ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1097 บอสเผยมองงานขายจากมุมมองที่สูงขึ้น!
บทที่ 1097 บอสเผยมองงานขายจากมุมมองที่สูงขึ้น!
เหยาปัวรู้สึกทึ่งไม่หายขณะเล่นเครื่องทะเลาะ “ถึงหน้าตาเขาจะไม่ได้หล่อเหลา
แต่ก็ทําให้ผู้คนรู้สึกใกล้ชิดเป็นพิเศษ แตกต่างจากพนักงานขายคนอื่นที่แม้จะโปรยยิ้ม
สุภาพแต่ก็ทําให้คนรู้สึกระแวงกัน
“หายากมากๆ เลยนะครับ!
“จริงๆ แล้วผมก็แอบงงเหมือนกันตอนที่น้องเขาแนะนําข้อเสียเลยตั้งแต่แรก ผม
ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของน้องเขาเลย
“แต่ระหว่างที่น้องแนะนําสินค้า ผมก็เกิดจิตวิทยาย้อนกลับ
“ยิ่งน้องเขาไม่แนะนํา ผมก็ยิ่งอยากซื้อ
“หลังจากนั้นผมขอให้น้องโชว์ฟังก์ชันเฉพาะของเครื่องทะเลาะ ซึ่งก็ยิ่งทําให้อยาก
ซื้อมากขึ้นอีก
“เพราะงั้นผมเลยรู้สึกว่าการขายครั้งนี้ไม่ธรรมดาเลย! ถ้าน้องเขาไม่เข้าใจเรื่อง
จิตวิทยาลูกค้าอย่างแม่นยํา น้องเขาจะโน้มน้าวผมในเวลาสั้นๆ แบบนั้นได้ยังไงครับ
“แต่ฟังจากที่น้องบอกตอนท้ายก็ชัดเจนว่าบอสเผยเป็นคนสอนเองกับมือ น้องเขา
ไม่ได้มีประสบการณ์ด้านการขายมากมายอะไร ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะม้าดีๆ มีมากมาย
แต่คนที่มองออกมีน้อยมาก พนักงานขายที่บอสเผยปั้นไม่เหมือนใครจริงๆ ครับ!”
เผยเชียน “…”
จิตวิทยาย้อนกลับเหรอ
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
แก…เป็นเด็กรึไง
เผยเชียนเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ําเสียงแปลกๆ “ผมว่าคุณควร
กลับไปคิดสักหน่อยว่าทําไมถึงรู้สึกแบบนั้น”
ความหมายคือ กลับไปเช็กสมองดูหน่อยว่ายังปกติดีอยู่มั้ย
ฉันบอกว่าห้ามซื้อ แต่แกกลับจะซื้อ แกเป็นบ้าอะไรของแก
โจวมู่หยันพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ครับ!”
เผยเชียนผงะไป จากนั้นก็หันไปมองโจวเพื่อนเก่าด้วยความโล่งใจ
ยังมีคนปกติอยู่!
เห็นได้ชัดว่าโจวมู่หยันคิดว่าเหยาปัวทึกทักเอาเองเกินไป จิตวิทยาย้อนกลับอะไร
นั่นไม่สมเหตุสมผลเลย
ถือเป็นข่าวดีสําหรับเผยเชียน!
แต่โจวมู่หยันก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพูดต่อ “ควรไตร่ตรองดูจริงๆ ว่าทําไมถึงเกิด
จิตวิทยาย้อนกลับได้
“ผมก็รู้สึกเหมือนกัน จู่ๆ ก็เกิดความคิดต่อต้านและเหมือนมีแรงกระตุ้นให้ซื้อ
“ถ้าไม่ติดว่าซื้อไว้ที่บ้านแล้ว ผมก็คงซื้อด้วยเหมือนกัน
“ผมคิดว่าเป็นผลมาจากปัจจัยทางจิตวิทยาหลายๆ ปัจจัย!
