ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1006 ยอดขายตั๋วสัปดาห์แรก
บทที่ 1006 ยอดขายตั๋วสัปดาห์แรก
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน
เผยเชียนจิบกาแฟอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูขณะเช็กรายงานการทํางานของ
กิจการต่างๆ ในโน้ตบุ๊ก
สถานการณ์ของ Mission & Choice ยังไม่ดีเท่าไหร่
ยอดขายตั๋วสัปดาห์แรกเพิ่งออก กวาดรายได้ไปร้อยเจ็ดสิบล้านหยวน แม้
ยอดขายตั๋ววันแรกจะแค่ยี่สิบสองล้านหยวน แต่หลังจากนั้นยอดก็พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หนังเรื่องอื่นจะทํายอดขายตั๋วได้สูงที่สุดในวันเปิดตัวก่อนยอดจะตกลงอย่าง
รวดเร็ว แต่ Mission & Choice นั้นตรงกันข้าม หลังจากทํารายได้ยี่สิบล้านหยวน
ในวันเปิดตัว ยอดกลับทะยานขึ้นไม่หยุด!
โรงภาพยนตร์หลายแห่งเพิ่มรอบฉายให้ Mission & Choice เรื่อยๆ แต่ที่น่าทึ่ง
ที่สุดคือไม่ว่าจะเพิ่มรอบฉายเท่าไหร่ที่นั่งว่างกลับไม่ได้ลดลงเลย หลายคนถึงขั้นสงสัย
ว่าผู้ชมใหม่พวกนี้มาจากไหน
สิ่งที่ทําให้เผยเชียนปวดใจยิ่งกว่าคือ แม้แต่แอปรีวิวหนังชื่อดังอย่างโก่วเหยียนก็
ยังไม่สามารถคาดการณ์ยอดขายตั๋วตลอดการฉายของ Mission & Choice ได้
ตอนที่ Mission & Choice เปิดตัววันแรกด้วยยอดขายตั๋วยี่สิบล้านหยวน แอป
โก่วเหยียนคาดการณ์ว่ายอดขายตั๋วตลอดการฉายจะอยู่ที่สามร้อยห้าสิบล้านหยวน
เท่านั้น ซึ่งขาดทุนแน่นอน
แต่ในวันที่สามยอดขายตั๋วของ Mission & Choice กลับทะยานสวนกระแส
แอปโก่วเหยียนก็เพิ่มการคาดการณ์ยอดขายตั๋วเป็นห้าร้อยล้านหยวน
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ยอดขายตั๋วของ Mission & Choice กลับเพิ่มขึ้นแทนที่จะ
ลดลง ทําให้ระบบอัลกอลิทึมคาดการณ์ยอดขายตั๋วรวนไปหมด เห็นได้ชัดว่าห้าร้อย
ล้านหยวนนั้นไม่พอ แอปโก่วเหยียนจึงยกระดับการคาดการณ์ยอดขายตั๋วเป็นแปด
ร้อยล้านหยวน!
