ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1107 น่าเสียดายที่ไม่ถือว่าเป็นการแพร่งพรายข้อมูล
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 1107 น่าเสียดายที่ไม่ถือว่าเป็นการแพร่งพรายข้อมูล
ภาพสกรีนช็อตบทสนทนาของพวกเขาถูกส่งเข้ากลุ่มแฟนนิยายกลับเกิดชั่วกัปกัลป์และกลุ่มแฟนคลับอาจารย์เฉียว
“ยืนยันแล้วๆ!”
“ดูวิธีตอบกลับกับคําที่นักเขียนจอมอู้เลือกใช้สิ เห็นได้ชัดว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นจริงๆ!”
“เดี๋ยวนะ รู้ได้ไงว่ายืนยันแล้ว นักเขียนจอมอู้ก็บอกอยู่ไม่ใช่เหรอว่าที่เดากันน่ะผิด”
“เขาบอกว่า ‘การคาดเดาบางอย่างอาจจะผิด’! ก็หมายความว่าน่าจะคิดไปในทิศทางนี้ได้!”
“อ๋อ แล้วการคาดเดาอันไหนล่ะที่ผิด”
“ขอกลับไปไล่ดูแชตก่อนนะ… เรื่องอาจารย์เฉียวทดสอบเกมน่าจะจริง เรื่องกลับเกิดชั่วกัปกัลป์ถูกเอาไปดัดแปลงก็น่าจะจริง… งั้นก็เรื่องอยู่เรื่องเดียว! ‘คอร์สสร้างแรงบันดาลใจจะหยิบหนึ่งผลงานไปทําเป็นเกมทุกคอร์ส’ น่าจะไม่จริง!”
“แปลว่าจะมีผลงานเอาไปดัดแปลงมากกว่าหนึ่งผลงานเหรอ”
“ใช่แล้ว! ต้องไม่ใช่แค่กลับเกิดชั่วกัปกัลป์แน่นอน มีนิยายอีกหลายเรื่องที่นักเขียนกลับไปสังคายนาเนื้อเรื่องยกใหญ่ไม่ใช่เหรอ แสดงว่านิยายที่มีการแก้ไขเนื้อเรื่องครั้งใหญ่น่าจะมีแผนเอาไปดัดแปลงเหมือนกัน”
“ฉันแวบไปกลุ่มแชตของชุยเกิ่งมา! เขาไม่ได้ตอบฉันตรงๆ แต่ก็ทําตัวดูเหมือนมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น!”
“ทุกคนเลิกถามเถอะ เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ แถมผลงานที่นํามาดัดแปลงก็ไม่ใช่แค่เรื่องเดียว นักเขียนทั้งหมดในคอร์สสร้างแรงบันดาลใจต้องรู้เรื่องนี้แน่”
“ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่านักเขียนพวกนี้ไปคึกกันมาจากไหน ถ้าแค่กลับเกิดชั่วกัปกัลป์ถูกนําไปดัดแปลงเป็นเกมเรื่องเดียว คงไม่ตื่นเต้นกันขนาดนี้ แต่มีหลายผลงานที่มีแผนนําไปดัดแปลง นักเขียนคนอื่นๆ เลยกระตือรือร้นกันใหญ่!”
“ใช่ๆ ทุกคนคึกขึ้นมาพร้อมกันหมด!”
“เฮ้อ พอบอกแบบนี้แล้ว โปสเตอร์โฆษณาของเว็บจงเตี่ยนจงเหวินจะมีความหมายแฝงอะไรรึเปล่า”
“ความหมายแฝงอะไร โปสเตอร์นั่นก็แค่บอกสถิตินิยายบางเรื่องของคอร์สสร้างแรงบันดาลใจไม่ใช่เหรอ แถมยอดก็ไม่ได้ดี ตอกย้ําให้เห็นข้อบกพร่องของตัวเองชัดๆ”
“นางคิดตื้นเกินไป ถ้าเราลองคิดให้ลึกลงไปอีกหนึ่งขั้นดูล่ะ โปสเตอร์อาจต้องการสื่อประมาณว่า ดูสิ นิยายในคอร์สสร้างแรงบันดาลใจยอดห่วยแตกขนาดนี้ยังได้เอาไปดัดแปลงเป็นเกมเลย สุดยอดมั้ยล่ะ อะไรงี้”
“หา มองแบบนั้นได้ด้วยเหรอ”
“ใช่สิ ต้องมองแบบนี้เท่านั้นถึงจะเข้าใจได้! โฆษณานั่นโชว์หราอยู่ทุกที่ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ลองคิดดูนะ คนจาก เว็บจงเตี่ยนจงเหวินต้องเป็นคนอนุมัติโฆษณานี้ ถึงคนที่ทําโปสเตอร์จะไม่เข้าใจเรื่องยอดสถิติ แต่คนที่อนุมัติจะไม่เข้าใจได้ยังไง ในเมื่อปล่อยโปสเตอร์นี่ออกมา แถมยังปล่อยไว้อย่างนั้นมาครึ่งเดือนแล้ว แค่นี้ก็อธิบายได้แล้วไม่ใช่เหรอ”
“เข้าใจแล้ว โปสเตอร์นี้ทําออกมาเพื่อปั่นกระแสให้คอร์สสร้างแรงบันดาลใจล่วงหน้า!”