“ปัจจัยแรกคือสินค้าของเถิงต๋ามีชื่อเสียงที่ดีมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาแพง
หรือถูก โดยพื้นฐานแล้วสินค้าพวกนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ซึ่งก็สร้างอุปาทานไว้ใน
ใจลูกค้า
“ปัจจัยที่สองคือสภาพแวดล้อมของร้านค้าประสบการณ์ที่ไฮเอนด์สุดๆ แตกต่าง
จากร้านอื่นๆ สภาพแวดล้อมนี้ช่วยตอกย้ําความรู้สึกที่ว่าเถิงต๋าเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
และสินค้าทุกอย่างเป็นของคุณภาพสูงทั้งหมด
“สิ่งที่ผมได้เห็นหลังจากเข้ามาในร้าน ไม่ว่าจะเป็นจํานวนลูกค้า บริการโปร่งใส
ของพนักงานขาย รวมถึงประสบการณ์การช้อปปิ้งระดับพรีเมี่ยมที่แตกต่างจากร้าน
อื่นๆ ยิ่งช่วยยกระดับความรู้สึกนั้นขึ้นไปอีก
“เมื่อปัจจัยทั้งหมดนี้ประกอบเข้าด้วยกัน ลูกค้าในร้านค้าประสบการณ์จะเกิด
ความเชื่อในระดับจิตใต้สํานึกว่า ‘สินค้าทุกอย่างที่นี่คุ้มค่าที่จะซื้อสุดๆ!’
“เมื่อมาถึงจุดนี้พนักงานขายก็จะเริ่มแนะนําข้อเสียของสินค้าก่อน โดยจะแนะนํา
จากมุมมองที่ตรงไปตรงมาและไม่ลําเอียง ซึ่งไปขัดกับความเชื่อในจิตใต้สํานึกของ
ลูกค้าและกระตุ้นให้เกิดจิตวิทยาย้อนกลับ
“ลูกค้าจะคิดว่าสินค้าชิ้นนี้ก็ไม่ได้แย่ ทําไมถึงเล่าแต่ข้อเสีย ต้องการอะไรกันแน่
“จิตวิทยาย้อนกลับทําให้ลูกค้า ‘รู้สึกไม่ดี’ กับสินค้าชิ้นนี้ จากนั้นก็จะขอให้
พนักงานขายสาธิตสินค้าให้ดูหรืออธิบายเพิ่มเติม
“เมื่อได้แสดงข้อดีของสินค้า ข้อเสียก่อนหน้านี้ทั้งหมดก็จะดูเล็กลงและ
สอดคล้องกับความเชื่อในจิตใต้สํานึกของลูกค้าอีกครั้ง ทําให้สบายใจขึ้นและรู้สึกว่า
ตัวเองคิดถูก
“ผลที่ได้คือความรู้สึกว่า ‘สินค้าพวกนี้เป็นสินค้าคุณภาพสูง’ ได้รับการเสริมให้
แกร่งขึ้นอีก ทําให้ลูกค้าที่ยังไม่ได้ซื้อสินค้าชิ้นนี้เกิดแรงกระตุ้นอย่างแรงกล้าให้อยาก
ซื้อ!”
เหยาปัวพยักหน้าเข้าใจ “สุดยอดเลย!
“หรือนี่จะเป็น…การเล่นตัวให้อีกฝ่ายอยากไล่ตาม
“นี่คือการรัวหมัดที่ยากต่อการป้องกัน
“แต่เงื่อนไขคือแบรนด์ต้องแข็งแกร่งและสินค้าทุกอย่างต้องมีความพิเศษพอ
ชื่อเสียงภาพรวมต้องดีมาก รวมถึงต้องทุ่มเงินก้อนโตสร้างร้านแบบนี้ขึ้นมาถึงจะสร้าง
จิตวิทยาย้อนกลับแบบนั้นในใจของลูกค้าได้
“กลายเป็นว่าร้านค้าประสบการณ์ไม่ได้มีไว้โชว์เฉยๆ แต่มีไว้ใช้งานจริงด้วย!”
ทั้งสองมองเผยเชียนด้วยสายตาชื่นชม
ดวงตาที่อยู่เหนือแมสก์ของบอสเผยมองกลับด้วยความสับสน
พะ…พูดอะไรของพวกแก…
จิตวิทยาย้อนกลับ?
เล่นตัวให้อยากไล่ตาม?
อย่าพูดมั่วซั่ว ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลย!
นี่มันเรื่องบังเอิญ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้!
