ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1064 พวกคุณประสานงานกันได้ดีมาก...
บทที่ 1064 พวกคุณประสานงานกันได้ดีมาก…
หลินหวานผงะไป “คะ?”
เผยเชียนอธิบาย “ที่เถิงต๋าพนักงานแต่ละคนกินขนมวันละประมาณ 3.2 ห่อ
กาแฟและเครื่องดื่มคํานวณแยกต่างหาก โดยพื้นฐานคือกินไม่หยุดจนกว่าจะเลิกงาน
ซึ่งรวมถึงพนักงานหลายคนที่ตั้งใจจะลดน้ําหนักและคุมการกินด้วย
“แต่ฉือสิงสตูดิโอยังห่างไกลจากระดับนี้ พวกคุณต้องปรับปรุง
“จํานวนขนมที่กินสะท้อนให้เห็นว่าพนักงานทุ่มเทกับการทํางานมากขนาดไหน ถ้า
กินขนมเยอะก็หมายความว่าทํางานหนักและใช้สมองเยอะ ต้องใช้พลังงานมาก เพราะ
งั้นก็ต้องกินขนมเพื่อเติมพลัง
“ดังนั้นพวกคุณต้องปรับปรุงในจุดนี้ให้ดีขึ้น!”
หลินหวานเหวอไปเล็กน้อย
กินขนมน้อยเกินไป
เป็นปัญหาที่ต้องปรับปรุงงั้นเหรอ
หรือว่า…จะมีความหมายเบื้องลึกบางอย่าง
หลินหวานขมวดคิ้ว หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ได้คําตอบ “เข้าใจแล้วค่ะบอสเผย!
“บอสจะบอกว่าพนักงานกลุ่มนี้เพิ่งเข้ามาทํางานได้ไม่นานและไม่ยอมกินขนม
สะท้อนให้เห็นว่าทัศนคติการทํางานค่อนข้างคร่ําครึและยังไม่ผ่อนคลายมากพอใช่ไหม
คะ
“การสร้างสรรค์เกมเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงบันดาลใจ ต้องผ่อนคลายมาก
พอเท่านั้นถึงจะออกแบบให้ดีได้ และบรรยากาศที่ผ่อนคลายจะช่วยให้พนักงานสื่อสาร
กันได้อย่างกลมกลืนและราบรื่นยิ่งขึ้น
“ดังนั้นการกินขนมน้อยจึงบ่งบอกว่ายังขาดการทํางานเป็นทีมและบรรยากาศยัง
ไม่คึกคักมากพอ ซึ่งจะส่งผลต่อสภาพการทํางานในแต่ละวันและคุณภาพของเกม!
“รายละเอียดเล็กๆ บอกภาพรวมทั้งหมดได้ ทุกคนต้องกินขนมกันเยอะๆ อย่าง
ไร้กังวล ทีมถึงจะเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องได้เร็วขึ้น
“งั้นหนูจะรีบแจ้งทุกคนเพื่อสนับสนุนให้กินขนมกันมากขึ้น! เราจะแจกขนมคนละ
สองห่อทุกวันค่ะ!”
เผยเชียนตะลึงงัน
เขาแค่พูดไปงั้น แค่หวังอยากให้พนักงานฉือสิงสตูดิโอกินขนมมากขึ้นและทํางาน
น้อยลง ไม่คิดเลยว่าหลินหวานจะตีความไปต่างๆ นานาได้ในเวลาไม่ถึงวินาที…
สมแล้วที่เป็นพนักงานเก่าแก่ของเถิงต๋า
เผยเชียนอยากยกมือก่ายหน้าผากใคร่ครวญว่าเกิดอะไรขึ้น เขาปั้นพนักงาน
แปลกๆ มาเยอะขนาดนี้ได้ยังไง
แต่ตอนนี้หาทางอธิบายอะไรไม่ได้ เผยเชียนได้แต่เห็นด้วยกับสิ่งที่หลินหวานพูด
และเปลี่ยนเรื่อง “คุยเรื่องแว่น VR กันดีกว่า”
หลินหวานพยักหน้า “เชิญที่ห้องประชุมดีกว่าค่ะ พี่ของหนูรออยู่ในห้อง”
เมื่อเข้าไปในห้องประชุมเผยเชียนก็เห็นหลินฉางนั่งเล่นมือถืออยู่
หลินฉางเงยหน้าขึ้น พอเห็นเผยเชียนก็ยิ้มแฉ่งทันที “อ้าว บอสเผย แวะมา
เหมือนกันเหรอครับ ปัญหาเรื่องเงินทุนหมุนเวียนของเถิงต๋าจัดการเรียบร้อยแล้วรึยัง
ครับ”
มุมปากของเผยเชียนกระตุก
รู้อยู่แก่ใจแล้วยังจะถามอีก
อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าแกอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้!
ตอนแรกเผยเชียนไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอมาคิดดูก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ
ตามหลักแล้วอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยน่าจะเป็นที่นิยมสูง ทําไมถึงไม่มีใคร
อยากซื้อได้
จริงๆ แล้วค่อนข้างฝืนเกินไปหน่อยที่จะบอกว่าไม่มีบริษัทไหนอยากฉวยโอกาส
จากสถานการณ์นี้ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ทุกบริษัทที่สนใจจะให้เกียรติเถิงต๋าจนยอมทิ้ง
เนื้อก้อนโต
ดังนั้นต้องมีคนอยู่เบื้องหลังแน่นอน!
เดาได้ง่ายมากว่าเป็นใคร ไม่หลี่สือก็หลินฉางนี่แหละ
แต่หลี่สือไม่ได้มีอํานาจมากขนาดนั้น อิทธิพลของเขาจํากัดอยู่แค่ในจิงโจว ไม่
น่าจะจัดการบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ในประเทศได้
คําตอบจึงชัดเจน
หลินฉางต้องเป็นคนสําแดงอิทธิฤทธิ์ขัดขวางเขาไม่ให้ขายอาคารได้แน่นอน!
เผยเชียนแค่นหัวเราะ “ขอบคุณบอสหลินที่ ‘ช่วยเหลือ’ นะครับ”
เผยเชียนพยายามพูดด้วยน้ําเสียงมีนัยแฝง แต่หลินฉางกลับจับสังเกตไม่ได้ เขา
โบกมือด้วยความเขินอายแทน “แหมๆ บอสเผยสุภาพเกินไปแล้ว ไม่เป็นไรเลยครับ!
“จริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้ทําอะไรมา แค่โทรไม่กี่กริ๊ง
“บอสเผยช่วยฉือสิงสตูดิโอเยอะมาก ถึงขั้นยอมขายอาคารเพื่อเจียดเงินก้อนนี้ให้
เรา มิตรภาพแบบนี้จะวัดด้วยเงินได้ยังไงครับ! ช่วยเหลือแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
ไม่ต้องใส่ใจมากเลยครับ!”
เผยเชียน “…”
ทําไมถึงไม่เข้าใจ คิดว่าฉันขอบคุณแกอยู่จริงๆ เหรอ
ถ้าระบบไม่ได้ควบคุมสิ่งที่ฉันพูด ฉันด่าแก่ไปนานแล้ว!