“จําเนื้อหาที่พวกหน้าม้าใช้คอมเมนต์ตอนโปสเตอร์นี้ปล่อยออกมาได้มั้ย”
“จําได้ๆ ประมาณว่า ‘คอร์สสร้างแรงบันดาลใจเป็นจุดกําเนิดเทพ เป็นแหล่งรวมแรงบันดาลใจ เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของผลงานสร้างสรรค์’ รูปแบบคล้ายๆ กันหมด ดูประดักประเดิดมาก”
“แต่พอมาคิดดู หน้าม้าพวกนี้ก็ทําถูกแล้วไม่ใช่เหรอ แค่ผลงานมีโอกาสถูกนําไปดัดแปลงก็ไม่มีที่ไหนสู้คอร์สสร้างแรงบันดาลใจได้แล้ว หน้าม้าพวกนี้เหมือนมาปั่นกระแสเกลียดชัง แต่จริงๆ แล้วทุกประโยคคือความจริง!”
“นี่มัน ‘กลยุทธ์จัดฉาก’ แบบเดียวกับที่ใช้โฆษณาเกมนักออกแบบเกมไม่ใช่เหรอ ย้ําสโลแกนโปรโมตเว่อร์ๆ ซ้ําไปมาเพื่อให้ฝังลึกในหัวชาวเน็ตและทําให้แพร่กระจายออกไปได้เป็นอย่างดี…”
“สิ่งสําคัญที่สุดคือนี่ไม่ใช่การโฆษณาหลอกลวง เนื้อหาทั้งหมดเป็นความจริง!”
พลังมโนของชาวเน็ตนั้นไร้ขีดจํากัด หลังจากทลายกําแพงได้แล้ว ทุกคนก็ระดมปัญญาหาจุดเชื่อมโยงเพิ่มทันที
สิ่งต่างๆ ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันถูกจับโยงเข้าด้วยกัน เกิดเป็นห่วงโซ่ตรรกะอันสมบูรณ์แบบ!
ดังนั้นข้อเท็จจริงจึงชัดเจน
ถึงผลงานจากคอร์สสร้างแรงบันดาลใจของเว็บจงเตี่ยนจงเหวินจะทํายอดสถิติได้ไม่ดี แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะได้นําไปดัดแปลง กลับเกิดชั่วกัปกัลป์ซึ่งเป็นแฟนฟิกชันของออฟฟิเชียลนั้นเป็นตัวอย่างได้ดี
การประชาสัมพันธ์คอร์สสร้างแรงบันดาลใจเน้นย้ําประเด็นนี้อย่างชัดเจน ในเบื้องหน้าเหมือนจะตอกย้ําว่ายอดสถิติของผลงานเหล่านี้ไม่ดีเลย แต่จริงๆ แล้วเป็นการย้ําว่า ‘ถึงยอดสถิติจะไม่ดี แต่ก็มีโอกาสที่ผลงานจะถูกนําไปดัดแปลง’ ซึ่งเป็นการเน้นให้เห็นถึงความพิเศษของคอร์สสร้างแรงบันดาลใจ
กลับเกิดชั่วกัปกัลป์ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานชุดแรกที่ได้นํามาดัดแปลงเป็นเกมพัฒนาใกล้เสร็จแล้ว ผู้เล่นมือเซียนของกลับใจคือฟากฝั่งอย่างอาจารย์เฉียวได้รับเชิญไปทดสอบด้วย!
