ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1021 เนื้อหางานโชว์เคสมือถือ
บทที่ 1021 เนื้อหางานโชว์เคสมือถือ
ตอนบ่ายเผยเชียนแวะไป OTTO เพื่อพบเจียงหยวนที่ขอทํางานล่วงเวลาเพื่อ
เตรียมงานโชว์เคส
ในบริษัทกว้างใหญ่มีเจียงหยวนอยู่แค่คนเดียว เพราะทุกคนหยุดยาวกันหมด
เผยเชียนพอใจกับภาพโซนทํางานอันว่างเปล่ามาก
ไม่มีใครในเถิงต๋าคอร์เปอเรชันต้องทํางานล่วงเวลาในช่วงวันหยุดยาว ถ้าจะมีก็มี
แค่พวกผู้ดูแลกิจการเท่านั้น
สิ่งที่เผยเชียนเกลียดที่สุดคือพฤติกรรมของหัวหน้าที่ถ้าต้องการทํางานล่วงเวลา ก็
จะลากพนักงานทั้งบริษัทมาทํางานล่วงเวลาด้วยกัน เพราะหัวหน้ามักจะมีอะไรที่ต้องทํา
เวลาทํางานล่วงเวลา แต่พนักงานอาจจะไม่มี ที่หัวหน้าบังคับให้พนักงานมาทํางาน
ล่วงเวลาด้วยก็เพราะไม่พอใจที่ตัวเองต้องทํางานล้วนๆ ก็เลยลากทุกคนมาลงนรก
ด้วยกัน
หัวหน้าได้อะไร แล้วพนักงานธรรมดาได้อะไร
หัวหน้าทํางานล่วงเวลาหนึ่งเดือน ไม่ได้ค่าล่วงเวลาแต่ได้รถมาหนึ่งคัน พนักงาน
ทํางานล่วงเวลาหนึ่งเดือน ไม่ได้ค่าล่วงเวลาแต่ได้ช่วยหัวหน้าให้ได้รถ
ดังนั้นเผยเชียนจึงตั้งมั่นว่าจะไม่ส่งเสริมพฤติกรรมแย่ๆ แบบนี้ภายในเถิงต๋าคอร์เ
ปอเรชัน ทุกกิจการสามารถทํางานล่วงเวลาได้ แต่ก็ต้องได้รับค่าล่วงเวลา และผู้ดูแล
แต่ละกิจการจะต้องทํางานล่วงเวลาเองคนเดียว ไม่ลากพนักงานมาทํางานด้วย
เผยเชียนยังพอทนกับการที่ผู้ดูแลกิจการทํางานล่วงเวลาแค่คนเดียวและทําแค่
สองชั่วโมงเท่านั้น
เจียงหยวนดูกังวลเล็กน้อย พอเห็นบอสเผยเขาก็รีบลุกขึ้นทักทาย “สวัสดีครับ
บอสเผย”
เผยเชียนนั่งลงที่โต๊ะประชุมแล้วพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง “คุณดูประหม่านิด
หน่อยนะ ไม่ต้องเครียดขนาดนั้น ปล่อยใจสบายๆ มันก็แค่งานโชว์เคส ไม่ใช่เรื่อง
ใหญ่อะไร ถึงคุณจะทําล่มก็ไม่เป็นไรเลย”
เจียงหยวนคิดว่าบอสเผยพูดเล่นเลยรีบพูดขึ้น “จะให้เป็นแบบนั้นได้ยังไงครับ!
มือถือเครื่องนี้คือผลงานจากการทํางานอย่างหนักของทั้งบริษัท ถ้าผมทําพังผมก็คง
กลายเป็นคนบาป!
“นี่คือมือถือตัวต้นแบบครับ ส่วนนี่คือสไลด์สําหรับงานโชว์เคส รบกวนช่วย
ตรวจดูด้วยครับ”
เจียงหยวนยื่นมือถือกับโน้ตบุ๊กให้ระหว่างที่พูด
เผยเชียนรับมา
พอเห็นตัวต้นแบบของ OTTO G1 เขาก็เผลออ้าปากสูดหายใจโดยไม่รู้ตัว
มีบางอย่างผิดปกติ!
มือถือเครื่องนี้ล้ําเกินไป!
