ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 66 จับได้เมื่อไร ก็ซัดให้ยับ
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 66 จับได้เมื่อไร ก็ซัดให้ยับ
ลุงอวี๋เพิ่งจะหลุดพ้นจากผ้าแดงที่รัดคอ ก็รีบชี้ไปยังกระจกบานหนึ่งบนผนังแล้วสั่งให้ผมทำลายมัน
ผมมองตามนิ้วของลุงอวี๋
บนผนังด้านซ้ายข้างหน้ามีกระจกบานหนึ่งที่ดูแปลกออกไปจากบานอื่น
บนผิวกระจกนั้นปรากฏกลุ่มหมอกสีขาวจางๆ ลอยอยู่
มันเบาบางมาก ถ้าไม่เพ่งมองให้ดีจะมองไม่เห็นเลย
ลุงอวี๋จ้องกระจกบานนั้นเขม็ง เห็นได้ชัดว่าเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างแล้ว
ผมเองก็ไม่ลังเล รีบตั้งเป้าหมายไปที่กระจกบานนั้นทันที
“ได้!” พูดจบ ผมพุ่งตัวตรงไปยังกระจกบานนั้น กำหมัดแน่นแล้วซัดเข้าไปสุดแรง
ขณะเดียวกันผียายเฒ่าในกระจกเผยสีหน้าตื่นตระหนก
มันหันหลังกลับแล้ววิ่งไปทางซ้าย!
ภาพเงาของผียายเฒ่าในกระจกที่อยู่รอบห้องกว่าหลายร้อยบานล้วนขยับตัวไปทางซ้ายพร้อมกันหมด
ในตอนนั้นเองผมสังเกตเห็นว่าไอหมอกสีขาวบนกระจกที่แตกกระจายเริ่มเคลื่อนตัวไปรวมกันที่กระจกบานถัดไปทางซ้าย
“เพล้ง!” กระจกแตกกระจายจากแรงหมัดของผม
แต่ทันทีที่กระจกแตก หมอกสีขาวเหล่านั้นก็พุ่งเข้าไปในกระจกบานข้างๆ อย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่ร่างของผียายเฒ่าปรากฏขึ้นในกระจกบานนั้นแทน!
ผมหรี่ตาลงทันที และเข้าใจในพริบตา
มันสามารถเคลื่อนที่จากกระจกบานหนึ่งไปอีกบานหนึ่งได้!
และวิธีที่จะระบุตำแหน่งของมันไม่ใช่ดูจากภาพสะท้อนในกระจก แต่ต้องสังเกตหมอกสีขาวที่ลอยอยู่บนกระจกแต่ละบาน!
ลุงอวี๋เข้าใจจุดนี้แล้ว ถึงได้บอกว่ากระจกพวกนี้คือหลุมศพของมัน
ผมจ้องไปที่กระจกบานถัดไป
“คิดว่าหนีได้งั้นเหรอ”
พูดจบ ผมก็พุ่งหมัดเข้าใส่กระจกบานนั้นทันที!
แต่ไอหมอกสีขาวนั้นก็พุ่งเข้าไปในกระจกอีกบานหนึ่งก่อนที่หมัดของผมจะกระทบกระจก
ผมจับจ้องไปที่หมอกสีขาวที่กำลังเคลื่อนที่
“เพล้งๆๆ!” ผมซัดหมัดลงไปบนกระจกบานแล้วบานเล่า
จนกระทั่งเมื่อผมทำลายกระจกบานที่สี่
“เพล้ง!”
เสียงแตกดังลั่น และในวินาทีนั้นเอง เสียงกรีดร้องเกรี้ยวกราดของผียายเฒ่าก็ดังออกมาจากกระจกที่แตกร้าว
“ไอ้เด็กอายุสั้น ตายซะเถอะ!”
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ผมก็เห็นมือเหี่ยวแห้งซีดเหลืองข้างหนึ่งพุ่งออกมาจากกระจกที่แตก
มือนั้นตรงเข้ามาขยุ้มคอของผมด้วยความรวดเร็วเกินกว่าที่ผมจะตั้งตัวทัน
ผมคาดไม่ถึงเลยว่ามันจะสามารถยื่นมือออกมาจากกระจกได้แบบนี้!