ภายในช่วงเวลาสั้นๆ ในตอนบ่าย ชาวเน็ตก็ขุดค้นเบาะแสมากมายและเรียงร้อยเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดว่าคือความจริง
‘ความจริง’ ที่ว่ากระจายว่อนอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว
กลับใจคือฟากฝั่งมีแฟนเดนตายเยอะมาก
ถึงเกมจะปล่อยออกมาสองปีแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่นิยมสูง เพราะเกมโหดหินแบบนี้มีแค่ไม่กี่เกม นอกจากนั้นผู่ตู้และเนื้อหาอื่นๆ ในเกมก็กลายเป็นมีมมากมาย
จนถึงตอนนี้ยอดขายกลับใจคือฟากฝั่งไม่เคยลดลงต่ํากว่า 20% ของยอดขายในเดือนแรกที่ปล่อย แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นที่นิยมขนาดไหน
ผู้เล่นหน้าใหม่และหน้าเก่าต่างเฝ้ารอคอยภาคต่อ
พอมีข่าวว่าจะมีภาคต่อออกมา แล้วจะไม่ให้ตื่นเต้นกันได้ยังไง
แน่นอนว่าพวกเขาต้องแชร์ข่าวดีนี้ให้ทุกคนรู้ทั่วกันทันที!
เมื่อชาวเน็ตพูดถึงเรื่องนี้ สื่อเกมต่างๆ ก็รีบเกาะกระแส
เพราะสื่อพวกนี้รู้ดีว่าตราบใดที่ขึ้นหัวข้อ ‘เกมใหม่ของเถิงต๋า’ ยอดเอ็นเกจเมนต์ต้องสูงแน่นอน การสนทนาและกระแสความนิยมไม่มีทางต่ํา!
สื่อไร้ศีลธรรมหลายเจ้าราดน้ํามันใส่กองเพลิง พวกเขาพาดหัวข่าวกันเลอะเทอะขึ้นเรื่อยๆ โดยทําทุกวิถีทางเพื่อดึงดูดความสนใจผู้คน
เนื้อหาบ้าบอเหล่านี้กระจายว่อนอินเทอร์เน็ตในไม่กี่วัน ทําให้ข่าวแพร่สะพัดไปยังชาวเน็ตมากขึ้น…
สถานการณ์ไปไกลเกินควบคุมแล้ว!
…
วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน
เฉียวเหลียงกลับถึงที่พัก เขาคลิกเข้าไปอ่านข่าวที่กําลังกระจายว่อนอินเทอร์เน็ตอยู่ต่อนี้ เครื่องหมายคําถามมากมายปรากฏบนใบหน้าของเขา
“สุดช็อก! อาจารย์เฉียว อัปโหลดมาสเตอร์ที่มีผู้ติดตามหลายล้านเปิดเผยเรื่องเกมใหม่ของเถิงต๋า!”
“ภาคต่อของกลับใจคือฟากฝั่งมีอยู่จริง! เตรียมความพร้อมด้วยการอ่านนิยายต้นฉบับ กลับเกิดชั่วกัปกัลป์!”
“โปสเตอร์โปรโมตคอร์สสร้างแรงบันดาลใจอาจดูโหลยโท่ย แต่จริงๆ แล้วมีความลับอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่…”
“เกมโหดหินที่สุดในประเทศกําลังจะมีภาคต่อ! พร้อมทนทรมานกันแล้วรึยัง”
เขาตะลึงงันไป
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย
ใครบอกพวกนายว่าฉันกําลังทดสอบเกมใหม่ของกลับใจคือฟากฝั่ง
ฉันกําลังทดสอบ Animal Island VR ของฉือสิงสตูดิโออยู่โว้ย!
กลับใจคือฟากฝั่งไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย!
ทําไมสื่อถึงบอกว่าฉันคือแหล่งข่าวล่ะเนี่ย
แม้แต่เฉียวเหลียงก็นึกสงสัยในตัวเอง เขาคิดว่าอาจจะหลุดพูดอะไรไป จึงกลับไปไล่ดูประวัติแชต
เห็นได้ชัดเจนจากประวัติแชตว่าเฉียวเหลียงบอกแค่กําลังทดสอบเกมใหม่ของเถิงต๋าอยู่ นอกจากนั้นก็ไม่ได้บอกอะไรอีก
ไม่ได้พูดถึงคอร์สสร้างแรงบันดาลใจหรือกลับใจคือฟากฝั่งเลยด้วยซ้ํา!