ตอนเห็น OTTO E1 ครั้งแรกเผยเชียนไม่ได้รู้สึกตกใจ เพราะ E1 มีขอบเว้นจาก
จอทั้งด้านบนและด้านล่าง ถึงดีไซน์จะค่อนข้างสวย แต่ก็ดูไม่แตกต่างจากมือถือใน
ตลาดในช่วงเวลานั้น แถมยังใหญ่เทอะทะเพราะแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ดังนั้นเขาจึง
ไม่ได้รู้สึกตกใจมากตอนที่เห็นมันครั้งแรก
แต่มือถือ G1 รอบนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ถึงขนาดเครื่องจะค่อนข้างใหญ่เหมือนเดิม แต่การเว้นขอบจากจอด้านบนและ
ด้านล่างนั้นแคบมากด้วยเทคโนโลยีหน้าจอฟูลสกรีน มีแค่ด้านข้างที่ยังเว้นกว้างจาก
ขอบมาหน่อย ด้านหน้าไม่มีกล้อง ใครได้เห็นเป็นครั้งแรกก็ต้องตกตะลึง
เผยเชียนตกใจกับการเว้นขอบด้านล่างมาก
เพราะเขาพอจะรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านนี้เล็กน้อย แนวทางการประกอบหน้าจอ
มือถือดั้งเดิมเรียกว่า COG มีคุณภาพสูง ต้นทุนต่ํา และผลิตทีละมากๆ ได้ง่าย แต่
ข้อเสียคือมีการเว้นขอบจากด้านล่างที่กว้าง ดังนั้นหลายบริษัทจึงวางปุ่มสแกนนิ้วมือไว้
ตรงขอบล่างของหน้าจอ
แนวทางการประกอบระดับสูงขึ้นมาจากนั้นเรียกว่า COF สามารถลดช่องว่างจาก
ขอบด้านล่างกับด้านบนลงได้มากและเพิ่มสัดส่วนพื้นที่หน้าจอ แต่ก็ยังไม่สามารถไป
ถึงขั้นฟูลสกรีนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ได้
เทคโนโลยีที่สามารถตัดช่องว่างจากขอบล่างได้จริงๆ เรียกว่า COP สื่อด้าน
เทคโนโลยีดิจิทัลบางสํานักรายงานว่ามือถือรุ่นเรือธงตัวล่าสุดของ Pineapple จะใช้
เทคโนโลยีนี้ ซึ่งจะลดช่องว่างขอบทั้งสี่ด้านของมือถือได้เต็มที่ ส่วนล่างของหน้าจอ
แทบจะแตะกับขอบตัวเครื่อง
แต่ตอนนี้เพิ่งเดือนพฤษภาคม ตามแนวทางของ Pineapple มือถือรุ่นใหม่จะ
ปล่อยช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือเดือนตุลาคมของทุกปี พูดอีกอย่างคือมือถือที่ใช้เทคโนโลยี
COP จะไม่ปรากฏให้เห็นไปอีกหลายเดือน
ชัดเจนว่า OTTO G1 ใช้เทคโนโลยี COP แต่ขอบล่างไม่แคบเท่า iPhone X
ในความทรงจําของเผยเชียน แต่ความแตกต่างทางความรู้สึกน่าจะไม่เกินหนึ่งถึงสอง
มิลลิเมตร ดังนั้นเมื่อมองจากด้านหน้าก็ยังชวนตะลึงอยู่ดี
มันควรจะเป็นมือถือที่ดูเทอะทะ แต่หน้าจอที่ดูสวยล้ําสมัยทําให้มือถือดู
ทรงคุณค่ามาก
ความประทับใจแรกของเผยเชียนที่มีต่อมือถือเครื่องนี้นั้นแย่มาก
แต่ปุ่มกดด้านข้างที่ดูเหมือนปุ่มทริกเกอร์ของคอนโทรลเลอร์กว้างและยื่นออกมา
เล็กน้อย ทั้งสองปุ่มนี้ทําให้ G1 ไม่สามารถทําจอโค้งที่มีด้านข้างแคบทั้งสองด้านได้
เวลาถือให้ความรู้สึกแย่ลงเล็กน้อย ถึงจะมีเอกลักษณ์แต่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อย
