ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1251 ปรับตารางระทมทริป
หลังจากสังเกตมาพักหนึ่ง หยูเฟยพบว่าภายในเถิงต๋า
มีกฎที่เป็นอันรู้กันอยู่อย่างหนึ่งคือ ถ้าเจอปัญหาที่ตัดสินใจ
ไม่ได้ ให้ไปปรึกษาบอสเผย
เวลาเจอปัญหาที่ตัดสินใจไม่ได้ พวกผู้ดูแลมักรายงาน
บอสเผยเสมอ
แต่การกระทำของพวกเขาก็ไม่เหมือนบริษัทอื่นๆ ที่ต้อง
รายงานทุกเรื่อง
ผู้ดูแลของเถิงต๋าเหมือนจะมีระบบคัดกรองของตัวเอง
บางปัญหาพวกเขาจะไม่ถามบอสเผย ถึงต้องคิดหนักอยู่หลาย
วัน ก็จะพยายามแก้ปัญหาให้ได้ด้วยตัวเอง แต่บางปัญหา
จะรีบรายงานทันทีที่พบ
จนถึงตอนนี้หยูเฟยก็ยังไม่เข้าใจกลไกการคัดกรองนี้
เท่าไหร่
หยูเฟยคิดว่าถึงจะเป็นแค่หัวหน้าฝ่ายออกแบบชั่วคราว
แต่เขาก็ต้องรับหน้าที่นี้ต่ออีกหนึ่งเดือน
หนึ่งเดือนอาจจะไม่นาน แต่เขาก็จำเป็นต้องเชี่ยวชาญ
ทักษะที่จำเป็นหลายๆ อย่าง ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นภาระ
ของคนอื่น
อืม บางทีคำถามนี้ พนักงานรุ่นเดอะอย่างเปาซวี่อาจจะ
ตอบได้
คิดได้แบบนั้น หยูเฟยก็ถามออกไปพร้อมกับบอกเป็นนัย
ว่า บอสเผยพูดเหมือนอยากให้เขาค่อยๆ คิดเอง โทรไป
ถามตรงๆ อาจไม่เหมาะสมหรือเปล่า
เปาซวี่คิดอยู่สักครู่ก่อนจะตอบ “คุณจะบอกว่าคุณไม่รู้
ว่าตอนไหนควรโทรไปถามบอสเผย และตอนไหนไม่ควรใช่มั้ย
“อืม ก็เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้จริงๆ
“งั้นเดี๋ยวผมอธิบายให้ฟังคร่าวๆ นี่คือกฎที่ผมสรุปจาก
การสังเกตผู้ดูแลกิจการหลายๆ คน ตอนนี้คุณเป็นหนึ่งใน
ผู้ดูแลแล้ว ควรรู้เรื่องนี้ไว้เหมือนกัน
“จากที่ผมสังเกตมา ผู้ดูแลกิจการอาจเจอสถานการณ์
สามประเภทในการทำงานประจำวัน
“ประเภทแรกคือ เรื่องเล็กน้อยในงานประจำวัน ถ้าทำ
ไม่ได้ แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ความสามารถส่วนบุคคล ต้อง
แก้ปัญหาเอง ไม่ควรรบกวนบอสเผย
“ประเภทที่สองคือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับทิศทางการพัฒนา
ของอุตสาหกรรมทั้งหมดในอนาคต เรื่องนี้แน่นอนว่าต้อง
รายงานบอสเผย เพราะมีแค่บอสเผยเท่านั้นที่สามารถมอง
ภาพรวมของทุกอุตสาหกรรมและวางแผนที่เหมาะสมได้
“ส่วนประเภทที่สามคือ สถานการณ์ที่อยู่กึ่งกลาง
ระหว่างสองประเภทแรก
“ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยในงานประจำวัน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
ที่มีผลกระทบต่อการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมทั้งหมด
ถ้าทำพลาดก็จะเกิดความเสียหายประมาณหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้
ร้ายแรงมาก
“ปกติปัญหาประเภทนี้มักไม่ควรไปถามบอสเผย
“เพราะตอนที่มอบหมายงาน บอสเผยมักให้ข้อกำหนด
และคำใบ้ไว้แล้ว ที่ไม่บอกตรงๆ ก็เพื่อให้ผู้ดูแลได้ฝึกคิด