ชาวเน็ตหลายคนสับสนกับยอดนี้ พวกเขาคิดว่าแอปโก่วเหยียนน่าจะคาดการณ์
ยอดขายตั๋วในตอนแรกต่ําเกินไป พอโดนตบหน้าเข้าอย่างจังจนอับอายเลยตีตัวเลข
สูงๆ ไว้ก่อน
ตอนนี้หนังจีนที่ทํายอดขายตั๋วได้สูงสุดตลอดกาลคือหนังตลกยอดเยี่ยม โดยทํา
ยอดขายตั๋วได้ถึง 1.1 พันล้าน โดยพื้นฐานแล้วหนังที่ครองตําแหน่งยอดขายตั๋ว
ประจําปีของแต่ละปีจะอยู่ที่ประมาณหกถึงแปดร้อยล้านหยวน
นักวิจารณ์หนังหลายคนคิดว่าที่ยอดขายตั๋วพุ่งถึง 1.1 พันล้านเกิดขึ้นได้เพราะ
โชคช่วย ตัวเลขแปดร้อยล้านหยวนที่แอปโก่วเหยียนคาดเดานั้นสูงกว่าหนังครอง
อันดับประจําปีนี้ไปแล้ว ถึงสุดท้ายจะชิงตําแหน่งมาไม่ได้ก็ถือว่าเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่ง
อยู่ดี
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายอดขายตั๋วของหนังฮอลลีวูดบล็อกบัสเตอร์อยู่ที่ประมาณ
หกร้อยถึงหนึ่งพันล้านหยวน ซึ่งยอดที่แอปโก่วเหยียนคาดว่า Mission & Choice
จะทําได้นั้นเทียบเท่ากับหนังฮอลลีวูดบล็อกบัสเตอร์ชื่อดังเลยทีเดียว
หลายคนคิดว่าบ้าเกินไป เพราะถึงพวกเขาจะรู้สึกว่าคุณภาพของ Mission &
Choice สูงมาก แต่ยอดขายตั๋วในวันเปิดตัวนั้นต่ําเกินไป แถมยังขาดการ
ประชาสัมพันธ์ เมื่อเป็นแบบนั้นจะทํายอดทะลุแปดร้อยล้านหยวนได้ยังไง คาดการณ์
เกินจริงไปหน่อยรึเปล่า
เพราะดูเหมือนว่าจะไม่มีหนังจีนเรื่องไหนที่เคยคว้าอันดับแชมป์ด้านยอดขายตั๋ว
โดยที่ไม่ประชาสัมพันธ์เลย!
นอกจากนี้ยอดลงทุนที่แท้จริงของ Mission & Choice ก็ยังทําให้เกิดประเด็น
ถกเถียงบนโลกออนไลน์ด้วย
มีคนเปิดเผยว่า Mission & Choice ลงทุนไปอย่างน้อยสองร้อยล้านหยวน ซึ่ง
อาจจะสูงกว่านั้น เงินทั้งหมดใช้ไปกับโปรดักชันหนัง รายจ่ายด้านค่าตัวนักแสดงและ
ค่าประชาสัมพันธ์นั้นน้อยมาก
ถ้ายอดขายตั๋วสุดท้ายอยู่ที่หกร้อยล้านหยวนก็เท่ากับความพยายามสูญเปล่า ไม่
ขาดทุนแต่ก็ไม่ทํากําไร ถึงจะทํายอดได้แปดร้อยล้านหยวนก็ได้กําไรแค่เล็กน้อย
แต่ยอดนี้ยังไม่ยืนยัน บางคนคิดว่าเป็นแค่การโม้ แต่บางคนก็คิดว่าตัวเลขนี้น่าจะ
จริงหลังจากได้เห็นเอฟเฟ็กต์พิเศษในหนัง พวกเขาอดเป็นห่วงเฟยหวงสตูดิโอขึ้นมา
ไม่ได้ เพราะกลัวว่าถึงจะทําหนังออกมาดีแต่ก็อาจทําเงินคืนทุนไม่ได้
ส่วนยอดขายเกมในสัปดาห์แรกพุ่งไปแตะแปดแสนก๊อบปี้แล้ว!