สอดคล้องกับโครงสร้างมือถือกระแสหลักในปัจจุบัน
กล้องป๊อปอัปอยู่มุมบนขอบด้านซ้ายของเครื่อง เป็นตําแหน่งที่ค่อนข้างใช้งานยาก
ตอนนั้นเผยเชียนตัดสินใจให้เอาไว้ตําแหน่งนี้เพราะไม่เคยเห็นมือถือเครื่องไหนใส่
กล้องป๊อปอัปตรงตําแหน่งนั้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสล้มเหลวได้มากขึ้น
จุดนี้ทําให้เผยเชียนสบายใจขึ้นเล็กน้อย ชัดเจนว่าเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ มือถือ
เครื่องนี้ดูผิดเพี้ยน เนื่องจากใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามากเกินไป ต้นทุนในการผลิต
จะต้องสูงมากแน่ เป็นไปไม่ได้ที่จะเตรียมสต๊อกของไว้เยอะๆ แนวทางการออกแบบที่
ล้ําเกินไปอาจจะไม่ทําให้ลูกค้ากระแสหลักสนใจได้เสมอไป
เผยเชียนเล่นมือถืออยู่พักหนึ่งก่อนจะถามขึ้น “วางราคาไว้เท่าไหร่”
เจียงหยวนไม่ได้ตอบโดยตรง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “เอ่อ…ผมอยากรายงานเรื่องนี้
กับบอสเผยเหมือนกันครับ ต้นทุนของมือถือรุ่นนี้เกินจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
เล็กน้อย ดังนั้น…”
เผยเชียนพูดขัด “บอกราคามาเลย”
เจียงหยวน “ตามการกําหนดราคา E1 ในตอนนั้น ราคาเริ่มต้นของเครื่องนี้ตั้งไว้
ที่… 9,899 หยวนครับ
“เราพยายามเต็มที่ที่จะลดราคาตัวเริ่มต้นให้ต่ํากว่าหนึ่งหมื่นหยวนแล้วครับบอส
เผย ยังมีรุ่นที่ความจุเครื่องสูงขึ้นขายราคา 9,999 หยวน กับรุ่นปรับแต่งพิเศษราคา
10,199 หยวนด้วยครับ
“ราคาสูงเกินไปหน่อยก็จริง แต่ก็พิจารณาจากสิทธิประโยชน์ของเถิงต๋าที่เสริมให้
ไปด้วย ถ้าเราขายแค่เครื่องเปล่าๆ ราคาน่าจะลดลงไปได้ต่ํากว่า 7,000 หยวนหรือ
น้อยกว่านั้นครับ…”
เผยเชียนอดดีใจขึ้นมาไม่ได้ เขายกมือขึ้นห้าม “ไม่ ราคานี้เหมาะสมแล้ว ไม่แพง
เลย กําลังพอดี!”
ทันทีที่ได้ยินราคาเผยเชียนก็รู้ว่ามือถือรุ่นนี้ไม่มีอะไรให้ต้องห่วง!
ใครมันจะยอมทุ่มเงินมากขนาดนั้นซื้อมือถือแบรนด์ไม่ดัง
ราคาของ OTTO E1 ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อยู่ที่ 8,199 หยวน แต่ก็เป็น
เพราะสิทธิพิเศษต่างๆ ของเถิงต๋าที่มัดรวมไปด้วย
มือถือ G1 ก็ให้สิทธิประโยชน์ทุกอย่างเหมือนกัน แต่ราคาไม่ได้สูงจาก E1 แค่
เล็กน้อย เพิ่มขึ้นมาตั้ง 1,700 หยวนทีเดียว
เนื่องจาก G1 ใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามากกว่า ต้นทุนจึงสูงขึ้น
เมื่อพิจารณาราคา 8,000 หยวนกับ 10,000 หยวน 1,700 ดูไม่ได้เยอะมาก แต่
ถ้าดูแค่ตัวเลขนี้อย่างเดียว 1,700 หยวนเอาไปซื้อมือถือรุ่นล่างของแบรนด์ใหญ่ๆ ได้
เลย