แต่พอเลื่อนอ่านบทสนทนาลงมาเรื่อยๆ เฉียวเหลียงก็เข้าใจ
เข้าใจผิดกันไปหมด!
คนในกลุ่มคิดว่าเขากําลังทดสอบภาคต่อของกลับใจคือฟากฝั่ง เพราะเชื่อมโยงจากที่เขาเคยทดสอบเกมกลับใจคือฟากฝั่ง และนิยายกลับเกิดชั่วกัปกัลป์ก็มีการกลับไปแก้ไขครั้งใหญ่!
ตอนแรกพวกเขาแค่คาดเดากัน แต่ทุกคนมองว่าสมเหตุสมผลดี ข่าวลือนี้เลยกระจายออกไปและยึดถือกันว่าเป็นความจริง…
ฉันขอให้ใครอธิบายเรื่องนี้ได้บ้าง!
เฉียวเหลียงเหวอไป แต่ก็ทําอะไรไม่ได้
ถ้าเขาออกมาไขความกระจ่างตอนนี้ ผู้คนก็จะคิดว่าเขาพยายามปิดบังบางอย่างซึ่งไม่จําเป็นเลย!
หลังจากครุ่นคิดดู เขาก็ตัดสินใจไม่ยุ่งกับเรื่องนี้
อยากคุยอะไรกันก็เชิญเลย
แถมนี่ก็ไม่ถือเป็นการแพร่งพรายข้อมูลใช่ไหม เพราะเขาไม่ได้เอ่ยชื่อ Animal Island VR ด้วยซ้ํา
เมิ่งชั่งขอให้เฉียวเหลียงเก็บโปรเจ็กต์ Animal Island VR เป็นความลับ เฉียวเหลียงคิดว่าตัวเองเก็บความลับได้ดีมาก ชาวเน็ตไม่นึกสงสัยเลยว่ามีโปรเจ็กต์นี้อยู่
แต่ทุกคนกลับเข้าใจผิดคิดว่าเฉียวเหลียงกําลังทดสอบภาคต่อกลับใจคือฟากฝั่ง ชาวเน็ตมโนกันไปไกลและเข้าใจผิดกันเอง จะมาบอกว่าเขาเป็นคนปล่อยข้อมูลก็ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ
เฉียวเหลียงคิดอยู่พักหนึ่ง ถึงจะต้องโทษใครสักคน ยังไงก็ไม่ควรโทษเขา คิดได้แบบนั้น เขาก็เล่นเกมต่ออย่างสบายใจ
…
ขณะเดียวกันเมิ่งชั่งเองก็กําลังไล่ดูข่าวอยู่ในห้องพัก
ชัดเจนว่าเขาไม่ได้นิ่งสงบเหมือนเฉียวเหลียง มือของเขาที่จับเมาส์อยู่สั่นเล็กน้อย
แต่ละข่าวเป็นเหมือนมีดทิ่มแทงใจ
“นี่มันอะไร เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!
“ไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน!
“ให้ตายเถอะ พ้นสุดสัปดาห์นี้ไปฉันก็จะได้การันตีค่าคอมมิชชันแล้วแท้ๆ ทําไมกัน!
“ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ ก่อน
“น่าจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้
“ฉันต้องสืบหาว่าข้อมูลนี้หลุดมาจากที่ไหน บอสเผยทําสัญญาให้ฉันแล้ว ถ้าข้อมูลหลุดจากภายในและส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์การประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ฉันก็จะได้ค่าคอมมิชชันสามหมื่นหยวน!
“คุ้มกว่าการการันตีค่าคอมมิชชันสองพันหยวนถ้ารักษาผลลัพธ์ได้สองสัปดาห์อีก!”
ในช่วงเวลาวิกฤติ เมิ่งชั่งยังมีสติ
เขาค้นหาสัญญาที่บอสเผยเขียนให้และตรวจสอบเนื้อหาอย่างละเอียด
เป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย!
ต่อไปก็ต้องหาว่าข้อมูลหลุดมาจากไหน
เมิ่งชั่งพบแหล่งที่มาสําคัญสองแหล่งอย่างรวดเร็ว อันแรกคือภาพสกรีนช็อตแชตกลุ่มแฟนคลับของเฉียวเหลียงที่บอกว่าเขากําลังทดสอบเกมใหม่อยู่ อีกอันคือภาพสกรีนช็อตแชตส่วนตัวของหยูเฟยกับแอดมินกลุ่ม
“แบบนี้ก็น่าจะหลุดจากภายในใช่มั้ย
“ถึงอาจารย์เฉียวจะไม่ใช่พนักงานของเถิงต๋า แต่เขาก็กําลังทดสอบเกมให้อยู่! ส่วนหยูเฟยเป็นนักเขียนที่เซ็นสัญญากับเว็บจงเตี่ยนจงเหวินและเป็นผู้เข้าร่วมคอร์สสร้างแรงบันดาลใจโดยตรง ถือว่าเป็นคนในของเถิงต๋า!
