ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1067 Fitness Battle เวอร์ชัน VR
บทที่ 1067 Fitness Battle เวอร์ชัน VR
เผยเชียนพยักหน้า “คุณพูดถูก เราต้องออกแบบโซน VR ใหม่
“เอางี้แล้วกัน เครื่อง PC จะวางไว้บนชั้นเหนือศีรษะ ปุ่มเปิดปิดต่อสายลงมา
โซน VR ทั้งหมดแบ่งเป็นห้องๆ จอภาพแขวนอยู่บนฉากกั้นด้านหน้า ข้างล่างมีท็อป
โต๊ะแบบพับเก็บและถาดวางเมาส์กับคีย์บอร์ด
“ท็อปโต๊ะจะออกแบบให้มีความสูงพอดีกับการยืนใช้งาน
“แว่น VR กับคอนโทรลเลอร์แขวนอยู่บนฉากกั้นด้านข้างให้หยิบใช้ได้สะดวก”
ทําแบบนี้ท็อปโต๊ะก็จะมีการใช้งานสองฟังก์ชันคือขนานกับพื้นหรือพับติดผนัง
เมื่อใช้งานจอท็อปโต๊ะจะขนานกับพื้น ผู้เล่นสามารถใช้เมาส์กับคีย์บอร์ดหาเกม
และเข้าสู่โหมด VR ได้ จากนั้นก็สามารถดันพับติดผนังเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเล่น
เนื่องจากคีย์บอร์ดกับเมาส์ยึดกับถาดบนท็อปโต๊ะ ตราบใดที่เมาส์เก็บเข้าในถาด
ก่อนพับเก็บ มันก็จะไม่ห้อยต่องแต่ง
บอกได้แค่ว่าถ้าผู้เล่นอยากยืนเล่นเกม PC ก็เชิญตามสบาย
เขาคิดว่าผู้เล่นแบบนั้นมีน้อยมาก
เซี่ยวเผิงพยักหน้า “โอเคครับ ผมจะทําตามแผนนี้
“แต่… บอสเผยได้พิจารณาปัญหานี้ไหมครับ ตอนนี้ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู
ค่อนข้างแน่น ถ้าเราตัดคอมพิวเตอร์ครึ่งหนึ่งของร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู 1.0 ออก
และแทนที่ด้วย VR สถานการณ์จะไม่ยิ่งแย่ลงเหรอครับ
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ทําได้แค่เปิดสาขาเพิ่ม”
มุมปากของเผยเชียนกระตุก ไอ้หนู แกกําลังขู่ฉันเหรอ
เปิดสาขาใหม่เก่งมากใช่มั้ย
พูดอย่างกับว่าถ้าฉันไม่เปลี่ยนเป็นโซน VR แกจะไม่เปิดสาขาใหม่อย่างนั้นแหละ
เหลวไหลสิ้นดี!
ยังไงสาขาใหม่ก็ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดอยู่แล้ว โซน VR จะช่วยลดรายได้ของ
สาขาทั้งหมดลงได้มาก ยังไงฉันก็ไม่เจ็บหนัก
เผยเชียนโบกมือ “ถ้าอยากเปิดก็เปิดเลย ผมเคยบอกคุณแล้วว่าจะไม่ห้ามเปิด
สาขาใหม่ คุณเปิดได้ตามใจชอบเลย”
เซี่ยวเผิงพยักหน้าดีใจ “เข้าใจแล้วครับบอสเผย! ผมจะเริ่มเตรียมการเดี๋ยวนี้
“โซน VR ไม่ใช่โปรเจ็กต์เล็กๆ ไม่น่าจะเสร็จภายในวันสองวัน เพราะเราต้องทํา
ฉากกั้น ซื้ออุปกรณ์ และอื่นๆ
“ผมวางแผนว่าจะปรับร้านทีละชุด ผมอยากขอให้เหลียงชิงฟานช่วยออกแบบร้าน
ใหม่ให้พอดี แต่ยังหาจังหวะเหมาะไม่ได้ ผมจะใช้โอกาสนี้จัดการให้เสร็จไปพร้อมกัน
ครับ!
