ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1032 ปัญหาเดียวคือแสดงดีเกินไป
บทที่ 1032 ปัญหาเดียวคือแสดงดีเกินไป
วันพุธที่ 9 พฤษภาคม
หลินเจียเฉียงแสนเบิกบานใจเมื่อได้เหยียบแผ่นดินจิงโจวอีกครั้ง
อาจเป็นเพราะการร่วมงานกับเถิงต๋าครั้งก่อนนั้นดีมาก
ครั้งล่าสุดที่เขามาจิงโจวคือเดือนกันยายน ปีค.ศ. 2010 ตอนนั้นหลินเจียเฉียงมา
จิงโจวกับแก๊งเพื่อนสามคนเพื่อถ่ายคลิปโปรโมตเพลงรบโลหิตเวอร์ชันอัปเกรด
ตอนนั้นเถิงต๋าใจกว้างมาก แต่ละคนได้ค่าตัวคนละห้าแสนหยวน สําหรับ
นักแสดงแบบพวกเขาที่ตกกระป๋องกันไปนานแล้วและแทบหาเลี้ยงปากท้องตัวเองได้
ไม่อิ่ม นี่คือโอกาสที่ได้แต่หลับตาฝันถึง
นอกจากนั้นการถ่ายทําก็ผ่อนคลายและสนุกสนานมาก
หลินเจียเฉียงแค่สวมชุดเกราะคอสเพลย์ ถือมีดดาบพลาสติก และโพสท่า
เล็กน้อยหน้ากล้อง พูดบทแค่สองสามประโยคก็ถ่ายเสร็จ การถ่ายทําจริงใช้เวลาไปไม่
ถึงครึ่งชั่วโมง
จากนั้นเขาก็ใช้เวลาที่เหลือกินดื่มและเที่ยวเล่นกับเพื่อนเก่าในจิงโจว
ทุกอย่างสมบูรณ์แบบมาก ยกเว้นคลิปโปรโมตที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเขา
เล็กน้อยและกลายเป็นมีมไปตลอดปี
แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ สําหรับนักแสดงสมทบที่ตกกระป๋องจนคนแทบจะลืมกันไป
หมดแล้ว ถ้าโดนขําแล้วทําเงินได้ก็ไม่เห็นเป็นอะไร
ปกติเวลาเล่นบทตลกในหนังคนก็ชอบเอามาล้อกันอยู่แล้ว
อีกอย่างถ้าโฆษณานี้โด่งดังขึ้นมา ชาวเน็ตก็จะได้เห็นหน้าเขามากขึ้น ไม่ว่าจะคิด
ยังไงก็ได้กําไรล้วนๆ
ดังนั้นหลินเจียเฉียงจึงตกลงรับข้อเสนอทันทีที่เถิงต๋าติดต่อมาอีกหลังผ่านไปนาน
กว่าหนึ่งปี
เขาเพิ่งมาถามว่าเป็นคลิปโปรโมตแบบไหนหลังตอบตกลงไปแล้ว ซึ่งอีกฝ่ายตอบ
กลับมาว่าเป็นคลิปโปรโมตอุปกรณ์ออกกําลังกาย
ตอนนั้นหลินเจียเฉียงรู้สึกสับสนเล็กน้อย
ฉันหุ่นแบบนี้แต่ให้ไปเล่นโฆษณาอุปกรณ์ออกกําลังกายเนี่ยนะ
มันแปลกๆ มั้ย
มีอะไรผิดพลาดรึเปล่า