ในขณะที่ผมพยายามถอยหนี ผียายเฒ่าก็พุ่งทะลุกระจกที่แตกออกมาเต็มตัว
มือผอมแห้งของมันคว้าคอผมแน่น ปลายเล็บที่แหลมคมจิกลงไปจนรู้สึกเจ็บแสบ
มันพยายามบีบคอผมให้หัก ใช้เล็บคมเกี่ยวขาดหลอดลมของผม
แม้ผมจะหลบไม่พ้น แต่มือก็ไม่หยุดนิ่ง
ถึงจะเจ็บแค่ไหน ผมก็กำกระบี่กระดูกปลาแน่น แล้วแทงมันไปสุดแรง!
“ฉึก!”
ปลายกระบี่กระดูกปลาทะลุผ่านแขนของผียายเฒ่าอย่างจัง
ตัวอักษรยันต์สิบแปดตัวบนกระบี่เรืองแสงขึ้นมาทันที
“อ๊ากกกก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่น มือที่บีบคอผมอยู่ถึงกับสะดุ้งจนต้องปล่อยออก
ขณะเดียวกันลุงอวี๋ที่พอได้หายใจเต็มปอดก็ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เขาหยิบมีดหัวมังกรขึ้นมา พุ่งเข้าไปฟันลงที่ต้นคอของผียายเฒ่าเต็มแรง!
คมมีดเกือบจะตัดหัวของมันออกจากร่าง!
เสียงร้องโหยหวนของผียายเฒ่าดังก้อง มันกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
“เสี่ยวเจียง! เป็นอะไรไหม!” ลุงอวี๋ถามด้วยความเป็นห่วง
ผมยกมือแตะคอ มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย แต่ยังพอรับไหว
“ไม่เป็นไรลุงอวี๋! ตอนนี้มันออกมาแล้ว มาร่วมมือกันกำจัดมันเถอะ!”
ผมเองก็เอาจริงแล้ว
การจัดการกับวิญญาณที่ถูกหลอมรวมด้วยพลังอาฆาตต้องกำจัดให้สิ้นซาก ห้ามเมตตาเด็ดขาด
ลุงอวี๋พยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก
เขากระชับมีดหัวมังกรแล้วพุ่งเข้าใส่ผียายเฒ่า
ผมเองก็ไม่รอช้า พุ่งตามไปประกบโจมตีจากสองด้าน
ผียายเฒ่าแสยะยิ้มดุร้าย นัยน์ตาขาวโพลนจ้องมองพวกเราอย่างโกรธแค้น
“ไอ้คนส่งอาหารสวะ! ไอ้เด็กอายุสั้น! กล้าดียังไงมารังแกฉัน! ถ้าจะสู้ ก็มาสู้ให้ตายกันไปข้าง!”
คำพูดของมันฟังดูเหมือนเต็มไปด้วยความคับแค้น
และทันทีที่พูดจบ ร่างของมันก็สั่นสะท้าน ปลดปล่อยไอสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาทั่วร่าง
มันเหมือนกับพวกวิญญาณที่ถูกพลังอาฆาตหลอมรวมในตึกทดลองไม่มีผิด!
ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่ว ทำให้ผมกับลุงอวี๋รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว
แต่ลุงอวี๋ไม่สนใจ เขาสะบัดมีดฟันเข้าใส่มันอีกครั้ง
แต่ก่อนที่มีดจะถึงตัว มันก็อ้าปากแผดเสียง
“อ๊าาาา!”
ทันใดนั้น ลิ้นสีแดงสดของมันพุ่งออกมาจากปาก ซึ่งยาวเกือบสองเมตร! ลิ้นนั่นราวกับแส้ที่สะบัดฟาดลงบนร่างของลุงอวี๋
“เพียะ!”
แรงปะทะมหาศาลทำให้ลุงอวี๋กระเด็นลอยไปกระแทกผนัง ศีรษะโขกเข้ากับกำแพงจนทรุดลงไป
‘ลิ้นบ้าอะไรเนี่ย!’
ผมกัดฟันคิดในใจ นี่มันไม่ผิดไปจากผีที่ตายด้วยการแขวนคอเลย!
