ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1017 โดนบอสจับได้คาหนังคาเขาว่ามาสาย
บทที่ 1017 โดนบอสจับได้คาหนังคาเขาว่ามาสาย
เช้าวันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน
เถียนโม่กับจวงต้งดื่มกาแฟอยู่ที่ร้านกาแฟในห้างเงียบๆ
เถียนโม่หาวและมองนาฬิกา ตอนนี้เกือบสิบโมงแล้ว
จวงต้งยกกาแฟซดไปสามอึกก่อนจะถามขึ้น “เป็นไงบ้างพี่หมา เมื่อคืนคิดอะไร
ออกบ้างมั้ย”
เถียนโม่กลอกตา “อย่าถาม”
จวงต้งหยุดถามอย่างเชื่อฟัง
เมื่อวานเถียนโม่เลิกงานตอนห้าโมงเย็น หลังกลับถึงห้องเขาก็ครุ่นคิดอย่างจริงจัง
พยายามนึกให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นยอดขายเมื่อวันเสาร์ถึงได้เท่ากับศูนย์
สุดท้ายแม้จะเค้นหัวคิดจนถึงตีสองก็ยังคิดอะไรดีๆ ไม่ออก
เขาลองสวมบทเป็นลูกค้าดูและรู้สึกว่าก็ไม่แปลกที่ลูกค้าจะไม่ซื้ออะไร ถ้าซื้อเนี่ยสิ
ถึงแปลก
พนักงานก็บอกไปแล้วว่าอัตราความคุ้มค่าต่อราคาไม่สูงเลย คิดว่าพวกเขาโง่หรือ
เต็มใจยอมให้เอาเปรียบเหรอ ใครมันจะไปซื้อ
แต่บอสเผยเป็นคนวางแนวทางพวกนี้เอง ซึ่งบอสก็ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน
แล้วมันไปผิดที่ตรงไหนล่ะ
เถียนโม่นึกปัญหานี้ไม่ออกจริงๆ จึงนอนหลับไม่เต็มอิ่มเท่าไหร่และตื่นสาย เขา
ต้องไปถึงร้านเก้าโมงแต่กว่าจะตื่นก็เก้าโมงแล้ว
ไหนๆ ก็สายแล้วเถียนโม่เลยตัดสินใจไปให้สุด เขาพาจวงต้งไปดื่มกาแฟที่ร้าน
เพื่อเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าก่อนเริ่มงาน
ถึงจะสายก็ไม่เป็นไร เพราะจะมาช้าหรือเร็วก็ไม่สําคัญ ยังไงก็ขายอะไรไม่ได้อยู่
แล้ว
ทั้งสองดื่มกาแฟจนหมดเงียบๆ ก่อนจะลงไปที่ร้าน
ขณะที่เถียนโม่กําลังจะหยิบกุญแจมาเปิดประตูเขาก็ตกตะลึงทันที
เพราะประตูเปิดอยู่แล้ว!
เขาเห็นบอสเผยนั่งอยู่บนโซฟาในร้าน กําลังเล่นเกมท่าทางสบายๆ
เถียนโม่ใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม
ซวยแล้ว!
ทํางานวันที่สองก็มาสายแล้วและโดนบอสเผยจับได้คาหนังคาเขา!
วันนี้วันอาทิตย์ เขาไม่คิดว่าบอสเผยจะแวะมาตั้งแต่เช้าและบังเอิญเป็นตอนที่เขา
ไม่อยู่ด้วย นี่มันชวนอึดอัดใจเกินไปแล้ว!
เถียนโม่ตัวแข็งทื่อ แต่จวงต้งนั้นไม่ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาเลย
พอเห็นว่ามีคนอยู่ในร้านปฏิกิริยาแรกของเขาคือเดินเข้าไปถาม “เฮ้ย ใครวะ เข้ามาได้
ยังไง!”
เถียนโม่แทบกระอักเลือด
เขารีบเข้าไปจับจวงต้ง “ไอ้บ้า เงียบเลย! นี่บอสของเรา!”
จวงต้งตกตะลึง “หา? บอสเหรอ โอ้ บอสครับ ผมขอโทษ!”
เถียนโม่รีบก้าวไปข้างหน้าและขอโทษ “ต้องขอโทษบอสเผยด้วยครับ น้องผมไม่
เคยเห็นบอสมาก่อน เขาเป็นคนโผงผาง โปรดอย่าถือสาหาความเขาเลยนะครับ”
เผยเชียนวางจอยลงก่อนจะลุกยืนขึ้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “ไม่เป็นไรๆ คนหนุ่ม
สาวโผงผางแบบนี้สิดี ผมชอบคนตรงไปตรงมาแบบนี้ ไม่เลวเลย!