แต่พอมาคิดดูอีกทีก็ตระหนักว่าโฆษณาเพลงรบโลหิตเวอร์ชันอัปเกรดก็ฟังดูบ้าบอ
ในตอนแรก แต่ผลลัพธ์การประชาสัมพันธ์ก็ออกมาค่อนข้างดีทีเดียว
ต้องบอกเลยว่าเถิงต๋าดูจะชอบโฆษณาแนวนี้
หลินเจียเฉียงไม่ได้คิดอะไรมาก แค่มีโฆษณาและได้เงินก็พอแล้ว ส่วนผลลัพธ์
ประชาสัมพันธ์จะเป็นยังไงก็เป็นเรื่องของคนอื่น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา
ดังนั้นเขาจึงไม่คิดอะไรมากและปล่อยตัวตามสบายรอให้ถึงวันถ่ายทํา
หลินเจียเฉียงไม่มีงานอื่นต้องทํา หลังจากเตรียมตัวเสร็จก็จองเที่ยวบินไปจิงโจว
รอบนี้ยังคงเหมือนรอบก่อนที่เขามาจิงโจว มีรถมารับ มีอาหาร มีที่พักระดับ
โรงแรมห้าดาว สรุปคือทุกอย่างจัดเตรียมไว้อย่างชัดเจน หลินเจียเฉียงแทบไม่เคยได้
สัมผัสประสบการณ์แบบนี้แม้ในช่วงที่ความนิยมพุ่งถึงจุดสูงสุด
หลังจากมาถึงโรงแรมพนักงานก็จัดให้หลินเจียเฉียงเข้าไปพักผ่อนก่อน โดยบอก
ว่าจะมาแจ้งทันทีเมื่อเตรียมการถ่ายทําพร้อมแล้ว
…
ขณะเดียวกันเมิ่งชั่งกําลังปรับรายละเอียดคลิปโปรโมตอยู่ในฝ่ายโฆษณา
หยูเย่ารีบเดินเข้ามาหาแล้วพูดขึ้น “พี่เมิ่งครับ คุณหลินเจียเฉียงมาถึงแล้ว ผมพา
ไปพักที่โรงแรมเรียบร้อย การถ่ายทําเริ่มเมื่อไหร่ก็ได้ในอีกสองวันข้างหน้าครับ”
เมิ่งชั่งแปลกใจเล็กน้อย “เร็วจัง
“อ๋อ จริงด้วย เขาไม่มีคิวงาน ไม่จําเป็นต้องนัดล่วงหน้า”
ในฐานะหัวหน้าฝ่ายโฆษณาเมิ่งชั่งไม่มีทางทําทุกอย่างด้วยตัวเอง ขนาดงานของ
ตัวเองยังตั้งใจให้ออกมาไม่ดี ดังนั้นเขาจึงส่งต่องานส่วนใหญ่ให้หยูเย่าจัดการ ทั้งการ
ติดต่อหลินเจียเฉียง การเตรียมสถานที่ถ่ายทํา และอื่นๆ โดยที่เขาไม่เข้าไปยุ่งอะไร
เลย
ตอนแรกเขาคิดว่าหลินเจียเฉียงจะมาถึงจิงโจวในอีกสองวัน ไม่คิดเลยว่าจะมาถึง
เร็วขนาดนี้ เขายังแก้แผนงานคลิปโปรโมตไม่เสร็จเลยด้วยซ้ํา
หยูเย่าถาม “งั้น…ให้เขาพักที่โรงแรมไปก่อนแล้วหาคนมานําเที่ยวจิงโจวสักสอง
วันไหมครับ เราจะได้ค่อยๆ เตรียมงานตรงนี้”
เมิ่งชั่งส่ายหน้า “ไม่เป็นไร เริ่มถ่ายตอนบ่ายได้เลย!”
