ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1080 ถ้าไม่ยอมก็อ้อมหนี (1)
บทที่ 1080 ถ้าไม่ยอมก็อ้อมหนี (1)
ตลาดร้านข้างทางใกล้ๆ โฮสเทลเขย่าขวัญ
การก่อสร้างที่นี่ยังเดินหน้าอย่างเต็มที่ ตอนนี้ใกล้จะเสร็จแล้ว
ตลาดเกษตรกรขนาดใหญ่เดิมถูกแปลงโฉมจนจําไม่ได้ แม้จะยังสร้างไม่เสร็จแต่
ก็เห็นสไตล์โดยรวมที่ใช้ตีมไซเบอร์พังก์แล้ว
แสงไฟนีออนจํานวนมากซึ่งจับสีโทนเย็นและสีโทนอุ่นตัดกันปกคลุมผนังด้าน
นอก เพื่อให้เข้ากับแสงเหล่านี้การตกแต่งด้านในจึงมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง
ภายนอกอย่างละเอียดบางส่วน มีการรื้อโครงสร้างเดิมออกและสร้างโครงสร้างใหม่ที่
เข้ากับสไตล์มากขึ้น
ป้ายโฆษณาต่างๆ ส่องแสงให้บรรยากาศเฉลิมฉลอง ป้ายเหล่านี้ดูละลานตาและ
ใช้พื้นที่ด้านบนได้เกิดประโยชน์สูงสุด
การออกแบบด้านในของตลาดร้านข้างทางขยายตีมไซเบอร์พังก์ออกไปในทุก
รายละเอียด
เนื่องจากโครงสร้างเดิมตัวอาคารจัดให้เหมือนฉากในวันพรุ่งนี้ที่สดใสเป๊ะๆ ไม่ได้
แต่เหลียงชิงฟานก็พยายามสร้างร้านค้าหลายแห่งในวันพรุ่งนี้สดใสขึ้นมา รวมถึงฉากที่
ตัวเอกชายและหญิงไปกินข้าวด้วยกัน
เนื่องจากทีมผู้สร้างวันพรุ่งนี้ที่สดใสใช้องค์ประกอบสไตล์ไซเบอร์พังก์หลายอย่าง
เหลียงชิงฟานจึงสามารถดึงองค์ประกอบเหล่านั้นมาใช้ได้ตรงๆ ซึ่งช่วยลดภาระงานลง
ได้มาก
ความสําเร็จยิ่งใหญ่ของวันพรุ่งนี้ที่สดใสสร้างความมั่นใจให้กับแนวคิด ‘ตลาด
อาหารไซเบอร์พังก์’ แห่งนี้
แต่สําหรับเหลียงชิงฟานแล้วยังมีปัญหาหนักอึ้งอีกหนึ่งอย่างที่ต้องแก้ นั่นคือ
บรรยากาศของตลาดอาหารไซเบอร์พังก์
ในหนังใช้ฉากจริงบางส่วนผสมเข้ากับ CG ทําให้มีอิสระในการออกแบบ
แต่รายละเอียดบางอย่างจําลองขึ้นในโลกความเป็นจริงได้ยาก
เหลียงชิงฟานเค้นหัวคิดหลายวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ และยกระดับประสบการณ์
เหมือนได้หลุดไปอยู่ในโลกไซเบอร์พังก์จริงๆ
วิธีแรกคือทําพร็อบเหมือนในหนังขึ้นมาตกแต่งจํานวนมาก
ตัวอย่างเช่น ไฟบริเวณใกล้เคียงเป็นโคมไฟถนนที่ใส่ความเป็นไซไฟเข้าไป มี
โมเดลรถสปอร์ตล้ําสมัยจอดอยู่ริมถนนตรงทางเข้าให้ลูกค้าถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พื้นที่
บางส่วนเว้นไว้ให้ร้านค้าของจําลองอย่างปืน ยา และอวัยวะจักรกลเพื่อเพิ่มความรู้สึก
อินให้กับฉากทั้งหมด
วิธีที่สองคือเพิ่มการส่งเสริมบรรยากาศอย่างเอฟเฟ็กต์หมอก
เซ็ตติ้งไซเบอร์พังก์มักเลือกบรรยากาศที่แยกไม่ออกว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน
หรือบรรยากาศอึมครึมและมีฝนตก เพราะไฟนีออนจะเห็นได้ชัดเจนกว่าในตอนกลาง
