ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1262 รียูเนี่ยน
วันพุธที่ 17 ตุลาคม
รถไฟความเร็วสูงใกล้จะถึงจิงโจวแล้ว เจ้าซวี่หมิงรู้สึก
กระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก
เรื่องนี้เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป!
เมื่อวานนี้เขายังไปทำงานที่หลงอวี่คอร์เปอเรชัน
ตามปกติ แต่ตอนเช้ากลับจัดการเรื่องลาออกอย่างรวดเร็ว
หลังจากส่งต่องานคร่าวๆ ช่วงบ่ายเขาก็ไปบอกครอบครัว
ก่อนที่วันนี้จะมาอยู่บนรถไฟความเร็วสูงไปจิงโจว
ระยะทางระหว่างจิงโจวและเซี่ยงไฮ้ไม่ได้ไกลกันมาก
ถึงขึ้นเครื่องบินจะถึงไวกว่า แต่ขั้นตอนตั้งแต่ไปสนามบิน ผ่าน
ด่านตรวจค้น และรอขึ้นเครื่องนั้นยุ่งยากกว่านั่งรถไฟ
ความเร็วสูง เจ้าซวี่หมิงจึงเลือกนั่งรถไฟแทน
กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วเกินไปจนเขาไม่ทันได้
เตรียมใจ
ฝั่งหลงอวี่คอร์เปอเรชันเร่งเขามาก และเหมือนว่าเถิงต๋า
ก็รีบไม่ต่างกัน
การลาออกของเจ้าซวี่หมิงได้รับความสนใจมากกว่า
ตอนที่เขายังทำงานอยู่ นี่มันบ้าไปแล้ว
ครั้งนี้เจ้าซวี่หมิงไม่ได้พาครอบครัวไปด้วย เขาขนไปแค่
ของใช้จำเป็นเหมือนเวลาที่เดินทางไปทำงานนอกสถานที่
เขาตั้งใจว่าจะไปตรวจสอบสถานการณ์ที่เถิงต๋าก่อน
และปรับตัวให้เข้ากับงาน ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีและถึงเวลา
สมควร เขาจะพิจารณาย้ายครอบครัวตามมาด้วย
“ไม่รู้ว่าเจอบอสเผยแล้วจะเป็นยังไง…
“ครั้งนี้บอสเผยถึงกับใช้ไอเดียการออกแบบเกมเพื่อแลก
กับตัวฉัน เหลือจะเชื่อจริงๆ…”
เจ้าซวี่หมิงรู้สึกประหม่าขึ้นมา กลัวว่าเขาอาจทำตาม
ความคาดหวังของบอสเผยไม่ได้
เทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น บอสเผยเปรียบเหมือนคนที่
ครอบครองเหมืองทองคำซึ่งมีมูลค่าสูงอยู่แล้ว ปัญหาเดียวคือ
จำเป็นต้องใช้แรงงานและเวลาเพื่อขุดมันออกมา
สิ่งที่บอสเผยทำตอนนี้เหมือนการมอบเหมืองทองคำให้
คนอื่น โดยยอมเสียสละโอกาสในการขุดเอง แล้วให้คนอื่น
มาขุดและแบ่งผลกำไรแทน
เป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่มาก
หลงอวี่คอร์เปอเรชันมองว่าเจ้าซวี่หมิงเทียบไม่ได้เลยกับ
มูลค่าของเกมที่สามารถทำเงินได้
เจ้าซวี่หมิงเองก็คิดแบบนั้น
เพราะงั้นคงจะขายหน้าแย่ถ้าเขาไปทำงานกับเถิงต๋า
แล้วสร้างผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร
พูดง่ายๆ คือ บอสเผยใช้ไอเดียเกมแลกกับตัวเขา แต่
ความสามารถของเขาดันมีแค่นี้
แค่คิดก็ทำให้รู้สึกเหมือนตายในสังคม
ก่อนหน้านี้ที่หลงอวี่คอร์เปอเรชัน เขาแค่ทำงานไปวันๆ
เพราะไม่ว่าจะทำงานหนักหรือไม่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็น
แต่พอไปที่เถิงต๋าที่มีแต่คนเก่งๆ ถ้ายังทำงานแบบเดิม
คงโดนสังเกตเห็นได้ง่ายๆ
จุดนี้ทำให้เจ้าซวี่หมิงรู้สึกถึงสัญญาณอันตราย เหมือน
นักเรียนในห้องธรรมดาโดนครูประจำชั้นจับย้ายไปห้องเรียน
เด็กหัวกะทิ นี่มันเรื่องใหญ่มากๆ!