ถึงจะตกใจ แต่ผมไม่มีเวลามัวลังเล
กระบี่กระดูกปลาในมือฟาดออกไปทันที หวังจะฟันลิ้นของมัน
แต่มันเร็วเกินไป! ผมพลาดเป้าไปนิดเดียว
ก่อนที่ผมจะออกกระบวนท่าถัดไป ผียายเฒ่าก็พุ่งตัวเข้ามาหา!
สองมือกางกรงเล็บแหลม ตรงเข้าหาใบหน้าของผม
ถ้าถูกมันข่วนเข้า มีหวังโดนฉีกจนเสียโฉมแน่!
ไม่มีทางเลือก ผมต้องเบี่ยงตัวหลบ!
แต่ในจังหวะที่ผมกระโดดหลบ ลิ้นสีแดงของมันกลับเลื้อยมาพันรอบข้อเท้าผมอย่างแม่นยำ
แล้วมันก็กระตุก!
ร่างของผมถูกดึงกระแทกพื้นอย่างแรง ก่อนที่มันจะเริ่มลากตัวผมเข้าหามัน!
ผมไม่ปล่อยให้มันได้ใจ ขณะที่ถูกลากไป ผมจ้องเป้าหมาย แล้วแทงกระบี่กระดูกปลาเข้าไปสุดแรง!
“ฉึก!”
ปลายกระบี่เสียบทะลุลิ้นของมันอย่างจัง!
แล้วผมก็กระชากกระบี่ออกมาตัดลิ้นของมันให้ขาดเป็นสองท่อน!
“อ๊ากกกกกกก!”
เสียงกรีดร้องของผียายเฒ่าดังก้อง มันรีบดึงลิ้นที่เหลือกลับเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว
ผมตั้งใจจะฉวยโอกาสที่ผียายเฒ่ากำลังเจ็บปวด พุ่งเข้าไปจบมันซะ
แต่ทันใดนั้น นัยน์ตาของมันเบิกโพลง ก่อนจะแผดเสียงแหบพร่า
“ฉันจะฆ่าแก! ไอ้เด็กอายุสั้น!”
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น พายุลมเย็นยะเยือกก็พัดโหมกระหน่ำไปทั่วห้องอย่างบ้าคลั่ง
“เพล้งๆๆๆๆ!”
กระจกที่เหลือบนผนังร่วงหล่นลงมาแตกกระจาย
เศษกระจกแตกเป็นเสี่ยงๆ และพุ่งทะยานเข้าหาผมกับลุงอวี๋!
ผมรีบผลักโต๊ะล้มลง แล้วไปหลบอยู่ข้างหลัง
เสียงกระจกแตกดังไปทั่วห้อง
“ลุงอวี๋! เศษกระจกเต็มไปหมด ทำยังไงดี!”
ในสถานการณ์นี้ ผมเองก็จนปัญญา ต้องหันไปถามลุงอวี๋ที่กำลังหลบอยู่หลังโซฟา
เขาดูมึนงงเล็กน้อย หัวชนกำแพงจึงเกิดเป็นรอยบวมใหญ่
แต่ถึงอย่างนั้น สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธ เขากำมีดหัวมังกรแน่น
“เวรเอ๊ย! นังแก่นี่ร้ายไม่เบา แม่งมีพลังอาฆาตรุนแรงขนาดนี้เลยเรอะ!”
พูดจบ ลุงอวี๋ก็ใช้คมมีดกรีดนิ้วตัวเองจนเลือดซึม
จากนั้นเขาใช้นิ้วที่เปื้อนเลือดขีดเป็นสัญลักษณ์บางอย่างลงบนคมมีด
ขณะเดียวกันปากของเขาก็เริ่มร่ายคาถาเสียงเข้ม
“แสงฟ้ากระจ่าง แจ่มนภา
“เรือนทองห้องหยก ศาลาทมิฬ
“ผีร้ายเขาเงา มีดแห่งยมโลก!”
ทันทีที่กล่าวจบ เลือดที่เปื้อนอยู่บนคมมีดหัวมังกรก็แปรเปลี่ยนเป็นอักขระสีแดงเข้ม
แม้ผมจะไม่รู้ว่าสัญลักษณ์นั้นหมายถึงอะไร แต่จากพลังที่แผ่ออกมา…
มันไม่ใช่อะไรธรรมดาๆ แน่!