ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 60 เสียงเคาะประตู ใครอยู่ห้องข้างๆ
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 60 เสียงเคาะประตู ใครอยู่ห้องข้างๆ
ผมกำลังหลับสนิท แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังแว่วเข้ามาในความฝัน
ดวงตาของผมค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างงัวเงีย แต่เสียงเคาะประตูก็ยังคงดังต่อไป
“ก๊อก…ก๊อกๆๆๆ…”
เสียงเคาะนั้นแผ่วเบา แต่จากจังหวะการเคาะ มันดังมาจากประตูห้องของผมแน่นอน
ผมยกศีรษะขึ้นเล็กน้อยแล้วตั้งใจฟัง
รู้สึกแปลกๆ…ผมเคยได้ยินจังหวะการเคาะนี้มาก่อน
ในห้องอาถรรพ์ห้องนั้น…
ตามปกติคนจะเคาะประตูแค่สามครั้ง
แต่ถ้าเป็นผี…มันจะเคาะสี่ครั้ง
ที่นี่คือบ้านของอาจารย์ แล้วผีที่ไหนจะบ้าพอมาเคาะห้องผมเล่น กล้ามาลองของถึงที่นี่คิดจะหาที่ตายหรือไง
เว้นเสียแต่ว่า…มันมาจากห้องข้างๆ ที่ถูกล็อก!?
ผมคิดไปคิดมาก็คิดไม่ออกว่าจะมีอะไรอื่นที่กล้าบ้าบิ่นมาป่วนถึงบ้านอาจารย์ แถมยังเคาะประตูห้องผมแบบไม่เกรงกลัวอีกด้วย
ขณะที่กำลังครุ่นคิด เสียง “ก๊อก…ก๊อกๆๆๆ…” ก็ยังดังต่อเนื่อง
ผมลุกขึ้นมานั่งตัวตรงอย่างระมัดระวัง แต่ก็ไม่ได้ตอบรับหรือเดินไปเปิดประตู
เพราะผมจำคำของอาจารย์ได้ดี…หากได้ยินเสียงอะไร อย่าไปยุ่งกับมัน
เรื่องความปลอดภัย ผมเชื่อใจอาจารย์ได้แน่นอน
สิ่งที่น่ารำคาญคือ ผมจะได้นอนหลับสักคืนไหม!
ขณะที่ผมกำลังหงุดหงิดอยู่นั้น จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูจากด้านนอก
นั่นต้องเป็นอาจารย์แน่ๆ
ทันใดนั้นเอง เสียงของอาจารย์ก็ดังขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด “กลับเข้าห้องไป! ไม่รู้รึไงว่าฉันนอนไม่ค่อยหลับ! น่ารำคาญจริงๆ!”
ทันทีที่อาจารย์พูดจบ เสียงเคาะประตูก็หยุดลงทันที ตามมาด้วยเสียงประตูห้องอาจารย์ที่ปิดลง
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ผมได้ยินเสียงฝีเท้า “ตึก...ตึก...ตึก...” ดังขึ้นอีกครั้งจากห้องข้างๆ
ตอนนี้ผมมั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว
อาจารย์ของผม…กำลังเลี้ยงผีอยู่
และมันก็อยู่ในห้องข้างๆ ห้องผม
หากเป็นคนอื่นที่ได้ยินเรื่องแบบนี้คงจะขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัว
แต่สำหรับผม มันกลับรู้สึกแค่…แปลกใหม่และน่าสนใจเท่านั้นเอง
ก่อนอื่นเลย ผมมั่นใจว่าอาจารย์ไม่คิดจะทำร้ายผม เพราะถ้าเขาจะฆ่าผมจริงๆ ผมคงตายไปตั้งแต่วันแรกแล้ว
อีกอย่าง…ผมเคยคบกับผู้หญิงที่เป็นผีมาหนึ่งปีเต็ม
ยังไม่พอ ผมยังเคยช่วยให้วิญญาณหลายดวงไปเกิดใหม่อีกด้วย
ดังนั้น แค่เลี้ยงผีในบ้านมันจะไปเป็นเรื่องใหญ่ได้ยังไง
ใครๆ ก็มีงานอดิเรกกันทั้งนั้นนี่…
ผมพลิกตัวกลับไปนอนต่อ ขอแค่ไม่มาเคาะประตูรบกวนเวลานอนก็พอแล้ว
และผมก็หลับยาวไปจนถึงตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น
เมื่อผมออกจากห้องไป ห้องข้างๆ ก็ยังคงถูกล็อกไว้แน่นหนา
ฝุ่นที่เกาะอยู่บนแม่กุญแจก็ยังดูเหมือนไม่มีใครแตะต้อง ไม่มีร่องรอยของการถูกเปิดเลย
นั่นยิ่งยืนยันความคิดของผมว่าห้องนี้มีบางอย่างถูกกักขังไว้
คำถามเดียวที่เหลืออยู่ก็คือ…
ผีที่อาจารย์เลี้ยงไว้เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันนะ
ผมจ้องไปที่ประตูนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวแล้วเดินไปล้างหน้า
เมื่อมองกระจก ผมสังเกตเห็นว่าหน้าตาของตัวเองดูสดชื่นขึ้นกว่าก่อนนอนเยอะ
รอยศพที่เคยกระจายอยู่บนร่างกายผมก็หายไปหมดแล้ว
ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
แต่จะอยู่ในสภาพนี้ได้นานแค่ไหน...ผมเองก็ไม่รู้
ผมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบขวดนมที่คนขับรถเฉาให้ผมขึ้นมา แล้วเก็บใส่กระเป๋าอย่างดี
ผมให้สัญญาไว้แล้วว่าถ้าเจอรถบัสผีอีกครั้ง ผมจะฝากข้อความไปให้
ตอนนี้สภาพร่างกายผมเริ่มมั่นคงแล้ว ก็ถึงเวลาทำตามคำพูดของตัวเองเสียที
นอกจากนี้ ผมยังต้องหาโอกาสเผชิญหน้ากับสิ่งอัปมงคลให้มากขึ้น เพื่อสั่งสมพรมากดทับสี่มหาเคราะห์ในร่างกายต่อไป
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ ผมเดินลงไปชั้นล่าง ตั้งใจจะปรึกษาอาจารย์เกี่ยวกับเรื่องรถบัสผี
จากนั้นก็จะไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูบาดแผล รวมถึงเยี่ยมลุงอวี๋ แล้วค่อยกลับไปที่มหาวิทยาลัย
เมื่อมาถึงชั้นล่าง ผมเห็นอาจารย์กำลังเก็บอุปกรณ์ตกปลา ดูเหมือนเขาจะเตรียมตัวออกไปตกปลาอีกครั้ง
“อาจารย์จะไปตกปลาเหรอครับ” ผมถาม
อาจารย์พยักหน้ารับ “ใช่ มือมันคัน อยากไปเหวี่ยงเบ็ดสักหน่อย เรื่องแผล นายไปโรงพยาบาลจัดการเองแล้วกัน ช่วงนี้อยากทำอะไรก็ทำ แค่อย่าเข้าไปในตึกเรียนของมหา’ลัยตอนดึกก็พอ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวฉันโทรหา อ้อ นี่กุญแจสำรอง เอาไว้ใช้เวลาจำเป็น”
พูดจบ เขาเปิดลิ้นชักใต้เคาน์เตอร์ หยิบกุญแจประตูใหญ่ออกมาแล้วโยนให้ผมอย่างไม่คิดอะไร เหมือนไม่ได้มองผมเป็นคนนอกเลย
ขณะเดียวกัน เขารับสายโทรศัพท์ ปลายสายคงเป็นเพื่อนนักตกปลาของเขา เพราะเขาคีบโทรศัพท์ไว้กับไหล่ มือทั้งสองหิ้วอุปกรณ์ตกปลา รีบร้อนออกจากร้าน
ก่อนออกไป เขายังหันมาบอกผมว่าให้ช่วยปิดร้านให้ด้วย แล้วพูดกับคนในสายอย่างกระตือรือร้น “อืม ได้ๆ อะไรนะ สามสิบกว่าชั่ง? จะถึงแล้วๆ!”
พูดจบ เขาก็วิ่งออกไปทางประตู
แต่ผมรีบวิ่งตามเขาออกไปอย่างรวดเร็ว “อาจารย์ เดี๋ยวก่อน!”
อาจารย์ได้ยินเสียงผม แต่ไม่ได้ตอบอะไร เขายังคีบโทรศัพท์ไว้กับไหล่ พร้อมกับหันมามองผมเป็นเชิงถามว่ามีอะไรให้พูดมา สีหน้าดูหงุดหงิดเล็กน้อย
“อาจารย์ ผมอยากถามว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเจอรถบัสผี”
“รถบัสผี?” อาจารย์ชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าหงุดหงิดเมื่อครู่หายไปทันที
“ใช่ รถบัสผีนั่นแหละ ผมเล่าให้อาจารย์ฟังเมื่อสองวันก่อนแล้วไงว่า ผมกับลุงอวี๋ขึ้นรถบัสผีคันนั้น ตอนนี้ผมอยากหาโอกาสไปขึ้นรถคันนั้นอีกครั้ง…” ผมพูดออกไปตรงๆ
เหตุผลหนึ่งคือ ผมอยากทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคนขับรถเฉา
แต่ก็ต้องยอมรับว่าผมเองก็มีเหตุผลส่วนตัว
ทุกครั้งที่ผมสามารถช่วยส่งดวงวิญญาณไปได้ ผมจะได้รับพรมาต่อชะตาตัวเอง
บนรถบัสคันนั้นมีผีอยู่มากกว่าสิบตน และดูเหมือนไม่ได้เป็นผีดุร้ายด้วย
ครั้งก่อนพวกมันยังขับรถพาผมกับลุงอวี๋ไปส่งถึงโรงพยาบาลด้วยซ้ำ
ถ้าผมสามารถส่งพวกมันไปได้ทั้งหมด นั่นหมายความว่าผมจะได้รับการอวยพรถึงสิบกว่าครั้ง!
