ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 749 – ฉันต้องปรับข้อสอบวัดความเข้ากันได้กับจิต วิญญาณเถิงต๋า
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 749 – ฉันต้องปรับข้อสอบวัดความเข้ากันได้กับจิต วิญญาณเถิงต๋า
ในห้องประชุม พนักงานใหม่ก าลังตอบค าถามกันอย่างจริงจัง ทุกครั้งที่กดเลือกคาตอบ พวกเขาต้องพิมพ์อธิบายด้วยแป้ นพิมพ์ ความยาวของค าตอบก็แตกต่างกันไปในแต่ละข้อ
อู๋ปินเป็ นคนคุมสอบ จึงแอบดูข้อสอบและค าตอบได้สะดวก ตาม หลักแล้ว การสอบวัดความเข้ากันได้กับจิตวิญญาณเถิงต๋าเป็ น ความลับสุดยอด ซึ่งก็ไม่ดีเท่าไหร่ที่เขาจะดูข้อสอบอย่างโจ่งแจ้ง กลางห้องสอบ
เพราะงั้นเขาจึงทาได้แค่รอให้สอบเสร็จก่อนแล้วค่อยเข้าไปถาม เรื่องการเปลี่ยนแปลงของข้อสอบเป็ นการส่วนตัว จากนั้นค่อย วิเคราะห์จุดประสงค์เบื้องลึกของบอสเผยในการเปลี่ยนแปลงนี้
ไม่นานการสอบก็เสร็จสิ้น
เวลาที่ใช ้ในการทาข้อสอบยังเท่าเดิม เพราะเผยเชียนปรับลด จ านวนข้อสอบลง พนักงานใหม่ทยอยกดส่งข้อสอบทีละคนเพื่อดูผล สอบ
จอของบางคนขึ้นว่าสอบผ่าน ส่วนคนอื่นๆ ขึ้นว่าให้พยายามขึ้น อีก
้
อู๋ปินไล่สายตาดูจอคอมพิวเตอร ์ในระยะที่มองเห็นคร่าวๆ และ พอจะเห็นผลลัพธ ์แม้จะไม่เห็นตัวข้อสอบ
มีพนักงานใหม่แค่ส่วนน้อยที่สอบไม่ผ่าน แต่ยังไงนี่ก็เป็ นแค่การ สอบครั้งแรก ยังเหลือโอกาสอีกสามครั้ง ถ้าผ่านได้สักครั้งก็เข้า ท างานในบริษัทได้อย่างเป็ นทางการ
อัตราการผ่านไม่ได้แตกต่างจากพนักงานกลุ่มที่แล้วมากนัก
อู๋ปินอดขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ขณะวิเคราะห์สถานการณ์
“ผลการสอบประกาศทันทีหลังสอบเสร็จเหมือนเดิม แสดงว่า ระบบค านวณคะแนนอัตโนมัติโดยใช ้คาตอบแบบปรนัย เนื้อหาที่ให้ พิมพ์เพิ่มเติมไม่ได้เอามาคานวณด้วย
“งั้น… ทาไมรอบนี้บอสเผยถึงเปลี่ยนข้อสอบเป็ นแบบนี้ล่ะ
“บอสอยากดูว่าพนักงานใหม่เข้าใจจิตวิญญาณเถิงต๋าแตกต่าง กันยังไงงั้นเหรอ
“หรือเป็ นแผนระยะยาวที่ฉันยังคิดไม่ออก”
…
ขณะเดียวกัน เผยเชียนก าลังเช็กผลการสอบอยู่ในห้องท างาน
ผลการสอบทั้งของพนักงานที่สอบผ่านและไม่ผ่านส่งมาให้เขา ตรวจสอบหมด
้
เผยเชียนเลือกคาถามสองข้อที่เป็ นตัวแทนคาถามทั้งหมดได้ดี ที่สุด
คาถามแรกคือ เมื่อถึงเวลาเลิกงาน แต่มีงานที่ยังทาไม่เสร็จ คุณ ควรจะท าอย่างไร
