ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1228 ภารกิจของอาคารสำนักงานใหญ่
ถ้าทำแผนออกแบบให้คนอื่น เหลียงชิงฟานมักหวังให้
แผนผ่านฉลุย ไม่ต้องแก้ไขใดๆ
ในฐานะสถาปนิก เขามั่นใจในแผนออกแบบของตัวเอง
มาก แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ต้องการให้ลูกค้าเข้ามายุ่งวุ่นวาย
และทำลายความสวยงามที่เขาออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน
แต่ถ้าทำแผนออกแบบให้บอสเผย เหลียงชิงฟานกลับ
อยากให้บอสเผยบอกสิ่งที่ต้องการเพิ่มเติม
เพราะเขารู้สึกว่าบอสเผยมีพลังเปลี่ยนกรวดให้เป็นทอง
ถึงความเชี่ยวชาญที่แท้จริงของบอสเผยจะเป็นเรื่องการ
ออกแบบเกม การทำธุรกิจ การลงทุน และด้านอื่นๆ ซึ่งไม่
เกี่ยวข้องกับความรู้ทางสถาปัตยกรรม แต่จากโปรเจ็กต์หลาย
ๆ อย่าง เช่น โฮสเทลเขย่าขวัญและอพาร์ตเมนต์บ้านจอม
เฉื่อย เห็นได้ชัดว่าบอสเผยมองเห็นสิ่งที่เหลียงชิงฟานไม่สา
มารถมองเห็นได้จากมุมมองที่สูงขึ้นมุมมองที่สูงขึ้นนี้มักมอบแรงบันดาลใจให้เหลียงชิงฟาน
ทำให้เขาพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกขั้น
เผยเชียนพลิกดูแผนออกแบบคร่าวๆ แล้วพบว่าแผน
ของเหลียงชิงฟานค่อนข้างใส่ใจทีเดียว เขาแค่ร่างภาพอาคาร
และชี้ให้เห็นพื้นที่สำ คัญในตึกคร่าวๆ โดยไม่ได้เจาะลึก
ถึงรายละเอียดโครงสร้างภายใน
เห็นได้ชัดว่าถึงจะลงรายละเอียดเข้าไป เผยเชียนก็
ไม่เข้าใจอยู่ดี…
เหลียงชิงฟานเสนอแผนออกแบบที่แตกต่างกันสามแผน
ซึ่งมีจุดร่วมบางอย่าง
ตัวอย่างเช่น อาคารหลักสูงมาก ส่วนพื้นที่ว่างรอบๆ
ออกแบบเป็นสนามหญ้าและสวนเพื่อความสวยงาม
การออกแบบอาคารมีความโดดเด่น ใช้กระจกเป็นวัสดุ
หลักและมีรูปทรงที่น่าสนใจ ดูเหมาะสมกับบริษัทเทคโนโลยี
ระดับสูง
ทุกชั้นในอาคารมีโซนนันทนาการ ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญ
ญาณของเถิงต๋าอย่างลึกซึ้งดูจากทำเลของสำ นักงานใหญ่เถิงต๋าแล้ว อาคารนี้
จะโดดเด่นมากๆ หลังสร้างเสร็จ และจะกลายเป็นแลนด์มาร์ก
ที่เด่นสะดุดตา
เผยเชียนเงียบไปหลังดูแผนออกแบบทั้งสามแบบ
จะว่ายังไงดี เหลียงชิงฟานดูเหมือนจะทำงานได้สมบูรณ์
ไร้ที่ติ
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน หลังสร้างเสร็จแล้วขึ้นโลโก้
เถิงต๋ายังไงก็ดูไม่ขัดตา เทียบกับอาคารสำ นักงานใหญ่ของ
บริษัทอินเทอร์เน็ตอื่นๆ ในประเทศแล้วไม่มีทางเป็นสองรอง
ใคร
แต่…ดูเหมือนมันจะไม่ตอบโจทย์ของเผยเชียนเลย!
สำ หรับบริษัทอื่นๆ อาคารสำ นักงานใหญ่มีข้อพิจารณา
สำ คัญอยู่สองอย่าง หนึ่งคือความสะดวกในการใช้งาน และ
สองคือรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์
อาคารสำ นักงานใหญ่รวมทุกฝ่ายงานเข้าด้วยกัน ทำให้
มีการสื่อสารระหว่างฝ่ายงานบ่อยขึ้นและทำได้สะดวกขึ้น อีก
ทั้ง
ยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานร้านอาหารในอาคาร คาเฟ่ และสิ่งอำนวยความสะดวก
ต่างๆ มีส่วนในการปรับสภาพการทำงานของพนักงาน และ
ทำให้พนักงานทำงานล่วงเวลากันมากขึ้น
ส่วนรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์และความโอ่อ่าของอาคาร
แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งของบริษัท ทำให้พนักงานรู้สึก
ถึงการเป็นส่วนหนึ่งและความภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ
การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์
สรุปแล้วการสร้างอาคารมีข้อดีมากมายสำ หรับบริษัทที่
มีความมั่งคั่ง
แต่เผยเชียนไม่สนใจข้อดีเหล่านั้นเลย!
ให้กิจการต่างๆ สื่อสารกันบ่อยขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน
ทำให้พนักงานทำงานล่วงเวลามากขึ้น
เผยเชียนไม่ต้องการเห็นเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น
สิ่งเดียวที่ทำให้เผยเชียนพอใจคือโซนนันทนาการใน
แต่ละชั้นแต่การทำแบบนี้ดูเหมือนธรรมดาและจำ เจเกินไป
เพราะตอนนี้เถิงต๋าก็มีโซนแบบนี้อยู่แล้ว บริษัทอินเทอร์เน็ต
ใหญ่ๆ เจ้าอื่นก็จัดให้มีโซนแบบนี้เหมือนกัน
พนักงานของเถิงต๋ามีแต่พวกมีประสบการณ์โชกโชน แค่
จัดโซนนันทนาการเล็กๆ ในแต่ละชั้นไม่สามารถล่อลวง
ใจพวกเขาได้อีกต่อไป
ต้องเพิ่มพลังล่อลวงให้มากขึ้น!
แผนออกแบบของเหลียงชิงฟานไม่มีปัญหาถ้าอิงตาม
มาตรฐานของบริษัททั่วไป
แต่สำ หรับบอสเผย มันไม่ตอบโจทย์เลย!
ถ้าความต้องการกับแผนงานไม่ตรงกัน ต่อให้แผนทำ
มาดีขนาดไหนก็ไร้ประโยชน์
ก่อนหน้านี้เผยเชียนไม่ได้กำหนดกรอบหรือข้อจำ กัดใดๆ
ให้เหลียงชิงฟาน เพราะอยากปล่อยให้อีกฝ่ายได้ปลดปล่อย
จินตนาการเต็มที่ โดยไม่ต้องการให้คนที่ไม่เชี่ยวชาญมาชี้นำ
เพราะสุดท้ายแล้วอาคารสำ นักงานใหญ่ก็ไม่ได้ทำเงิน
ให้เหลียงชิงฟานสร้างตามจินตนาการก็ไม่เสียหายอะไรแต่ตอนนี้เผยเชียนคิดว่าน่าจะต้องให้คำแนะนำบ้าง มัว
ขี้เกียจอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว
เพราะชัดเจนว่าแผนออกแบบของเหลียงชิงฟานยัง
พิจารณาจากมุมมองของสถาปนิก ซึ่งไม่ได้เข้า
ใจถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของอาคารนี้
เผยเชียนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “แผนออกแบบนี้
ดีทีเดียว รูปทรงตึกก็สวย
“แต่…
“ดูเหมือนจะขาดความคิดสร้างสรรค์นิดหน่อย”
เหลียงชิงฟานไม่ได้โกรธเลย กลับรู้สึกดีใจด้วยซ้ำ “บอส
เผยบอกมาได้เลยครับว่าอยากให้ปรับยังไง”
ความคิดสร้างสรรค์ใช่ว่าจะดีดนิ้วแล้วปิ๊งขึ้นมาเลย
ในฐานะสถาปนิก เหลียงชิงฟานคิดว่าตัวเอง
กระตือรือร้นและเปิดกว้างมากแล้วตอนออกแบบ แต่พอร่าง
แผนออกแบบเสร็จแล้วย้อนมาดูอีกครั้ง มันกลับไม่ทำให้รู้สึก
ว้าวเหมือนกิจการอื่นๆ ของเถิงต๋าบอกได้แค่ว่าความสามารถในการผุดไอเดียสุดบรรเจิด
แบบบอสเผยนั้นเป็นพรสวรรค์จริงๆ
คนทั่วไปไม่สามารถทำได้
ดังนั้นเหลียงชิงฟานจึงไม่ตะขิดตะขวงใจและตั้งใจรอ
ฟังคำแนะนำจากบอสเผย
เผยเชียนตกอยู่ในภวังค์ความคิดอีกครั้ง
จะแก้ยังไงดี…
สำ หรับบริษัทอื่นๆ ฟังก์ชันการใช้งานและความโดดเด่น
ของอาคารเป็นสิ่งสำ คัญที่สุด
แต่เผยเชียนให้ความสำ คัญกับฟังก์ชันการใช้งานของ
อาคารเป็นอันดับแรก เพียงแต่ฟังก์ชันการใช้งานที่ว่า
ตรงกันข้ามกับของบริษัทอื่นโดยสิ้นเชิง
อาคารสำ นักงานใหญ่ของเถิงต๋าควรทำให้เกิดความไม่
สะดวกในการสื่อสารระหว่างกิจการ ลดประสิทธิภาพ
การทำงาน และทำให้พนักงานทำงานล่วงเวลาให้น้อยที่สุด
แน่นอนว่าต้องใช้เงินเยอะๆ ด้วยคำถามคือจะออกแบบอาคารยังไงให้บรรลุเป้าหมาย
เหล่านี้
เผยเชียนกระแอมกระไอก่อนจะพูดขึ้น “เอาอย่างนี้ ผม
จะบอกจุดสำ คัญให้ฟัง คุณจำ ไว้นะ
“จุดสำ คัญเหล่านี้เป็นข้อกำหนดพื้นฐาน ให้ทำตาม
จุดสำ คัญเหล่านี้ก่อน แล้วค่อยพิจารณารูปทรงของอาคาร
ทีหลัง
“ข้อแรก อาคารสำ นักงานใหญ่ของเถิงต๋าควรเน้นขยาย
ในแนวนอน ไม่ใช่แนวตั้ง”
เผยเชียนคิดจนกระจ่างแล้ว ยิ่งตึกสูง ยิ่งสะดวกต่อ
การสื่อสารระหว่างกิจการ เพราะแค่ขึ้นลิฟต์ก็ถึง สะดวกสุด
แต่ถ้าขยายในแนวนอน การสื่อสารระหว่างกิจการต้อง
ใช้เครื่องมือเดินทาง เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งไม่ค่อยสะดวก
เท่าไหร่และทำให้ประสิทธิภาพการสื่อสารลดลง
เผยเชียนวางแผนไว้ว่าจะพยายามจับกิจการที่
มีความเกี่ยวข้องกันให้อยู่คนละฝั่งของตึก ต้องการทำงาน
ร่วมกันนักใช่ไหม งั้นก็เตรียมตัววิ่งกันขาลากได้เลย!ก่อนหน้านี้ถึงบางกิจการจะกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ใน
เมืองจิงโจว แต่พวกเขาเรียกรถแท็กซี่ได้ ซึ่งเร็วกว่า แต่ถ้าทุก
กิจการมาอยู่ในอาคารเดียวกันก็ไม่สามารถเรียกแท็กซี่ได้อีก
ต้องเดินอย่างเดียว ถ้าระยะทางไกลพอก็จะกลายเป็นความไม่
สะดวก
นอกจากนี้การขยายอาคารในแนวนอนยังทำให้ใช้พื้นที่
มากขึ้น
ถ้าสร้างอาคารขึ้นมาแล้วเปลี่ยนพื้นที่รอบๆ เป็นพื้นที่
สีเขียวหรือสวน ในอนาคตอาจเอาพื้นที่ตรงนี้มาสร้างอาคาร
อื่นๆ เพิ่มเติมได้ แต่ถ้าขยายอาคารให้กินพื้นที่ทั้งหมด
ในอนาคตถ้าอยากขยายเพิ่มก็ต้องซื้อที่ดินใหม่
แบบนี้ก็ยิ่งผลาญเงินได้เยอะขึ้นไม่ใช่เหรอ
เหลียงชิงฟานรีบจดตาม
แนวคิดการออกแบบบอสเผยกับฉันแตกต่างกันตั้ง
แต่ต้นจริงๆ!
แต่ทำไมต้องขยายอาคารในแนวนอนล่ะ ปกติแล้วบริษัท
ต่างๆ เน้นสร้างตึกสูงใหญ่เพื่อให้เป็นแลนด์มาร์กของเมืองกันทั้ง
นั้น ห
ลายบริษัทถึงกับแข่งกันว่าตึกใครจะสูงกว่า เพื่อที่จะ
คว้าตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดแห่งแรกในเมือง XX
แต่บอสเผยกลับไม่สนใจความสูงเลย
เป็นแนวคิดที่ไม่เหมือนใครจริงๆ!
เหลียงชิงฟานยังไม่เข้าใจว่าทำไมบอสเผยต้องการขยาย
อาคารในแนวนอน เถิงต๋าไม่ใช่ร้านขายเครปสักหน่อย แต่
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามัวมาคิดเรื่องนี้ เขาต้องฟังความต้องการของ
บอสเผยให้หมดก่อน แล้วค่อยนำมาวิเคราะห์รวมกัน
เผยเชียนพูดต่อ “ข้อสอง โซนนันทนาการไม่ควร
กระจายอยู่ในแต่ละชั้น ควรรวมไว้ด้วยกัน
“แบ่งอาคารออกเป็นสองส่วนหลัก โซนทำงานกับโซน
นันทนาการ
“โซนนันทนาการต้องกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของอาคาร!