คํานวณจากราคา 158 หยวนต่อเกม รายได้รวมของเถิงต๋าตอนนี้ทะลุ 80 ล้าน
หยวนไปแล้ว
ยอดนี้สร้างความประหลาดใจให้กับสื่อมวลชนมืออาชีพในประเทศจํานวนมาก
แม้ยอดขายเกมสแตนด์อโลนจีนจะดีขึ้น แต่ก็ยากที่จะเปรียบเทียบกับตลาด
ต่างประเทศได้ Mission & Choice เป็นเกมแนว RTS ที่มีฐานผู้เล่นค่อนข้างจํากัด
ดังนั้นการทํายอดขายได้สูงขนาดนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก
หลายคนบอกว่าการตลาดสุดยอดเยี่ยมของบอสเผยก่อนวางขายเกมได้ผลลัพธ์ดี
มาก เกมเมอร์หลายคนที่ยังหลงใหลในเกมจีนซื้อ Mission & Choice โดยไม่ลังเล
เพื่อสนับสนุนเกมจีนแม้ว่าจะไม่ได้ชอบเกมแนว RTS เลย ถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ
สุดๆ
นอกจากนั้นอายุของเกมนั้นยาวกว่าหนัง หนังเข้าฉายได้แค่เดือนเดียว รายได้
ส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในช่วงเดือนนั้น แต่อายุของเกมยาวหนึ่งถึงสองปีหรืออาจจะยาว
กว่านั้น หลังจากนั้นก็สร้างรายได้ต่อผ่านส่วนลดได้
ยิ่งไปกว่านั้น Mission & Choice ยังเป็นผลงานที่มีโปรดักชันใหญ่มาก มี
ศักยภาพที่จะตีตลาดต่างประเทศได้ เมื่อหนังและเกมเปิดตัวในต่างประเทศก็สามารถ
ทําเงินได้อีกระลอก
สรุปแล้วจากสถานการณ์ปัจจุบัน อนาคตของ Mission & Choice สดใสมาก!
เผยเชียนจิบกาแฟเงียบๆ รู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก
ทําไมเรื่องราวกลายเป็นแบบนี้ไปได้…
เขาไม่เข้าใจเลย
เผยเชียนวางแผนว่าถ้ามีเวลาจะมาทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างการค้นคว้า
และพัฒนา Mission & Choice เขาต้องการหาสาเหตุว่าไปผิดพลาดตรงไหน
แต่ก็ชัดเจนว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งทบทวน เขาต้องกอบกู้สถานการณ์ก่อนแล้ว
ค่อยกลับมาทบทวนตอนที่สัญญาณชีพกลับมาทรงตัวแล้ว
สัปดาห์ก่อนเผยเชียนเตรียมการต่างๆ สําหรับการผลาญเงิน
เขาหาหัวหน้าฝ่ายขายได้แล้ว เถียนโม่กําลังท่องกฎที่เผยเชียนวางให้ทุกวัน ส่วน
เหลียงชิงฟานรับหน้าที่ออกแบบร้านค้าประสบการณ์
การเตรียมการเบื้องต้นของฉือสิงสตูดิโอได้ข้อสรุปแล้ว เมื่อได้เงินทุน พวกเขาก็
จะเริ่มพัฒนาหลังจากหลินหวานออกแบบแผนงานและหาคนได้ครบ
แน่นอนว่ากิจการที่กําลังไปได้สวยคือทู่เหว่ยไลฟ์สตรีม ตั้งแต่มีกฎบังคับหนึ่ง
ชั่วโมงความนิยมของเว็บไซต์ก็ลดลงจากแต่ก่อนมาก เผยเชียนสามารถผลาญเงินได้
อย่างไร้กังวลอีกครั้ง
หลังจากดื่มกาแฟจนหมดแก้ว เผยเชียนก็ตัดสินใจแวะไปทู่เหว่ยไลฟ์สตรีมเพื่อดู
ว่าไอ้หม่ากับเฉินยู่เฟิงเป็นยังไง ขณะเดียวกันก็จะให้เงินอีกก้อนเพื่อแบ่งความกดดัน
ไปบางส่วน
…
ครึ่งชั่วโมงต่อมาเผยเชียนมาถึงออฟฟิศทู่เหว่ยไลฟ์สตรีม
ทันทีที่เข้าไปในออฟฟิศของทู่เหว่ยไลฟ์สตรีม เผยเชียนก็สัมผัสได้ชัดเจนว่า
บรรยากาศเปลี่ยนไปจากครั้งก่อนมาก
ดูเหมือนกําลังใจของทุกคนจะบอบช้ําอย่างหนัก
อันที่จริงความนิยมของทู่เหว่ยไลฟ์สตรีมและยอดวิวไม่ได้มีผลกับเงินเดือนของ
ทุกคนเลย แต่พนักงานส่วนใหญ่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเถิงต๋าสุดๆ พวกเขามองทู่เหว่
ยไลฟ์สตรีมเป็นเหมือนกิจการของตัวเอง สถานการณ์ในตอนนี้จึงส่งผลต่อขวัญ
กําลังใจของพวกเขาเป็นอย่างมาก
เผยเชียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
เขาจึงตรงไปที่ออฟฟิศของเฉินยู่เฟิงทันที “ผมเห็นว่าช่วงที่ผ่านมาทุกคนทํางาน
กันหนักมาก ผมจะเพิ่มเงินเดือนให้ทุกคน 30% เป็นรางวัลสําหรับเดือนนี้”
เฉินยู่เฟิงตอบกลับทันที “ขอบคุณครับบอสเผย!”
