ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1250 แผนอันแยบยลของหูเสี่ยนปิน
หยูเฟยเคยได้ยินมานานแล้วว่าเปาซวี่เป็นเซียนเกมที่
เชี่ยวชาญเกมทุกแนว จึงไม่แปลกที่เขาจะเคยศึกษาเกมต่อสู้
มาก่อน
แต่ปัญหาคือตอนนี้เปาซวี่ไม่ได้อยู่ฝ่ายเกม เขาย้าย
ไปทำระทมทัวร์แล้ว!
กลับสู่ทางตันเหมือนเดิม
ตอนนั้นเองหูเสี่ยนปินก็ผุดความคิดขึ้นได้ “เอ๊ะ พูดถึงพี่
เปาปุ๊บ ผมก็นึกไอเดียดีๆ ออกปั๊บ!
“ถ้าทำให้สำเร็จได้ เราอาจจะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย!
“เดี๋ยวนะ ขอผมคิดรายละเอียดก่อน”
หยูเฟยทำหน้างง ไม่เข้าใจว่าที่หูเสี่ยนปินบอกว่า
‘ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย’ หมายความว่ายังไง
หูเสี่ยนปินเหมือนจะคิดคำนวณอะไรอยู่ รอยยิ้มจาก
ใจจริงฉีกกว้างบนใบหน้า
ทริปเสินหนงเจี้ยครั้งนี้ต้องได้ไปทรมานแน่นอน หูเสี่ย
นปินรู้เรื่องนี้ดี
จะไม่ไปก็ไม่ได้ แต่ความทรมานก็มีระดับที่แตกต่างกัน
แผนการเดินทางกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้เปาซวี่ก็
จะไปด้วย
หูเสี่ยนปินกับหวงซื่อปั๋วตกใจมากเมื่อได้ยินแบบนั้น
เปาซวี่เกลียดการออกทริปไม่ใช่เหรอ
ตามหลักแล้วตอนนี้เปาซวี่เป็นผู้ดูแลระทมทัวร์ เขา
น่าจะส่งคนอื่นไปทรมาน ส่วนตัวเองนั่งเล่นเกมสบายใจเฉิบ
อยู่ในจิงโจว
ทำไมรอบนี้ถึงไปด้วยล่ะ
ทุกคนวิเคราะห์กันดูแล้วพบว่านี่เป็นสัญญาณที่
อันตรายมาก
เปาซวี่เป็นคนไม่ชอบออกไปไหน การออกทริปไม่ได้
ทำให้เขารู้สึกสนุกเลย
แต่ครั้งนี้เขากลับเลือกไปร่วมทริปเอง แสดงว่าต้อง
มีอะไรที่สนุกกว่าการนั่งเล่นเกมอยู่จิงโจวแน่นอน
เรื่องสนุกที่ว่าคืออะไรล่ะ
ชัดเจนว่าต้องเป็นการได้ดูคนอื่นทุกข์ทรมาน...
ถึงจะใช้ชีวิตสบายๆ ที่จิงโจวได้ แต่จะให้เขาพลาดการ
ได้ไปดูคนพวกนี้ทุกข์ทรมานได้ยังไง
นี่คือเหตุผลที่เปาซวี่ตัดสินใจไปร่วมทริปด้วย เขาอยาก
เห็นคนพวกนี้ทรมานแบบใกล้ๆ!
คิดได้แบบนี้ พวกหูเสี่ยนปินก็ถึงกับขนลุกซู่
ชัดเจนว่าการเดินทางไปเสินหนงเจี้ยครั้งนี้อาจจะ
ไม่อันตราย แต่ต้องลำบากแน่นอน...
แล้วถ้าเปาซวี่ไม่ไปด้วยล่ะ
ถึงซาจื่อหรานจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเอาชีวิตรอดใน
ถิ่นทุรกันดาร แต่เขาก็คงใจไม้ไส้ระกำเหมือนเปาซวี่
พวกเขาน่าจะทรมานกันน้อยลง
แต่การทำให้เปาซวี่อยู่ที่จิงโจวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ
หมายความว่าจะต้องทำให้เปาซวี่เต็มใจทิ้งความสุนทรีย์ที่ได้
ดูคนอื่นทรมาน
ตอนนี้มีเหตุผลเหมาะๆ แล้ว
ฝ่ายเกมเถิงต๋าติดปัญหา จำเป็นต้องให้พี่เปามาช่วย!
หูเสี่ยนปินรู้จักนิสัยของเปาซวี่ดี ถึงตอนนี้เปาซวี่จะถูก
‘ความแค้น’ เข้าครอบงำเล็กน้อย แต่ถ้าฝ่ายเกมเจอปัญหา
เขาก็คงไม่นิ่งดูดาย
เพราะงั้น…
ตราบใดที่ใช้เหตุผลและเรียกคะแนนสงสาร โดยอ้างว่า
เวลาออกแบบมีจำกัดและงานพัฒนารอบนี้ก็โหดหินมาก ก็
น่าจะโน้มน้าวให้เปาซวี่อยู่ช่วยงานได้
ถึงจะไม่สามารถยกเลิกทริปไปเสินหนงเจี้ยได้ แต่
ตราบใดที่เปาซวี่ไม่ไป ทุกคนก็จะโดนทรมานกันน้อยลง
แน่นอน!
เพราะซาจื่อหรานคงไม่กล้าโหดเกินไป แค่เปาซวี่ไม่อยู่
ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น
คิดได้แบบนั้น หูเสี่ยนปินก็พูดขึ้น “เอางี้ คุณ
ไปขอความช่วยเหลือจากพี่เปา แต่ห้ามบอกนะว่าผมเป็นคน
ส่งคุณไป
“ไม่อย่างนั้นพี่เขาอาจสงสัยได้
“ถ้าคุณโน้มน้าวให้พี่เปามาช่วยได้ ก็จะคลี่คลายปัญหา
เรื่องการออกแบบได้แน่นอน!”
หยูเฟยยังลังเลเล็กน้อย “จะ…สำเร็จเหรอครับ ผม
ไม่ค่อยสนิทกับพี่เปาเท่าไหร่”
หูเสี่ยนปินพยักหน้า “สำเร็จแน่นอน ก็เพราะคุณสองคน
ไม่สนิทกันนี่แหละ ถึงมีโอกาสที่จะเกลี้ยกล่อมเขาได้”
คนที่สนิทกับเปาซวี่เคยโหวตให้เขาแทบทุกคน ซึ่งคน
พวกนี้ก็โดนจดชื่อลงบัญชีหนังหมาแล้ว
ถ้าหูเสี่ยนปินเป็นคนไปขอความช่วยเหลือ เปาซวี่ต้อง
สงสัยในเจตนาของเขาแน่นอน
แต่หยูเฟยไม่เหมือนกัน อย่างแรกเลยคือเขาไม่เคยโหวต
เปาซวี่ ไม่มีความแค้นกันโดยตรง อย่างที่สอง เขา
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับระทบทัวร์ จึงไม่ถูกสงสัยถ้า
ไปขอความช่วยเหลือจากเปาซวี่ และอย่างที่สาม หยูเฟยไม่
เชี่ยวชาญเรื่องเกมต่อสู้และไม่เก่งเรื่องออกแบบเกมเลย เขา
ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ
ดูแล้วมีความเป็นได้สูงมากที่เปาซวี่จะยอมใจอ่อน!
ส่วนหูเสี่ยนปินก็สามารถใช้โอกาสนี้ลดความทรมานของ
ทริปตัวเองลงได้
หยูเฟยพยักหน้า “ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมลองดู”
ในเมื่อหูเสี่ยนปินไม่ได้มารับงานต่อ เขาก็ต้องทำหน้าที่นี้
ต่อไปอีกหนึ่งเดือน
ตอนแรกเขาอยากยอมแพ้ แต่ในเมื่อหูเสี่ยนปิน
ชี้ทางออกให้แล้ว ไปขอความช่วยเหลือจากเปาซวี่ดูก่อนก็ไม่
เสียหายอะไร
บางทีเปาซวี่อาจมีไอเดียดีๆ ก็ได้
ตราบใดที่มีแนวทางคร่าวๆ และไม่ถึงกับมืดแปดด้าน
ทำต่ออีกหนึ่งเดือนก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากอะไร
คิดได้แบบนั้น หยูเฟยก็เตรียมตัวออกไปขอคำแนะนำ
จากเปาซวี่
“ห้ามบอกว่าผมเป็นคนส่งคุณไปนะ!”
หูเสี่ยนปินเตือนอีกครั้งด้วยความกังวล
…
ขณะเดียวกัน ที่ศูนย์ฝึกพิเศษของระทมทัวร์
เมิ่งชั่งเพิ่งเยี่ยมชมศูนย์ฝึกอบรมเสร็จ เขาโดนเปาซวี่
‘แนะนำอย่างกระตือรือร้น’ ให้ลองชิมขนมปังอัดแท่ง
อาหารกระป๋อง และเนื้ออัดแท่ง
ผลคือเขาต้องดื่มน้ำสองขวดใหญ่ แต่ก็ยังไม่สามารถ
ล้างรสชาติที่ติดอยู่ในปากออกไปได้
“โอเคครับ ขอบคุณที่พาชม ตอนนี้ผมเข้าใจสถานการณ์
ของศูนย์ฝึกนี้คร่าวๆ แล้ว”
เมิ่งชั่งแสดงสีหน้าสลับซับซ้อน
เขาได้ยินมานานแล้วว่าเปาซวี่ได้ทุนตามฝันและใช้ทุน
นั้นเปิดระทมทัวร์ แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะทุกข์ระทมขนาดนี้!
เพราะคนที่ได้ร่วมโปรเจ็กต์นี้มีแต่พวกผู้ดูแลกิจการ
เถิงต๋าที่อยู่ดีกินดี ชีวิตไม่ขาดแคลนอะไร แถมยังประสบความ
สำเร็จในสายงานของตัวเอง แต่กลับถูกบังคับให้มาร่วม
โปรเจ็กต์สุดทรมาน ช่างน่าสงสารจริงๆ
เปาซวี่เองก็ไม่ไว้หน้าพวกเขาเลย เหมือนฝึกกันให้ตาย
กันไปข้าง
ที่ชวนอึ้งที่สุดคือบอสเผยดันสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่
บอสดูไม่กังวลเลยว่าโปรเจ็กต์นี้จะส่งผลต่อการดำเนินงาน
ของแต่ละกิจการ
ต้องบอกก่อนว่ายิ่งเป็นบริษัทใหญ่ก็ยิ่งมีงานให้จัดการ
เยอะ ผู้ดูแลกิจการต่างๆ เป็นเสาหลักของบริษัท พวกเขาต้อง
รับผิดชอบการจัดการงานต่างๆ รวมถึงการติดต่อ
ประสานงาน
หัวหน้าแผนกของบริษัทอื่นๆ ต้องทำงานจนร่างแหลก
ตั้งแต่เช้าจดค่ำ แต่ผู้ดูแลกิจการของเถิงต๋ากลับสละเวลาสอง
เดือนไปทรมานตัวเองได้
นี่มันบ้าไปแล้ว
งานของเมิ่งชั่งเดือนนี้คือการโปรโมตระทมทัวร์ ถึง
จะเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ แล้ว แต่เขาก็ยังคิดไม่ออกว่า
จะโปรโมตยังไง
บางทีอาจเป็นเพราะแผนประชาสัมพันธ์ก่อนหน้านี้โดน
ปัดตก ทำให้ต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ตำรับ
ตระกูลเผยใหม่อีกครั้ง
“งั้นวันนี้ผมไม่รบกวนแล้ว ขอบคุณมากนะครับ
“ตอนที่พวกคุณไปเสินหนงเจี้ย ผมจะส่งคนให้ติดตามไป
ถ่ายภาพหรือบันทึกข้อมูล เผื่อได้เนื้อหาอะไรที่อาจจะเอาไป
ใช้ได้
“ผมต้องกลับไปคิดก่อนว่าจะโปรโมตยังไง เดี๋ยวอาจ
ต้องรบกวนพี่เปาอีกรอบนะครับ”
เมิ่งชั่งเตรียมตัวกลับ
เปาซวี่พยักหน้า “ไม่มีปัญหา ผมพร้อมให้ความร่วมมือ!”
หลังส่งเมิ่งชั่งกลับ เปาซวี่ก็รออยู่ในศูนย์ฝึกอบรมอีกพัก
หนึ่ง ก่อนที่หยูเฟยจะมาถึง
ก่อนจะแวะมา หยูเฟยติดต่อหาเปาซวี่และอธิบาย
วัตถุประสงค์ให้ฟังคร่าวๆ แล้ว
เปาซวี่ไม่ได้ตอบรับทันที แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาบอกแค่
ว่าอยากคุยดูก่อน พอยืนยันสถานการณ์ของเกมได้แล้วค่อย
ตัดสินใจ
“เชิญครับๆ นั่งก่อน
“ที่นี่ไม่มีอะไรไว้รับแขกเลย มีแค่น้ำแร่ แทนๆ กันไปก่อน
เนอะ”
เปาซวี่พาหยูเฟยไปห้องอบรมในศูนย์ฝึก ซึ่งหลักๆ ใช้
สำหรับอบรมทักษะการเอาตัวรอดกลางแจ้ง แต่ตอนนี้เอามา
ใช้เป็นห้องรับรองชั่วคราว
หยูเฟยมองไปรอบๆ โดยไม่รู้ตัว
นี่เหรอศูนย์ฝึกอบรมทัวร์ทรมานที่ผู้ดูแลกิจการเถิงต๋า
แค่ได้ยินก็อกสั่นขวัญแขวน
จากที่หูเสี่ยนปินและคนอื่นๆ เล่า มันฟังดูเหมือนคุก
ใต้ดินของตงฉ่าง ที่คนทั่วไปจินตนาการกันว่าต้องเป็นสถานที่
มืดมิดและน่ากลัว แต่จากที่เห็นก็ถือว่าดูดีใช้ได้
“พี่เปา ผมขออธิบายสถานการณ์ปัจจุบันให้ฟังคร่าวๆ
ก่อนนะครับ…”
หยูเฟยอธิบายสถานการณ์เกมแม่ทัพผี 2 รวมถึง
ข้อกำหนดของบอสเผยและปัญหาที่เขาพบ
แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดถึงหูเสี่ยนปิน เพราะหูเสี่ยนปินย้ำ
แล้วย้ำอีกก่อนที่เขาจะมาที่นี่
พอได้ฟังที่หยูเฟยอธิบาย เปาซวี่ก็เข้าสู่ห้วงความคิด
หยูเฟยตาเป็นประกายเมื่อเห็นสีหน้าของเปาซวี่
ดูเหมือนจะมีหวัง!