เผยเชียนกระแอมกระไอแล้วอธิบาย “จะบอกแบบนั้นก็ไม่ถูก มีลูกค้าบางส่วนที่
โดนโน้มน้าวให้กลับไปโดยไม่ซื้ออะไรด้วย”
ถ้าเป็นอย่างที่พวกนายพูดจริงๆ ร้านค้าประสบการณ์ก็คือความล้มเหลว!
นอกจากจะไม่บรรลุเป้าหมายในการกีดกันลูกค้าแล้ว ยังทําให้ขายดีกว่าการขาย
ทั่วไปอีกงั้นเหรอ
โหดร้ายเกินไป ยอมรับไม่ได้หรอก
โจวมู่หยันพยักหน้า “ใช่ครับ มีลูกค้าบางส่วนที่กลับไปโดยไม่ซื้ออะไรจริงๆ
“แต่นั่นคือส่วนที่ดีที่สุด!
“เอกลักษณ์ของการรัวหมัดนี้คือ ‘ปลาที่เต็มใจจะงับเหยื่อ’ หรือก็คือ ‘ปลาที่ไม่
เต็มใจก็จะไม่งับเหยื่อ’
“เงื่อนไขของจิตวิทยาย้อนกลับคือมีความตระหนักรู้ถึงแบรนด์เถิงต๋าในระดับสูง
และมีอุปาทานว่าทุกอย่างที่เถิงต๋าผลิตออกมาเป็นสินค้าระดับสูง
“ถ้าลูกค้าไม่ได้ชอบเครื่องทะเลาะตั้งแต่แรก พนักงานขายก็สร้างจิตวิทยา
ย้อนกลับระหว่างการแนะนําข้อเสียของเครื่องทะเลาะไม่ได้ แต่จะไปตอกย้ําความเชื่อ
ในจิตใต้สํานึกของลูกค้า ทําให้พวกเขาไม่คิดจะซื้อ”
ได้ยินแบบนั้นเผยเชียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โอเค ถ้าเป็นแบบนั้นก็ถือว่าสถานการณ์ไม่แย่มาก
ยังมีคนที่โดนกล่อมไม่ให้ซื้ออยู่
“แต่…”
โจวมู่หยันเปลี่ยนหัวข้อ “เถิงต๋าก็ไม่ได้เสียผลประโยชน์อะไรจากกรณี ‘ปลาที่ไม่
เต็มใจก็จะไม่งับเหยื่อ’
“คนกลุ่มนี้ไม่ได้ชอบสินค้าชิ้นนี้ตั้งแต่แรกและไม่ได้อยากซื้อ ถึงจะโดนพนักงาน
ขายหลอกล่อให้ซื้อได้สําเร็จ พวกเขาก็จะไปเสียใจทีหลังและขอคืนเงินแน่นอน
“ถึงตอนนั้นนอกจากจะมีปัญหามากมายตามมาอย่างเรื่องการขอคืนเงินแล้ว
ลูกค้ายังเกิดความประทับใจที่ไม่ดีจากการโดนพนักงานขายหลอก ส่งผลกระทบต่อ
ชื่อเสียงของเถิงต๋าคอร์เปอเรชันและทําลายบรรยากาศอันผ่อนคลายและสบายใจของ
ร้านค้าประสบการณ์
“กลับกันถ้าพนักงานนําเสนอข้อเสียอย่างเปิดเผยก่อน ลูกค้าที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ
อะไรจะรู้สึกว่าพนักงานขายซื่อสัตย์มาก เล่าทุกอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้หลับหูหลับตา
ขายเพื่อให้ยอดถึงเป้า แต่ใส่ใจว่าลูกค้าต้องการสินค้าชิ้นนี้จริงๆ รึเปล่า
“ทําแบบนี้ถึงลูกค้าจะไม่ซื้ออะไรตอนนี้ แต่พวกเขาก็มีความประทับใจที่ดีต่อแบ
รนด์เถิงต๋าและพนักงานขายของร้านค้าประสบการณ์
“ครั้งต่อไปพอมีสินค้าที่สนใจ พวกเขาก็จะกลายเป็นกลุ่มปลาที่เต็มใจงับเหยื่อ
และซื้อสินค้าไปด้วยความสมัครใจ!