วันนี้หม่าหยางไม่อยู่แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจแวะมาหาหมอนั่น เผยเชียนจึงไม่ได้ถาม
อะไรมาก
แค่เฉินยู่เฟิงอยู่ก็พอแล้ว
เผยเชียนนั่งลงบนโซฟาแล้วเห็นว่าถึงเฉินยู่เฟิงจะดูดีใจเล็กน้อยที่ได้เพิ่มเงินเดือน
แต่ก็ยังห่อเหี่ยวอยู่
เขาถามขึ้น “สถานการณ์เว็บไซต์เป็นยังไงบ้าง ยังมีกระแสด่าทอบนโลกออนไลน์
อยู่มั้ย”
ถึงเฉินยู่เฟิงจะหดหู่เล็กน้อยแต่เขาก็มีความรับผิดชอบในงานที่ทําจึงตอบทันที
“สถานการณ์ของเว็บไซต์ตอนนี้… ก็ยังโอเคครับ
“กฎบังคับหนึ่งชั่วโมงปล่อยออกมาได้แค่สองวัน ความนิยมของเว็บไซต์ตกลง
มาก ไลฟ์สตรีมบางห้องเสียผู้ชมไปสองในสาม ห้องที่ปกติมีคนดูไม่เยอะตอนนี้ไม่มี
คนดูเหลือเลย
“สตรีมเมอร์บางคนทนไม่ไหวก็หนีจากไปหลังบ่นอยู่พักใหญ่ แต่ก็ยังมีบางส่วน
เหลืออยู่
“ตอนนี้สถานการณ์เริ่มคงที่แล้วครับ ยอดต่างๆ เพิ่มขึ้นนิดหน่อย
“ผู้ชมหน้าเก่าหลายคนพบวิธีปรับตัวเข้ากับกฎบังคับหนึ่งชั่วโมง บางคนเปิดเว็บ
ทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมงตอนที่ไม่ได้ทําอะไร บางคนวางแผนการเรียนโดยจะศึกษาจากซีรีส์
วิดีโอและเข้าไปดูวันละหนึ่งชั่วโมง บางคนเปิดโหมดโฟกัสในมือถือทิ้งไว้ระหว่างทํานั่น
ทํานี่
“พอทุกคนเริ่มปรับตัวได้ก็ไม่มีใครด่าทออีก
“แพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมเจ้าอื่นๆ มีความสุขกันมาก พวกเขาไม่ถือว่าทู่เหว่ยไลฟ์
สตรีมเป็นคู่แข่งหลักอีกต่อไป ก่อนหน้านี้แพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมหลายเจ้าวางแผนสู้
กับทู่เหว่ยไลฟ์สตรีม แต่แผนพวกนั้นน่าจะยกเลิกไปหมดแล้วครับ แพลตฟอร์มไลฟ์
สตรีมบางเจ้าเลิกลอกเลียนแบบฟังก์ชันของทู่เหว่ยไลฟ์สตรีมและไม่ได้พัฒนาอะไร
เพิ่มเติมอีก”