เผยเชียนพูดอะไรไม่ออก เขาเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องประชุม “มาคุยงานกัน
ดีกว่าครับ เห็นว่างบการค้นคว้าและพัฒนาแว่น VR ไม่พอเหรอ”
หลินหวานพยักหน้า “ใช่ค่ะ
“งบการค้นคว้าและพัฒนาเดิมกําหนดไว้ที่ยี่สิบล้านสําหรับทั้งเกมและแว่น VR
ฝั่งเกมไม่มีปัญหา มีงบพอแน่นอนค่ะ แต่ฝั่ง VR… เจอปัญหาบางอย่างค่ะ
“จริงๆ แล้วตามการออกแบบเดิมงบจํานวนนี้น่าจะพอ แต่หลังจากออกแบบและ
คุยกับโรงงาน เราก็ปรับแผนอยู่หลายเวอร์ชัน ผู้จัดการซ่งอยากใช้เทคโนโลยีใหม่บาง
ตัว ทําให้ต้นทุนสูงขึ้นค่ะ…”
ผู้จัดการซ่งคือผู้จัดการผลิตภัณฑ์ที่ดูแลโปรเจ็กต์แว่น VR ของเฉินฮว่าคอร์เปอเร
ชัน
การลงทุนในการค้นคว้าและพัฒนาฮาร์ดแวร์แบบนี้มีความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับ
ขอบเขตและเป้าหมายของโปรเจ็กต์
แม้แต่อุปกรณ์ที่ดูจะเรียบง่ายอย่างคอนโทรลเลอร์ บริษัท Microsoft ยังต้องทุ่ม
เงินไปหลายร้อยล้าน
การลงทุนระดับนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงลึกในรายละเอียด การออกแบบตาม
หลักสรีรศาสตร์ ความทนทาน การตอบสนองเมื่อสัมผัส และรูปลักษณ์ที่เป็น
เอกลักษณ์ซึ่งต้องปรับปรุงและทดสอบซ้ําๆ
หลายๆ บริษัทในจีนก็ผลิตคอนโทรลเลอร์เหมือนกัน แต่งบการค้นคว้าและ
พัฒนาตั้งไว้ต่ํากว่ามาก
แน่นอนว่าคอนโทรลเลอร์ที่ดีและไม่ดีมีความแตกต่างกันด้านสัมผัสและ
ประสบการณ์การใช้งานจริง แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากขนาดนั้น
พูดอีกนัยหนึ่งคือคอนโทรลเลอร์ราคาถูก ‘ไม่ได้ใช้งานไม่ได้’
เพราะของถูกคุณภาพไม่ดี ของดีราคาไม่ถูก ราคาที่ต้องจ่ายในการปรับปรุงการ
ตอบสนองเมื่อสัมผัสแม้เพียงเล็กน้อยนั้นสูงมาก
สําหรับอุปกรณ์ VR Oculus Rift รุ่นแรกที่เป็นกระแสฮือฮาพัฒนาขึ้นด้วยเงิน
จากการระดมทุนเพียง 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงงบสําหรับการผลิตและสต๊อก
ของด้วย
บริษัทจีนหลายบริษัทใช้วิธีระดมทุนเพื่อพัฒนาแว่น VR เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น
แว่น VR ในจีนที่มีการแสดงผลระดับ 8K พัฒนาด้วยเงินจากการระดมทุนสามล้าน
เหรียญสหรัฐ ตอนนี้แว่น VR รุ่นนี้มีการแสดงผลที่ละเอียดที่สุดในโลก ถึง Base
Station กับคอนโทรลเลอร์จะใช้เทคโนโลยีที่มีจําหน่ายทั่วไป แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะ
แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาแว่น VR ใช้งบประมาณสูงมาก
แว่น VR ในปัจจุบันไม่มีองค์ประกอบทางเทคนิคมากนัก ความแตกต่างเพียง
อย่างเดียวจากจอภาพแบบเดิมคือวิธีแสดงผล
เลนส์แว่น VR ทั้งสองเลนส์สร้างขอบเขตการมองเห็นเสมือนจริงในสมองของผู้ใช้