“ถึงในระยะสั้นจะดูเหมือนไล่ลูกค้า แต่จริงๆ แล้วได้ฝังเมล็ดพันธุ์บางอย่างไว้ใน
ใจพวกเขา พอเวลาผ่านไปก็จะค่อยๆ หยั่งรากและงอกเงย เปลี่ยนพวกเขาให้
กลายเป็นลูกค้าประจํา
“วิสัยทัศน์ระยะยาวนี้ตรงกับสไตล์การทํางานของเถิงต๋ามาก
“สุดยอดจริงๆ!”
โจวมู่หยันยกนิ้วให้บอสเผยในใจ
เหยาปัวถึงบางอ้อ เขาพูดขึ้นด้วยความทึ่ง “เข้าใจแล้วว่าร้านค้าประสบการณ์ของ
เถิงต๋าแตกต่างจากร้านของเราตรงไหน
“ไม่ใช่แค่เรื่องเงินกับการลงทุน หรือความสามารถของพนักงานขายและคุณภาพ
ของสินค้า
“ถึงจะยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ในด้านนี้ แต่ก็ไม่ใช่ข้อแตกต่างที่แท้จริง
“ข้อแตกต่างหลักคือเรื่องการส่งเสริมซึ่งกันและกัน!
“พอเราคิดเรื่องยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง เรามักโฟกัสที่ด้านที่ผิวเผินและ
เป็นด้านเดียว
“ตัวอย่างเช่น รีโนเวตร้าน เปลี่ยนไฟ ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของ
ลูกค้า อบรมพนักงานและพัฒนาทักษะทางอาชีพ ย้ายทําเลและเปลี่ยนผังร้านเพื่อเพิ่ม
การสัญจรของลูกค้า…
“แต่วิธีการเหล่านี้เป็นวิธีที่ผิวเผินและด้านเดียวเกินไป อาจส่งผลบางอย่างแต่ก็
ไม่ได้แก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
“ขอบคุณบอสเผยมากครับที่มอบแนวคิดใหม่ในมิติที่สูงกว่าให้ผม!
“บทบาทของร้านในฐานะหน้าต่างของแบรนด์ที่แสดงต่อลูกค้า ผลลัพธ์จากการ
ผสมผสานปัจจัยต่างๆ
“การสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ การวางแผนผลิตภัณฑ์ การตกแต่งและจัดวาง
ผังร้าน พนักงานขาย… ประเด็นพวกนี้ที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันจริงๆ แล้วมีความ
เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด
“ต้องรวมปัจจัยทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันและพิจารณาในมวลรวมเท่านั้นจึงจะสร้าง
ปฏิกิริยาทางเคมีที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ได้ ร้านค้าประสบการณ์จะเป็นส่วนหนึ่งของการ
สร้างแบรนด์ ทําให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีที่สุด
“ขอบคุณมากครับบอสเผย การแวะมาศึกษาดูงานที่ร้านค้าประสบการณ์เถิงต๋า
ครั้งนี้คุ้มค่ามากจริงๆ ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะเลย!”
เหยาปัวเข้าไปกุมมือบอสเผยด้วยสองมือ ดวงตาของเขาส่องประกายความซาบซึ้ง
ใจ
ร้านของจินติ่งคอร์เปอเรชันที่กิจการย่ําแย่ลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทําให้เขาต้อง
เป็นกังวลมาตลอด
เพื่อแก้ปัญหานี้จินติ่งคอร์เปอเรชันคิดหาวิธีต่างๆ นานามากมาย ตัวอย่างเช่น รี
โนเวตร้าน อบรมพนักงานขาย ดึงพนักงานเก่งๆ จากคู่แข่ง พยายามเปิดหน้าร้าน
ออนไลน์ และอื่นๆ
แต่ก็ไม่มีวิธีไหนใช้ได้ผลเลย!