ถึงรายละเอียดของบทถ่ายทําคลิปโปรโมตจะยังไม่สมบูรณ์แบบมากพอ แต่เขาคิด
ว่าคลิปโปรโมตนี้ถ่ายแบบสบายๆ ได้โดยไม่ต้องยึดติดกับรายละเอียดมากเกินไป
“สถานที่ถ่ายทําอยู่ไหน” เมิ่งชั่งถาม
หยูเย่าตอบตามตรง “ตอนแรกผมอยากถ่ายในอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยครับ
แต่พอคิดดูก็รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมในอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยดูดีเกินไป ไม่ตรงกับ
ความต้องการของพี่เมิ่ง
“ผมเลยไปหาห้องเช่าธรรมดาๆ และพยายามจําลองสภาพความเป็นอยู่ของคน
หนุ่มสาว โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง
“นี่รูปครับ”
หยูเย่ายื่นมือถือให้ เมิ่งชั่งรับมาดู พอเห็นรูปห้องเช่าก็พยักหน้าด้วยความพึง
พอใจ
“อืม ไม่เลวนี่ ตรงกับความต้องการของพี่เลย!”
การถ่ายทําทั้งหมดในครั้งนี้จะถ่ายแค่ภายในห้อง ไม่มีฉากนอกสถานที่ จึงจัดฉาก
ได้ง่ายกว่า
ถ้าเป็นคลิปโปรโมตทั่วไปพวกเขาก็ต้องหา ‘Dream House’ ที่สะอาดสดใส
และจับคู่ด้วยสาวหน้าหวานเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม
แต่เมิ่งชั่งไม่ได้ต้องการสร้างความประทับใจที่ดีให้กับผู้ชม แถมตัวเอกที่เลือก
มายังเป็น ‘โอตาคุอ้วน’ อย่างหลินเจียเฉียงผู้มีน้ําหนักตัวทะลุร้อยกิโลกรัม ห้องใน
คลิปก็ต้องดูรกๆ เพื่อให้เข้ากับภาพลักษณ์ของเขา
แน่นอนว่าเขาทําเลยเถิดมากเกินไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะชัดเจนเกินไปว่าเขาคือ
หนอนบ่อนไส้ ซึ่งจบไม่สวยแน่
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มถ่ายทํากันบ่ายนี้เลย!
“สถานที่กับนักแสดงพร้อมแล้ว เดี๋ยวพี่รีบแก้บทจะได้ปิดงานกันไวๆ”
เมิ่งชั่งเริ่มแก้ดราฟต์สุดท้ายอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ปรินต์ออกมาและมุ่งหน้าไป
สถานที่ถ่ายทํา
หยูเย่าเองก็รีบกลับไปจัดการงานของตัวเอง
พวกเขาทํางานกันมีประสิทธิภาพมาก ซึ่งสอดคล้องกับสไตล์การทํางานของเถิงต๋า
สุดๆ
…
ตอนบ่าย สถานที่ถ่ายทําคลิปโปรโมต
เมิ่งชั่ง หยูเย่า หลินเจียเฉียง และทีมงานถ่ายทําคลิปโปรโมตมารวมตัวกัน
หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อยเมิ่งชั่งก็แจกบทให้กับกองถ่ายคลิปโปรโมต จากนั้นก็
อธิบายบทคร่าวๆ ให้หลินเจียเฉียง
“จริงๆ แล้วคุณไม่ต้องวิเคราะห์ตัวบทเลยครับ แค่แสดงตามความรู้สึกแรกของ
คุณ เข้าใจใช่ไหมครับ” เมิ่งชั่งพูดเป็นนัยสุดๆ
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากให้หลินเจียเฉียงงัดฝีมือการแสดงออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่ง
จะกลายเป็นประเด็นร้อนบนอินเทอร์เน็ตและทําให้ราวตากผ้าออกกําลังกายอัจฉริยะ
ดังขึ้นมา
ยิ่งทักษะการแสดงของหลินเจียเฉียงแย่มากเท่าไหร่ เมิ่งชั่งก็จะยิ่งได้ค่าคอมมิชชัน
เยอะขึ้นเท่านั้น
หลินเจียเฉียงอ่านบทตั้งแต่ต้นจนจบอย่างจริงจังแล้วพยักหน้า “ไม่ต้องห่วง ผม
คุ้นเคยกับบทบาทประเภทนี้!”