“เอ่อ… แต่อาจารย์เฉียวไม่ได้ทดสอบกลับเกิดชั่วกัปกัลป์ เขาทดสอบ Animal Island VR ไม่น่าจะเกี่ยวกัน
“ช่างมัน ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้น ยังไงก็ต้องหลุดจากภายในแน่นอน!”
เมิ่งชั่งตัดสินใจว่าจะเข้าไปคุยกับบอสเผยวันจันทร์ เขาจะนําสัญญานี้เข้าไปขอเงินสามหมื่นหยวน!…
…
วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน
ทันทีที่บอสเผยเข้าออฟฟิศ เมิ่งชั่งก็ไปเคาะประตูห้องทํางานบอสเผยและเปิดเข้าไปด้านใน
“บอสเผยครับ!
“ก่อนอื่นผมขอบอกก่อนว่าเรื่องนี้รั่วไหลจากภายในร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เกิดจากแผนประชาสัมพันธ์ของผมแน่นอน!
“เราทําสัญญากันไว้แล้ว!”
เมิ่งชั่งโบกกระดาษเล็กๆ ในมือเหมือนเจ้าหนี้ถือ IOU มาทวงลูกหนี้อย่างมั่นอกมั่นใจ
เผยเชียนไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เช้านี้เขายังง่วงอยู่กนิดหน่อย จึงไม่สามารถตอบสนองกับอารมณ์ของเมิ่งชั่งได้เต็มที่
เขาชงชาแล้วพูดขึ้น “ไม่ต้องรีบร้อน เล่าให้ผมฟังช้าๆ ได้มั้ย ถ้าหลุดจากภายในจริง ผมรักษาสัญญาที่ให้ไว้แน่นอน”
เมิ่งชั่งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ เขาเน้นย้ําว่าเฉียวเหลียงกับหยูเฟยเป็นคนปล่อยข้อมูล ทําให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ จนแผนประชาสัมพันธ์คอร์สสร้างแรงบันดาลใจพังไม่เป็นท่า
หลังจากสะสมกระแสในช่วงสุดสัปดาห์ ข่าวลือเรื่องการดัดแปลงผลงานจากคอร์สสร้างแรงบันดาลใจก็กลายเป็นประเด็นร้อน โดยเฉพาะเรื่องที่กลับเกิดชั่วกัปกัลป์ถูกนําไปพัฒนาเป็นภาคต่อให้กับกลับใจคือฟากฝั่ง เหล่านักเขียนต่างอิจฉาตาร้อนและอยากเข้าร่วมคอร์สสร้างแรงบันดาลใจบ้าง
ความนิยมที่โปสเตอร์อุจาดตาของเมิ่งชั่งสั่งสมมาก็ระเบิดออกมาพร้อมกัน
เมื่อพิจารณาจากมาตรฐานปัจจุบัน แผนประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ถือว่าล้มเหลว อยู่รอดได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ด้วยซ้ํา ดังนั้นเขาจะไม่ได้ค่าคอมมิชชันแม้แต่หยวนเดียว
แต่ถ้าข้อมูลหลุดจากภายในบริษัท บอสเผยจะให้เงินเมิ่งชั่งสามหมื่นหยวนตามที่สัญญาไว้
นี่คือความหวังสุดท้ายของเมิ่งชั่ง
เผยเชียนยกชาขึ้นจิบ “คุณบอกว่าข้อมูลหลุดจากสองคนนี้ แล้วหลุดได้ยังไง มีหลักฐานมั้ย”
เมิ่งชั่งพยักหน้าทันที “มีครับ! ผมมีภาพสกรีนช็อต!”
เมิ่งชั่งยื่นมือถือซึ่งเปิดภาพสกรีนช็อตทั้งสองภาพไว้ให้เผยเชียน
เผยเชียนรับมาแล้วเข้าสู่ภวังค์ความคิด
แต่ชัดเจนว่าสองภาพนี้ไม่เพียงพอที่จะเปิดเผยความจริง
“นั่งจิบชารอสักพักนะ เดี๋ยวผมโทรหาสองคนนั้นเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด! ถ้าข้อมูลหลุดจากภายในจริงๆ ผมจะลบมลทินให้คุณ!”