แถมแม้แต่มือถือรุ่นเรือธงของเฉินฮว่ายังราคาไม่ถึง 10,000 หยวนด้วย
ถ้าตัดสิทธิประโยชน์ของเถิงต๋าออก OTTO G1 ก็จะลดราคาลงมาเหลือประมาณ
6,000 กว่าหยวน ซึ่งก็ราคาเท่าๆ กับมือถือรุ่นเรือธงของแบรนด์ต่างๆ อย่างเช่นเฉินฮ
ว่า
แต่จากการประเมินราคาของ OTTO สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมามีมูลค่าเกือบ 3,000
หยวน แถมยิ่งใช้ไปนานๆ ก็ยิ่งคุ้ม ดังนั้นเมื่อมีสิทธิประโยชน์เหล่านี้ก็ลดราคามือถือ
ลงไปไม่ได้ ถ้าอยากลดก็เท่ากับกิจการมือถือเอาเปรียบกิจการอื่นๆ ซึ่งไม่ดีเลย
เผยเชียนพูดขึ้น “เรื่องราคาไม่มีปัญหา ไม่ต้องห่วง มาคุยกันเรื่องงานโชว์เคสดี
กว่า
“ผมขอดูเนื้อหาสไลด์ก่อน”
เผยเชียนเปิดดูสไลด์ของงานโชว์เคสบนโน้ตบุ๊ก
พูดตามตรงเนื้อหาของสไลด์ทําได้ไม่แย่เลย มีการแนะนําสเป็กเครื่องและฟังก์ชัน
ต่างๆ ของมือถือโดยละเอียดเหมือนงานโชว์เคสของแบรนด์อื่นๆ คลิปโปรโมตก็มี ว่า
ง่ายๆ คือทุกอย่างครบถ้วน ไม่มีข้อบกพร่อง
เผยเชียนเงียบไปหลังเลื่อนดูสไลด์
มีบางอย่างแปลกๆ
สไลด์นี้ทําให้ฉันอยากซื้อ!
ต้องบอกเลยว่า G1 ใส่เทคโนโลยีใหม่เข้ามาเยอะมากจริงๆ ดังนั้นแค่แนะนํา
เทคโนโลยีเหล่านี้ก็กินเนื้อหาสไลด์ไปเยอะแล้ว ไหนจะรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์และ
ดีไซน์หน้าจอฟูลสกรีนสุดเท่ แค่แนะนําคร่าวๆ ก็รู้สึกดึงดูดใจมากแล้ว
มือถือเครื่องนี้จะใช้งานได้จริงหรือเปล่า เรื่องนี้จะบอกได้ก็ต่อเมื่อลูกค้าใช้ไปสัก
ระยะหนึ่ง แต่มือถือดูเท่ไหม มีเทคโนโลยีและลูกเล่นใหม่ๆ อะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้เห็น
ได้ในงานโชว์เคส
จะปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้ เพราะมือถือรุ่นนี้ผลิตจํานวนจํากัด ถ้างานโชว์เคสตก
ลูกค้าได้บางส่วนและขายหมดในไม่กี่วินาทีเหมือนรอบก่อนล่ะ แบบนั้นต้องแย่แน่
เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่ามือถือรุ่นนี้ ‘เป็นที่ต้องการสูง’
เผยเชียนกระแอมกระไอ “สไลด์โอเค แต่…
“ทําไมคุณไม่ใช้สไตล์ของสไลด์เดิมล่ะ”
เผยเชียนรู้สึกว่าการที่งานโชว์เคสเปิดตัว E1 เป็นกระแสโด่งดังก็เพราะฝีปากของ
ฉางโหย่วเปลี่ยนงานโชว์เคสให้กลายเป็นเดี่ยวไมโครโฟน ตัวเนื้อหาของงานโชว์เคส
ไม่ได้มีปัญหาอะไร
เขาควรไล่ข้อเสียทั้งหมดของมือถือเครื่องนี้และบอกข้อดีในหน้าสไลด์เดียว ต้อง
กีดกันลูกค้าออกไปก่อนแทนที่จะเล่าข้อดีต่างๆ ในงานโชว์เคส
เจียงหยวนรีบตอบ “ทําไม่ได้ครับบอสเผย เนื้อหาสไลด์แบบนั้นมีไว้เพื่อบอสฉาง
โดยเฉพาะ ต้องเป็นคนพูดเก่งแบบบอสฉางถึงจะเอาไปใช้ได้
“ผมพูดไม่เก่งและอาจจะตื่นเวที ก็เลยคิดว่าน่าจะให้งานโชว์เคสเป็นไปอย่าง