เขาเคยแสดงละครตลกไร้แก่นสารมาเยอะ ซึ่งมักจะมีพล็อตที่ไร้สาระและแปลก
ประหลาดสุดๆ เขาอดดีใจขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นว่าบทโฆษณาดูไม่ค่อยจริงจัง นี่มันจุด
แข็งของฉันเลยไม่ใช่เหรอ ต้องงัดฝีมือออกมาโชว์แล้ว!
เมิ่งชั่งพยักหน้า “โอเคครับ งั้นก็เริ่มถ่ายทํากันได้ เดี๋ยวลองกล้องกันดูก่อนสักเท
คนะครับ”
ทุกคนรีบประจําตําแหน่งก่อนจะเริ่มถ่ายทํา
ถึงหลินเจียเฉียงจะไม่ได้แสดงหนังมาเป็นเวลานานแต่เขาก็เป็นนักแสดงเก่า ฝีมือ
ยังไม่หายไปไหน อีกทั้งยังไม่จําเป็นต้องจําบทแม้แต่ประโยคเดียว เขาแค่แสดงสีหน้า
ท่าทางประกอบคําบรรยาย โดยพื้นฐานแล้วจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร
หลังตัดต่อออกมาคลิปน่าจะมีความยาวประมาณสองนาที ฉากต่างๆ ก็ไม่ได้
ซับซ้อนมาก การถ่ายทําจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ฉากและพร็อบเตรียมไว้พร้อมใช้งานแล้ว หลินเจียเฉียงเข้าบทบาทได้อย่าง
รวดเร็ว ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถ่ายทําทุกฉากเสร็จ
“โอเค คัต!”
หยูเย่าหันไปหาเมิ่งชั่ง “บอสเมิ่งมีอะไรแนะนําไหมครับ”
หลินเจียเฉียงแสดงโอเคเลย แต่ถ้าจะให้หาปัญหาจริงๆ ก็ทําได้ ในฐานะผู้กํากับ
ถึงจะไม่มีปัญหาอะไรแต่ก็มักถ่ายเพิ่มเผื่อไว้ก่อน เหมือนกับที่ไม่ว่าลูกค้าจะพอใจ
ขนาดไหน ยังไงก็ต้องหาเรื่องมาติดราฟต์แรกและให้กลับไปทําดราฟต์ที่สอง
เมิ่งชั่งเงียบไป
ไม่ใช่ว่าเขามีข้อเสนอแนะหรือไม่พอใจในการแสดงของหลินเจียเฉียง จริงๆ แล้ว
สถานการณ์ตรงกันข้ามเลย
หลินเจียเฉียงแสดงดีเกินไป!
คลิปตลกสั้นๆ แบบนี้จะทําให้คนดูขําได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของนักแสดง
เช่นเดียวกันกับนักแสดงตลกจีนหลายๆ คน เวลาแสดงจะเล่นออกมาเหมือนฝืน
จี้เอวผู้ชม มุกตลกหลายๆ ช่วงไม่ได้ทําให้รู้สึกขําแต่ทําให้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ
แต่หลินเจียเฉียงเป็นนักแสดงตลกมากประสบการณ์ ถึงตอนนี้จะตกยุคไป
แล้วแต่ฝีมือก็ไม่หายไปไหน สีหน้าและท่าทางที่เกินจริงของเขาเมื่อประกอบเข้ากับ
เสียงพากย์แล้วดูค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว
ก่อนที่เมิ่งชั่งจะทันได้พูดอะไร หลินเจียเฉียงก็เสนอขึ้นเอง “ทุกคนแสดงความ
คิดเห็นกันได้ตามสบายเลยนะครับ ผมไม่ได้ออกกล้องมานาน ยังไม่คืนฟอร์มเท่าไหร่
“แต่ต่อจากนี้จะดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ ถ้าเราถ่ายเพิ่มผมต้องทําผลงานได้ดีขึ้น
แน่นอน!”