ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1065 ปรับโฉมร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู: โซนประสบการณ์ VR
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 1065 ปรับโฉมร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู: โซนประสบการณ์ VR
บทที่ 1065 ปรับโฉมร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู: โซนประสบการณ์ VR
เรื่องเพิ่มเงินลงทุนแว่น VR สรุปผลกันเรียบร้อย
เถิงต๋าคอร์เปอเรชันกับเฉินฮว่าคอร์เปอเรชันจะออกเงินเพิ่มให้อีกคนละสิบล้าน
รวมเป็นสี่สิบล้าน ซึ่งมากพอที่จะพัฒนาแว่น VR นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่
ออกมาต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูงที่สุดในตลาดอย่าง
แน่นอน
แต่ก็มีความเสี่ยงสูงด้วยเหมือนกัน
เพราะการพัฒนาอุตสาหกรรม VR ในปัจจุบันช้ามากและยังขาดแคลนในจีน ถ้า
ไม่มีอะไรผิดพลาด แว่น VR น่าจะมีราคามากกว่าสี่พนันหยวน และสัดส่วนกําไรจะ
ไม่สูงนัก
จะมีสักกี่คนที่ยอมเสียเงินซื้อ ต้องขายกี่อันถึงจะทําเงินคืนทุนสําหรับค้นคว้าและ
พัฒนาสี่สิบล้านหยวนได้
ถ้าแว่น VR แต่ละอันกําไรอยู่ที่สี่ร้อยหยวน ก็ต้องขายหนึ่งแสนอันกว่าจะคืนทุน
ตอนนี้ยากมากที่จะหาคนหนึ่งแสนคนในจีนที่ยินดีจ่ายเงินมากกว่าสี่พันหยวนเพื่อ
ซื้อแว่น VR
หากต้องการขยายฐานผู้ใช้ก็ต้องลดราคาและจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งก็ทํา
ให้กําไรลดลงไปอีก ยอดขายสุดท้ายอาจจะสูงกว่าที่คํานวณไว้มาก
เผยเชียนรู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูกหลังคํานวณดู
โชคดีที่เป้าหมายของฉันคือการขาดทุน!
ถ้าเป้าหมายคือการทําเงินเขาไม่มีทางตัดสินใจทําอะไรเสี่ยงๆ แบบนี้แน่นอน
แต่ตอนนี้ยิ่งความเสี่ยงสูงเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตั้งตาคอยมากขึ้นเท่านั้น!
เผยเชียนมองนาฬิกา ตอนนี้สี่โมงเย็นแล้ว
ต้องยอมรับเลยว่าเขาทํางานมีประสิทธิภาพมาก เพิ่งผ่านมาแค่ชั่วโมงกว่าหลังจาก
ที่รีบพุ่งตัวมาที่นี่ตอนบ่ายสาม
จะใช้เงินก็ต้องเร่งมือ!
เผยเชียนลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ หลินฉางกับหลินหวานเดินออกไปส่งเขาด้วยกัน
แต่ทันทีที่เขาออกไปก็เห็นเยว่จือโจวกับหวังเสี่ยวปินเดินเข้ามาหา
“สวัสดีครับบอสเผย!” ทั้งสองรีบกล่าวทักทาย
ตั้งแต่หลินหวานออกจากฉางหยางเกมส์ เยว่จือโจวกับหวังเสี่ยวปินก็ได้ขึ้นมารับ
ช่วงต่อ ถึงในเบื้องหน้าเยว่จือโจวจะเป็นผู้ดูแลอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ดูแลตัวจริงคือ
หวังเสี่ยวปิน
ทั้งสองร่วมมือกันและแบ่งงานกันจัดการเรื่องต่างๆ
ตัวอย่างเช่น หวังเสี่ยวปินดูแลเรื่องการพัฒนา Fitness Battle
หลังจากเปิดฉือสิงสตูดิโอเผยเชียนก็ขอให้เยว่จือโจวกับหวังเสี่ยวปินแวะเข้ามา
ช่วยบ้าง เขาอยากให้ฉือสิงสตูดิโอเข้าที่เข้าทางโดยเร็วที่สุด หลินหวานจะได้ไม่คิดกลับ
เถิงต๋าอีก
เห็นได้ชัดว่าเยว่จือโจวกับหวังเสี่ยวปินแวะมาคุยงาน
เผยเชียนมองนาฬิกา “ใกล้ได้เวลาเลิกงานแล้ว รีบหน่อยนะ”
ทั้งสองรีบตอบ “ได้ครับบอสเผย! เราเลิกงานตรงเวลาแน่นอนครับ!”
