ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 31 ซ่งซือโถว ปัญหานายมันใหญ่จริงๆ
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 31 ซ่งซือโถว ปัญหานายมันใหญ่จริงๆ
ในขณะที่ซ่งซือโถวพูดไป มือก็กำลังลากสายเบ็ดไปด้วย ดูจากแรงดึงของสาย น่าจะเป็นปลาตัวใหญ่
แต่คำพูดของเขากลับทำให้ผมสะดุ้งไปทั้งใจ เขาแค่มองผมแวบเดียวก็รู้ว่าผมเจอปัญหาเข้าแล้ว
คำพูดที่ให้ผมอยู่ต่อก็ชัดเจนว่าเขาต้องการช่วยผม เพียงแต่คำพูดของเขาตรงเกินไปจนไม่ค่อยน่าฟัง
แต่ช่างเถอะ ผมมาที่นี่ก็เพื่อให้เขาช่วยอยู่แล้ว
ผมไม่ลังเล รีบตอบกลับไปทันที “ขอบคุณครับคุณลุง ผมจะอยู่ต่อ”
พูดจบ ผมก็ก้าวเข้าไปหาเขา เห็นซ่งซือโถวดูตื่นเต้นกับการดึงปลา
มันเป็นปลาสีเขียวเข้มที่หนักสิบกว่ากิโลได้
รออยู่ครู่หนึ่ง ปลาก็ถูกลากเข้ามาใกล้ฝั่ง ผมรีบคว้าสวิงจับปลาขึ้นมาเพื่อช่วยเขา
“คุณลุงครับ ปลาตัวใหญ่มากเลย ฝีมือสุดยอดจริงๆ!” ผมเอ่ยชมด้วยความจริงใจ หวังให้เขามองผมในแง่ดียิ่งขึ้น…
ซ่งซือโถวได้ยินผมพูดก็หัวเราะเสียงดัง “ฮ่าๆๆ” ดูภูมิใจในตัวเองสุดๆ ก่อนพูดอย่างอารมณ์ดีว่า “แค่เรื่องง่ายๆ น่ะ ใช่ๆ ช่วยจับดีๆ อย่าให้มันหลุดไปล่ะ”
ผมจึงตั้งใจช่วยเขาอย่างระมัดระวังสุดๆ เพราะสำหรับนักตกปลา การปล่อยปลาตัวใหญ่หลุดไปน่าจะเจ็บปวดไม่ต่างจากถูกฆ่าตาย
ถ้าปลาตัวนี้หลุดไป ผมคงไม่มีหน้าไปขอให้เขาช่วย ถึงจะพูดถึงชื่อของลุงอวี๋ เขาก็คงไม่สน
ในที่สุด ผมก็ช่วยจับปลาตัวใหญ่นั้นขึ้นฝั่งได้สำเร็จ
ซ่งซือโถวดูตื่นเต้นมาก เสียงดังลั่นเหมือนอยากให้นักตกปลารอบข้างรู้ว่าเขาตกปลาตัวใหญ่ได้
แต่คนตกปลารอบๆ กลับทำหน้าเฉยเมย บางคนถึงกับมองเขาด้วยสายตาดูแคลน เหมือนจะรำคาญที่เขาเอาแต่โอ้อวด
ผมยืนเงียบๆ อยู่ข้างๆ ไม่พูดอะไร และจงใจหลีกเลี่ยงไม่ให้เหยียบเงาของเขา เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องไม่พอใจ
ซ่งซือโถวโอ้อวดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะจับปลาตัวใหญ่ใส่ถุงตาข่าย
จากนั้นเขาตบมือสองที หันมามองผม พร้อมพูดว่า “ดูจากท่าทาง นายเข้าใจอะไรได้ดีนะ แล้วรู้ตัวไหมว่าตัวเองเจอเรื่องอะไรเข้า”
ผมพยักหน้ารับและพูดออกไปตามตรง “รู้ครับ วันนี้ผมมาที่นี่ ก็เพื่อขอให้คุณลุงช่วยผมให้พ้นภัย”
