ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1016 ขายอะไรไม่ได้เลย!
บทที่ 1016 ขายอะไรไม่ได้เลย!
ตอนเที่ยงเถียนโม่กับจวงต้งที่ผ่านการแปลงโฉมแล้วกลับไปที่ร้านหลังกินข้าวเสร็จ
เถียนโม่พาจวงต้งไปเลี้ยงบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างเพื่อเป็นการฉลองให้โดยเฉพาะ ทั้งสอง
กินกันจนปากมันวาวและอิ่มหมีพีมัน
หลังจากสไตลิสต์แต่งองค์ทรงเครื่องให้แล้วจวงต้งก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพลิกโฉมเป็นคนละคนได้ เพราะบุคลิกนิสัยของ
คนเราติดตัวมาแต่กําเนิด ท่วงท่าการเคลื่อนไหวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชั่ว
ข้ามคืน สไตลิสต์ไม่สามารถแก้ไขรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ได้
แต่ดูจากการแต่งตัวแล้วจวงต้งก็ดูไม่เหมือนเด็กบ้านนาผู้ใสซื่ออีกต่อไป
ภาพลักษณ์ของเขาแตกต่างออกไปจากเดิม
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จทั้งสองก็กลับไปที่ร้านและเปิดร้านอย่างเป็นทางการ
เพราะเป็นวันเสาร์ห้างจึงคนเยอะมาก แต่ร้านไม่ได้ตั้งอยู่ในทําเลทอง แถมป้าย
ร้านก็ไม่ค่อยเด่น ตอนนี้เลยไม่ค่อยมีคนแวะเข้ามา
ตอนแรกเถียนโม่นั่งหลังตรงท่าทางจริงจัง แต่สักพักก็ปล่อยตัวปล่อยใจ
มีลูกค้าผ่านมาหน้าร้านบ้าง แต่ก็แค่เหลือบมองเข้ามาด้านในก่อนจะเดินจากไป ดู
ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
เถียนโม่รู้สึกเบื่อเล็กน้อย
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ยืนสมุดเล่มเล็กที่จดแนวทางให้จวงต้ง เพื่อให้อีกฝ่าย
อ่านดูและค่อยๆ ท่องจํา
จวงต้งมองตาเป็นประกายเหมือนเจอสมบัติ เขาถือสมุดเล่มเล็กอย่างมีใจศรัทธา
แล้วไปหาที่นั่งด้านในนั่ง สีหน้าของเขาดูจริงจังมาก
เถียนโม่เปิดทีวีแล้วมาเลือกแผ่นเกมดู ก่อนจะหยิบเกมดิ้นรนมาเล่น
เขาคิดว่าเกมดิ้นรนเป็นเกมภาพยนตร์อินเทอร์แอ็กทีฟ ไม่จําเป็นต้องใช้สมาธิใน
การเล่นมากและหยุดเล่นไปรับลูกค้าได้ทุกเมื่อ แถมกราฟิกเกมก็ไม่แย่ น่าจะสร้าง
ความประทับใจที่ดีให้กับลูกค้าได้
หลังจากเล่นเกมไปพักหนึ่งในที่สุดลูกค้าก็เข้าร้าน
เถียนโม่วางจอยลงแล้วลุกไปต้อนรับทันที
ลูกค้าที่เขามาในร้านคือพี่ชายช่วงวัยสามสิบ เขาสวมเสื้อคลุมหนัง ดูไม่เหมือนคน
ไม่มีเงิน
เขาหยิบเครื่องที่โชว์อยู่ไปถามที่เคาน์เตอร์ “ขายมือถือด้วยเหรอ อันนี้แบรนด์
อะไร ทําไมฉันไม่เคยเห็นร้านนี้มาก่อนเลย”
เถียนโม่รีบตอบ “มือถือเป็นของแบรนด์ OTTO เป็นแบรนด์ในเครือเถิงต๋าคอร์เ
ปอเรชันครับ เราเป็นหน้าร้านจําหน่ายสินค้าของเถิงต๋าโดยเฉพาะครับ”
พี่ชายถึงบางอ้อ “อ้อ! ก็ว่าโลโก้ตรงประตูดูคุ้นๆ เถิงต๋าเปิดหน้าร้านแบบนี้ก็ไม่
เลวนะ มือถือเครื่องนี้ราคาเท่าไหร่ ตามป้ายเลยเหรอ มีส่วนลดมั้ย”
เถียนโม่แอบดีใจขึ้นมา ฉันรู้คําตอบ! บอสเผยเคยสอนไว้!