ถ้าเลือกตอบข้อ ‘โต้แย้งกับหัวหน้า’ จะได้ห้าคะแนน ถ้าเลือก ‘ไว้ ค่อยทาพรุ่งนี้’ จะได้สี่คะแนน
จุดประสงค์ดั้งเดิมของเผยเชียนตอนคิดข้อนี้ขึ้นมาคือปลูกฝัง แนวคิดไม่ทางานล่วงเวลา ยิ่งพนักงานยึดมั่นในแนวคิดนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งตรงกับที่บอสเผยกาหนดเอาไว้
พนักงานใหม่หลายคนที่สอบผ่านเลือกตอบสองข้อนี้
แต่พออ่านคาอธิบาย เผยเชียนก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
“จิตวิญญาณเถิงต๋าคือการไม่ท างานล่วงเวลา ฉันเลยไม่ท างาน ล่วงเวลา”
“เป็ นไปไม่ได้ที่หัวหน้าจะขอให้ทางานล่วงเวลา คาตอบ ‘โต้แย้ง กับหัวหน้า’ จึงไม่ถูกต้อง ทางแผนกจะให้เลิกงานและล็อกประตู อัตโนมัติ เราท าได้แค่รอท าวันถัดไป”
“ถ้าไม่มีโควตาท างานล่วงเวลา ถึงจะอยากท าก็ท าไม่ได้”
“การพักผ่อนช่วยให้ทางานได้ดีขึ้น ถ้าการทางานล่วงเวลา กระทบกับการพักผ่อนวันนี้ ประสิทธิภาพการทางานวันพรุ่งนี้ก็จะ
้
ลดลง ต้องพักผ่อนให้เต็มที่ในวันนี้เพื่อที่พรุ่งนี้จะได้ทางานทั้งหมดให้ เสร็จอย่างมีประสิทธิภาพ”
“พนักงานดีเด่นของเถิงต๋าไม่ควรทางานล่วงเวลาเพื่อทางานให้ เสร็จ ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น อันดับแรกต้องพิจารณาก่อนว่า ตัวเองไม่มีประสิทธิภาพในการทางานและพยายามเต็มที่เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการทางานของตัวเอง ไม่ควรขยันอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม เพื่อปิดบังความขี้เกียจของตัวเอง”
“จิตวิญญาณเถิงต๋าบอกไว้ว่าให้หาสมดุลระหว่างการท างานกับ การพักผ่อนและต้องมีเป้ าหมายระยะยาว ถ้าไม่ใช่งานเร่งด่วนก็ไม่ จ าเป็ นต้องรีบท า ขอแค่ไม่กระทบกับตารางการท างานก็ไม่ จาเป็ นต้องทางานล่วงเวลา เถิงต๋าเองก็ไม่ได้สนับสนุนเรื่องนี้”
พอได้อ่านค าอธิบ าย เหนื อหัวของเผยเชียนก็ป ร ากฏ เครื่องหมายคาถามมากมาย
???
บางค าอธิบายดูเหมือนจะเข้าใจจิตวิญญาณเถิงต๋า แต่พออ่านดู ดีๆ กลับไม่ใช่!
ถึงความคิดที่ว่า ‘ไม่มีใครทางานล่วงเวลา ฉันก็เลยไม่ทางาน ล่วงเวลา’ จะหมายความว่า ‘การไม่ท างานล่วงเวลา’ กลายเป็ นเทรนด์ ในเถิงต๋าแล้ว แต่ถ้าเจาะลึกลงไปที่รากฐานของเทรนด์นี้ จะพบว่ามัน แตกต่างจากแนวคิดดั้งเดิมของเผยเชียน!