ระหว่างกำลังคิด มือถือของเขาก็ดังขึ้น
อีรีกโทรมา
“หือ? อีรีกกลับมาแล้วเหรอ”
เจ้าซวี่หมิงคำนวณเวลาและคิดว่าอีรีกน่าจะจัดการเรื่อง
ต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว
“แต่… ฉันไม่ได้ทำงานที่หลงอวี่คอร์เปอเรชันแล้วนะ!”
เจ้าซวี่หมิงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย เขาคิดว่าอีรี
กคงจะโทรมาคุยเรื่อง IОI แต่ตัวเขาลาออกแล้วและกำลังจะ
เปลี่ยนข้างไปอยู่กับบอสเผย…
คู่หูเก่ากลายเป็นศัตรูไปซะแล้ว ทำไงดีเนี่ย
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าซวี่หมิงก็ตัดสินใจรับสาย
“สวัสดีครับ”
อีรีกพูดว่า “บอสเจ้า ผมเพิ่งลงจากเครื่องบิน
“ผมมีเรื่องจะบอกคุณ ให้คุณเตรียมใจไว้ก่อน
“ช่วงนี้บอสเผยอาจจะติดต่อคุณไป เพื่อคุยเรื่องการดึง
ตัวคุณไปทำงานที่เถิงต๋า
“ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไปทำงานที่เถิงต๋า ผมลาออกจาก
ดายักคอร์เปอเรชันแล้ว ผมบอกบอสเผยว่าอยากให้ช่วยดึงตัว
คุณมาทำงานที่เถิงต๋าด้วย ซึ่งบอสตอบตกลง
“เรื่องนี้อาจไม่ง่าย เพราะคุณติดสัญญาห้ามทำงานกับ
คู่แข่ง ไม่ได้มีอิสระขนาดนั้น แต่ถ้าบอสเผยติดต่อคุณไป
เมื่อไหร่ ให้คุณพยายามร่วมมือเต็มที่ ผมอยากทำงานร่วมกับ
คุณต่อ”
เจ้าซวี่หมิงอ้าปากเล็กน้อย พูดอะไรไม่ออก
“บอสเจ้า?” อีรีกคิดว่าเจ้าซวี่หมิงคงตกใจกับข่าวนี้มาก
จึงเงียบไป
เจ้าซวี่หมิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “เอาจริงๆ
ตอนนี้ผมอยู่บนรถไฟความเร็วสูง อีกไม่ถึงชั่วโมงจะถึงจิงโจว
“บอสเผยจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ”
คราวนี้กลายเป็นอีรีกที่เงียบแทน
เจ้าซวี่หมิงสัมผัสได้ถึงความตกตะลึงของอีรีกผ่านมือถือ
เร็วเกินไปแล้ว!
อีรีกกลายเป็นแพะรับบาปหลังกลับไปที่สำนักงานใหญ่
ดายักคอร์เปอเรชันก็จริง แต่สำนักงานใหญ่ก็แค่เปลี่ยน
ตำแหน่งงานและตักเตือนเล็กน้อย ไม่ได้ลดเงินเดือน
เพราะสำนักงานใหญ่เข้าใจว่าอีรีกกลายเป็นแพะรับบาป
ไปแล้ว ถ้าลดตำแหน่งหรือลดเงินเดือนก็คงจะเกินไป
แต่อีรีกตัดสินใจลาออกทันที
สำนักงานใหญ่อ้อนวอนให้เขาอยู่ต่อสองสามครั้งแต่
ไม่ได้ผล ในที่สุดก็ต้องปล่อยให้อีรีกส่งต่องานและจัดการเรื่อง
การลาออกจนเสร็จ
ระหว่างนั้นฝ่ายทรัพยากรบุคคลไม่ลืมที่จะเตือนอีรีกว่า
เขายังมีสัญญาห้ามทำงานกับคู่แข่งอยู่
แต่อีรีกไม่ได้สนใจ
มีสัญญาห้ามทำงานกับคู่แข่งแล้วไง ฉันจะย้ายไปที่ที่
ไม่อยู่ในสัญญาห้ามทำงานกับคู่แข่ง!
ถึงดายักคอร์เปอเรชันจะเป็นองค์กรใหญ่ที่ไม่ขาดคน
แบบเขา แต่กว่าอีรีกจะจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาต้องผ่าน
กระบวนการที่ซับซ้อนอยู่พักใหญ่
หลังจากขึ้นเครื่องบินตรงสู่จิงโจวและลงจากเครื่องแล้ว
อีรีกค่อยนึกขึ้นได้ว่าควรโทรหาเจ้าซวี่หมิง
บอสเผยน่าจะเริ่มจัดการดึงตัวอีกฝ่ายแล้ว เขาเลยโทร
ไปบอกให้เจ้าซวี่หมิงเตรียมตัวล่วงหน้า
ไม่คิดเลยว่าเจ้าซวี่หมิงจะถึงจิงโจวเกือบพร้อมๆ กับเขา
...