คืน ถนนเปียกๆ ในคืนฝนตกช่วยสะท้อนแสงจากไฟนีออน นอกจากนั้นท้องฟ้าที่มืด
มิดยังบอกเป็นนัยถึงอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นในเมืองล้ําเทคโนโลยีแห่งนี้ได้ทุกเมื่อ
พอประกอบเข้ากับหมอกในอากาศที่ช่วยกระจายแสงสีต่างๆ บรรยากาศทั่วบริเวณก็จะ
ดูสมบูรณ์แบบ
อารมณ์ความเป็นไซเบอร์พังก์จะลดทอนลงหากเป็นวันที่มีแดดจัดและมองเห็น
ฉากทั้งหมดได้ชัดเจน
สภาพอากาศในจิงโจวถือว่าปกติ มีวันที่หมอกหนาและฝนตกไม่มากนัก ดังนั้น
สภาพอากาศแบบนี้จึงทําให้บรรลุความเป็นไซเบอร์พังก์ได้ยาก
เป็นไปไม่ได้เลยที่เหลียงชิงฟานจะเปลี่ยนสภาพอากาศในจิงโจวได้ ถ้าเขามีพลัง
แบบนั้นคงไม่มาเป็นสถาปนิกและไปทํางานให้สํานักอุตุนิยมวิทยาตั้งนานแล้ว
ถ้าอยากสร้างอารมณ์ความเป็นไซเบอร์พังก์ให้ได้มากที่สุด เขาก็ต้องทําหลังคา
ขนาดใหญ่มาครอบทั้งตลาดอาหารไซเบอร์พังก์ จากนั้นก็สร้างฉากปลอมขึ้นมาด้านใน
ทั้งท้องฟ้ามืดมิดและตึกสูงกะพริบแสงนีออนในระยะไกล แต่แผนนี้ใช้ค่าใช้จ่ายสูง
เกินไป ยังไม่จําเป็นสําหรับขั้นตอนนี้
เพราะตลาดอาหารไซเบอร์พังก์ยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ยังยากที่จะบอก
ได้ว่านักท่องเที่ยวจะให้การยอมรับรึเปล่า
ถ้าตลาดร้านข้างทางได้รับความนิยมจริงๆ ไว้ค่อยลงทุนตอนนั้นก็ยังไม่สาย
สิ่งที่เหลียงชิงฟานคิดเป็นวิธีกลางๆ เขาจะติดหัวฉีดจํานวนมากรอบตลาดเพื่อ
สร้างหมอก หมอกเหล่านี้จะช่วยบังและซ่อนอาคารรอบๆ ได้เล็กน้อย แต่ก็จะทําให้
สภาพแวดล้อมโดยรอบเปียกชื้นเล็กน้อย
รอบหัวฉีดจะติดไฟไว้ควบคู่กันเพื่อช่วยกระจายแสงให้บรรยากาศดูพร่ามัว
ทําแบบนี้นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสไตล์ไซเบอร์พังก์ที่แท้จริงในตอนกลางคืน
ตอนกลางวันถ้าเป็นวันที่เมฆหนาก็อาจได้ผลดีกว่า ส่วนวันที่แดดจ้าก็คงต้อง
ปล่อยไปตามยถากรรม
ก็เหมือนกับจุดท่องเที่ยวต่างๆ ที่ดูดีเฉพาะในช่วงที่กําหนด เลยมีช่วยไฮซีซั่นกับ
โลว์ซีซั่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแวะไปเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่นไม่ได้ เพียงแต่
ประสบการณ์ที่ได้รับอาจไม่สมบูรณ์แบบเท่าช่วงไฮซีซัน แต่นักท่องเที่ยวก็ไม่แออัดเท่า
ช่วงที่เหมาะที่สุดในการแวะมาตลาดร้านข้างทางคือตอนกลางคืน แต่ถ้ามาช่วง
กลางวันก็อาจจะมีคนไม่เยอะ ทําให้กินอาหารร้านดังได้โดยไม่ต้องต่อคิวนาน ถือเป็น
ทางเลือกที่ดีเหมือนกัน
ตอนนี้ตลาดร้านข้างทางเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว คาดว่าจะเปิดอย่างเป็นทางการ
ได้ในอีกประมาณหนึ่งเดือน