เขารู้ดีว่าถึงเปาซวี่จะเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘นักเดินทาง’ แต่
จริงๆ แล้วเป็นเซียนเกมที่มีความสามารถรอบด้าน และเป็น
คนที่สามารถเข้าใจเจตนาของบอสเผยได้ดีที่สุดคนหนึ่ง
ตอนพัฒนาเกมฐานทัพกลางทะเลแรกๆ หวงซื่อปั๋วแค่
ทำตามแนวทางภาพรวมเท่านั้น คนที่ตีความความคิดของ
บอสเผยและเพิ่มจิตวิญญาณเข้าไปในเกมคือเปาซวี่
ตอนที่ได้ฟังข้อกำหนดของเกมแม่ทัพผี 2 พนักงาน
ส่วนใหญ่ต่างสับสนและงงเต้ก แต่เปาซวี่กลับไม่แสดง
ความประหลาดใจ เขาเริ่มครุ่นคิดเกี่ยวกับความเป็นไปได้
อย่างจริงจัง
แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่ามาหาถูกคน
หลังจากคิดอยู่นาน เปาซวี่ก็พูดขึ้น “ผมพอจะเดา
คอนเซ็ปต์เบื้องต้นของเกมได้คร่าวๆ
“แต่…ผมไม่สามารถบอกคุณตรงๆ ได้ เพราะมัน
ไม่สอดคล้องกับหลักการของเรา
หยูเฟยถึงกับงง “หา? หลักการของเถิงต๋าไม่ใช่การ
ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเหรอครับ”
เท่าที่รู้มาเปาซวี่เป็นคนที่มีน้ำใจชอบช่วยเหลือ เขาเคย
ไปช่วยงานตลาดร้านข้างทางด้วย
แต่ทำไมคราวนี้ถึงปฏิเสธล่ะ
เปาซวี่อธิบาย “การช่วยเหลือซึ่งกันและกันมีข้อแม้ว่า
ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อความคิดของผู้ดูแลโปรเจ็กต์นั้นๆ
“บอสเผยเลือกคนมาดูแลแต่ละโปรเจ็กต์โดยเฉพาะ
มีแค่ผู้ดูแลที่เลือกมาเท่านั้นที่จะออกแบบแก่นสารสำคัญของ
โปรเจ็กต์ได้
“ตอนที่ผมไปช่วยงานตลาดร้านข้างทาง ถึงจะช่วยเสนอ
ไอเดียบ้าง แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายก็ต้องให้จางหยาฮุยเป็น
คนเคาะ เราแบ่งงานกันชัดเจน
“แต่กรณีของคุณมันต่างออกไป ที่เราทั้งคู่ต้องทำคือ
ออกแบบเกม ซึ่งมีเนื้องานที่ทับซ้อนกัน
“ถ้าความคิดของผมมีอิทธิพลต่อความคิดของคุณ
มากเกินไป มันจะกลายเป็นการออกแบบของผม ไม่ใช่ของคุณ
อีกต่อไป ซึ่งอาจจะขัดกับเจตนาเดิมของบอสเผย”
หยูเฟยพูดบ้าง “แต่…ตอนนี้ผมคิดอะไรไม่ออกเลยครับ
เหมือนจับต้นชนปลายไม่ถูก
“พี่เปา ถ้าพี่ไม่ช่วยผม ผมว่าผมคงทำเกมนี้ไม่สำเร็จแน่ๆ
…”
เปาซวี่คิดดูแล้วพยักหน้าเบาๆ “ก็จริง
“คอนเซ็ปต์เกมที่ผมคิดมีความยากในการพัฒนาสูงมาก
ซึ่งคุณอาจยังไม่สามารถทำงานนี้ได้
“แต่ผมก็รับหน้าที่ออกแบบแทนคุณทั้งหมดไม่ได้
เหมือนกัน
“ถ้าบอสเผยไม่ได้คิดแบบที่ผมคิดล่ะ ทุกอย่างก็
จะผิดพลาดไปหมด
“อืม…ในสถานการณ์แบบนี้คุณโทรไปขอคำแนะนำจาก
บอสเผยน่าจะดีกว่า”