แถมสถานการณ์ฝั่งนั้นยังราบรื่นกว่าฝั่งเขาอีก (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เรื่องนี้ทำให้อีรีกรู้สึกสลับซับซ้อน ทั้งอิจฉาและซึ้งใจ
บอสเผยดึงตัวเจ้าซวี่หมิงมาเพราะฉันขอไปจริงๆ เหรอ
บอสให้ความสำคัญกับฉันมาก!
ดายักคอร์เปอเรชันยังไม่เคยให้ความสำคัญกับฉันขนาด
นี้
ทั้งสองคนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่อีรีกจะพูดขึ้น “โอเคครับ
งั้นเราเจอกันที่จิงโจว”
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เจ้าซวี่หมิงกับอีรีกจัดการเรื่องโรงแรมเสร็จก็นั่งรถ
ไปสำนักงานใหญ่เถิงต๋าเพื่อพบบอสเผย
ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างคนต่างเงียบ
สัปดาห์ก่อนพวกเขายังต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเถิงต๋า
ผู้ทรงอำนาจอยู่เลย แต่สัปดาห์นี้กลายเป็นว่าทั้งสองทรยศ
บริษัทเก่าตัวเอง อย่างกับพล็อตหักมุมในซีรีส์
พอถึงทางเข้าตึกเฉินฮว่าแกรนด์วิว ทั้งสองลงจากรถก็
เห็นบอสเผยยิ้มแย้มสดใสรอต้อนรับอยู่ “ยินดีต้อนรับครับ
ยินดีต้อนรับ!
“ฟ้าช่วยผมไว้จริงๆ ที่ทำให้ทั้งสองได้มาอยู่เถิงต๋า
“วันที่ 20 ผมเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับพวกคุณที่
ภัตตาคารไร้ชื่อ อย่าลืมไปกันด้วยนะครับ
“วันนี้เดี๋ยวผมให้พวกคุณทำความคุ้นเคยกับงานกันก่อน
ต้องการอะไร บอกผมโดยตรงได้เลย”
ทั้งสองรู้สึกว่าตัวเองได้รับเกียรติมากเมื่อเห็นความ
กระตือรือร้นของบอสเผย
ในใจนึกถึงประโยค แม่ทัพพ่ายศึกไม่ถือเป็นผู้กล้า!
หลังจากคุยกันสักพัก เผยเชียนก็พาอีรีกกับเจ้าซวี่หมิง
ไปชั้นสิบเจ็ด ซึ่งเป็นชั้นของฝ่ายเกมเถิงต๋า
เผยเชียนแนะนำระหว่างเดิน “ตอนนี้ฝ่ายเกมเถิงต๋าแบ่ง
ออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งรับผิดชอบการพัฒนาเกมใหม่ อีก
ส่วนรับผิดชอบการดูแลและดำเนินงาน GОG
“แต่ชั้นนี้คนแน่นจนไม่มีที่ว่างแล้ว บางส่วนต้องย้ายไป
ชั้นอื่นๆ ชั้นนี้เลยมีแต่พนักงานหลัก
“ผมอยากปรับโครงสร้างบางอย่างและย้ายทีม GОG
ไปนานแล้ว แต่ยังหาโอกาสไม่ได้
“ตอนนี้ประจวบเหมาะพอดี มีการเปลี่ยนแปลงด้าน
บุคลากร ต้องแบ่งให้มีคนดูแลงานพัฒนากับการดำเนินงาน
GОG
“อาคารสำนักงานใหญ่ของเถิงต๋าสร้างเสร็จเมื่อไหร่
พื้นที่ก็จะเพียงพอ แต่ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนวางแผน อีกนาน
กว่าจะเสร็จครับ”
เจ้าซวี่หมิงมองพื้นที่ทำงานที่ค่อนข้างโล่ง แล้วคิดว่าที่
บอสเผยบอกว่า ‘คนแน่นจนไม่มีที่ว่าง’ อาจจะคลาดเคลื่อน
อยู่หน่อยๆ
อีรีกไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเมื่อเห็นว่ามีคนไม่เยอะ สีหน้า
ของเขากลับดูจริงจังยิ่งขึ้น
ที่หลงอวี่คอร์เปอเรชันแค่ทีมดูแลการดำเนินงาน IОI ก็
มีพนักงานเยอะมากแล้ว
แต่ทีมพัฒนา ทีมดูแลการดำเนินงาน และอื่นๆ ของ
เถิงต๋ารวมกันแล้วมีแค่ไม่กี่สิบคน!