“ถึงการปรับปรุงร้านจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ผมเชื่อว่าพอเสร็จร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู
จะมีรูปโฉมใหม่เอี่ยม รายได้ต้องมากขึ้นแน่นอนครับ!”
เผยเชียนแค่นหัวเราะในใจ ปฏิเสธประโยคสุดท้ายของเซี่ยวเผิงรัวๆ
ปรับรูปโฉมใหม่ได้ แต่รายได้ควรลดลงจะดีกว่า
…
ไม่นานหลังเผยเชียนออกจากฉือสิงสตูดิโอ
เยว่จือโจวกับหวังเสี่ยวปินเข้าไปห้องประชุมเพื่อคุยกับหลินหวานและไช่เจียต้ง
หัวหน้าฝ่ายออกแบบของฉือสิงสตูดิโอ เพื่อดูรายละเอียดการออกแบบเกม Animal
Island
หลินหวานหยิบเอกสารที่วางอยู่ข้างๆ มาพลิกดู จากนั้นก็เลือกมาหนึ่งฉบับและ
บอกให้ผู้ช่วยเอาไปทําสําเนา
ไม่นานเอกสารฉบับนั้นก็แจกจ่ายให้กับทุกคน
เอกสารเหล่านี้คือแผนการออกแบบเกมแว่น VR ใหม่ เอกสารที่หลินหวานเลือก
คือแผนสุดท้าย
หลินหวานพูดขึ้น “บอสเผยตัดสินใจแล้วว่าเถิงต๋ากับเฉินฮว่าจะลงทุนเพิ่มคนละ
สิบล้าน หรือก็คือมีงบในการพัฒนาแว่น VR สูงถึงสี่สิบล้านหยวน
“ดังนั้นแผนการออกแบบแว่น VR จึงได้ข้อสรุปแล้ว เราจะใช้เวอร์ชันที่แพงที่สุด
ค่ะ”
เยว่จือโจว หวังเสี่ยวปิน และไช่เจียต้งหยิบเอกสารมาอ่าน
ก่อนหน้านี้ผู้จัดการซ่งมีไอเดียมากมาย ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายเวอร์ชันตามงบใน
การค้นคว้าและพัฒนากับราคาขายสุดท้าย
เวอร์ชันที่เขาพอใจที่สุดถูกเก็บไว้ชั่วคราวเพราะมีงบค้นคว้าและพัฒนาไม่พอ
ตอนนี้งบพร้อมแล้วจึงไม่จําเป็นต้องลังเลอีกต่อไป
หลินหวานอธิบาย “แว่น VR นี้จะเป็นแบบสแตนด์อโลน + สตรีมมิ่งไร้สาย/ต่อ
สาย + ระบบจําลองการเคลื่อนไหว 6DoF เลนส์มีความละเอียดระดับ 4K อัตรารี
เฟรชสูงสุดที่ 120hz มุมมอง 125 องศา และแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh ใช้งาน
ได้สองชั่วโมงครึ่งในการเล่นเกมต่อเนื่อง…”
ถึงตอนนี้จะยังมีอุปกรณ์ VR ไม่มากและส่วนใหญ่เป็นของต่างประเทศ แต่
ทิศทางในการพัฒนาแว่น VR ก็แบ่งประเภทชัดเจน
ประเภทแรกคือ VR ที่ต้องต่อกับคอมพิวเตอร์และจับคู่กับ Base Station อีก
ประเภทคือ VR แบบสแตนด์อโลนที่มีชิปประมวลผลในตัว
ทั้งสองแบบมีข้อดีและข้อเสีย
เมื่อเทียบกันแล้ว VR ที่ต้องต่อคอมพิวเตอร์มอบประสบการณ์ที่ดีกว่า ราคาแพง
กว่า และพกพาสะดวกกว่า ที่เผยเชียนจําได้คือมีแว่น VR ความละเอียด 8K และ
มุมมอง 200 องศา สเป็กจอเหนือกว่า VR แบบสแตนด์อโลนหลายขุม
แต่ VR แบบสแตนด์อโลนก็มีประโยชน์ในตัวเพราะใช้งานได้หลากหลาย