เรียบๆ ดีกว่า ถ้าให้ผมเลียนแบบบอสฉางคงจะออกมาไม่ดีครับ”
เผยเชียนส่ายหน้า “อย่าเพิ่งตัดสินตัวเองเร็วขนาดนั้น
“เวลาเจอปัญหาอย่าเพิ่งคิดว่าทําได้หรือไม่ได้ ให้คิดว่าต้องทํายังไงถึงจะทําได้
สําเร็จ
“มือถือรุ่นนี้รวมเทคโนโลยีใหม่ไว้มากมายและอัดแน่นด้วยจิตวิญญาณแห่ง
นวัตกรรมขนาดนี้ คิดว่างานโชว์เคสราบเรียบธรรมดาจะเหมาะเหรอ ผมว่าไม่เหมาะ
เลย”
เจียงหยวนลังเล “เอ่อ…”
เผยเชียนพูดต่อ “งั้นก็เปลี่ยนตามที่ผมบอก
“เนื้อหาของสไลด์โดยพื้นฐานแล้วแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกคือแนะนําการ
อัปเดตระบบปฏิบัติการและปัญญาประดิษฐ์ AEEIS อย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยเน้นว่า
เราได้ทําตามที่ประกาศไว้ในงานโชว์เคสครั้งที่แล้ว ส่วนที่สองคือแนะนําเทคโนโลยี
ใหม่ที่ใช้ในมือถือรุ่นนี้ รวมถึงรูปลักษณ์และสเป็กต่างๆ ส่วนที่สามคือประกาศราคา
รุ่น วันวางจําหน่าย และเปรียบเทียบ G1 กับมือถือรุ่นเรือธงของแบรนด์อื่นๆ
“แต่ผมคิดว่ามีข้อมูลที่ไม่จําเป็นเยอะเกินไป เสียเวลาคนอื่นเปล่าๆ
“เอาแบบนี้ เราไม่ต้องคุยโวในส่วนแรก เราอัปเดต OTTO OS มาตลอด
ผู้ใช้งานเดิมทุกคนรู้ดี เป็นสิ่งที่เราควรทําอยู่แล้ว ไม่จําเป็นต้องคุยโว
“ส่วนที่สองเป็นเรื่องรูปลักษณ์กับสเป็กต่างๆ ของเครื่อง ส่วนนี้ตัดออกไม่ได้แต่
เนื้อหายาวเกินไป ผมคิดว่าเรื่องรูปลักษณ์กับสเป็กควรอธิบายในสไลด์เดียว
“ถึงเราจะนําเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้บ้าง แต่เทคโนโลยีใหม่พวกนี้มีข้อเสีย
มากมาย ส่วนนี้จะอธิบายครอบคลุมในหน้าสไลด์เดียวได้ยังไง ต้องระบุให้ละเอียด
ยิ่งละเอียดเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ห้ามชักจูงให้ลูกค้าเข้าใจผิดเด็ดขาด
“ส่วนที่สามค่อนข้างเยิ่นเย้อ ผมคิดว่าเราตัดส่วนเปรียบเทียบออกได้ เราดีของเรา
ก็พอ ไม่จําเป็นต้องพยายามเอาชนะแบรนด์อื่น ตารางเปรียบเทียบแบบนี้ไม่มีอะไร
มากกว่าใช้จุดแข็งของเราโจมตีคู่แข่ง ไม่น่าสนใจเลย แค่ประกาศราคากับวันวางขายก็
พอ
“อืม ประมาณนี้”
เจียงหยวนรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย
เนื้อหางานโชว์เคสถูกตัดออกครึ่งหนึ่ง!
แถมจุดสําคัญที่สุดคือตัดส่วนที่อธิบายข้อดีของมือถือทิ้ง แล้วไปเน้นที่การแนะนํา
ข้อเสียของเทคโนโลยีใหม่ๆ
นี่มันอะไรเนี่ย
ก่อนหน้านี้ข้อดีทั้งหมดของมือถือถูกรวมไว้ในหน้าเดียว ทําให้เกิดตํานาน ‘การ
ท่องทุกคําอย่างแม่นยําในลมหายใจเดียว’ ของบอสฉาง แต่ปัญหาคือเจียงหยวนรู้ดีว่า
ตัวเองพูดไม่เก่งเท่าบอสฉาง ตํานานนี้ไม่สามารถสร้างขึ้นอีกครั้งได้