ตามขอบเขตการมองเห็นที่แตกต่างกัน และการรับรู้เชิงลึกของรูปภาพที่แตกต่างกันใน
พื้นที่ใช้งาน เพื่อสร้างผลลัพธ์การแสดงผลที่แตกต่างจากจอภาพแบบเดิม
พูดอีกอย่างคือข้อมูลยังคงเป็นข้อมูลเดียวกัน แต่แสดงผลให้ผู้เล่นเห็นในรูปแบบ
ที่แตกต่างกัน
ฉือสิงสตูดิโอลงทุนยี่สิบล้านหยวน ซึ่งเท่ากับประมาณสามล้านเหรียญสหรัฐ ถือ
ว่าเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูงในปัจจุบัน บริษัททั่วไปไม่กล้าควักเงินมากขนาดนี้กับ
VR เพราะกลัวว่าจะลงทุนเสียเปล่า
นอกจากนั้นแว่น VR กับมือถือมีบางจุดที่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ทั้งสองต้องการ
ชิปประมวลผลและระบบปฏิบัติการพื้นฐาน สองสิ่งนี้คือจุดแข็งของเฉินฮว่าคอร์เปอเร
ชันอย่างไม่ต้องสงสัย จึงสามารถประหยัดเงินไปในมากในด้านนี้
ตอนแรกเงินจํานวนเท่านี้เพียงพอแล้ว แต่ผู้จัดการซ่งที่เป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์
ค่อนข้างบ้าเรื่องเทคโนโลยีและผุดแนวคิดใหม่ๆ ระหว่างการออกแบบ นอกจากนั้น
การค้นคว้าและพัฒนาคอนโทรลเลอร์ก็ยากกว่าที่คิดเอาไว้ เขาพบว่าหลังจากผุด
แนวคิดใหม่ๆ เงินทุนที่มีก็ไม่พออีกต่อไป จึงรายงานเรื่องนี้กับหลินหวาน
ผู้จัดการซ่งผุดไอเดียถุงมือสร้างสัมผัสเสมือนจริง แต่ก็ปัดตกไปอย่างรวดเร็ว
เพราะการผลิตถุงมือมีปัญหาหลากหลายอย่างซึ่งยากต่อการจัดการด้วย
เทคโนโลยีในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น
ขนาดมือของผู้เล่นมีความแตกต่างกันมาก การผลิตถุงมือต้องผลิตออกมาหลาย
ขนาด นอกจากนั้นถึงจะผลิตออกมาหลายขนาดก็อาจจะใส่ได้ไม่พอดีเป๊ะกับทุกคน
ถุงมือนั้นไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กเกินไปก็ใส่ได้ไม่สะดวก ถ้าเป็นคอนโทรลเลอร์ก็
สามารถทําออกมาขนาดเดียวและใช้งานได้สะดวกทุกคน
ในการใส่ฟังก์ชันจําเป็นต่างๆ เข้ามา ตัวคอนโทรลเลอร์ต้องมีแบตเตอรี่ เซนเซอร์
ก้านควบคุม และปุ่ม หากใส่องค์ประกอบเหล่านี้เข้ามาในถุงมือก็จะใหญ่เทอะทะ ใช้
งานได้ไม่สะดวก
ดังนั้นแผนผลิตถุงมือจึงไม่สามารถดําเนินการได้ด้วยระดับเทคโนโลยีในปัจจุบัน
ถึงจะฝืนทําออกมาก็ใช้งานได้ไม่ดี เขาจึงยอมกลับไปทําคอนโทรลเลอร์แต่โดยดี
แต่ถึงจะทําคอนโทรลเลอร์ก็ใช้เงินมากกว่าที่คิดไว้ เพราะต้องการทําให้แตกต่าง
จากคอนโทรลเลอร์ VR ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
พอได้ยินแบบนี้เผยเชียนก็หูผึ่งและตาเป็นประกายทันที “ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่า
เงินต้องไม่พอ!
“ตอนนั้นคุณบอกว่าสิบห้าล้านก็พอแล้ว ผมเป็นห่วงว่าจะไม่พอเลยเพิ่มให้เป็น
ยี่สิบล้าน ตอนนี้ดูเหมือนว่ายี่สิบล้านก็ยังไม่พอ!
“ต้องเพิ่มอีก!”