“คุณคือจวงต้งใช่มั้ย ผมเห็นเรซูเม่คุยแล้ว ผมคิดว่าคุณมีศักยภาพและคาดหวัง
ในตัวคุณมาก! พอได้เห็นตัวจริงวันนี้ก็ยิ่งมั่นใจในการตัดสินของตัวเองยิ่งกว่าเดิม
“ตั้งใจทํางานกับเถียนโม่นะ ผมหวังพึ่งพวกคุณในการเป็นเสาหลักของฝ่ายขาย!”
จวงต้งรู้สึกตื้นตันใจเล็กน้อย “จริงเหรอครับ ขอบคุณครับบอส! ขอบคุณครับ!”
เถียนโม่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาสังเกตดูดีๆ แล้วก็ตระหนักว่าสีหน้าของ
บอสเผยไม่ได้ดูแสร้งทํา บอสดูไม่ถือสาจริงๆ
ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าวันนี้บอสเผยอารมณ์ดี เขาต้องใช้จังหวะนี้รีบอธิบายว่า
ทําไมถึงมาสาย
“บอสเผยครับ เมื่อคืนผมนอนไม่พอเพราะมัวแต่คิดเรื่องงานจนดึก ไม่ต้องห่วง
นะครับ นี่จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ผมจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอีก!”
ถึงที่พูดออกมาจะดูเหมือนเรื่องโกหก แต่เถียนโม่รู้ว่าทุกอย่างเป็นความจริง
น้ําเสียงของเขาจึงหนักแน่นมาก
เผยเชียนดูเป็นห่วง “เมื่อคืนนอนไม่พอเหรอ ปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้ยังไง
“ร่างกายของคุณคือต้นทุนที่คุณมี ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงจะทํางานให้ดีได้ยังไง
ต่อไปคุณต้องใส่ใจเรื่องการนอนหลับและพักผ่อนให้เพียงพอ!
“อีกอย่างฝ่ายขายน่ะแตกต่างจากฝ่ายอื่น การทํางานหนักไม่ได้แสดงให้เห็นผ่าน
การเข้างานตรงเวลา เอางี้แล้วกัน ต่อไปให้ใช้ระบบเวลาทํางานยืดหยุ่น ขอแค่ทําครบ
ตามชั่วโมงการทํางานขั้นต่ํา คุณจะมาสายหน่อยหรือกลับไวหน่อยก็ไม่เป็นไร”
เถียนโม่ซึ้งใจมาก “โอเคครับบอสเผย ขอบคุณที่บอสเข้าใจและให้การสนับสนุน
ครับ!”
เขาหันไปมองจวงต้ง “มัวยืนทําอะไรอยู่ รีบไปหาน้ําสักแก้วมาให้บอสสิ”
“โอ้ จริงด้วย!” จวงต้งยืนอยู่ข้างๆ อย่างทําตัวไม่ถูก พอได้ยินแบบนั้นเขาก็รีบ
เดินไปที่ตู้กดน้ําข้างๆ แล้วกดน้ําร้อนใส่แก้วกระดาษกลับมายื่นให้
เผยเชียนเอื้อมมือไปรับมา “จริงๆ แล้วที่มาวันนี้ไม่ได้มีอะไร ผมแค่อยากมาดูว่า
สถานการณ์ที่ร้านเป็นยังไง และร้านดําเนินกิจการไปตามแผนที่ผมวางไว้รึเปล่า
“เมื่อวานกิจการเป็นยังไงบ้าง”
เถียนโม่ใจตกไปอยู่ตาตุ่ม เชี่ยแล้วไง บอสเผยถามจริงด้วย!
จวงต้งทําตัวไม่มีมารยาทกับบอสเผยเพราะไม่รู้จักบอส เขามาทํางานสายไปหนึ่ง
ชั่วโมง สองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย บอสเผยเป็นคนใจกว้างและไม่ใส่ใจเรื่อง
หยุมหยิม
แต่การที่เมื่อวานยอดขายเป็นศูนย์นั้นไม่สมเหตุสมผลเลย!
ยังไงซะร้านนี้ก็ตั้งอยู่ในห้าง ถึงทําเลจะไม่ดีนักแต่ก็ไม่ได้ถือว่าแย่ เมื่อวานเป็นวัน
เสาร์ แม้จะทํางานทั้งวันแต่กลับขายอะไรไม่ได้เลย ถือเป็นเรื่องที่น่าอายมากๆ
ถ้าบอกไปตามตรงบอสเผยต้องคลางแคลงใจในความสามารถของพวกเราสองพี่
น้องแน่!