หมายความว่าพนักงานของเถิงต๋ามีความสามารถสูง
มาก ทุกคนทำงานได้มากกว่าคนข้างนอกสองหรือสามเท่า
การได้ทำงานร่วมกับคนเก่งๆ เหล่านี้และเป็นผู้ดูแล
พวกเขาทำให้อีรีกรู้สึกกดดัน
เผยเชียนพาทั้งสองไปโต๊ะทำงานของหมิ่งจิ้งเชา
“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป คุณไม่ต้องดูแลโปรเจ็กต์ GОG
แล้ว ผมมีงานอื่นให้คุณทำ
“เดี๋ยวคุณส่งงานกับหาพนักงานที่มีประสบการณ์
มาดูแลงานพัฒนาต่อ ส่วนงานดูแลการดำเนินงาน GОG ทั้ง
ในประเทศและต่างประเทศให้สองคนนี้จัดการ
“พวกเขาคือเพื่อนเก่าของเรา คงไม่ต้องแนะนำอะไร
มาก บอสอีรีกกับบอสเจ้าซวี่หมิง”
หมิ่งจิ้งเชา “หา?”
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ เห็นได้ชัดว่าเขายัง
ไม่ได้เตรียมใจเลย
วันนี้เพิ่งมาทำงานแป๊บเดียว เก้าอี้ที่นั่งยังไม่ทันอุ่น บอส
เผยก็มาถอดฉันออกจากตำแหน่งแล้วงั้นเหรอ!
แต่หมิ่งจิ้งเชาไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ลุกขึ้นแล้วพยักหน้า
“ได้ครับ บอสเผย”
บอสเผยพูดต่อ “รีบส่งงานต่อแล้วไปกว่างโจวกับผม
“คุณช่วยทำรายชื่อพนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ
โปรเจ็กต์ GОG ให้ด้วย เดี๋ยวอีกหน่อยเราจะย้ายออฟฟิศกัน
“โอเค ส่งต่อหน้าที่กันได้เลย มีปัญหาอะไรค่อยมาหาผม
”
พูดจบบอสเผยเดินจากไปอย่างผึ่งผาย
อีรีกกับเจ้าซวี่หมิงมองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคน
สับสนไปหมด
แค่นี้เองเหรอ
ดูจากสีหน้าของหมิ่งจิ้งเชา เหมือนบอสเผยจะไม่ได้บอก
เรื่องนี้กับเขามาก่อน!
จู่ๆ ก็เดินมาเปลี่ยนงานของเขาแบบฉับพลันทันใด ที่
สำคัญคือหมิ่งจิ้งเชาไม่ได้คัดค้านหรือตั้งคำถามใดๆ
ความสามารถในการปฏิบัติงานและประสิทธิภาพ
การทำงานแอบน่ากลัวอยู่เหมือนกัน
ขณะเดียวกันก็ยืนยันได้ว่าบอสเผยมีอำนาจใน
การควบคุมภายในเถิงต๋าที่สุดยอดมาก
อำนาจนี้ไม่ได้หมายถึงการใช้อำนาจหรือการกดดัน
เห็นได้ชัดว่าหมิ่งจิ้งเชายอมรับการจัดแจงนี้จากใจจริงๆ
ไม่มีความไม่พอใจใดๆ เลย
แสดงให้เห็นว่าบอสเผยได้รับความเคารพและศรัทธา
จากพนักงานเถิงต๋าสูงมาก...
ได้มาทำงานในบริษัทที่น่าทึ่งแบบนี้ ประสบการณ์
การทำงานก่อนหน้านี้ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง
เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ อาจจะไม่สามารถนำมาใช้ได้ ต้อง
เรียนรู้ใหม่ทั้งหมด
แน่นอนว่าหมิ่งจิ้งเชาเคยได้ยินชื่อของอีรีกกับเจ้าซวี่หมิง
มาก่อน เพราะพวกเขาเคยเป็นคู่แข่งกัน แต่เขาไม่รู้เลยว่าบอส
เผยไปดึงตัวคนสองคนนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่
“ผมได้ยินเกี่ยวกับพวกคุณทั้งสองมาเยอะเลย” หมิ่ง
จิ้งเชาพูดด้วยรอยยิ้ม
เจ้าซวี่หมิงรีบตอบ “ไม่เลยครับ พวกผมควรจะเป็นฝ่าย
พูดแบบนั้นมากกว่า พวกผมแพ้มาตลอด ไม่เคยชนะเลย”
อีรีกพยักหน้า “ใช่ครับ ครั้งนี้พวกเรามาเรียนรู้งาน ช่วย
ชี้แนะด้วยนะครับ!”