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกไป “คุณควรให้ความสําคัญกับฉือสิง
สตูดิโอมากขึ้น ถ้ายุ่งมากเกินไปก็พักงานของฉางหยางเกมส์ไว้ชั่วคราวก่อนได้ ไม่
เป็นไร
“คุณต้องจัดลําดับความสําคัญให้ชัดเจน เข้าใจมั้ย”
ทั้งสองพยักหน้าอีกครั้ง “ครับบอสเผย เข้าใจครับ!”
เผยค่อนข้างพึงพอใจกับทัศนคติของทั้งสอง หลังจากบอกลาทุกคนเขาก็กลับ
ออกไป
ชัดเจนว่าความสําเร็จของ Fitness Battle ต้องโทษหวังเสี่ยวปิน
แต่ที่แปลกคือเผยเชียนไม่มีอารมณ์จะตําหนิอีกฝ่าย
ทําไมถึงเป็นแบบนั้น
อาจเป็นเพราะความสําเร็จของเกมกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แถมยังเพิ่งโดนโป
รเจ็กต์ Mission & Choice แทงหลังมา เผยเชียนจึงทนต่อความเจ็บปวดได้
ค่อนข้างมากหน่อย…
แต่เผยเชียนก็ไม่ลืมที่จะระมัดระวังตัวกับการเคลื่อนไหวต่อไปของฉางหยางเกมส์
หลังจากทั้งสองขึ้นมาดูแลฉางหยางเกมส์ พวกเขาก็ประสบความสําเร็จกับ
Fitness Battle ทันที ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะยิ่งทะเยอทะยานในการพัฒนา
เกมใหม่แน่นอน
ถ้าสร้างเกมใหม่ก็ทําเงินได้เพิ่มสิ
บอสเผยจะปล่อยให้พวกเขาประสบความสําเร็จง่ายๆ ได้ยังไง
ดังนั้นเผยเชียนจึงจงใจสั่งให้พวกเขาทุ่มเทกับการช่วยหลินหวานจัดการงานในฉือ
สิงสตูดิโอ ถ้างานล้นมือเกินไปก็พักงานฉางหยางเกมส์ไปก่อนชั่วคราวได้
เพราะโปรเจ็กต์ของฉือสิงสตูดิโอตัดสินใจไปแล้วเรียบร้อย จะมีคนเพิ่มขึ้นหรือ
ลดลงหนึ่งคนก็ไม่ได้กระทบกับความคืบหน้าของโปรเจ็กต์มาก ซึ่งนอกจากจะทําให้
ฉางหยางเกมส์เข้าสู่สถานะพักงานชั่วคราวแล้ว ยังช่วยให้หลินหวานปรับตัวเข้ากับชีวิต
หลังออกจากเถิงต๋าได้เร็วขึ้น แบบนี้ก็ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยไม่ใช่เหรอ
แน่นอนว่าเรื่องนี้พูดออกไปชัดเจนไม่ได้
แต่เผยเชียนเชื่อว่าเยว่จือโจวกับหวังเสี่ยวปินจะทําตามที่เขาบอกอย่างจริงจัง
…
หลังออกจากฉือสิงสตูดิโอเผยเชียนก็นั่งรถกลับไปร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูสาขา
ใกล้ๆ ที่พัก เขาตั้งใจว่ากินข้าวเย็นเสร็จจะกลับห้องไปพักผ่อน
วันนี้วันพฤหัสบดี ลูกค้าเข้าร้านน้อยกว่าช่วงสุดสัปดาห์ แต่ชั้นหนึ่งกับชั้นสองก็มี
คนใช้งานเต็ม
แต่เทียบกับตอนที่ร้านอินเทอร์เน็ตดังเป็นพลุแตก สถานการณ์ลูกค้าแน่นร้านก็ดี
ขึ้น ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูเกือบจะกลับสู่สภาพปกติแล้ว
เผยเชียนรู้ดีว่าเป็นเพราะร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูมีสาขามากขึ้นเรื่อยๆ!
ตอนนี้ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูกับกิจการหน้าร้านอื่นๆ พัฒนาในจิงโจว เมืองอื่นๆ
ในมณฑลฮั่นตง รวมถึงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจวเป็นหลัก
จิงโจวมีกิจการท้องถิ่นมากมาย
หลังเปิดสาขาเพิ่มสาขาเก่าๆ ก็ไม่แออัดอีก ดูสงบมากขึ้น เผยเชียนรู้สึกสบายใจที่
จะแวะมากินอาหารที่นี่ทุกวัน
แต่สถานการณ์ปัจจุบันของร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูก็ยังทําให้เขากังวลใจ ในบรรดา
กิจการหน้าร้านต่างๆ ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูเริ่มต้นเร็วสุด ดังสุด และทําเงินได้มาก
สุด อีกทั้งเซี่ยวเผิงก็ไม่ธรรมดา เผยเชียนรู้สึกไม่ปลอดภัยตั้งแต่ร้านอินเทอร์เน็ตโมห
ยูพัฒนามาถึงขั้น 3.0
ดังนั้นเขาจึงคิดหาทางลดรายได้ของร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูทุกครั้งที่แวะมากินข้าว
วันนี้ก็เป็นแบบนั้น
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะตอนที่ออกแบบแรกๆ ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูแบ่งออกเป็นโซนกาแฟ โซนดู
หนัง โซนอ่านหนังสือ และโซนขายของ จากนั้นก็เพิ่มการใช้งานไร้ประโยชน์อื่นๆ เข้า
มา
โซนอินเทอร์เน็ตที่ทํากําไรได้มากที่สุดจัดที่นั่งห่างกันมาก
ทําแบบนี้ก็เป็นเรื่องยากที่ร้านอินเทอร์เน็ตจะทํากําไรได้ และเป็นจุดสําคัญเดียวที่
ระบบยอมให้ทํา
แต่ถึงจะทํากําไรได้ยาก ก็ยังทํากําไรได้อยู่ดี!
หลังจากทํากําไรได้ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูทั้งหมดก็เข้าสู่วงจรประเสริฐทันที ร้าน
อินเทอร์เน็ตโมหยูกลายเป็นคําพ้องความหมายกับร้านอินเทอร์เน็ตระดับไฮเอนด์
เพราะพื้นที่กว้างขวาง บรรยากาศที่เหนือกว่า และฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย เมื่อ
ผู้คนในละแวกใกล้เคียงพูดถึงร้านอินเทอร์เน็ตระดับไฮเอนด์ สิ่งแรกที่พวกเขาคิดคือ
ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู
บางคนถึงชั้นโทรจองและจ่ายเงินก้อนโตเพื่อจับจองที่นั่งไว้ล่วงหน้า
กิจการอื่นๆ ในร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูเองก็ทําเงินได้มากมาย เช่น เครื่องดื่มใน
โซนบาร์และโซนขายของบนชั้นสอง ซึ่งถือเป็นร้านได้ส่วนใหญ่ของร้าน
เผยเชียนอยากเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง แต่ก็ทําได้ยากมากในตอนนี้
หลังจากแวะไปฉือสิงสตูดิโอมาวันนี้ จู่ๆ เผยเชียนก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา
ไอเดียที่ว่ากลายเป็นแผนที่สมบูรณ์แบบในหัว!
เผยเชียนรีบโทรบอกให้เซี่ยวเผิงแวะมาหา
เซี่ยวเผิงกลายเป็นคนที่ยุ่งมากตั้งแต่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูบุกเมืองระดับหนึ่ง เขา
มักจะบินข้ามเมืองไปมา โชคดีที่สัปดาห์นี้บังเอิญอยู่ที่จิงโจวพอดี เขาเลยรีบเข้ามาหา
เขาดีใจมากที่ได้พบบอสเผย
ขณะที่กําลังจะทักทายเผยเชียนก็ห้ามเขาไว้ก่อน
เซี่ยวเผิงเข้าใจทันที ในร้านมีคนเยอะเกินไป เขาเปิดเผยตัวตนบอสเผยไม่ได้
ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูมีลูกค้าประจําเยอะมาก แต่เถิงต๋าเก็บความลับดีสุดๆ
ลูกค้าประจําเหล่านี้คิดว่าเผยเชียนคือนักแสดงที่รับบทเป็นบอสเผย ไม่ใช่บอสเผยตัว
จริง มีแค่พนักงานในร้านเท่านั้นที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมือ
เป็นอย่างดีกับการแสดงของเขา
เซี่ยวเผิงที่เป็นผู้ดูแลร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูเคยปรากฏตัวต่อสาธารณะบ้าง แต่มี
แค่ไม่กี่คนที่รู้จักเขา หลายคนไม่ได้สนใจว่าผู้ดูแลเครือร้านอินเทอร์เน็ตเป็นใครและ
หน้าตาเป็นยังไง
ดังนั้นเซี่ยวเผิงกับเผยเชียนจึงเหมือนเป็นลูกค้าทั่วไปที่เดินไปรอบๆ ร้าน
อินเทอร์เน็ตโมหยู
เซี่ยวเผิงดูคาดหวังมาก เพราะบอสเผยไม่ได้เรียกเขามาพบนานมากแล้ว!
ครั้งสุดท้ายที่บอสเผยให้คําแนะนํากับร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูคือตอนเปิดสาขาใน
เมืองระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่คําแนะนําจริงๆ เป็นแค่การบอกใบ้จากบอสเผยหลังลุยโปร
โมตในเมืองระดับหนึ่ง
ตอนที่ได้รับคําแนะนําแบบตัวต่อตัวต้องย้อนกลับไปช่วงร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู
3.0 ประสบความสําเร็จ แต่ตอนนั้นบอสเผยก็แค่บอกให้เซี่ยวเผิงเปิดสาขาต่อไป
ไม่ได้ให้คําแนะนําหรือข้อเสนอแนะที่สําคัญอะไร
ทุกคนรู้ว่าในเถิงต๋าไม่มีอะไรสําคัญไปกว่าคําแนะนําจากบอสเผยโดยตรง
เพราะบอสเผยมีความเข้าใจลึกซึ้งเรื่องหลักการทําธุรกิจ คําแนะนําของบอสจึงเป็น
ปรัชญาและคําทํานายที่แม่นยํา ตราบใดที่วิเคราะห์อย่างจริงจัง กิจการที่ดูแลอยู่ก็จะ
พัฒนาแบบก้าวกระโดดในเวลาสั้นๆ แน่นอน!
แต่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูไม่ได้รับคําแนะนําจากบอสเผยมากว่าเก้าเดือนแล้ว
กิจการของร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูราบรื่นดีและมีความคืบหน้าที่ดีในเมืองระดับหนึ่ง
อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว ถึงอย่างนั้นเซี่ยวเผิงก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
ในที่สุดบอสเผยก็นึกถึงร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูและจะให้คําแนะนํากับเขา แบบนี้
จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง
เผยเชียนกับเซี่ยวเผิงขึ้นไปชั้นสองของร้าน
“คุณรู้จักฉือสิงสตูดิโอมั้ย” เผยเชียนถาม
เซี่ยวเผิงพยักหน้า “รู้จักครับ ได้ยินมาว่าฉือสิงสตูดิโอกําลังพัฒนาเกม VR ใช่
ไหมครับ”
เผยเชียนชี้ที่นั่งชั้นสองของร้าน “พอฉือสิงสตูดิโอพัฒนาเกม VR เสร็จ โซนเกม
มิ่งบนชั้นสองจะเปลี่ยนเป็นพื้นที่สําหรับเล่น VR โดยจะมีแว่น VR และ
คอนโทรลเลอร์พร้อมให้บริการ”
ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู 1.0 มีหลายสาขา เนื่องจากต้องเช่าร้าน การจัดวางผังร้าน
จึงไม่ได้เหมือนกันเป๊ะทุกอย่าง
แต่โดยรวมแล้วร้านแบ่งออกเป็นโซนเกมมิ่ง โซนบาร์ โซนคาเฟ่ โซนอ่านหนังสือ
โซนขายของ และโซนดูหนัง
ร้านสาขาเล็กๆ อาจไม่มีโรงหนังขนาดเล็กและโซนหนังสือ ส่วนสาขาใหญ่ๆ แบ่ง
โซนเกมมิ่งเป็นสองชั้น
เผยเชียนอยากเปลี่ยนโซนเกมมิ่งทั้งหมดบนชั้นสอง ซึ่งเท่ากับเปลี่ยน
คอมพิวเตอร์ครึ่งหนึ่งของร้านเป็นอุปกรณ์ VR
เหตุผลก็เรียบง่ายมาก เพราะอุปกรณ์ VR กินที่มากกว่า