ได้ยินแบบนั้นหลินฉางก็รีบพูดขึ้น “ไม่มีปัญหา! บอสเผยเพิ่มเท่าไหร่ เฉินฮว่าก็
จะเพิ่มเท่านั้นครับ”
เผยเชียนเหลือบมองอีกฝ่าย เขาพูดไม่ออกเล็กน้อย
ทําไมต้องเข้ามายุ่งด้วย
ตอนแรกเผยเชียนไม่อยากให้หลินฉางลงทุนด้วยเพราะอยากขาดทุน ถ้าหลินฉาง
ลงเงินเท่ากันก็ต้องขาดทุนไปด้วย
เผยเชียนยอมแบกเรื่องนี้คนเดียวดีกว่า
แต่พอคิดถึงเรื่องที่หลินฉางทําไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน เผยเชียนก็เลิกเห็นใจอีกฝ่าย
สมควรแล้ว!
เผยเชียนหัวเราะ “โอเคครับ เถิงต๋าจะลงทุนอีกสิบล้านหยวน”
หลินฉางผงะไป “หา? เยอะขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
เผยเชียนกระแอมกระไอ “ถ้าบอสหลินไม่สะดวก เถิงต๋าจ่ายเองหมด…”
หลินฉางรีบโบกมือ “ไม่มีปัญหาครับ! จะมีปัญหาได้ยังไง
“เฉินฮว่าก็จะลงทุนอีกสิบล้าน ตกลงตามนี้!
“สี่สิบล้านหยวน ก็ประมาณหกล้านดอลลาร์ ทุนมากกว่าแว่น VR ต่างประเทศที่
เป็นที่ฮือฮาถึงสองเท่า…
“น่าจะไม่มีปัญหาแล้วใช่มั้ย”
แม้จะเป็นการสนับสนุนน้องสาว แต่หลินฉางก็ยังรู้สึกอ่อนแรงเล็กน้อย
สิบล้านหยวนไม่ถือเป็นเงินก้อนใหญ่สําหรับเฉินฮว่าคอร์เปอเรชัน ที่เขากังวลคือ
หลังจากลงเงินก้อนนี้ไปแล้วโปรเจ็กต์จะล้มเหลว ซึ่งจะทําให้หลินหวานสะเทือนใจมาก
แต่ในเมื่อบอสเผยตัดสินใจเพิ่มเงินก็ต้องตามน้ํา!
หลินหวานพยักหน้า “พอแน่นอนค่ะ! แต่บอสเผยคะ เถิงต๋าไม่มีปัญหาเรื่อง
เงินทุนจริงๆ ใช่ไหมคะ ถ้างั้นเก็บเงินก้อนนี้ไว้แล้วให้พี่ออกยี่สิบล้าน…”
เผยเชียนหน้าเคร่งเครียด “เงินทุนของเถิงต๋าไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาเลย! คุณไม่
ต้องเป็นห่วง!
“แทนที่จะเป็นห่วงเรื่องนี้ ไปทุ่มความสนใจกับการค้นคว้าและพัฒนาอุปกรณ์
รวมถึงออกแบบเกมดีกว่า ผมอยากให้สินค้าตัวนี้เปิดตัวเร็วที่สุด!”
เพราะวันที่ปล่อยสินค้านี้ออกมา ยอดขาดทุนก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว
หลินหวานพยักหน้า “โอเคค่ะ เดี๋ยวหนูแจ้งผู้จัดการซ่ง ได้ทุนเท่านี้ก็ดําเนินการ
ตามแผนที่เขาออกแบบไว้ได้ เขาต้องดีใจมากแน่นอนค่ะ!
“จริงด้วย นานๆ บอสเผยจะแวะมาได้ บอสอยากดูคอนเซ็ปต์อาร์ตปัจจุบันของ
Animal Island ไหมคะ”
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก็ได้”
เพราะยังไงก็ยังอีกนานกว่าตัวเดโม่จะออกมา ถ้าได้ดูคอนเซ็ปต์อาร์ตก็จะได้
ไอเดียคร่าวๆ เกี่ยวกับสไตล์และกราฟิกในเกม
หลินหวานหยิบโน้ตบุ๊กที่วางอยู่ข้างๆ มาเปิดภาพคอนเซ็ปต์อาร์ตบางส่วน แล้วเอา
ให้เผยเชียนกับหลินฉางดู
เผยเชียนกวาดตามองแล้วอดแปลกใจขึ้นมาไม่ได้
สไตล์จิบิ… เยี่ยมเลย!
