิกตัวกลิ้งหลบอย่างรวดเร็ว
การตัดสินใจครั้งนี้เป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุด มันพุ่งวืด หลบไปได้อย่างหวุดหวิด
เม่าจิ้งตามเข้ามาโจมตีทันที
ขณะเดียวกัน ยันต์ของพานหลิงก็ระเบิดข้างๆ ตัวผม
ทารกแห่งความแค้นสลายตัวกลายเป็นหมอกดำอีกครั้ง
ผมรีบลุกขึ้น ไอสองสามทีก่อนพูดขึ้น “ฉันไม่เป็นไร พานหลิง เธอทำหน้าที่ของเธอต่อไป”
ผมพยายามสงบสติให้เร็วที่สุด หลังจากรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
“เจ้าตัวนี้เพิ่งคลอดออกมาแท้ๆ แต่กลับรู้จักใช้มายาลวงตา ถ้ามันอยู่นานกว่านี้คงยิ่งน่ากลัวมากแน่” เม่าจิ้งกล่าวด้วยสีหน้าหนักใจ
เราทั้งสองยืนหันหลังชนกัน ประจำอยู่หน้าประตู เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีจุดอับสายตาใดๆ
ขณะเดียวกัน พานหลิงก็ลากเหลียงโหย่วชีเข้าไปในบ้าน แล้วรีบปิดประตูติดยันต์ทันที ทำแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ทารกแห่งความแค้นบุกเข้าไปจัดการพานหลิงที่อยู่ตามลำพัง
ทารกแห่งความแค้นเคลื่อนรวดเร็วเกินไป แส้กระดูกงูไม่สามารถโจมตีมันได้ ผมจึงต้องหยิบร่มปรภพขึ้นมาตั้งรับ
พวกเราเพียงต้องรออีกไม่นาน เมื่อกับดักถูกเตรียมพร้อมและมันถูกล่อเข้าไปในบ้าน ต่อให้มันเร็วแค่ไหนก็ไม่มีทางหนีได้
แต่ผมหายใจยังไม่ถึงสิบฟืด หมอกดำสายหนึ่งก็พุ่งตรงมาจากด้านหน้า พร้อมกับเสียงกรีดร้องแหลมสูงของทารกแห่งความแค้น
ยังเป็นรูปแบบการโจมตีเดิม แต่คราวนี้ผมกับเม่าจิ้งฉลาดขึ้น เราไม่ได้พุ่งเข้าไปต้านรับโดยตรง
ผมกางร่มปรภพขวางเส้นทางหมอกดำที่พุ่งมา
หมอกดำที่มีพลังกัดกร่อนแตกกระจาย แต่นี่ไม่ใช่การโจมตีจริงๆ ของทารกแห่งความแค้น
เป็นอย่างที่คิด เสียงร้องและหมอกดำที่พุ่งเข้ามาเป็นเพียงกลลวง การโจมตีที่แท้จริงมาจากอีกทิศทางหนึ่ง
มันเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง สายสะดือสีดำอมเขียวพุ่งออกมาจากม่านหมอกสีขาว มุ่งตรงไปยังลำคอของเม่าจิ้ง
คราวนี้เม่าจิ้งมองเห็นชัดเจน เขาไม่ได้ฟันมันด้วยกระบี่ แต่กลับคว้าแน่น
“จับมันได้แล้ว!” เม่าจิ้งตะโกน
ผมเก็บร่มปรภพ แล้วพุ่งไปยังทิศทางของสายสะดือทันที
เม่าจิ้งพยายามดึงยื้อกับทารกแห่งความแค้น แต่เห็นได้ชัดว่าเขาสู้แรงมันไม่ได้ เขาค่อยๆ ถูกลากเข้าไปข้างหน้า
ผมวิ่งไปตามเส้นทางของสายสะดือสีดำอมเขียว พุ่งไปอีกไม่กี่เมตรก็เห็นทารกแห่งความแค้นยืนอยู่ตรงมุมกำแพง
กรงเล็บเล็กๆ สีดำอมเขียวของมันกำสายสะดือที่ออกมาจากท้อง ดึงยื้อกับเม่าจิ้งราวกับกำลังเล่นชักเย่อ
ผมจ้องมันเขม็ง ก่อนยกกระบี่แทงออกไปสุดแรง
“ไปตายซะ!”
แต่ทารกแห่งความแค้นไม่ใช่วิญญาณธรรมดา มันมีสัญชาตญาณการต่อสู้ตั้งแต่เกิด ทำให้มันตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
มันกระชากสายสะดือของตัวเองจนขาด ก่อนที่กระบี่ของผมจะแทงลงมา และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มันก็ใช้ความสามารถสลายตัวอีกครั้ง หายไปจากสายตาผม
ยังไม่ทันที่ผมจะตั้งหลัก มันก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายผม แล้วอ้าปากพุ่งมากัดแขน!
แต่เม่าจิ้งเคลื่อนที่เร็วกว่า เขาพุ่งเข้ามาพร้อมแทงกระบี่ออกไป
ครั้งนี้ทารกแห่งความแค้นไม่เลือกใช้ความสามารถสลายตัว แต่มันยกกรงเล็บขึ้นมา ตั้งท่าตอบโต้กลางอากาศ!
เสียง “ปัง!” ดังสนั่น กรงเล็บของทารกแห่งความแค้นปะทะเข้ากับกระบี่ไม้ท้อของเม่าจิ้งอย่างจัง
การโจมตีนี้ทำให้กระบี่ของเม่าจิ้งเบี่ยงออกจนพลาดเป้า แต่ก็ช่วยให้ผมรอดพ้นจากอันตราย
ผมยกร่มปรภพขึ้น แล้วฟาดลงไปบนทารกแห่งความแค้นสุดแรง
มันถอยหลังไปสองสามก้าว ก่อนใช้ความสามารถสลายตัวกลายเป็นหมอกดำ
“เกือบจัดการมันได้แล้ว!” เม่าจิ้งกล่าวอย่างเสียดาย แต่จากการปะทะกันครั้งนี้ ผมกลับสังเกตเห็นบางอย่าง เมื่อครู่ทารกแห่งความแค้นใช้ความสามารถสลายตัวมาปรากฏตัวทางซ้ายของผม แต่ขณะเดียวกันเม่าจิ้งก็ลงมือโจมตีพอดี
ตามหลักแล้ว มันสามารถใช้ความสามารถสลายตัวหลบหนีไปได้ แต่มันกลับเลือกที่จะใช้กรงเล็บเล็กๆ สวนกลับกระบี่ไม้ท้อของเม่าจิ้งแทน
จากนั้น เมื่อมันตกลงพื้นและผมใช้ร่มปรภพโจมตี มันกลับถอยหลังไปสองก้าวก่อนจะสลายตัวหายไป
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงสองวินาทีเท่านั้น
หรือว่าความสามารถ ‘สลายตัว’ ของมัน จะมีคูลดาวน์[1]?
เมื่อนึกถึงจุดนี้ ผมรีบพูดกับเม่าจิ้งทันที
“เม่าจิ้ง นายสังเกตเห็นไหม ความสามารถสลายตัวของมันอาจมีเวลาจำกัด ประมาณสองวินาที ไม่สามารถใช้ได้ตลอดเวลา”
ขณะที่พูด ผมกวาดตามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
เม่าจิ้งได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าพลางครุ่นคิด “คราวหน้าเราต้องลองพิสูจน์ดู ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ช่วงเวลาสองวินาทีนี้อาจเป็นจุดอ่อนของมัน”
เม่าจิ้งพูดจบ เสียงคำรามต่ำก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
กลุ่มหมอกดำเริ่มก่อตัวอีกครั้ง
“มาแล้ว!” ผมรีบเตือน พร้อมหันไปใช้ร่มปรภพตั้งรับ
เสียง “ปัง!” ดังขึ้นอีกครั้ง
ร่มปรภพต้านทานการโจมตีของหมอกดำไว้ได้ แต่แรงกระแทกยังทำให้ผมถอยหลังไปหนึ่งก้าว
พลังของมันแข็งแกร่งขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นการโจมตีลวง
หลังจากรับมือกับการโจมตีนี้ ผมรู้สึกได้ถึงกระแสพลังอาฆาตเย็นเยือกที่พุ่งลงมาจากด้านบน…
ทารกวิญญาณพุ่งลงมาจากด้านบน มุ่งตรงมายังศีรษะของพวกเรา
เม่าจิ้งร้องเตือนเสียงต่ำ “ข้างบน!”
