ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 47 กระต่ายตัวแทน เขาไม่รู้ความจริง
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 47 กระต่ายตัวแทน เขาไม่รู้ความจริง
เขายกกระต่ายตัวแทนขึ้น มองมันด้วยดวงตาที่ซีดขาวไร้ชีวิต ใบหน้าแสดงความสงสัยประหลาด
ผมนอนหมอบกับพื้น ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
ถ้าเขาจับได้ว่าผมอยู่ตรงนี้ ทุกอย่างจะจบสิ้น
เฉินกั๋วฝูจ้องกระต่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบ่นออกมาอย่างไม่พอใจ “นักศึกษาสมัยนี้ร่างกายอ่อนแอจริงๆ!”
พูดจบ เขาก็ยกกระต่ายตัวแทนขึ้นและเดินไปที่เตียงชันสูตร
วิญญาณหญิงที่ซุกตัวอยู่ที่มุมห้องยังคงสั่นสะท้าน เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
เมื่อมาถึงเตียงชันสูตร เขาเหวี่ยงกระต่ายลงบนเตียงอย่างแรง
เสียง “ตึง” ดังสนั่นไปทั่วห้อง
กระต่ายตัวแทนที่ถูกดูดกลืนพลังไปบางส่วนแล้ว เรี่ยวแรงยิ่งหดหาย
มันไม่สามารถขยับตัวได้อีกต่อไป
เฉินกั๋วฝูยืนอยู่ข้างเตียงชันสูตร จ้องกระต่ายนิ่งด้วยสีหน้ามืดขรึม
เขาเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ “คาบวิชากายวิภาค…เริ่มต้นขึ้นแล้ว!”
พูดจบ เขาก็ทำเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
เขาหยิบหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวมปิดครึ่งล่างของใบหน้า แต่สิ่งที่โผล่พ้นออกมาคือดวงตาขาวโพลนที่ไร้แววชีวิต
นี่ทำให้ผมที่ซ่อนตัวอยู่ขนลุกไปทั้งร่าง
หลังจากใส่หน้ากากอนามัยเสร็จ เขายกมือขึ้น ในมือของเขามีมีดผ่าตัดส่องประกายแวววาว
“บทเรียนวันนี้…การชันสูตรร่างมีชีวิต”
พูดจบ เขาก็กดปลายมีดลงไปบนร่างของกระต่ายตัวแทน!
จากตำแหน่งที่ผมอยู่ ผมมองไม่เห็นว่าเขากำลังเฉือนกระต่ายตัวแทนที่ส่วนไหน ได้ยินเพียงเสียงร้องเจ็บปวดที่แผ่วเบาของมัน
มันดิ้นรนเล็กน้อยก่อนจะอ่อนแรงลงไป แต่สุดท้ายก็ไร้ประโยชน์
เฉินกั๋วฝูดูเหมือนจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ
เขาเบิกตากว้าง ดวงตาสีขาวขุ่นจ้องเขม็งไปที่ร่างของกระต่ายตัวแทน
มือของเขาขยับอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่มีดผ่าตัดกรีดลงไปบนร่างของมัน
เสียง “ฉัวะๆๆ” ดังขึ้นต่อเนื่องราวกับกำลังถลกหนัง
ผมเห็นเขากำลังจับหนังของกระต่ายที่ถูกลอกออกครึ่งหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างกำลังแยกเนื้อออกจากกล้ามเนื้ออย่างละเอียด
กลิ่นคาวเลือดเริ่มฟุ้งกระจายในอากาศ
เฉินกั๋วฝูพึมพำกับตัวเอง “อืม…ทำไมจู่ๆ ฉันรู้สึกกระหายน้ำขึ้นมานะ”
พูดจบ เขาก็กวาดตามองไปรอบๆ
“ดูสิ ลืมเอาน้ำมาดื่มก่อนเริ่มสอนอีกแล้ว ช่างเถอะๆ เจียงหนิง เธอเสียเลือดไปเยอะพอสมควรเลย อาจารย์กำลังคอแห้งพอดี งั้นขอดื่มสักหน่อยละกัน…”
พูดจบ เขาก็ดึงหน้ากากอนามัยลง จากนั้นค่อยๆ อ้าปากกว้าง
ฟันของเขาเป็นซี่แหลมคมเหมือนฟันฉลาม ลิ้นสีแดงสดแลบออกมาช้าๆ
เขาดูตื่นเต้นและดีใจอย่างเห็นได้ชัด
แล้วในพริบตานั้น เขาก็แลบลิ้นเลียลงไปบนแผลเปิดของกระต่ายตัวแทน
ภาพที่เห็นทำให้ดวงตาของผมเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
ความสยดสยองนั้นทำให้ผมรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง
ผมรีบใช้มือปิดปาก กลัวว่าความตื่นตระหนกจะทำให้เผลอส่งเสียงออกมา
แต่ผมกลับรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย
ถ้าเขาดื่มเลือดของกระต่ายตัวแทนเข้าไปเมื่อไร นั่นหมายความว่าคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของเขาแล้ว!
