ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1106 ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อ!
“เชี่ย อวดเสร็จแล้วชิ่งหนี จิตใจทําด้วยอะไรวะ”
“อย่างน้อยก่อนไปบอกว่าเกมใหม่เป็นแนวอะไรสักหน่อยไม่ได้เหรอ! มนุษย์เขาทํากันแบบนี้เหรอเนี่ย”
“อาจารย์เฉียวพูดมั่วรึเปล่า Mission & Choice เพิ่งปล่อยออกมาได้แค่สองเดือน แต่เกมใหม่พร้อมทดสอบแล้วเหรอ เชื่อได้ยากอยู่นะ”
“ถึงอาจารย์เฉียวจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือ แต่เขาก็ไม่เคยโกหก ถ้าเขาบอกว่ากําลังทดสอบเกมใหม่ของเถิงต๋าอยู่ ก็น่าจะเป็นเรื่องจริง”
“รอบนี้ทําเกมแนวไหนเนี่ย”
“ฉันตั้งตารอให้เถิงต๋าทําเกมแนว MMORPG หวังว่าบอสเผยจะทําให้ฝันฉันเป็นจริง!”
“ฉันอยากได้เกมแนวแอกชัน”
“ขอผลงานชิ้นโบแดงแนวสมจริงแบบดิ้นรนอีก!”
ทุกคนปลดปล่อยพลังมโนขณะคาดเดาแนวเกมต่างๆ
เฉียวเหลียงไม่ให้เบาะแสอะไรเลย แม้แต่แนวเกมก็ไม่บอก จะให้เริ่มคาดเดาจากตรงไหนได้
แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ เถิงต๋ากําลังพัฒนาเกมใหม่อยู่ แถมยังพัฒนาถึงขั้นที่สามารถทดสอบได้แล้ว!
แค่นี้ก็เพียงพอให้ทุกคนคาดเดากันไม่หยุด
ระหว่างที่ทุกคนกําลังคาดเดากันไปต่างๆ นานา จู่ๆ ก็มีใครคนหนึ่งเสนอมุมมองใหม่เอี่ยม
“จู่ๆ ฉันก็มีความคิดแบบสุดโต่งแวบขึ้นมา!
“ไม่รู้ว่าพวกนายได้อ่านนิยายเรื่องกลับเกิดชั่วกัปกัลป์กันรึเปล่า
“ฉันตามนิยายเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ตอนนี้จบแล้ว แต่นักเขียนไม่รู้ไปดีดมาจากไหน จู่ๆ ก็กลับไปไล่แก้นิยายครั้งใหญ่!
“ประเด็นคือเขาไม่ได้แก้แค่พล็อตเรื่อง แต่เซ็ตติ้งพื้นฐานบางอย่างก็ปรับใหม่ด้วย
“ที่เขาเน้นเป็นพิเศษคือการบรรยายเรื่องการควบคุมลมปราณระหว่างการต่อสู้ การใช้อาวุธประเภทต่างๆ และการอธิบายการเคลื่อนไหวและท่าทางของตัวเองขณะปัดป้องการโจมตีของศัตรู
“นอกจากนั้นยังเพิ่มเซ็ตติ้งเสริมบางอย่างเข้ามา เช่น ยิ่งสังหารศัตรูได้มากขึ้น กระบี่มารจะอ่อนพลังลง สตินึกคิดของตัวเอกจะแจ่มชัดขึ้น ก่อนที่จะได้สติขึ้นมาในที่สุด
“ตอนแรกฉันรู้สึกว่าการแก้ไขรายละเอียดพวกนี้เพิ่มเข้ามาไม่จําเป็นเลย เพราะไม่ได้ส่งผลต่อพล็อตเรื่องหลัก บทบรรยายการต่อสู้ฉบับแก้ไขใหม่ยิ่งทําให้รู้สึกยืดเยื้อและส่งผลกับบรรยากาศของการต่อสู้
“แต่พอคิดดูอีกที ถ้าการปรับแก้เนื้อหาพวกนี้มุ่งเป้าไปที่เกม ก็ถือว่าสมเหตุสมผล
“การบรรยายรายละเอียดการต่อสู้คือระบบการต่อสู้ในเกม เซ็ตติ้งเสริมเอาไปใช้เป็นคําอธิบายไอเทมในเกมเพื่อเติมเต็มเนื้อหา ผู้เล่นที่ไม่เคยอ่านนิยายมาก่อนจะได้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดผ่านตัวเกมได้
“การพัฒนาเกมสเกลใหญ่จากศูนย์ภายในสองเดือนเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าพวกเขาสร้างภาคต่อของกลับใจคือฟากฝั่งล่ะ
“ถ้าใช้มอนสเตอร์กับฉากที่มีอยู่แล้วในกลับใจคือฟากฝั่ง ระยะเวลาเท่านี้ก็ถือว่าเหมาะเจาะ!