้
เหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลือกไม่ท างานล่วงเวลาก็เพราะรู ้สึกว่า แทนที่จะทางานล่วงเวลา พวกเขาควรทางานให้มีประสิทธิภาพมาก ขึ้น การพักผ่อนก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน
พอเป็ นแบบนี้ ไม่ว่าจะทางานล่วงเวลาหรือไม่ทา ยังไงพวกเขาก็ จะดึงศักยภาพมาใช ้ได้เต็มที่!
หลายบริษัทให้พนักงานท างานล่วงเวลาโดยไม่จ่ายค่าล่วงเวลา ตามวัฒนธรรม 996 แต่ไม่ว่าพนักงานจะอู้หรือทาตัวเอื่อยเฉื่อย เพราะเหนื่อย ประสิทธิภาพการทางานของพนักงานส่วนใหญ่ที่อยู่ ภายใต้วัฒนธรรม 996 ก็ลดลงมากอยู่ดี แค่ท างานให้ได้ ประสิทธิภาพสัก 50-60% ก็ดีมากแล้ว
แต่เถิงต๋านั้นตรงกันข้าม พวกเขาห้ามท างานล่วงเวลาเด็ดขาด และไม่อนุญาตให้มีวัฒนธรรม 996 ในองค์กร ความกระตือรือร ้นใน การทางานของพนักงานจึงได้รับการกระตุ้นเต็มที่ บางคนทั้ง กระตือรือร ้นและมีกาลังใจล้นเหลือ สภาพการทางานจึงดีเยี่ยม ประสิทธิภาพการทางานเพิ่มขึ้นมาก
ถ้าเป็ นแบบนั้นโมเดลการทางานของเถิงต๋าอาจจะดีกว่าบริษัทที่ มีวัฒนธรรม 996!
เผยเชียนหน้าเคร่งเครียด เจอปัญหาแล้ว!
้
จุดประสงค์ดั้งเดิมของเขาคือให้ทุกคนอู้งานและทาตัวกันตาม สบาย แต่ทุกคนกลับเข้าใจว่าบอสเผยอยากให้ทุกคนได้พักผ่อน เพื่อที่จะทางานได้ดีขึ้น
คิดเกินไปแค่ขั้นเดียว แต่เป้ าหมายสูงสุดกลับแตกต่างออกไป โดยสิ้นเชิง!
เผยเชียนรีบไปดูค าถามอีกข้อ
หัวข้อคาถามยังเหมือนเดิม คือเรื่องเวลาเลิกงาน แต่คราวนี้เป็ น งานที่บอสเผยมอบหมายให้เป็ นการส่วนตัว ควรจะท ายังไง
คาตอบมาตรฐานของข้อนี้คือทางานล่วงเวลาเพื่อจัดการงานให้ เสร็จ และจะได้เพิ่มอีกหนึ่งคะแนนถ้าขอให้เพิ่มค่าล่วงเวลาเป็ นสอง เท่า
หลายคนตอบถูก แต่สาเหตุที่เลือกตอบข้อที่ถูกนั้นแตกต่างจาก ความตั้งใจเดิมของเผยเชียน
“เราต้องทาทุกอย่างที่บอสเผยต้องการให้ส าเร็จ”
“งานที่บอสเผยมอบหมายให้เป็ นการส่วนตัวต้องเป็ นเรื่องที่ ส าคัญมาก ต้องจัดการให้เสร็จสมบูรณ์ให้ได้แม้จะต้องบุกป่ าฝ่ านรก ก็ตาม!”