รวมถึงพัฒนาวิสัยทัศน์และความเป็นมืออาชีพ
“เป้าหมายของบอสเผยคือ ฝึกให้ผู้ดูแลแต่ละคนเป็น
‘อัจฉริยะรอบด้าน’ ที่นอกจากจะเข้าใจและมองเห็นภาพรวม
ของอุตสาหกรรมอย่างลึกซึ้งแล้ว ยังเชี่ยวชาญงานในหลายๆ
แวดวงด้วย
“หลังจากที่ได้รับมอบหมายงาน ผู้ดูแลกิจการต้องแกะ
ความคิดของบอสเผยจากข้อกำหนดที่บอสเผยให้มา คล้ายๆ
กับการฝึกตะลุยโจทย์ พอทำบ่อยๆ ความสามารถก็จะพัฒนา
ขึ้นเอง”
หยูเฟยพยักหน้า
เขาทำงานกับเถิงต๋าและฝ่ายเกมมาได้พักหนึ่งแล้ว ได้
ฟังเรื่องราวเบื้องหลังการพัฒนาเกมของบอสเผยมาไม่น้อย
ผู้ดูแลฝ่ายเกมต้องผ่านความลำบากมากมายในการไขปริศนา
ให้ออก
วิธีนี้เหมือนกับฝึกทำโจทย์หรือข้อสอบเติมคำลงใน
ช่องว่าง
เปาซวี่เปลี่ยนหัวข้อ “แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องปรึกษาบอส
เผย
“เช่น งานไม่มีความคืบหน้า อาจกระทบกับตารางเวลาที่
วางไว้ ไม่สามารถทำโปรเจ็กต์ให้เสร็จได้
“หรือสถานการณ์และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง
ไปหลังบอสเผยมอบหมายงาน ทำให้แผนเดิมอาจไม่เหมาะ
สมอีกต่อไป
“ถึงบอสเผยจะมองออกว่าข้อดีและข้อเสียของแต่ละคน
คืออะไร แต่ก็ไม่ได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งบอสก็
ประเมินพนักงานสูงหรือต่ำเกินไป
“ถ้าเจอปัญหาพวกนี้ต้องรายงานทันที แล้วให้บอสเผย
ตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนแผนหรือเปล่า”
หยูเฟยพยักหน้า เขาเข้าใจทั้งหมด
เห็นได้ชัดว่าเขาต้องขอคำปรึกษาจากบอสเผย
ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาเค้นหัวคิดมาสองวัน แต่ยัง
ไม่มีความคืบหน้าเลย ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อาจส่งผลต่อ
ตารางเวลาและความคืบหน้าของโปรเจ็กต์ อีกส่วนเป็นเพราะ
บอสเผยอาจให้ความไว้วางใจหรือประเมินความสามารถใน
การออกแบบเกมของหยูเฟยสูงเกินไป ทำให้การออกแบบเกม
ในครั้งนี้ยากเกิน
เขาควรขอคำแนะนำจากบอสจริงๆ
“ขอบคุณมากครับพี่เปา! อย่างที่คิดไว้เลย พอได้ฟังที่พี่
เปาอธิบาย ผมก็เข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม!”
หยูเฟยอดรู้สึกทึ่งขึ้นมาไม่ได้ เขาไม่คิดเลยว่าการแวะ
มาหาพี่เปาจะได้อะไรเยอะขนาดนี้
หลังจากที่เข้าใจกลไกการรายงานแล้ว เวลาเจอปัญหา
ในการทำงานก็จะไม่มืดแปดด้านอีกต่อไป ไม่ต้องกังวลว่า
ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่หรือเล็ก สมควรจะรบกวนบอสเผย
หรือเปล่า
เปาซวี่โทรหาบอสเผยและอธิบายเรื่องที่หยูเฟยแวะ
มาหา
“สถานการณ์ประมาณนี้ครับบอสเผย
“ผมพอจะมีไอเดียคร่าวๆ จากมุมมองของผม แต่ผมก็
คิดว่างานรอบนี้ยากเกินไปสำหรับหยูเฟย เขาอาจจะทำไม่ไหว
“ถ้าโปรเจ็กต์ไม่คืบหน้า ก็อาจเสร็จไม่ทันตามกำหนด
การทำงาน
“ผมเลยอยากมายืนยันกับบอสว่าผมควรปล่อยให้หยู
เฟยหาทางเอาเองหรือควรช่วยเขาดี”
...
เผยเชียนที่ปลายสายเงียบไป (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เอ่อ…
แอบยากอยู่นะ
เผยเชียนไม่รู้เลยว่าหยูเฟยกับเปาซวี่ปรึกษาหารือกันซ้ำ
ไปมาแล้วก่อนจะโทรมา เขามักจะหวังให้พนักงานถามคำถาม
เข้ามาบ่อยๆ
เพราะยิ่งถามมากเท่าไหร่ การสื่อสารก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
จะได้ไม่เข้าใจความตั้งใจของเขาผิด
อีกอย่างที่เผยเชียนมอบหมายงานนี้ให้หยูเฟยก็มีแรง
จูงใจง่ายๆ เขาแค่อยากขาดทุน
แต่ดูเหมือนว่าความยากของงานนี้จะสูงเกินไปหน่อย
จริงๆ สำหรับหยูเฟย
เนื่องจากหัวหน้าฝ่ายออกแบบคนก่อนๆ อย่างน้อยก็
มีประสบการณ์การทำงานระดับพื้นฐานและมีความสามารถ
ไม่ธรรมดา พวกเขาไม่เคยมีปัญหาต้องเลื่อนกำหนด
การทำงาน
แต่หยูเฟยเพิ่งเข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายออกแบบ
ชั่วคราวได้แค่สองเดือน แถมยังต้องรับผิดชอบเกมต่อสู้ที่
คนในทีมไม่ถนัด
ถ้าปล่อยไปแบบนี้ ก็มีความเสี่ยงสูงที่เกมนี้จะพัฒนา
เสร็จไม่ทันก่อนสรุปบัญชี
การเลื่อนการสรุปบัญชีเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “อืม ที่คุณพูดมาก็
มีเหตุผล ผมคงคิดไม่รอบคอบเอง
“เอางี้แล้วกัน คุณช่วยหยูเฟยหน่อย
“แต่อย่าลืมว่าคุณต้องไม่เข้าไปจัดการทุกอย่างเอง เน้น
ให้คำแนะนำ สนับสนุน และกระตุ้นความคิดของหยูเฟย อย่า
เข้าไปแทรกแซงการออกแบบของเขามากเกินไป”
เผยเชียนรู้ดีว่าเปาซวี่เก่งกาจขนาดไหน
ถึงการออกทริปบ่อยๆ จะบดบังความสามารถของเขา
แต่ในสายตาของเผยเชียน เปาซวี่เป็นตัวอันตรายต่อ
การพัฒนาเกมเท่าๆ กับพวกหวงซื่อปั๋ว
เพราะเปาซวี่เป็นคนเพิ่มรายละเอียดให้คอนเซ็ปต์ตั้งต้น
ของเกมฐานทัพกลางทะเลจนสมบูรณ์ ส่วนหวงซื่อปั๋วแค่
รับผิดชอบงานบริหารจัดการและการดำเนินงาน
เผยเชียนจึงเน้นย้ำให้เปาซวี่ทำตัวเป็นแค่หลักประกันให้
งานเสร็จตามกำหนด และรักษาสมดุลระหว่างตัวเขากับหยู
เฟย
เปาซวี่ตอบทันที “ไม่ต้องห่วงครับบอสเผย ผมจะระวัง
เรื่องนี้ให้ดี
“เพราะตอนนี้ผมเป็นผู้ดูแลระทมทัวร์ ยังมีงานที่ต้อง
จัดการ ดังนั้นจะไม่ล้ำเส้นแน่นอนครับ”
พอพูดถึงเรื่องนี้ เผยเชียนก็นึกอะไรขึ้นได้
“เอ้อ จริงด้วย มีระทมทริปที่เสินหนงเจี้ยนี่นา คุณบอ
กว่าจะไปด้วยไม่ใช่เหรอ เวลาชนกันรึเปล่า”
เปาซวี่เงียบไปครู่หนึ่ง “เฮ้อ ก็ช่วยไม่ได้อะครับ ผมคิดว่า
งานของฝ่ายเกมสำคัญกว่า
“ถ้ามันไม่ได้จริงๆ ผมคงไม่ไป ให้ซาจื่อหรานช่วยดูแล
แทน
“คราวนี้ก็คงจะต้องยอมยกประโยชน์ให้จำเลย ไว้
ครั้งหน้าผมค่อยตามไปจัดการ”
เห็นได้ชัดว่าเปาซวี่ก็เสียสละมากเหมือนกัน
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทำแบบนี้ไม่ได้
ถ้าเปาซวี่ไม่ไป ซาจื่อหรานก็ไม่น่าจะจะไม่กล้าลง
มือหนัก
ถึงเผยเชียนจะย้ำซ้ำๆ กับซาจื่อหรานว่าให้จัดหนักกับ
พวกผู้ดูแลได้เต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจ แต่หลังจากแวะไปดูที่ศูนย์
ฝึก ก็ยังเห็นได้ชัดว่าซาจื่อหรานโหดได้ไม่เท่าเปาซวี่
ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะคนสนิทกันเท่านั้นแหละที่จะ
ไม่ปรานีกัน
ทริปเสินหนงเจี้ยใช้เวลาถึงหนึ่งเดือน ถ้าเปาซวี่ไม่ไป
พวกผู้ดูแลก็จะรอดพ้นจากทุกข์ภัย การฝึกคงไม่ลำบาก
เท่าไหร่
แค่ทำเป็นบ่นเหนื่อยหรือไม่สบาย ซาจื่อหรานก็คงให้พัก
ปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้! มันผิดจากเจตนาตั้งต้นของ
ระทมทัวร์!
แถมถ้าให้เปาซวี่อยู่ฝ่ายเกมหนึ่งเดือนเต็มอาจ
เป็นอันตรายมากเกินไปและไม่สามารถควบคุมได้
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคิดวิธีดีๆ ออก
“เอางี้ ผมปล่อยให้คุณเสียสละมากแบบนั้นไม่ได้
“ผมให้เวลาคุณหนึ่งสัปดาห์ในการช่วยหยูเฟยทำแผน
ออกแบบให้เสร็จ
“แค่มีแผนที่ชัดเจน เกมก็น่าจะทำเสร็จทันเวลาแน่นอน
คุณไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ทั้งเดือน
“ทริปเสินหนงเจี้ยยังเป็นไปตามที่กำหนด ผมจำได้ว่า
แผนเดิมของคุณคือ ครึ่งแรกเป็นการเอาตัวรอดกลางแจ้ง
ส่วนครึ่งหลังเป็นการเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงใช่มั้ย
“เอางี้แล้วกัน อีกหนึ่งสัปดาห์คุณค่อยตามไป แล้วค่อย
ไปชดเชยเวลาเอา”
หมายความว่ากำหนดการเดิมคือ เอาตัวรอดกลางแจ้ง
สองสัปดาห์ เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสองสัปดาห์
แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนเป็น เอาตัวรอดกลางแจ้งหนึ่ง
สัปดาห์ (ไม่มีเปาซวี่) เอาตัวรอดกลางแจ้งหนึ่งสัปดาห์ (มีเปา
ซวี่) เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสองสัปดาห์ เอาตัวรอดกลาง
แจ้งหนึ่งสัปดาห์ (มีเปาซวี่)
เปาซวี่อึ้ง “หา? แบบนี้จะดีเหรอครับ”
เผยเชียนตอบ “แล้วไม่ดีตรงไหน ทั้งหมดนี้จำเป็นกับ
การทำงานทั้งนั้น
“งานของฝ่ายเกมก็สำคัญ แต่ระทมทริปก็สำคัญ
เหมือนกัน ทั้งสองอย่างต้องทำควบคู่กันไป เราเลยต้องปรับ
ตารางนิดหน่อย
“แค่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มนิดหน่อยเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต
อะไร
“ทุกคนทำงานหนักกันมาตลอด ได้ออกไปเที่ยวทั้งทีก็
ไปกันนานๆ หน่อย เพิ่มเวลาเที่ยวอีกหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็
ไม่เห็นเป็นไร
“คุณไม่คิดเหรอว่าวางตารางแบบนี้ดูสมเหตุสมผลขึ้น
เหมือนกินโอริโอ้ เจอคุ้กกี้ เจอครีม แล้วเจอคุ้กกี้อีก
“ถ้าเอาตามตารางเดิม ครึ่งเดือนแรกทุกคนจะลำบาก
ส่วนครึ่งเดือนหลังจะผ่อนคลายไปเลย การกระตุ้น
ประสาทสัมผัสมันยังไม่พอ
“แต่ถ้าจัดตามที่บอกไป ทุกคนจะมีความทรงจำที่
ตราตรึงใจมากขึ้น”