ถึงสถานการณ์จะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถต้านทานกระแสทั่วไปได้
หลังจากได้เห็นร้านค้าประสบการณ์เถิงต๋าวันนี้และวิเคราะห์กับโจวมู่หยัน เหยา
ปัวก็เข้าใจช่องว่างระหว่างจินติ่งคอร์เปอเรชันและร้านค้าประสบการณ์เถิงต๋า และ
เข้าใจแก่นปัญหาของร้านตัวเองด้วย
คําถามที่กวนใจอยู่นานได้คําตอบแล้ว เขารู้สึกเหมือนเมฆครึ้มกระจายออกไป
เผยให้เห็นแสงสว่างจากฟากฟ้า!
แน่นอนว่าถึงจะรู้วิธีก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้เสมอไป
ที่ร้านค้าประสบการณ์เถิงต๋าประสบความสําเร็จขนาดนี้หลักๆ เป็นเพราะความ
แข็งแกร่งของแบรนด์และสินค้า ถ้าขาดความแข็งแกร่งด้านสินค้าที่สัมพันธ์กันแล้ว
ลอกเลียนโมเดลของร้านค้าประสบการณ์เถิงต๋าสุ่มสี่สุ่มห้า พวกเขาย่อมดับอนาถ
แน่นอน
ถ้าคุณภาพของสินค้าไม่ดี ‘การไล่ลูกค้าแบบแกล้งๆ’ ก็จะกลายเป็น ‘การไล่
ลูกค้าไปจริงๆ’ ยอดขายของร้านต้องตกฮวบฮาบแน่นอน
ดังนั้นโมเดลนี้จึงไม่น่าจะช่วยแก้ปัญหาปัจจุบันของจินติ่งคอร์เปอเรชันได้ ฝืนทํา
ไปอาจส่งผลย้อนกลับ เพราะภาพลักษณ์ของแบรนด์และความแข็งแกร่งของสินค้าของ
จินติ่งคอร์เปอเรชันยังห่างจากเถิงต๋าอยู่หลายขุม
แต่ไม่ว่าจะยังไง วิธีจัดการร้านค้าประสบการณ์ของเถิงต๋าก็แสดงให้เหยาปัวเห็น
ถึงความเป็นไปได้ใหม่ที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน
เท่ากับเป็นการพาเขาขึ้นไปยืนมองจากมุมที่สูงขึ้นและสํารวจปัญหาของร้านถี่ถ้วน
ขึ้น
ถึงจะแก้ปัญหาไม่ได้ทันที แต่ก็รุดหน้าไปได้ก้าวใหญ่!
เผยเชียนยืนงงเต๊กเมื่อเห็นเหยาปัวลืมตัวเข้ามาเขย่ามือเขาอย่างตื่นเต้น
กลายเป็นแบบนี้ได้ไงเนี่ย
ตอนแรกเขาคิดว่าการปั้นกองทัพพนักงานขายเป็นแผนระยะยาวของเถิงต๋า
หลังจากฝึกวิชาทุกคนเป็นอย่างดีก็จะสามารถทุ่มเงินได้มากขึ้นและลดยอดขายลงได้
เผยเชียนจึงให้เถียนโม่ท่องจํากฎการขายอย่างจริงจังและถึงกับเปิดร้านเล็กๆ ให้ฝึก
ฝีมือ
สุดท้ายร้านค้าประสบการณ์กลับพังครืนตั้งแต่เปิดทดลองให้บริการวันแรก
เผยเชียนอดนึกถึงสิ่งที่เมิ่งชั่งเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ไม่ได้
หมอนั่นมองจากด้านนอกแวบเดียวก็บอกได้เลยว่าร้านนี้ดังแน่นอน
ตอนนั้นเผยเชียนไม่เชื่อ
ยังไม่ทันได้เข้าไปดูข้างในก็สรุปแล้วเหรอว่าร้านดังแน่นอน คิดเองเออเองเกินไปรึ
เปล่า
ตอนนี้พิสูจน์ได้แล้วว่าเมิ่งชั่งไม่ได้คิดเองเออเอง เจ้านั่นอ่านสถานการณ์ขาดจริงๆ
คนที่ละเมอเพ้อพกคือเผยเชียน เขาเป็นคนเดียวที่คิดว่าร้านค้าประสบการณ์จะไม่
เป็นที่นิยม…
เผยเชียนได้แต่เงยหน้ามองฟ้า พูดอะไรไม่ออก
อา ช่างเป็นเรื่องราวที่น่าเศร้าจริงๆ