“นอกจากนั้นยังมีเบาะแสสําคัญมากอีกหนึ่งอย่างคือ อาจารย์เฉียวได้รับเชิญไปเป็นผู้ทดสอบเกม!
“พวกเรารู้กันอยู่แล้วว่าอาจารย์เฉียวเคยได้รับเชิญไปเถิงต๋าครั้งเดียว ซึ่งก็คือตอนไปทดสอบเกมกลับใจคือฟากฝั่ง
“ถ้าเขาจะกลับไปทดสอบเกมอีกครั้ง ก็ต้องเป็นภาคต่อของกลับใจคือฟากฝั่งแน่นอน เพราะเกมอื่นไม่มีทางเชิญอาจารย์เฉียวไป!”
หลังจากได้อ่านการวิเคราะห์สุดเข้มข้นนี้ เหล่าแฟนๆ ก็ตกตะลึงกันหมด
ข้อความยกย่องสรรเสริญเด้งบนหน้าจอรัวๆ
ทุกคนต่างสรรเสริญว่าท่านเซียนคนนี้สุดยอดมาก เชื่อมโยงเบาะแสทั้งหมดได้ยังไงก็ไม่รู้
แถมยังฟังขึ้นมากๆ!
ตอนนี้มีสามเรื่องที่รู้แน่ชัดแล้ว
นักเขียนเรื่องกลับเกิดชั่วกัปกัลป์ทุ่มเทแรงกายแรงใจแก้ไขนิยายโดยที่ได้ผลตอบแทนไม่คุ้ม และเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับการต่อสู้และเนื้อหาเสริมมากมาย
อาจารย์เฉียวเปิดเผยว่าเกมใหม่ของเถิงต๋าอยู่ในขั้นทดสอบแล้ว
เถิงต๋าเคยเชิญอาจารย์เฉียวไปทดสอบเกมกลับใจคือฟากฝั่ง ซึ่งเป็นครั้งเดียวที่เขาได้ไปทดสอบเกมให้เถิงต๋า
นอกจากนั้นบอสเผยยังเป็นคนตั้งคอร์สสร้างแรงบันดาลใจขึ้นมา และรวบรวมนักเขียนฝีมือดีในเว็บจงเตี่ยนจงเหวินมาเขียนผลงานโดยใช้ IP ของเถิงต๋า กลับเกิดชั่วกัปกัลป์ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุด
ตอนนี้มีความเป็นไปได้ที่เบาะแสทั้งหมดจะนํามาเชื่อมโยงกันได้
ถ้าเถิงต๋าอยากใช้พล็อตกลับเกิดชั่วกัปกัลป์มาพัฒนาภาคต่อของกลับใจคือฟากฝั่งจริงๆ ทุกอย่างก็ลงล็อกหมด!
แถมยิ่งเจาะลึกไปในทิศทางนี้ต่อ ก็ยิ่งพบกับข้อสรุปที่น่าพรั่นพรึง
ทุกคนรู้ว่าคอร์สสร้างแรงบันดาลใจของเว็บจงเตี่ยนจงเหวินทําผลงานได้ไม่ดีนัก ยอดสถิติบนรูปโปรโมตอุจาดตาอธิบายให้เห็นชัดเจนแล้วว่าผลลัพธ์ย่ําแย่ขนาดไหน
แต่กระทั่งผลงานที่ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนักอย่างกลับเกิดชั่วกัปกัลป์กลับเอาไปพัฒนาเป็นภาคต่อของกลับใจคือฟากฝั่งได้!
มีนักเขียนกี่คนที่จะอิจฉาตาร้อนกับเรื่องนี้
กลุ่มแฟนคลับอาจารย์เฉียวแตกฮือทันที
“ฉันจะไปถามนักเขียนจอมอู้ว่าจริงรึเปล่า! ทุกวันนี้ฉันก็ยังเล่นกลับใจคือฟากฝั่งอยู่ ถ้าทําภาคต่อออกมาจริง ฉันซื้อแน่นอน!”
“เชี่ย หมอนั่นซุ่มแก้นิยายอย่างจริงจัง แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้กลับไม่บอกเราเลยเหรอ”
“ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็สมเหตุสมผลอยู่นะ ถ้าเห็นผลงานของตัวเองเอาไปดัดแปลง นักเขียนคนอื่นๆ ก็คงกระตือรือร้นกัน เพราะงั้นพวกเขาเลยกลับมามีไฟในการทํางานอีกครั้ง!”