“แล้วก็ต้องพยายามเพิ่มพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างโซน
ทำงานและโซนนันทนาการให้มากที่สุด เพื่อให้พนักงานเดิน
ไปยังโซนนันทนาการได้สะดวกขึ้น“เอ่อ พูดให้ถูกคือควรจะเดินไปโซนนันทนาการได้ง่ายๆ
แต่กลับไปโซนทำงานได้ลำบากหน่อย”
การแบ่งพื้นที่บางส่วนในแต่ละชั้นมาทำเป็นโซน
นันทนาการมักมีพื้นที่ไม่พอ
เพราะโปรเจ็กต์นันทนาการสเกลใหญ่หลายอย่างไม่สา
มารถจัดไว้ในชั้นเดียวได้
แต่การรวมโซนนันทนาการไว้ด้วยกันจะทำให้พนักงาน
เข้ามาเล่นได้อย่างต่อเนื่อง เล่นไปเล่นมาก็จะเพลินจนลืมว่า
ต้องกลับไปทำงาน
พูดอีกอย่างคือทำให้หลุดไปอยู่อีกโลกได้ง่ายขึ้น
ที่จริงเผยเชียนเคยคิดจะทำตึกแฝด ตึกหนึ่งสำ หรับงาน
ล้วนๆ ส่วนอีกตึกมีไว้สำ หรับนันทนาการล้วนๆ ทำแบบนี้
ถ้าพนักงานหลงเข้าไปในตึกนันทนาการ ก็จะถูกดึงเข้าสู่โลก
แห่งความสนุกจนออกมาไม่ได้
แต่พอคิดดูอีกที ทำแบบนี้จะทำให้ทั้งสองตึกเชื่อมโยง
กันไม่มากพอ พนักงานอาจเดินไปตึกนันทนาการได้ไม่สะดวกถ้าพวกเขารู้สึกว่าลำบากเกินไปจนไม่อยากไปตึก
นันทนาการล่ะ
เพราะงั้นต้องหาวิธีเพิ่มพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างโซนทำงาน
และโซนนันทนาการ เพื่อให้พนักงานสามารถเดินไปโซน
นันทนาการได้สะดวก พอไปถึงแล้วก็ควรลืมว่าต้องกลับ
ไปทำงาน
เหลียงชิงฟานเกาหัว รู้สึกว่าความต้องการของบอสเผย
นั้น
ค่อนข้างจะเป็นนามธรรม
เพิ่มพื้นที่เชื่อมต่อเหรอ
เพิ่มยังไงดีล่ะเนี่ย
ให้ไปโซนนันทนาการได้ง่ายๆ แต่กลับมาโซนทำงานได้
ลำบากหน่อยงั้นเหรอ
คือจะให้ทำทางเดินต่อตรงไปโซนนันทนาการ เดินปรู๊ด
เดียวถึง แต่ถ้าจะกลับมาโซนทำงานต้องอ้อมงี้เหรอ
เขารู้สึกว่าคิดรูปทรงของตึกได้ยากกว่าเดิม
แต่เหลียงชิงฟานยังไม่พูดอะไรและจดบันทึกต่อไปอย่าง
ตั้ง
ใจเผยเชียนพูดต่อ “ข้อสาม อาคารต้องมีทางเข้าหลาย
ทาง แต่ละทางต้องเชื่อมต่อกับตำแหน่งที่แตกต่างกันใน
อาคาร
“ฝั่งหนึ่งของโซนนันทนาการต้องหันหน้าไปทางสถานีรถ
ไฟฟ้าและจุดเชื่อมต่อการเดินทาง เพื่อให้เข้าไปได้สะดวก แต่
ด้านโซนทำงานต้องเดินอ้อมหน่อย
“ส่วนที่จอดรถชั้นใต้ดิน…
“ถ้าจะไปโซนนันทนาการก็ขึ้นลิฟต์ไปได้เลย
“แต่ถ้าจะไปโซนทำงานต้องเดินผ่านเขาวงกตใต้ดิน”
ว่าง่ายๆ คือหลังจอดรถในที่จอดรถชั้นใต้ดินแล้ว
ถ้าต้องการไปโซนทำงานก็ทำได้สองวิธี ถ้าไม่ขึ้นลิฟต์แล้ว
เดินผ่านโซนนันทนาการและทำใจแข็งต่อสิ่งล่อลวงต่างๆ ก็
ต้องเดินผ่านเขาวงกตใต้ดินและคลำหาทางไปจนเจอลิฟต์ที่
เชื่อมกับโซนทำงาน