สถานการณ์
VR อีกประเภทต้องใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ระดับไฮเอนด์และต้องต่อสาย
หมายความว่าจะไม่สามารถรับชมภาพยนตร์ได้อย่างอิสระและอยู่ห่างจากคอมพิวเตอร์
มากเกินไปไม่ได้ นอกจากนั้นราคาที่ค่อนข้างสูงก็ทําให้ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่อยากซื้อ
VR แบบสแตนด์อโลนค่อนข้างหนักกว่าเพราะมีชิปและแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่
ไม่จําเป็นต้องต่อสายและมีความยืดหยุ่นมากกว่า อีกทั้งยังมีโปรแกรมในตัว สามารถ
เล่นเกม VR สเป็กต่ําได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งระดับจะคล้ายๆ กับเกมมือถือ
ถ้าอยากเล่นเกมสเกลใหญ่ก็สามารถต่อสายหรือต่อไวไฟได้
ตรงนี้คือจุดแข็งของเฉินฮว่า
ผู้จัดการซ่งมั่นใจในเทคโนโลยีสตรีมมิ่งแบบไร้สายและมีสายของแว่น VR นี้ เลย
โน้มเอียงไปทาง VR แบบสแตนด์อโลนมากกว่า
หลังจากพิจารณาอยู่นานผู้จัดการซ่งก็ตัดสินใจสเป็กเฉพาะได้
ระบบจําลองการเคลื่อนไหว 6DoF เมื่อเอามาใช้ใน VR แบบสแตนด์อโลนทําให้
ไม่จําเป็นต้องมี Base Station แต่จะใช้กล้องสองตัวที่บริเวณหน้าแว่นตรวจจับ
สภาพแวดล้อมและตําแหน่งจริงจากภาพที่จับได้
ความแม่นยําแย่กว่า Base Station เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แตกต่างชัดเจน ผู้เล่น
ทั่วไปไม่น่าจะรู้สึกถึงความแตกต่าง
นอกจากนั้นกล้องสองตัวยังมีการใช้งานพิเศษด้วย เมื่อผู้เล่นออกจากพื้นที่
ปลอดภัยหรืออยู่ในสถานการณ์พิเศษ แว่นจะไม่ฉายภาพในเกมและเปลี่ยนมาแสดง
ภาพในชีวิตจริงที่จับด้วยกล้อง
แน่นอนว่าภาพนั้นไม่คมชัด จะออกมัวๆ เหมือนคนสายตาสั้นประมาณ 300-400
สเป็กสําคัญอีกอย่างคือคุณภาพของหน้าจอ
ความละเอียดของแว่นเป็นตัวกําหนดประสบการณ์การใช้งานของผู้เล่น แว่น VR
รุ่นแรกใช้ความละเอียด 2K แค่ความละเอียด 2K นั้นไม่เพียงพอ อย่างน้อยต้อง 4K
อันที่จริงแม้จะเป็นความละเอียดระดับ 4K ก็ยังกําจัดปัญหาภาพแตกของ VR
ไม่ได้ แต่การเพิ่มความละเอียดมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ด้วยระดับเทคโนโลยีปัจจุบันทํา
ได้ยากมาก
อัตรารีเฟรช 120hz จําเป็นต่อการสร้างประสบการณ์การเล่นที่ดีที่สุด ถ้าแค่
60hz จะทําให้รู้สึกติดๆ ขัดๆ ไม่ได้ประสบการณ์การเล่นที่ลื่นไหลที่สุด
ถ้าฟังก์ชันหลักคือการดูหนัง อัตรารีเฟรช 60hz ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าอยากเล่น