เขาสะบัดมือขว้างยันต์ออกไปทันที
“ทำลาย!”
“บึ้ม!”
ในเสี้ยววินาทีที่ยันต์ระเบิด ทารกแห่งความแค้นสลายตัวกลายเป็นหมอกดำแล้วหายไป ก่อนปรากฏตัวขึ้นอีกทีบนพื้นห่างจากพวกเราสองเมตร
ผมพุ่งโจมตีมันทันทีพลางนับเวลาคร่าวๆ ในใจ
ไม่สำคัญว่าผมโจมตีโดนหรือไม่ สิ่งสำคัญคือต้องพิสูจน์สมมติฐาน
ผมใช้เวลาเพียงหนึ่งวินาทีเศษฟาดร่มปรภพลงไป ครั้งนี้ทารกแห่งความแค้นไม่ได้สลายตัวทันที แต่มันกระโดดหลบไปด้านข้าง เมื่อผมยกกระบี่กระดูกปลาขึ้นมาเพื่อโจมตีซ้ำ มันถึงค่อยใช้ความสามารถสลายตัวอีกครั้ง
เวลาที่มันใช้ในการหายตัวอยู่ที่ประมาณสองวินาทีเศษ
ในวินาทีที่มันหายตัวไป ผมกับเม่าจิ้งกล่าวขึ้นพร้อมกัน
“สองวินาทีครึ่ง!”
พวกเรามองหน้ากันแล้วยิ้ม แม้ยังเล่นงานมันไม่ได้ แต่พอรู้ข้อจำกัดของความสามารถนี้แล้ว เมื่อกับดักพร้อม การกำจัดมันก็เป็นเพียงเรื่องของเวลา
เรากลับมายืนข้างๆ กันอีกครั้ง เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าต่อไป
ภายในบ้านมีเสียงของพานหลิงดังขึ้น “เข้ามาได้แล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ผมกับเม่าจิ้งต่างรู้สึกยินดี แต่เราไม่ได้รีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที เราถอยหลังอย่างระมัดระวัง เผื่อว่าทารกแห่งความแค้นจะจู่โจมจากด้านหลัง
พวกเราถอยไปได้ไม่กี่ก้าว ทารกแห่งความแค้นก็ลงมืออีกครั้ง คราวนี้หมอกดำเข้มข้นกว่าครั้งก่อน หมอกดำกัดกร่อนพื้นดิน ส่งเสียง “ซู่” ไม่หยุด
ผมยังคงใช้ร่มปรภพตั้งรับไว้
ในขณะที่กำลังต้านหมอกดำ ทารกแห่งความแค้นก็พุ่งตรงเข้ามาจากพื้นด้านล่างด้วยความเร็วสูง
เม่าจิ้งฟาดกระบี่เข้าใส่ แต่มันไม่ใช้ความสามารถสลายตัวเหมือนก่อนหน้านี้ กลับใช้กรงเล็บเล็กๆ ของมันปัดกระบี่ออกไปแทน
ทันทีที่มันปัดกระบี่ของเม่าจิ้งออก สายสะดือที่พันอยู่บนท้องของมันก็สะบัดพุ่งตรงไปยังศีรษะของเม่าจิ้ง เขาตกใจสุดขีด รีบเอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลบ
ผมสบโอกาส หมุนกระบี่กระดูกปลาฟันสวนกลับไป ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มันใช้ความสามารถสลายตัวหลบหนีไปอีกครั้ง และเมื่อมันปรากฏตัว คราวนี้มันอยู่ตรงเท้าของผม!
มันอ้าปากกว้างพลางกระโจนตัวขึ้นมา เตรียมจะกัดเข้าที่ท้องน้อยของผม…
[1] คูลดาวน์ หมายถึง ระยะเวลากว่าจะใช้ใหม่ได้อีกครั้ง เช่น คูลดาวน์ 2 วินาที แสดงว่าต้องรอ 2 วินาทีถึงจะใช้ได้ใหม่อีกครั้ง