“งานที่บอสเผยมอบหมายให้เป็ นพิเศษต้องมีความหมายเบื้องลึก อยู่ ผมต้องพยายามตีความให้ออก โดยเจาะเข้าไปในความคิดเบื้อง
้
ลึกของบอสเผย เมื่อเข้าใจความคิดของบอสแล้ว ผมก็จะทางานได้ สาเร็จ จึงไม่เกินเลยไปที่จะขอค่าล่วงเวลาเพิ่มเป็ นรางวัล”
“ต้องมีความมั่นใจในตัวเอง เมื่อรับเงินค่าล่วงเวลาจากบอสเผย มาแล้ว เราต้องตั้งมั่นว่าจะหาเงินเพิ่มให้บริษัทในอนาคต ถ้าไม่กล้า ขอค่าล่วงเวลาเพิ่ม แสดงว่าไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง ถือ ว่าไม่สอดคล้องกับจิตวิญญาณเถิงต๋า”
พอได้อ่านคาอธิบายเหล่านี้ เผยเชียนก็รู ้สึกโล่งใจ 10% กังวล 90%
โชคดีที่พวกพนักงานดูจะหมกมุ่นและยึดติดกับการทางานที่ บอสเผยสั่งให้สาเร็จ ซึ่งพวกเขาต้องทาเสร็จตรงเวลาแน่นอน เผย เชียนจึงไม่จาเป็ นต้องกังวลว่าโปรเจ็กต์จะเสร็จไม่ทันและระบบเลื่อน การสรุปบัญชีออกไป
แต่… ไอ้รับเงินค่าล่วงเวลาจากบอสเผยมาแล้วตั้งมั่นหาเงินเพิ่ม ให้บริษัทนั่นมันอะไร
เผยเชียนพูดอะไรไม่ออก ใครบอกให้แกตอบแทนฉัน
อย่าคิดเองเออเองมั่วๆ สิ!
บอสเผยทาดีโดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทนมาตลอด อย่าทาให้เรื่อง มันยุ่งยากส าหรับฉันสิ!
้
พอได้อ่านเหตุผลที่เลือกตอบคาถามทั้งสองข้อ เผยเชียนก็ ตระหนักถึงปัญหาร ้ายแรง
จุดประสงค์ดั้งเดิมของการสอบวัดความเข้ากันได้กับจิต วิญญาณเถิงต๋าถูกตีความผิดไปไกลมาก!
อันที่จริง จุดประสงค์เดิมของเผยเชียนคืออยากให้พนักงาน พักผ่อนเยอะขึ้น อู้งานให้มากขึ้น และทาเงินให้บริษัทน้อยลง เขา ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านี้เลย
แต่นอกจากคนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจความหมายของ ‘การ พักผ่อนให้เยอะขึ้น’ แล้ว ไม่รู ้ทาไม พวกนั้นดันตีความไปอีกขั้นว่ายิ่ง พักก็ยิ่งทางานได้ดีขึ้น
ความหมายเปลี่ยนไปคนละทางเลย! เปลี่ยนจากเจ้าตัวขี้เกียจเป็ นไอ้ขยันขันแข็งซะงั้น “ไม่แปลกใจเลยว่าทาไมช่วงนี้ฉันทาเงินได้เป็ นกอบเป็ นกา “ไม่แปลกใจเลยว่าท าไมการสอบวัดความเข้ากันได้กับจิต วิญญาณเถิงต๋าถึงคัดใครออกไม่ได้เลย “ข้อสอบนี้โดนเข้าใจผิดไปหมดเลย!” เผยเชียนยกมือก่ายหน้าผาก รู ้สึกอึ้งเล็กน้อย ปัญหาคือ เขาควรท ายังไงดี
้
ดูจากคาตอบพวกนี้แล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าพนักงานเถิงต๋ามีแต่ คนขยันขันแข็ง
ปัญหาอยู่ที่เผยเชียนทาอะไรพวกเขาไม่ได้ เพราะพวกเขาสอบ วัดความเข้ากันได้กับจิตวิญญาณเถิงต๋าผ่านด้วยความสามารถของ ตัวเอง
สุดท้ายแล้ว เผยเชียนก็รู ้สึกว่าวิธีคัดเลือกพนักงานของเขามี บางอย่างผิดปกติ ทุกคนเข้าใจเขาผิดหมดเลย
แน่นอนว่า เผยเชียนไม่คิดว่าความผิดทั้งหมดมาจากเขา มี บางอย่างที่เขาไม่รู ้เกิดขึ้นในบริษัท
ถึงทุกคนจะเข้าใจผิดว่าจิตวิญญาณเถิงต๋าส่งเสริมให้ทุกคน พักผ่อน แต่ก็ไม่น่าจะเห็นพ้องต้องกันเหมือนสุมหัวคุยกันมาแล้วอยู่ ดี
ต้องมีคนราดน้ามันใส่กองเพลิงทาให้ทุกคนคิดเหมือนกันแน่!