เกมต้องไป 120hz
องศามุมมองคือขอบเขตการมองเห็นของแว่น VR ถ้าองศาแคบผู้เล่นจะรู้สึก
เหมือนมองภาพผ่านช่องว่างของประตู ซึ่งรู้สึกจํากัดมาก
แต่องศามุมมองไม่สามารถเพิ่มองศาได้ไม่จํากัด เพราะยิ่งองศากว้างเลนส์ก็
ยิ่งใหญ่ ยิ่งเลนส์ใหญ่ต้นทุนการผลิตก็ยิ่งสูง ความละเอียดเดิมจะถูกขยายออกไป
ด้วย
ตัวอย่างเช่น มุมมอง 100 องศาสามารถรักษาความละเอียดไว้ที่ 4K ถ้าขยาย
ออกเป็น 200 องศาความละเอียดอาจจะอยู่แค่ 2K
มุมมองทับซ้อนของดวงตามนุษย์คือ 124 องศา ระยะการมองเห็นเมื่อเพ่งมอง
อยู่ที่ 25 องศา มุมมองแนวนอนสูงสุดของดวงตาไปได้ถึง 188 องศา
พูดอีกอย่างคือเมื่อแว่น VR ทําองศามุมมองได้ถึง 200 ผู้เล่นก็สามารถดื่มด่ํากับ
ภาพได้เต็มที่สุดๆ จะไม่มีขอบสีดําในระยะการมองเห็น
แต่นี่เป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินไป ไม่ใช่แผนที่จะเอามาใช้ได้ในตอนนี้
ผู้จัดการซ่งกําหนดมุมมองไว้ที่ 125 องศา ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองทับซ้อนของ
ดวงตามนุษย์ ถึงจะยังเห็นขอบสีดําตรงหางตาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่รู้สึกจํากัดเหมือนมอง
บางอย่างผ่านช่องว่างประตู
คุณภาพหน้าจอระดับนี้บวกกับชิปประมวลผลของแว่นสแตนด์อโลนใช้พลังงานสูง
มาก แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh เพียงพอต่อการเล่นติดต่อกันสองชั่วโมงครึ่ง
เท่านั้น
ระยะการใช้งานถือว่าเหมาะสมเพราะเกม VR ไม่เหมือนเกม PC ตรงที่มีความ
สมจริงมาก หากเล่นนานเกินไปจะรู้สึกเวียนหัวและเมื่อยล้า ควรหยุดพักหลังการเล่น
ทุกสองชั่วโมง
แน่นอนว่าถ้าเสียบชาร์จไว้ก็สามารถเล่นได้ไม่จํากัด แต่จะเคลื่อนที่ได้ไม่สะดวก
แบตเตอรี่ขนาดไม่เล็ก ดังนั้นต้องมีการออกแบบให้ติดตั้งด้านหลังเพื่อให้น้ําหนัก
ของตัวแว่นสมดุล ก็คือส่วนที่เป็นแบตเตอรี่จะกดเข้ากับด้านหลังศีรษะของผู้เล่น
ด้วยการออกแบบนี้ตัวแว่นจะมีราคาอยู่ที่ 4,599 หยวน
สูงกว่าเกณฑ์ในใจของทุกคน
อันที่จริงตอนแรกทุกคนอยากคุมราคาให้อยู่ที่ประมาณสามพันหยวน เพื่อให้
ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายและเอื้อต่อการขยายความนิยมของอุปกรณ์
แต่ก็ทําอะไรไม่ได้ สเป็กหลายๆ อย่างลดทอนลงไม่ได้ ราคาจึงลดลงไม่ได้ตามไป
ด้วย
ทุกคนอ่านข้อมูลกันอย่างละเอียดและเข้าใจสเป็กเฉพาะของแว่น VR ในขั้น
พื้นฐาน
เพราะสเป็กของแว่น VR มีผลกระทบต่อหลายๆ อย่างในเกม
การออกแบบเกมอาจมองได้ว่าเป็นศาสตร์ ‘การเต้นรําในล่ามตรวน’ เพราะทุกยุค
สมัยตั้งแต่เกมถือกําเนิดมา เนื้อหาของเกมถูกจํากัดไว้ด้วยสเป็กของฮาร์ดแวร์
ถือเป็นการทดสอบฝีมือนักออกแบบเกมให้พยายามอย่างเต็มที่ภายใต้การจํากัด
ของเงื่อนไขฮาร์ดแวร์
ทุกคนไม่ได้เข้าประเด็นหลักกันทันที แต่ถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่พักหนึ่ง
หลินหวานถามขึ้น “ฉางหยางเกมส์เป็นยังไงบ้างคะ”
หวังเสี่ยวปินยิ้ม “ราบรื่นดีครับ Fitness Battle ถือว่าประสบความสําเร็จ ตอน
แรกผมกังวลว่านโยบายการขอเงินคืนจะทําให้รายได้ลดลงมาก แต่ก็ไม่เป็นแบบนั้น
แถมยังกลายเป็นการกระตุ้นให้ผู้เล่นเติมเงินกันมากขึ้น
“นอกจากสร้างไอเทมใหม่ให้เกม Fitness Battle แล้วก็ไม่มีงานอย่างอื่นครับ”
หลินหวานถามต่อ “แล้วโปรเจ็กต์ต่อไปคืออะไรเหรอ”
หวังเสี่ยวปินส่ายหัว “ไม่รู้เหมือนกันครับ ต้องรอบอสเผยมอบหมายงานให้ก่อน
เราสองคนพอมีไอเดียอยู่บ้าง แต่ยังไม่ค่อยเข้ารูปเข้ารอย”
บทสนทนาจบลงตรงนี้ หลินหวานจัดแจงข้อมูลและเตรียมเข้าหัวข้อถัดไป
แต่ตอนนั้นเองเยว่จือโจวที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เงยหน้าขึ้นเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้
“เดี๋ยวนะครับ จู่ๆ ผมก็นึกอะไรขึ้นได้
“บางทีบอสเผยอาจจะบอกเป็นนัยเรื่องโปรเจ็กต์ถัดไปของเราแล้ว”
หวังเสี่ยวปินกับหลินหวานต่างก็ประหลาดใจ “หา?”
เยว่จือโจวตื่นเต้นขึ้นมา เขาหันไปพูดกับหวังเสี่ยวปิน “เมื่อกี้เราเดินสวนกับบอส
เผยตรงประตู ตอนนั้นบอสเผยพูดอะไรกับเรา”
หวังเสี่ยวปินพยายามนึก “เอ่อ… บอสเผยบอกว่าเราควรให้ความร่วมมือกับฉือ
สิงสตูดิโออย่างเต็มที่ ถ้างานยุ่งเกินไปก็พักงานของฉางหยางเกมส์ไว้ก่อน”
เยว่จือโจวพูดขึ้น “โป๊ะเชะเลยไม่ใช่เหรอ”
หวังเสี่ยวปินยังงงอยู่ “ยังไง”
เยว่จือโจวหยุดครู่หนึ่งก่อนจะอธิบาย “ให้เราพักงานฉางหยางเกมส์ก่อน
หมายความว่าเราไม่ต้องเร่งเปิดโปรเจ็กต์ใหม่หรือสร้างเกมใหม่
“ให้เราร่วมมือกับฉือสิงสตูดิโออย่างเต็มที่ชัดเจนว่าไม่ใช่แค่ช่วยออกแบบเกม
เพราะไม่ว่าเราจะให้ความร่วมมือมากขนาดไหน งานออกแบบหลักๆ ก็จัดการโดยนัก
ออกแบบของฉือสิงสตูดิโอ
“แต่การให้ความร่วมมือของเราไม่ได้จํากัดอยู่แค่นั้น เราช่วยทําบางอย่างที่เป็น
ประโยชน์ต่อแว่น VR ได้!
“ตัวอย่างเช่น พัฒนา Fitness Battle เวอร์ชัน VR
“ผมเพิ่งพบว่า Fitness Battle กับ VR เหมือนจะเป็นคู่สร้างคู่สมกันสุดๆ เลย
ไม่ใช่เหรอ”