“ฉันอยู่ในกลุ่มแฟนคลับของเซียนอู้ชุยเกิ่ง เดี๋ยวฉันลองถามเขาดู เขาต้องรู้อะไรสักอย่างแน่!”
ไม่นานข่าวนี้ก็กระจายไปถึงแฟนคลับนักเขียนเว็บจงเตี่ยนจงเหวิน และกระจายว่อนโลกอินเทอร์เน็ต!
…
ตอนนี้หยูเฟยกําลังแก้ไขเนื้อหากลับเกิดชั่วกัปกัลป์อย่างจริงจังอยู่
ถึงจะเป็นบ่ายวันศุกร์ แต่เขาก็ไม่อู้และเดินหน้าปั่นงานแข่งกับเวลา
เพราะกลับเกิดชั่วกัปกัลป์จะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม เมื่อพิจารณาจากประสิทธิภาพการทํางานของเถิงต๋าแล้ว ไม่มีช่องให้ล่าช้าได้เลย ตารางการพัฒนาแน่นมาก
เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนครึ่ง
หยูเฟยต้องแก้นิยายให้เสร็จก่อนที่ DLC จะเริ่มพัฒนาอย่างเป็นทางการ
จนถึงตอนนี้แม้ว่าหยูเฟยจะแก้ไขเนื้อหาไปเยอะแล้ว แต่ตัวเขาเองก็บอกไม่ได้ว่าต้องแก้เนื้อหาอีกเยอะขนาดไหน และต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่
กลับเกิดชั่วกัปกัลป์จะถูกสร้างเป็น DLC ของกลับใจคือฟากฝั่ง แถมบอสเผยยังลงมาช่วยออกแบบและแก้ไขระบบการต่อสู้ให้เองอีกด้วย ซึ่งแทบจะการันตีความสําเร็จได้เลย
ถ้าเกมเมอร์แวะมาอ่านแล้วเห็นว่านิยายต้นฉบับมีช่องโหว่เต็มไปหมดคงไม่ดีแน่
ดังนั้นเขาต้องแข่งกับเวลาและไม่เป็นตัวถ่วงคนอื่น
หลังจากแก้งานเสร็จ หยูเฟยก็หยิบมือถือมาไถเล่น เขาโดนถล่มด้วยข้อความมากมายทันที
“นักเขียนจอมอู้! ออฟฟิเชียลเลือกกลับเกิดชั่วกัปกัลป์ไปทําเป็นภาคต่อของกลับใจคือฟากฝั่งจริงรึเปล่า”
“จะมีภาคต่อจริงมั้ย”
“ช่วงที่ผ่านมานายตั้งหน้าตั้งตาแก้นิยาย อย่าบอกนะว่าจะเปลี่ยนแฟนฟิกนี้ไปเป็นเนื้อเรื่องออฟฟิเชียลจริงๆ”
ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยคําถามทํานองเดียวกัน
หยูเฟยผงะไปครู่หนึ่งแล้วอดผุดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
เขารู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้ซ่อนไว้ไม่ได้ ถึงเขาจะไม่บอก ไม่ช้าก็เร็วคนพวกนี้ย่อมหาเบาะแสเจอ
แต่หยูเฟยก็แอบสงสัยว่าพวกเขาไปรู้กันได้ยังไง
ช่วงเช้าเขาเลื่อนอ่านบทสนทนาในอินเทอร์เน็ตดูเหมือนกัน คนส่วนใหญ่เดาว่าน่าจะเป็นเพราะได้พื้นที่โฆษณาพิเศษหรือได้เผยแพร่ในช่องทางอื่น ไม่มีใครคิดว่าจะมีการเอาผลงานไปดัดแปลงเลย
คนพวกนี้เลี้ยวมาทิศทางนี้ได้ยังไงในเวลาสั้นๆ
หยูเฟยสุ่มเลือกผู้ดูแลกลุ่มแล้วตอบกลับ “ไปเอาข่าวนี้มาจากไหนเหรอ”
ผู้ดูแลกลุ่มตอบกลับทันที “อาจารย์เฉียวบอก! เขาบอกว่ากําลังทดสอบเกมใหม่ของกลับใจคือฟากฝั่งอยู่ เกมเข้าสู่ช่วงทดสอบแล้ว น่าจะพัฒนามาได้ระยะหนึ่งแล้ว! แหล่งข้อมูลนี้ค่อนข้างน่าเชื่อถือเลยใช่มั้ยครับ
“แล้วจริงรึเปล่าครับ ทางออฟฟิเชียลเลือกกลับใจคือฟากฝั่งไปพัฒนาเป็นกลับใจคือฟากฝั่งจริงรึเปล่า
“คุณนิ่งมาก เรื่องสําคัญขนาดนี้ไม่เห็นออกมาบอกอะไรเลย เกมใกล้เสร็จแล้วแท้ๆ แต่คุณก็ยังปิดปากเงียบ!
“นักเขียนคนอื่นๆ คงอิจฉากันแย่ที่ผลงานของคุณได้เอาไปดัดแปลงเป็นเกม คอร์สสร้างแรงบันดาลใจจะหยิบหนึ่งผลงานไปทําเป็นเกมทุกคอร์สเลยมั้ยครับ”
หยูเฟยงงไปหมด
เดี๋ยวก่อนๆ
อะไรกันเนี่ย
บอสเผยเลือกกลับเกิดชั่วกัปกัลป์ไปทําเป็น DLC ให้กลับใจคือฟากฝั่งจริง แต่พวกเขายังไม่ได้เริ่มพัฒนาเลยนะ ต้องรอถึงเดือนสิงหาโน่น!
อาจารย์เฉียวได้ทดสอบเกมนี้จริงเหรอ
ต้องเข้าใจผิดกันตรงไหนสักแห่งแน่นอน
หยูเฟยอยากจะไขความกระจ่างและบอกทุกคนว่าข่าวนี้ไม่ถูกต้อง กลับเกิดชั่วกัปกัลป์จะเริ่มพัฒนาในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง ตอนนี้ยังไม่มีอะไรออกมา
แต่พิมพ์ไปได้ครึ่งทาง เขาก็ฉุกคิดได้และรีบลบข้อความทิ้ง
ไม่ได้สิ ฉันเปิดเผยความลับไม่ได้!
ถ้าเขาชี้แจงออกไป ก็เท่ากับเป็นการเปิดเผยเรื่องการดัดแปลงกลับเกิดชั่วกัปกัลป์สิ
บอสเผยสั่งให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับไปอีกเดือนกว่า
ตอนนี้ทุกคนแค่ตั้งข้อสงสัย เห็นได้ชัดว่ายังไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม
หยูเฟยไม่รู้ว่าอาจารย์เฉียวเปิดเผยเรื่องนี้ได้หรือเปล่า แต่เขาทําไม่ได้แน่นอน
ไม่อย่างนั้นประวัติแชตนี้าน่าจะโดนแคปไปโพสต์ลงทั่วอินเทอร์เน็ต บอสเผยต้องไม่พอใจแน่
แต่ถ้ายืนยันว่าไม่ใช่แบบนั้นล่ะ
ไม่ได้เหมือนกัน ถ้าอีกฝ่ายถามว่า ‘ถ้างั้นทําไมนายต้องไปไล่แก้เนื้อหานิยายด้วย’ แล้วเขาจะตอบยังไง
ด้วยความฉลาดของชาวเน็ต ถ้าพวกเขาสงสัยกันมาถึงขั้นนี้แล้ว แสดงว่าน่าจะพบเบาะแสเยอะประมาณหนึ่ง ปฏิเสธไปตอนนี้อาจส่งผลตรงกันข้าม
แสร้งหายตัวไปก็ไร้ประโยชน์เหมือนกัน เพราะยิ่งดูมีพิรุธเข้าไปใหญ่
หยูเฟยไตร่ตรองอย่างละเอียด แต่ก็หาทางออกดีๆ ไม่ได้ เขาเลยตอบกลับไปแค่ว่า “อย่าตั้งคําถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ สถานการณ์ตอนนี้ซับซ้อน การคาดเดาบางอย่างอาจจะผิดด้วยซ้ํา อย่าเดากันไปมั่วๆ”
ที่เขาหมายถึงคืออาจารย์เฉียวน่าจะปล่อยไก่ กลับเกิดชั่วกัปกัลป์จะเริ่มพัฒนาอย่างเป็นทางการในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง เป็นไปไม่ได้ที่อาจารย์เฉียวจะได้เล่นตอนนี้
หลังจากตอบกลับ หยูเฟยก็ปิดหน้าต่างแชตและตัดสินใจไม่ตอบอะไรอีก
ยิ่งพูดก็ยิ่งพลาด ยิ่งพูดน้อยก็ยิ่งพลาดน้อย การตอบกลับเมื่อกี้ไม่น่าจะถือเป็นการแพร่งพรายข้อมูล ส่วนชาวเน็ตจะคิดกันยังไงก็เป็นเรื่องของพวกเขา