ทันทีที่น้ำมนต์เริ่มออกฤทธิ์ ผมก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวอีกต่อไป
ผมเพียงแค่ต้องรอเวลาที่เหมาะสม แล้วจะกระโจนออกไปปลิดชีพเฉินกั๋วฝู ถือเป็นการส่งเขาไปยังที่ที่ควรไป และปิดฉากความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์ลง
เสียง “แผล็บๆ” จากการเลียเลือดยังคงดังมาจากเตียงชันสูตร
เฉินกั๋วฝูดูเหมือนจะตื่นเต้นและพึงพอใจมาก
แต่หลังจากเลียไปได้ไม่กี่ครั้ง เขาก็ชะงัก และดูเหมือนจะไม่พอใจ “ทำไมถึงหมดเร็วนักล่ะ ไม่สะใจเลย เจียงหนิง เธอต้องอดทนหน่อยนะ อาจารย์จะเร่งมือแล้ว เราต้องทบทวนบทเรียนที่เธอขาดไปให้ครบ…”
พูดจบ เขาก็สวมหน้ากากอนามัยกลับเข้าไปใหม่ แล้วหยิบมีดผ่าตัดขึ้นมาอีกครั้ง
“บทเรียนวันนี้…การชันสูตรอวัยวะภายใน”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะกดปลายมีดลงบนร่างของกระต่ายตัวแทน
ไม่กี่วินาทีต่อมาเฉินกั๋วฝูใช้มีดผ่าตัดกรีดลงไปอีกสองสามครั้ง
จากนั้นเขาก็ควักหัวใจเล็กๆ ของกระต่ายตัวแทนออกมาจากช่องอก
หัวใจดวงนั้นชุ่มไปด้วยเลือด
แต่เขากลับมองมันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “เล็กไปหน่อย แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้เสียเปล่า”
พูดจบ เขาก็ดึงหน้ากากอนามัยลง ก่อนจะโยนหัวใจที่เปื้อนเลือดเข้าปากในคำเดียว แล้วเคี้ยวมันอย่างไม่ลังเล
เสียง “หนึบหนับ“ ดังขึ้นเมื่อเขาบดเคี้ยวเนื้อสดๆ
ภาพนั้นทำให้ผมรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
ถ้าหากกระต่ายตัวแทนไม่ได้ช่วยบังสายตาให้ผม
ถ้าหากเฉินกั๋วฝูไม่ตกหลุมพรางและถูกลวงด้วยมนต์บังตา
ตอนนี้คนที่ถูกชันสูตรคงเป็นผม และคนที่เขากำลังกินหัวใจอยู่ตอนนี้…ก็คงเป็นผมเช่นกัน
‘พี่กระต่าย ขอโทษด้วยนะ ถ้าจัดการเรื่องนี้ได้แล้ว ผมจะหาสถานที่ดีๆ ฝังพี่อย่างสมเกียรติ’
ผมคิดในใจ พลางจ้องมองเฉินกั๋วฝูที่ยังคงเคี้ยวหัวใจต่อไป
แต่หลังจากเคี้ยวไปได้สักพัก เขาก็หยุดและคายบางสิ่งออกมา
ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะเริ่มแสดงปฏิกิริยาผิดปกติ
เฉินกั๋วฝูส่ายหัวเล็กน้อย ร่างของเขาเริ่มเซไปมาเหมือนกับรู้สึกไม่สบาย
ผมหรี่ตาลง นี่อาจเป็นสัญญาณว่าน้ำมนต์กำลังออกฤทธิ์?
แต่ผมยังไม่แน่ใจว่าถึงเวลาที่เหมาะสมหรือยัง จึงเลือกที่จะรออีกหน่อย
หากผมลงมือเร็วเกินไป ก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเอาชีวิตรอดจากที่นี่ได้หรือไม่
แต่ทันใดนั้น เฉินกั๋วฝูก็หันไปมองกระต่ายที่อยู่บนเตียงชันสูตร
เขาคว้ามันขึ้นมาด้วยมือเดียว จากนั้นอ้าปากกว้างและกัดลงไปอีกครั้ง
แต่เพียงกัดไปได้คำเดียว เขาก็รีบคายออกมา
เขามองศพกระต่ายที่ถูกถลกหนังด้วยความตกใจ ก่อนจะพูดว่า ”อะไรกัน…นี่มันกระต่าย?”
พูดจบ เขาก็เหวี่ยงกระต่ายลงกับพื้นอย่างแรง
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น หัวใจของผมกระตุกวูบ
แย่แล้ว…ถูกจับได้แล้ว!
ก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งตัว เฉินกั๋วฝูก็สูดหายใจลึก จากนั้นแผดเสียงออกมา “เจียงหนิง! เธอเป็นนักเรียนที่แย่มาก! เธอกล้าหลอกอาจารย์ กล้าหลอกอาจารย์อย่างงั้นหรือ!”
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธจัด
ผมเห็นไอสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา
ควันดำเหล่านั้นเข้มขึ้นเรื่อยๆ หนาขึ้นเรื่อยๆ ดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ดูเหมือนเขาจะแข็งแกร่งเกินไป
ตามที่อาจารย์บอก เมื่อเขากินเลือดและเนื้อของกระต่ายตัวแทน ทันทีที่น้ำมนต์ออกฤทธิ์ เขาจะอ่อนแอลงมาก และนั่นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ผมจะลงมือ
แต่จากที่เห็นตอนนี้ เขาไม่ได้ดูอ่อนแอเลย!
ไม่ได้…ยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะเคลื่อนไหว
ตราบใดที่เขายังไม่พบตัวผม ผมต้องอดทนรอ
ผมไม่ควรปล่อยให้ตัวเองถูกพบเพียงเพราะความใจร้อน
แต่ก่อนที่ผมจะทันได้คิดอะไรต่อ เฉินกั๋วฝูก็ตะโกนออกมา เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและอาฆาต “เจียงหนิง! เด็กหนีเรียนอย่างเธอรีบออกมาซะ มาเข้าเรียนกับอาจารย์เดี๋ยวนี้!!!”