แต่ซ่งซือโถวกลับหัวเราะเบาๆ ก่อนส่ายหน้า “พ้นภัยเหรอ คงไม่ต้องแล้วละ รอยศพมันขึ้นมาถึงคอแล้ว ยังไงนายก็ตายแน่”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “แต่ไอ้หนุ่ม นายก็ไม่เลวนะ เอาโชคดีมาให้ฉันตั้งตัวเบ้อเริ่ม เพราะงั้นฉันจะช่วยคุ้มครองนายหนึ่งคืน ให้มีชีวิตต่อได้อีกวัน ถ้านายอยากอยู่ก็อยู่ ถ้าไม่อยากอยู่ก็เรื่องของนาย…”
คำพูดของซ่งซือโถวตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อมค้อมหรือคำหวานใดๆ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนจริงใจ
และผมก็ชอบคุยกับคนที่ตรงไปตรงมาแบบนี้ แต่แค่คืนเดียวคงไม่พอ เพราะผมต้องการหลุดพ้นจากการถูกผีอย่างจางเฉียงตามหลอกหลอน
ผมจึงตัดสินใจพูดต่ออย่างไม่อ้อมค้อมเช่นกัน “คุณลุงครับ ช่วยคนก็ต้องช่วยให้สุด นำส่งพุทธก็ต้องให้ถึงตะวันตก[1] ลุงอวี๋บอกให้ผมมาหาคุณ เขาบอกว่าถ้าคุณช่วยผมได้ เขายอมทำเหยื่อตกปลาคนตายให้คุณสามเดือน พร้อมทั้งเก็บความลับของคุณไว้ไม่บอกใคร”
ซ่งซือโถวได้ยินดังนั้น เขาก็เริ่มลูบเคราแพะเล็กๆ บนคาง ก่อนหรี่ตาจ้องผม “ลุงอวี๋…หมายถึงอวี๋หลงใช่ไหม เจ้านั่นมันตัวดีเลยจริงๆ แต่…เขาพูดจริงเหรอว่าจะช่วยทำเหยื่อตกปลาคนตายให้ฉันสามเดือน”
ผมพยักหน้าตอบ “ลุงอวี๋บอกผมตอนอยู่ที่โรงพยาบาล เขาว่าคุณลุงฝีมือดีกว่าเขามาก ถ้าคุณลุงยอมช่วย ยังไงก็ต้องจัดการเรื่องที่เกิดกับผมได้แน่ พอเขาออกจากโรงพยาบาล เขาจะทำเหยื่อให้คุณลุงสามเดือนเต็ม”
ซ่งซือโถวได้ฟังดังนั้น ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย พร้อมแสดงสีหน้าร้อนรน “อวี๋หลง เจ้านั่นเข้าโรงพยาบาลเหรอ”
พอเห็นเขาดูตื่นตัวขึ้น ผมก็รู้ทันทีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลุงอวี๋ไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่ลุงอวี๋บรรยายไว้
ผมพยักหน้าอีกครั้ง “ลุงอวี๋ช่วยผมจนตัวเองถูกสิ่งสกปรกทำร้ายที่คอ ตอนนี้ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล”
ซ่งซือโถวทำหน้าตึงเครียดขึ้นทันที “แล้วเขาเป็นยังไงบ้าง”
ซ่งซือโถวทำเป็นนิ่งเฉย แต่สายตากลับดูเลิ่กลั่กไม่มั่นคง
“อาการของลุงอวี๋ตอนนี้ทรงตัวแล้วครับ ถ้าแผลไม่ติดเชื้อก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร” ผมตอบไปตามตรง