แต่เถียนโม่ก็ไม่กล้าโกหก เขารู้ดีว่าระดับของบอสเผยเหนือชั้นกว่าตัวเองมาก ถ้า
โกหกไปการแสดงออกเล็กๆ น้อยๆ อาจทําให้โป๊ะแตกได้ ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจ
เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
หลังจากละล้าละลังอยู่นานเขาก็พูดขึ้นด้วยความอับอาย “ขอโทษครับบอสเผย
จนถึงตอนนี้ยอดขายของร้านยังเป็นศูนย์ พวกเราขายอะไรไม่ออกเลยครับ
“แต่ไม่ต้องห่วงนะครับบอสเผย ผมจะพยายามให้หนักขึ้นเพื่อทํายอดขายให้ได้
เร็วที่สุด!”
เผยเชียนตาเป็นประกายขึ้นมาเมื่อได้ยินแบบนั้น “ขายอะไรไม่ออกเลยเหรอ ทํา
ได้ดีมาก!”
เถียนโม่ผงะไป “หา?”
เผยเชียนตระหนักว่าลืมตัวเกินไปหน่อยจึงรีบห้ามตัวเอง “ผมจะบอกว่าผลลัพธ์
ตรงกับที่ผมคาดการณ์ไว้
“แสดงว่าคุณไม่ได้ตัดสินใจเอง แต่ทําตามแนวทางที่ผมให้ไปอย่างเคร่งครัด”
เถียนโม่สับสนเล็กน้อย “ตรงกับที่คาดการณ์เอาไว้? บอสคาดไว้ว่า…จะขายไม่
ออกเหรอครับ”
เผยเชียนยิ้มบาง ดวงตาเขาฉายประกายแห่งปรัชญา “ใช่และไม่ใช่
“จริงๆ แล้วยอดขายไม่ใช่เรื่องสําคัญ สิ่งสําคัญคือลูกค้าเต็มใจที่จะซื้อสินค้าของ
เราหลังจากทราบถึงข้อบกพร่องของสินค้าแล้ว
“ทําเลร้านไม่ได้แย่ มีคนเดินผ่านไปมามากมายทุกวันแต่กลับขายอะไรไม่ได้เลย
หมายความว่าคุณทําตามแนวทางของผม นําเสนอข้อเสียของสินค้าให้ลูกค้าฟังโดย
ละเอียด และโน้มน้าวให้พวกเขากลับออกไป
“แทนที่จะปล่อยให้ลูกค้าซื้อสินค้าไปอย่างงงๆ และกลับมาบ่นทีหลังตอนมีปัญหา
ทําไมเราไม่บอกลูกค้าไปเลยตั้งแต่ต้นว่ามีปัญหาอะไรจะได้ไม่ต้องซื้อ
“ทําแบบนี้ลูกค้าก็จะไม่โดนโกงและมีปัญหาน้อยลง แถมยังไม่สร้างความ
ประทับใจแย่ๆ ให้กับลูกค้า ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยไม่ใช่เหรอ
“วินวินกันทั้งสองฝ่าย”
เถียนโม่รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย “แต่บอสเผยครับ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเมื่อไหร่เรา
จะขายของได้ล่ะครับ ถ้าไม่มีใครซื้อ…”
เผยเชียนพูดขัดทันที “ไม่มีใครซื้อก็ไม่ใช่ปัญหาของคุณ
“นั่นแสดงให้เห็นแค่ว่าสินค้าของเรายังไม่ดีพอ ไม่ได้รับการขัดเกลาจนสมบูรณ์
แบบ และไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้
“ผู้จัดการผลิตภัณฑ์และนักออกแบบต้องพยายามให้มากขึ้น
“สรุปคือทําแบบที่ทําอยู่ต่อไป ยิ่งขายได้น้อยก็หมายความว่าคุณแนะนํา
จุดบกพร่องให้กับลูกค้าได้อย่างละเอียด งานของคุณก็ยิ่งประสบความสําเร็จมากขึ้น!
นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นผู้จัดการผลิตภัณฑ์ได้ด้วย คุณทําหน้าที่ได้ดีแล้ว!”
เถียนโม่สับสนไปหมด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินว่าการที่ฝ่ายขายขายของไม่ได้
เลยถือเป็นการทําหน้าที่ได้ดี
ตอนแรกเถียนโม่คิดว่าบอสเผยจะดุที่เขามาสาย แต่กลับได้รับคําชมแทนจนรู้สึก
เขินอายเล็กน้อย
“ถ้างั้น…บอสเผยคิดว่ามีอะไรที่ต้องปรับปรุงอีกไหมครับ” เถียนโม่ถาม
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อืม ก็ต้องบอกว่ามีบางเรื่องที่ต้องปรับปรุง…
“ผมคิดว่ารูปแบบการทํางานของคุณมีมิติเดียวเกินไป”
เถียนโม่ผงะไป “หือ? บอสเผยจะบอกว่าพวกเราไม่ควรรอให้ลูกค้าเข้าร้าน ต้อง
ออกไปแจกใบปลิวเรียกลูกค้าเหรอครับ”