เผยเชียนเที่ยงธรรมมากจนเมิ่งชั่งรู้สึกประทับใจเล็กน้อย
“ได้ครับบอสเผย! เดี๋ยวผมนั่งรออยู่ที่นี่!”
เผยเชียนผลักประตูออกไป
เขาตั้งใจว่าจะโทรหาเฉียวเหลียงกับหยูเฟยเพื่อถามความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้
จะให้ฟังความจากเมิ่งชั่งฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ เพราะเมิ่งชั่งต้องทําทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ค่าคอมมิชชันอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าเขาจะพูดเว่อร์เกินจริง
ไม่ใช่ว่าบอสเผยยอมเสียเงินสามหมื่นหยวนไม่ได้ ประเด็นคือถ้าข้อมูลไม่ได้หลุดจากภายใน เขาก็ให้เงินไม่ได้
ระบบจัดให้สัญญาระหว่างเผยเชียนกับเมิ่งชั่งเป็น “สัญญาการจ้างงานพิเศษ’ เงินที่จะให้เมิ่งชั่งต้องผ่านระบบก่อน สัญญาการจ้างงานพิเศษนี้สามารถจ่ายเงินได้หลายรูปแบบ แต่ก็ต้องตรงกับเงื่อนไขในสัญญา
พูดอีกอย่างคือระบบมีมาตรการพิเศษในเรื่องนี้ ซึ่งให้อิสระมากกว่าสัญญาการจ้างงานอื่นๆ เผยเชียนสามารถพลิกแพลงได้หลายแบบ แต่การพลิกแพลงนั้นก็ไม่ได้อิสระอย่างสมบูรณ์ ยังอยู่ภายใต้ข้อจํากัดบางประการ
ซึ่งในกรณีนี้ เขาจะจ่ายค่าคอมมิชชันได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลหลุดจากภายในจริงๆ เขาไม่สามารถหลับหูหลับตาได้
เผยเชียนเห็นใจเมิ่งชั่ง แต่ก็ทําอะไรไม่ได้ ยังไงกฎก็ต้องเป็นกฎ
…
เมิ่งชั่งนั่งรออย่างร้อนรนใจอยู่ในห้องทํางานของบอสเผย
ประมาณครึ่งชั่วโมง บอสเผยก็กลับเข้ามา
“เป็นยังไงบ้างครับบอสเผย” เมิ่งชั่งลุกยืนทันที เขาดูกังวลใจมาก
เผยเชียนกระแอมกระไอ ก่อนจะส่งสัญญาณบอกให้อีกฝ่ายสงบสติอารมณ์และนั่งลงก่อน
“ผมตรวจสอบจากหลายแหล่งและคุยกับทั้งสองคนที่เกี่ยวข้องแล้ว… น่าเสียดายที่ข้อมูลไม่ได้หลุดจากภายใน
“อาจารย์เฉียวบอกแค่ว่าเขากําลังทดสอบเกมใหม่อยู่ ไม่ได้เอ่ยชื่อ Animal Island หรือพูดถึงคอร์สสร้างแรงบันดาลใจกับกลับใจคือฟากฝั่ง จึงไม่ถือเป็นการแพร่งพรายข้อมูล หยูเฟยยิ่งแล้วใหญ่ นอกจากเขาจะไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอะไรแล้ว เขายังบอกเป็นนัยว่าชาวเน็ตคิดผิด อาจารย์เฉียวไม่ได้กําลังทดสอบกลับเกิดชั่วกัปกัลป์อยู่
“ปัญหาครั้งนี้หลักๆ เกิดจากความเข้าใจผิดและการเชื่อมโยงข้อมูลมั่วๆ ของชาวเน็ต พวกเขาโยงเรื่องที่รู้แน่ชัดจนได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง…
“เพราะงั้น…น่าเสียดายที่ตามกฎแล้ว ผมไม่สามารถให้ค่าคอมมิชชันได้เพราะข้อมูลไม่ได้รั่วจากภายใน”
เผยเชียนมองเมิ่งชั่งด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“แต่มองในแง่ดี เงินเดือนพื้นฐานเดือนนี้คุณก็ได้ตั้งห้าพันหยวนนะ…”