เมื่อได้ยินดังนั้น ซ่งซือโถวก็ดูโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เจ้านั่นเป็นแค่พ่อครัวแท้ๆ ยังกล้าเข้าไปยุ่งกับของสกปรกแบบนั้น สมควรแล้วที่ต้องเจ็บตัว”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อด้วยความมั่นใจ “แต่ฝีมือฉันเก่งกว่าเจ้านั่นแน่นอน ในเมื่อเขายอมช่วยฉันทำเหยื่อตกปลาสามเดือน งั้นนายเล่ามาซิ ช่วงนี้เจออะไรมาบ้าง เล่าทุกอย่าง อย่าข้ามรายละเอียด ฉันจะดูว่าพอช่วยนายได้ไหม”
พอได้ยินเขาถามเรื่องสำคัญ ผมก็รีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มเล่าให้เขาฟังตั้งแต่เรื่องที่เมื่อปีที่แล้วผมคบกับแฟนสาว เรื่องที่เธอขอเหรียญ จากนั้นก็พบเธออีกครั้งในคาบกายวิภาคพร้อมกับเหรียญที่อยู่ในปากของเธอ เรื่องที่จางเฉียงกับอาจารย์วิชากายวิภาคเสียชีวิตอย่างกะทันหัน…
ผมเล่าทุกอย่างต่อเนื่อง เรื่องที่ผมเจอลุงอวี๋ เรื่องใช้อาหารเซ่นผีส่งวิญญาณ แต่กลับถูกวิญญาณชายชราขัดขวาง
ต่อมาก็เล่าเรื่องที่เราหนีไปหลบในห้องอาถรรพ์แล้วลุงอวี๋ได้รับบาดเจ็บ รวมไปถึงเหตุการณ์ที่ผมเจอรถบัสผีขณะพาลุงอวี๋ไปโรงพยาบาล
ผมเล่าอย่างละเอียด แทบไม่ข้ามแม้แต่จุดเล็กน้อย
ซ่งซือโถวฟังจนจบ ขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด ระหว่างฟังเขายังเหลือบมองผมด้วยสายตาฉงนเป็นระยะ สีหน้าแปลกประหลาด
สุดท้าย เขาขอวันเดือนปีเกิดของผมไปตรวจดู
“ฉันจะดูว่านายเป็นคนดวงอ่อนหรือมีดวงดึงดูดพวกผี”
หลังตรวจดู เขาอุทานพร้อมบ่นว่า “นายมีดวงบ้าอะไรวะเนี่ย! ทั้งฆาต คม ภัย และร้ายรวมครบหมด ดวงห่วยขนาดนี้ยังไม่ตายอีก? ซ้ำยังสอบติดแพทย์ด้วย? นี่ถ้าไม่ใช่บรรพบุรุษส่งเสริม ก็คงแค่บังเอิญโชคดีแบบสุดๆ”
พูดจบ ซ่งซือโถวกลับชะงักไปคล้ายคิดอะไรได้ เขาเก็บเบ็ดตกปลา หยุดการตกปลาอย่างกะทันหัน จากนั้นลูบเคราแพะเล็กๆ พร้อมจ้องมองผมด้วยสายตาประหลาดที่ทำเอาผมรู้สึกไม่สบายใจ
เขาเลียริมฝีปากเบาๆ ระหว่างมองมา สีหน้าดูเหมือนเริ่มตื่นเต้น
สายตาแบบนั้นทำให้ผมรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ขายังต้องเกร็งแน่นโดยไม่รู้ตัว
จู่ๆ ก็รู้สึกว่า เขากำลังคิดวางแผนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับผม
แต่เรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแพทย์ได้ ผมมั่นใจว่าเพราะความพยายามของตัวเองล้วนๆ!