จางหยาฮุยเลือกร้านข้างทางที่โดดเด่นชุดแรกซึ่งจะเข้ามาขายของในตลาดร้านข้าง
ทางแล้ว แต่ละร้านเชี่ยวชาญอาหารคนละประเภท จางหยาฮุยแนะนําให้พวกเขาลองดู
เนื้อหาเกี่ยวกับไซเบอร์พังก์และพยายามทําอาหารสไตล์นั้นออกมา
ถึงจะเป็นแค่เนื้อย่างเสียบไม้หรือเบอร์เกอร์ธรรมดาๆ พวกเขาก็ต้องพยายามทํา
ออกมาให้มีเอกลักษณ์และยังคงความอร่อย เพื่อที่จะได้โดดเด่นกว่าร้านอื่นๆ
แน่นอนว่าถึงจางหยาฮุยจะไม่ได้บอกอะไร เหล่าเจ้าของร้านก็ย่อมต้องคิดหาทาง
ปรับปรุงรสชาติและคิดเมนูใหม่มาดึงดูดลูกค้าอยู่แล้ว
เพราะการแข่งขันระหว่างร้านข้างทางนั้นดุเดือดมาก
เจ้าของร้านเหล่านี้มาจากเมืองบ้านเกิด พวกเขาเป็นหนึ่งในร้านที่ดังที่สุดในฟู้ดสต
รีตเดิมที่เคยอยู่ แต่พอย้ายมาที่นี่ก็ต้องเริ่มใหม่หมด พวกเขาต้องแข่งกับร้านที่โดด
เด่นไม่แพ้กัน หากชะล่าใจเกินไปอาจโดนกําจัดได้อย่างรวดเร็ว
เปาซวี่วางกฎต่างๆ ไว้เพื่อกระตุ้นการแข่งขันอย่างเป็นมิตร เมื่อตลาดร้านข้างทาง
เปิดอย่างเป็นทางการ กฎที่เปาซวี่ตั้งไว้โดยในแนวคิดจากเกมจะมีบทบาทสําคัญมาก
ตอนนี้เปาซวี่กับจางหยาฮุยสวมหมวกนิรภัยและตรวจสอบสถานการณ์ต่างๆ
เปาซวี่แวะมาที่นี่บ่อยๆ ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้างตลาดร้านข้างทาง เขาช่วยงานขยัน
ขันแข็งกว่าตอนที่ทํางานในฝ่ายเกมเถิงต๋าอีก
ความพยายามของเขาส่งผล ทุกคนในฝ่ายเกมเถิงต๋าคิดว่าเขามีภารกิจสําคัญต้อง
ทํา
แน่นอนว่าในการคัดเลือกพนักงานดีเด่นครั้งต่อไป เปาซวี่จะไม่ถูกส่งไป
ต่างประเทศด้วยเหตุผล ‘ไม่มีงานอะไรสําคัญ เพราะงั้นก็ควรไปเป็นไกด์ร่วมเดินทาง’
อีก
แต่เห็นได้ชัดว่ามีผลข้างเคียงเหมือนกัน
การสนับสนุนอย่างกระตือรือร้นของเปาซวี่ช่วยจุดไฟในการทํางานของจางหยาฮุย
ให้ลุกโชนยิ่งขึ้น
จางหยาฮุยไม่คิดว่าเปาซวี่ที่เป็นพนักงานของธุรกิจเกมจะใส่ใจตลาดร้านข้างทาง
ขนาดนี้ เขารู้สึกถึงความอบอุ่นของครอบครัวเถิงต๋าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมาช่วยเหลือโดย
ไม่คํานึงว่าจะมีส่วนได้ส่วนเสียยังไง
พอเห็นว่าพี่น้องที่มาช่วยเหลือจริงจังและมีความรับผิดชอบมาก ตัวเขาที่เป็น
ผู้รับผิดชอบโปรเจ็กต์ก็ต้องจริงจังมากขึ้น!
ระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน เหลียงชิงฟานที่ออกไปคุยโทรศัพท์ก็เดินกลับมา
“ทุกคน ข่าวดีครับ!
“เราได้เงินมาเพิ่ม มีเงินไปซื้อร้านค้าแล้ว!”
เปาซวี่กับจางหยาฮุยผงะไปและไม่ได้ตอบอะไรกลับทันที “ร้านค้า ร้านอะไรเหรอ
ครับ”
เหลียงชิงฟานตอบ “ร้านระหว่างทางจากที่นี่ไปจนถึงโฮสเทลเขย่าขวัญไงครับ!”
ทั้งสองตระหนักได้ทันที “โห ดีเลยครับ!”