ฉากหลังในภาพคอนเซ็ปต์เป็นเกาะเล็กๆ กลางทะเลที่มีพืชพรรณเขียวชอุ่มและ
ทิวทัศน์งดงาม ส่วนหลักของภาพคือสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์หลายชนิด ไม่ว่าจะ
เป็นลูกแมว ลูกหมา สิงโต หมี กระต่าย และอื่นๆ บางตัวกําลังตกปลาด้วยคันเบ็ดใน
มือ บางตัวตัดต้นไม้ด้วยขวาน บางตัวทํานาด้วยจอบ
นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ประหลาดสไตล์ออกไปทางสตีมพังก์กําลังช่วยบรรดาสัตว์
จัดการพื้นที่เพาะปลูกและติดตั้งระบบเพาะปลูกสไตล์สตีมพังก์ แน่นอนว่าใช้สไตล์จิบิ
เหมือนกัน
เทียบกับสไตล์ภาพสมจริงแล้ว สไตล์จิบิจัดการได้ง่ายกว่า ถึงจะไม่ได้มีฝีมือมาก
เป็นพิเศษผลงานที่ออกมาก็ไม่ได้น่าเกลียดจนเกินไป
แต่การใช้สไตล์จิบิอย่างช่ําชองนั้นยากมาก เพราะหัวใจหลักของสไตล์จิบิคือการ
ดึงคุณสมบัติที่โดดเด่นของตัวละครมาสร้างใหม่ การออกแบบตัวละครสไตล์จิบิให้
น่ารักและเป็นที่จดจําโดยยังรักษาแก่นสําคัญไว้เป็นงานที่ยากมาก
เห็นได้ชัดว่าภาพเหล่านี้วาดโดยนักวาดมากฝีมือ
เผยเชียนดีใจมาก
งานระดับนี้ต้องแพงแน่ๆ!
ถ้าใช้เงินเพิ่มได้ก็ถือเป็นเรื่องดี
“มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าเป็นผลงานของนักวาดมากฝีมือ น่าจะใช้เงินเยอะ
ประมาณหนึ่งเลยใช่มั้ย” เผยเชียนถามขึ้นลอยๆ
หลินหวานยิ้ม “ยังต้องใส่ใจเรื่องเงินกับคุณหร่วนอยู่อีกเหรอคะ มีราคามิตรภาพ
ระยะยาวอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
เผยเชียนตกตะลึง เครื่องหมายคําถามผุดขึ้นเหนือหัว
? “
หร่วนกวางเจี่ยนเป็นคนวาดเหรอ”
เผยเชียนรู้สึกสับสนเล็กน้อยเพราะจําได้ว่าหร่วนกวางเจี่ยนวาดแนวสมจริงเป็น
หลัก
หลินหวานพยักหน้า “ใช่ค่ะ บอกได้แค่ว่าสมแล้วที่เป็นคุณหร่วน สไตล์จิบิก็ทํา
ออกมาได้ดีไม่แพ้กัน!”
เผยเชียนพูดอะไรไม่ออก
ทันใดนั้นเขาก็คิดขึ้นได้ว่าถึงหร่วนกวางเจี่ยนวาดแนวสมจริงเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็
ไม่ได้หมายความว่าจะวาดแนวจิบิไม่ได้
ตอนที่เผยเชียนหานักวาดในอินเทอร์เน็ตมาวาดให้เกมแม่ทัพผี เขาเห็นว่าผลงาน
ของหร่วนกวางเจี่ยนเป็นแนวจิบิหมด ก็คิดว่าคงวาดแนวสมจริงไม่เป็นเลยจ้างอีกฝ่าย
…
Mission & Choice เพิ่งปล่อยออกไป หร่วนกวางเจี่ยนก็มาออกแบบให้
Animal Island แล้วเหรอ
มุมปากของเผยเชียนกระตุกก่อนจะถอนหายใจ “พวกคุณประสานงานกันได้ดี
จริงๆ…”