เขารีบตอบไปตามตรง “ต้องขอโทษด้วยครับ ทางเราไม่มีส่วนลด แล้วผมก็ไม่
แนะนําให้คุณลูกค้าซื้อตอนนี้ เพราะรุ่นนี้ปล่อยมาได้ปีกว่าแล้ว สเป็กค่อนข้างตกรุ่น
เล็กน้อย อัตราความคุ้มค่าต่อราคาไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าซื้อตอนนี้จะขาดทุนเอา”
พี่ชายเงยหน้ามองเหมือนคิดว่าตัวเองได้ยินผิดไป
“ไม่แนะนําให้ซื้อ ซื้อตอนนี้จะขาดทุนงั้นเหรอ
“น้องน่าสนใจนะเนี่ย นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พี่ได้ยินคนขายของแบบนี้”
พี่ชายวางมือถือลง อันที่จริงเขาแค่ถามไปอย่างนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ แถม
พนักงานร้านก็บอกว่ารุ่นนี้ปล่อยมาปีกว่าแล้ว ถ้าซื้อก็คงโง่มาก
พี่ชายมองไปรอบๆ ร้านแล้วเห็นเครื่องทะเลาะอัจฉริยะ
“นั่นอะไร”
เถียนโม่แนะนําทันที “นั่นคือเครื่องทะเลาะอัจฉริยะครับ ฟังก์ชันหลักคือใช้
ทะเลาะ ฟังก์ชันรองคือใช้เป็นลําโพงซาวด์บาร์ เดี๋ยวผมขอสาธิตให้ดู…”
โชคดีที่เถียนโม่เข้าใจวิธีใช้งานสินค้าในร้านคร่าวๆ ไม่อย่างนั้นคงจะกระอักกระอ่
วนใจไม่น้อยถ้าต้องเปิดคู่มือดูต่อหน้าลูกค้า
เห็นได้ชัดว่าพี่ชายคนนี้ไม่รู้จักสินค้าของเถิงต๋ามากเท่าไหร่
ซึ่งก็ไม่แปลก ถึงสินค้าของเถิงต๋าจะโด่งดังในอินเทอร์เน็ตแต่ก็ดังแค่ในหมู่วัยรุ่น
คนอายุประมาณสามสิบสี่สิบหรือแก่กว่านั้นอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อเถิงต๋าคอร์เปอเรชัน
เลยด้วยซ้ํา จึงน่าจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมือถือและเครื่องทะเลาะอัจฉริยะของเถิงต๋ามาก
เถียนโม่ทําตามที่บอสเผยบอก เขาเริ่มจากการแนะนําข้อเสียของเครื่องทะเลาะ
อัจฉริยะ จากนั้นก็พูดเสริมว่าเน้นลูกเล่นมากกว่าการใช้งานจริง ถ้าพิจารณาถึงความ
คุ้มค่าต่อราคา ไปซื้อลําโพงซาวด์บาร์ของแบรนด์ดังๆ น่าจะคุ้มกว่า
พี่ชายฟังอย่างตั้งใจตลอดการอธิบาย หลังจากเถียนโม่แนะนําเสร็จเขาก็ถอน
หายใจ “อันนั้นก็มีปัญหา อันนี้ก็มีปัญหา ทําไมถึงชอบบอกว่าไม่คุ้มกับราคา
“อย่าบอกนะว่าไม่แนะนําให้ซื้ออะไรเลย
“แล้วจะเอามาวางโชว์ทําไม”
เถียนโม่อึ้งไป “เอ่อ คือ…”
จริงด้วย ถ้าบอสเผยไม่แนะนําอะไรสักอย่างแล้วจะเปิดร้านนี้ขึ้นมาทําไม
เถียนโม่เองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แล้วจะอธิบายกับลูกค้ายังไงดี
พี่ชายเห็นเถียนโม่อึ้งไปก็รู้สึกขํา “ช่างเถอะ พี่แค่ล้อเล่น พี่แค่คิดว่าพวกน้องมี
ความซื่อสัตย์ในการขายของ พนักงานขายคนอื่นจะพยายามซ่อนข้อบกพร่องเต็มที่
แต่พวกน้องบอกเองหมดเปลือก ให้ความรู้สึกเหมือน ‘ปล่อยให้ปลามากินเบ็ดเอง
ด้วยความเต็มใจ’
“โอเค ขอบคุณมาก ไว้มีสินค้าอะไรออกใหม่พี่จะแวะมาดูอีก”
พี่ชายเดินจากไป
เถียนโม่เกาหัวแกรกๆ ก่อนจะเดินไปเล่นเกมต่อที่โซฟา
…
พริบตาเดียวก็หมดช่วงบ่าย
เถียนโม่ดูนาฬิกา ตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้ว ได้เวลาเลิกงาน
ตามที่บอสเผยบอกเวลาการทํางานของฝ่ายขายค่อนข้างอิสระ หยุดสองวันและ
ทํางานวันละแปดชั่วโมง พอมีคนเพิ่มขึ้นเถียนโม่ก็จัดตารางงานได้ตามใจชอบ
ตอนนี้ทั้งฝ่ายขายมีแค่เถียนโม่กับจวงต้ง ดังนั้นจึงไม่ต้องเข้มงวดอะไรมากนัก
บอสเผยเองก็ไม่ได้มาตามจี้ว่าใครมาสายหรือใครกลับก่อน เพราะงั้นจึงไม่มีใครเข้ามา
ยุ่งกับพวกเขา
ตอนบ่ายมีลูกค้าแวะมาเยอะขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่แวะมาดูสินค้าดิจิทัลในร้าน
ชั้นนี้และแวะเข้ามาดูต่อ
แต่เถียนโม่ก็พบเรื่องชวนอึดอัดใจมากๆ เรื่องหนึ่ง ถ้าเป็นวัยรุ่นส่วนใหญ่ก็จะ
รู้จักสินค้าของเถิงต๋าอย่างมือถือ OTTO กับเครื่องทะเลาะอัจฉริยะ ซึ่งถ้าเป็นคนที่
อยากซื้อก็ซื้อกันไปตั้งนานแล้ว ไม่รอมาจนถึงป่านนี้ ส่วนกลุ่มที่อายุเยอะขึ้นมาหน่อย
ถึงจะไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับสินค้าพวกนี้มาก่อน พอเถียนโม่แนะนําไปตามตรงพวกเขา
ก็ไม่คิดจะซื้อ
ดังนั้นยอดขายตลอดช่วงบ่ายจึงเท่ากับศูนย์
ขายอะไรไม่ออกเลย!
อย่าว่าแต่มือถือกับเครื่องทะเลาะอัจฉริยะเลย แค่แผ่นเกมแผ่นเดียวยังขายไม่ได้!
มีพี่สาวคนหนึ่งโกรธจัดและด่าทอเถียนโม่ เพราะคิดว่าเขาแนะนําสินค้าไม่จริงจัง
และเอาแต่บอกว่าสินค้าไม่ดี ซึ่งเป็นการไม่ให้ความเคารพเธอ ทําให้เถียนโม่พูดอะไร
ไม่ออก
ช่วงบ่ายผ่านไปในสภาพมืดมน
จวงต้งไม่ได้ยุ่งกับเรื่องพวกนี้เลย เขาท่องแนวทางการขายอยู่ที่โซฟาในโซน
ทดลองเล่นเกมพร้อมกับคอยสังเกตและเรียนรู้วิธีการรับลูกค้าของเถียนโม่
หลังจากดูอยู่พักหนึ่งเขาก็สับสนไปหมด
ถึงเขาจะรู้เรื่องเกี่ยวกับการขายไม่มาก แต่ตั้งแต่เด็กก็เคยซื้ออะไรมามากมาย
หลายอย่าง
เขาไม่เคยเห็นใครพูดเรื่องข้อเสียของสินค้ามาก่อน
แต่แนวทางที่เขาท่องจําก็บอกให้ทําแบบนั้นจริงๆ
“พี่หมา ผมพอจะจําแนวทางได้คร่าวๆ แล้ว แต่ผมมีคําถาม แน่ใจจริงๆ นะว่า
บอสบอกแบบนี้ ทําไมผมรู้สึกว่าเชื่อถือไม่ได้ยังไงไม่รู้ ตลอดบ่ายเราขายอะไรไม่ได้
เลยสักอย่าง! บอสจะไม่โกรธเอาเหรอ”
เห็นได้ชัดว่าจวงต้งสับสน
เถียนโม่เองก็สับสนไม่ต่างกัน แต่เขาก็มั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าบอสเผยบอกมา
แบบนี้
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน เราแวะไปกินข้าวเย็นแล้วกลับบ้านไปพักผ่อนกันเถอะ
“ฉันต้องคิดให้ออกว่าข้อผิดพลาดอยู่ที่ตรงไหน หรือว่าฉันไม่เข้าใจเจตนาที่
แท้จริงของบอสเผย
“บ่ายนี้หมดไปเปล่าๆ เราขายอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ได้แค่คําชมเล็กๆ น้อยๆ
ลูกค้าบอกว่าเรามีมโนธรรมมากและรู้จักใส่ใจลูกค้า…
“แต่คําชมจะมีประโยชน์อะไร เราอยากขายของให้ได้เยอะๆ ต่างหาก!”
ถึงเถียนโม่จะคิดเอาไว้แล้วว่าอาจเกิดสถานการณ์ชวนอึดอัดใจแบบนี้ แต่เขาก็ไม่
เคยคิดว่าในห้างใหญ่ที่มีคนมากมายขนาดนี้จะขายอะไรไม่ออกเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
เขาคิดว่ากิจการน่าจะแย่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะแย่ขนาดนี้!
ประเด็นคือบอสเผยบอกว่าให้มาฝึกตรงนี้ก่อน เดี๋ยวจะมีร้านใหญ่กว่านี้ให้ดูแล
ในอนาคต
เขาจะดูแลร้านใหญ่กว่านี้ได้ยังไงถ้านี่คือผลลัพธ์จากการฝึกของเขา
เถียนโม่ท้อแท้มาก ตอนนี้เขาแค่อยากกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่และไตร่ตรองอย่าง
ลึกซึ้งถึงสิ่งที่ทําพลาดไป
ปัญหาไม่ได้มาจากบอสเผยแน่นอน ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษตัวเองที่มี
ความสามารถไม่มากพอ