เมื่อพิจารณาจากสภาพร่างกายของผมตอนนี้
พรขนาดนั้นน่าจะช่วยให้ผมมีสุขภาพดีไปได้อย่างน้อยครึ่งปี
อาจารย์ได้ฟังแล้วก็หัวเราะ “เจ้าหนู นี่เพิ่งหนีออกจากปากเสือมาได้ ยังคิดจะเดินเข้าถ้ำหมาป่าอีกเรอะ รู้ไหมว่าครั้งที่แล้วที่นายกับอวี๋หลงลงจากสาย 330 ได้ นั่นถือว่าเป็นโชคช่วยล้วนๆ ถ้านายกลับขึ้นไปอีกครั้ง คราวนี้อาจไม่ได้ลงมาอีกเลย”
ผมได้ยินแบบนั้นก็อึ้งไป
“หา? อันตรายขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
ตอนที่ผมขึ้นรถไปครั้งก่อน มันราบรื่นมาก ไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายอะไรเลย
อาจารย์ถอนหายใจ ก่อนพูดต่อ “ก็แน่อยู่แล้ว ไม่งั้นฉันจะปล่อยมันไว้ทำไม”
อาจารย์ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำออกมา “เอ๊ะ? ถ้านับดู…ปีนี้ก็ครบสิบสองปีพอดีตั้งแต่ที่รถคันนั้นเกิดอุบัติเหตุ”
เขาหรี่ตาลง มองมาที่ผมด้วยความสนใจ
“ถ้านายกล้าลองเสี่ยงจริงๆ ก็อาจจะมีโอกาสได้เจอมันอีกครั้ง และถ้านายโชคดีพอก็อาจจะส่งวิญญาณบนรถคันนั้นไปได้หมด แบบนั้นนายคงได้รับพรไม่น้อยเลยทีเดียว”
เขานับนิ้วคำนวณเวลา ก่อนจะหันมามองผมอีกครั้ง “เสี่ยวเจียง นายแน่ใจจริงๆ เหรอว่าอยากลองเสี่ยงกับรถคันนั้น”
ผมยักไหล่ “ตราบใดที่มันไม่ใช่การฆ่าตัวตาย ผมก็ไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธนี่ครับ”
อาจารย์หัวเราะออกมา “เด็กคนนี้นี่มันจริงๆ ใจกล้าไม่เบา อีกสามวันจะครบรอบสิบสองปีพอดี บางทีนี่อาจเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการคลี่คลายเรื่องนี้ เมื่อถึงวันนั้นพลังอาฆาตของวิญญาณบนรถน่าจะจางลงแล้ว”
เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบ แล้วพูดต่อ “งั้นฉันจะบอกวิธีให้ นายไปหาซื้อรถกระดาษมาหนึ่งคัน แล้วเขียนหมายเลขทะเบียนของรถบัสผีคันนั้นกับวันเดือนปีเกิดของนายลงไป จากนั้นเผามันตรงเส้นทางที่รถบัสผีเคยวิ่งผ่าน ถ้าทำแบบนี้ นายจะเจอมันช่วงตอนประมาณบ่ายโมงแน่นอน พอขึ้นไปบนรถแล้ว นายต้องโน้มน้าวให้คนขับพาไปที่ท่าเรือ จากนั้นฉันจะเป็นคนจัดการส่งวิญญาณเหล่านั้นไปเอง ฉันจะส่งรายละเอียดขั้นตอนให้ในแชต นายเตรียมตัวไว้ให้ดี”
พูดจบ อาจารย์ก็ไม่ได้สนใจผมอีก เขาเก็บอุปกรณ์ตกปลาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระโดดขึ้นรถคันหรูของเขาแล้วขับออกไป
ผมได้แต่ยืนมองตามตาปริบๆ…
เขาเคยบอกว่าจะพาผมไปรับพรจากบรรพจารย์ด้วยไม่ใช่เหรอ
สงสัยจะลืมไปแล้วแหงๆ…
ผมมองส่งอาจารย์ที่ขับรถหรูออกไปตกปลา จากนั้นหันไปมองร้านอุปกรณ์ตกปลาสุดหรูที่กินพื้นที่ห้องแถวถึงสามห้องติดกัน แล้วอดหัวเราะกับตัวเองไม่ได้
ดูยังไงก็ไม่เหมือนร้านขายอุปกรณ์ตกปลาเลย…เหมือนคลังเก็บของส่วนตัวของพวกคลั่งการตกปลามากกว่า
ดูเหมือนการเก็บศพจะเป็นแค่งานเสริมของอาจารย์จริงๆ
ผมหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ก่อนเดินออกจากร้าน หาอะไรถูกๆ กินรองท้อง แล้วมุ่งหน้าไปยังป้ายรถบัส