‘ผมจำไม่ได้หรอกนะว่าใช้เวลาหลายวันหลายคืนเรียนหนักแค่ไหนถึงสอบติดมาได้ แต่บอกเลยว่าผมไม่ได้โชคดีหรือฟลุคอะไรทั้งนั้น’
ถึงผมจะไม่ได้พูดออกไป แต่ในใจก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจกับคำพูดของเขา
อย่างไรก็ตาม คำพูดของเขาก็ชัดเจนว่า ดวงชะตาของผมไม่ดีและนำพาเรื่องร้ายๆ มาให้
ในที่สุดซ่งซือโถวก็ละสายตาจากผม กลับสู่ท่าทีสงบอีกครั้ง เขาจับมือซ้ายของผมขึ้นมา ตรวจดูเส้นลายมือและข้อมือ
เส้นลายมือผมไม่เข้าใจหรอกว่าเขาดูอะไร แต่บนข้อมือกลับมีรอยจ้ำดำๆ คล้ายรอยศพ
เขาจ้องมองอยู่นานก่อนจะส่ายหัวแล้วพูดขึ้นว่า “ไอ้หนุ่ม เรื่องที่นายเจอนี่มันหนักกว่าที่ฉันคิดไว้อีก”
เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “ตามดวงชะตา นายควรตายไปนานแล้ว แต่ที่อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้ คงไม่ใช่เพราะไอ้โง่อวี๋หลงช่วยปกป้องนายหรอก แต่เป็นเพราะแฟนเก่าของนายต่างหากที่ช่วยปกป้องนายไว้”
ได้ยินแบบนั้น ผมถึงกับอึ้งทันที
แฟนเก่าผมกำลังปกป้องผมอยู่เหรอ
ผมจ้องมองซ่งซือโถวด้วยสายตาสงสัย ก่อนจะเบิกดวงตากว้าง พร้อมถามด้วยความไม่เข้าใจ “คุณลุง หมายความว่ายังไงครับ ช่วยอธิบายให้ชัดเจนหน่อยได้ไหม”
ซ่งซือโถวหัวเราะเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ “พูดง่ายๆ ก็คือ ดวงชะตาของนายไม่ดี เป็นคนที่มีชะตาตายก่อนวัยอันควร ปกติแล้วนายไม่น่ารอดมาถึงตอนนี้ได้”
ยิ่งเขาพูด สมองผมก็ยิ่งสับสน เขาเห็นสีหน้าผมเต็มไปด้วยความซับซ้อนระคนตกใจ จึงพูดต่อว่า “ฉันเดาว่า เหตุผลที่นายยังมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้ เป็นเพราะแฟนเก่าของนายช่วยปกป้อง”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนอธิบายเพิ่มเติม “วิธีที่เธอช่วยนายก็คือ การให้เหรียญนำโชคกับนาย ที่เธอจากนายไปไม่ใช่เพราะนายไม่ได้ใช้เหรียญนั้น แต่เป็นเพราะตัวเธอเองมีปัญหา
“ถ้าเธอไม่มีปัญหา ตัวเธอที่เป็นวิญญาณที่สามารถช่วยนายหาเหรียญนำโชคได้ จะไม่มีทางถูกนำร่างออกมาชำแหละแบบนั้น
“นั่นแสดงว่าเธอเองก็เอาตัวไม่รอดจนไม่มีเวลามาดูแลนาย พอนายไม่ได้เหรียญนำโชคใหม่ๆ และดวงชะตาก็แย่อยู่แล้ว มันเลยทำให้นายถูกวิญญาณและพลังลบตามรังควาน”
ซ่งซือโถวอธิบายสถานการณ์ของผมด้วยคำพูดง่ายๆ ที่ผมพอจะเข้าใจได้ แต่ทุกคำพูดของเขาทำเอาผมอึ้งจนแทบพูดอะไรไม่ออก...
สุดท้าย เมื่อเห็นว่าผมยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง ซ่งซือโถวก็พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ อีกครั้งว่า
“สำหรับฉัน การส่งวิญญาณที่ตามรังควานนายไปไม่ใช่เรื่องยากเลย ฉันแค่สะบัดมือก็จัดการได้แล้ว แต่ถ้านายอยากจะมีชีวิตรอดต่อไป…นั่นแหละที่ยากจริงๆ”
[1]นำส่งพุทธก็ต้องให้ถึงตะวันตก เป็นสำนวนจีน หมายถึงช่วยแล้วก็ต้องช่วยให้สุด