เผยเชียนปิดหน้าหลังบ้านของการสอบวัดความเข้ากันได้กับจิต วิญญาณเถิงต๋าแล้วเริ่มคิดแผนรับมือ
ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนคลังข้อสอบ!
คลังข้อสอบในตอนนี้ไม่ตอบโจทย์แล้ว พนักงานใหม่หลายคน ผ่านการสอบวัดความเข้ากันได้กับจิตวิญญาณเถิงต๋าได้อย่าง สมบูรณ์แบบโดยใช ้จิตวิญญาณเถิงต๋าที่บิดเบี้ยว จิตวิญญาณเถิงต๋า
้
ที่เกิดจากความเข้าใจผิดกลายเป็ นอุปสรรคที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การท างานของพนักงานได้สุดๆ!
ดังนั้นเผยเชียนจึงคิดว่าควรเพิ่มข้อสอบใหม่โดยอ้างอิงจาก ข้อสอบเดิมเพื่อแยกพวกอู้งานออกจากพวกขยัน
ตัวอย่างเช่น อาจจะถามว่า ‘คิดว่าอะไรส าคัญกว่ากันระหว่าง บริษัทเติบโตขึ้นหรือพนักงานได้เงินเดือนมากขึ้น’ หรือ ‘คิดว่าอะไร สาคัญกว่ากันระหว่าง การประสบความสาเร็จในหน้าที่การงานหรือ ชีวิตที่มั่นคง’
พวกที่สอบวัดความเข้ากันได้กับจิตวิญญาณเถิงต๋าผ่านต้อง เลือกประสบความสาเร็จในหน้าที่การงานกับช่วยให้บริษัทเติบโตแน่
แน่นอนว่า เขาต้องพิจารณาคาถามเฉพาะเจาะจงเหล่านี้ให้ถี่ ถ้วน จะแสดงเจตนาชัดเจนเกินไปไม่ได้ เขาต้องซ่อนประเด็นส าคัญ ไว้ในคาถามชวนสับสนมากมายเพื่อไม่ให้ถูกค้นพบง่ายจนเกินไป
เพื่อไม่ให้ไก่ตื่น ถึงจะเลือกตอบแบบนั้น เผยเชียนก็จะยังให้พวก เขาผ่านการสอบวัดความเข้ากันได้กับจิตวิญญาณเถิงต๋าอยู่ดี แต่จะ หาข้ออ้างอื่นมาจัดการคนกลุ่มนี้แทน
ถึงตอนนั้นเขาจะบอกทุกคนอย่างชัดเจนว่าจากผลสอบ คนกลุ่ม นี้จะได้รับมอบหมายให้ทาหน้าที่ในโปรเจ็กต์อื่น
ตัวอย่างเช่น… โปรเจ็กต์อย่างโฮสเทลเขย่าขวัญกับนี่เฟิ งโลจิ สติกส์
้
สรุปแล้วพวกเขาต้องลดผลกระทบจากจิตวิญญาณการสู้เพื่อ เถิงต๋าลงให้ได้มากที่สุด!
นอกจากนั้น เขายังต้องตรวจสอบด้วยว่าจิตวิญญาณเถิงต๋า ผิดเพี้ยนไปขนาดนี้ได้ยังไง จะปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด!