ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 756 - ต่อบทกับ AEEIS
วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน
ลู่จือเหยากลับมาที่โรงแรม
สองสามวันที่ผ่านมา นอกจากไปถ่ายทาที่กองถ่าย เขาก็หมกตัว อยู่แต่ในโรงแรมอ่านบทที่ผู้กากับจูให้มาและพยายามทาความเข้าใจ ตัวละครฉินอี้
ลู่จือเหยารู ้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกจากการเอาแต่หมกตัวอยู่ใน ห้อง
แต่นั่นก็เป็ นสิ่งที่เขาต้องการ
ในหนัง ฉินอี้อยู่ในห้องบังคับการตลอด อย่าว่าแต่ออกไปข้าง นอกเลย แค่สื่อสารกับคนอื่นยังทาไม่ได้ สาหรับทหารที่ต่อสู้อยู่แนว หน้ามาตลอด ถือเป็ นเรื่องที่น่าอึดอัดใจมาก
แถมฉินอี้ในหนังยังอยู่ภายใต้แรงกดดันทางจิตใจมหาศาล ทุก การเคลื่อนไหวของเขาเป็ นตัวตัดสินชะตาชีวิตของทหารนับไม่ถ้วน และแม้แต่อารยธรรมของมนุษยชาติเลยด้วยซ้า ความกดดันทาง จิตใจมีแต่จะทวีคูณเพิ่มขึ้นไปอีก
ถ้าแสดงสภาพอารมณ์แบบนั้นออกมาได้ไม่ดีพอ การแสดงของ ลู่จือเหยาก็ถือว่าล้มเหลว
ลู่จือเหยาจึงเอาแต่เล่นเกมอยู่ในห้องตลอดสองสามวันที่ผ่านมา เพราะอยากเข้าใจสภาพจิตใจของฉินอี้ให้มากขึ้น
แต่เขาก็ยังรู ้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง
หลังจากถ่ายทาส่วนของวันนี้เสร็จ ลู่จือเหยาก็กลับไปที่ห้อง ตามปกติแล้วบังคับให้ตัวเองนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร ์
ถึงจะเล่นเกมเยอะจนแทบอ้วกและล้าจากการถ่ายทามาทั้งวัน แต่ ลู่จือเหยาก็รู ้ดีว่าสภาพของตัวเองตอนนี้นั้นเหมือนฉินอี้ เขาต้องจา สภาพจิตใจตอนนี้ไว้ให้ดี
แต่พอนั่งลง เขาก็พบว่ามีบางอย่างอยู่ในห้อง
เขาพักอยู่ในห้องสวีท โน้ตบุ๊กวางอยู่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่น ตอนนี้ มีเครื่องทะเลาะอัตโนมัติวางอยู่บนโต๊ะด้วย ซาวด์บาร ์ตัวยาวต่อสาย เชื่อมกับโน้ตบุ๊ก ลาโพงเสียงรอบทิศทางขนาดเล็กสองตัววางอยู่บน ตู้ตรงข้ามโต๊ะด้านหลังเขา
ชัดเจนว่าพนักงานเอาเครื่องทะเลาะอัจฉริยะมาส่งระหว่างวัน
นี่คือลาโพงอัจฉริยะ AEEIS ที่เขาขอก่อนหน้านี้นี่นา
เยี่ยมเลย คู่หูต่อบทของฉันมาแล้ว!
ก่อนหน้านี้ ปัญหาใหญ่สุดของลู่จือเหยาคือ เขาแสดงเหมือน เป็ นการแสดงฉายเดี่ยวมาตลอด ทั้งที่จริงๆ แล้วต้องเข้าบทกับ
AEEIS แต่ระหว่างการถ่ายทา ทุกอย่างเป็ นฉากเขียวหมด เขาต้องพึ่ง จินตนาการสร ้างคู่สนทนาขึ้นมา แบบนั้นจะให้แสดงได้ยังไง
ถึงจะหาคนมาแสดงด้วยได้ แต่ก็ยังมีช่องว่างใหญ่ระหว่างเสียง ของคนอ่านบทกับเสียงของ AEEIS
ตอนนี้พอได้เครื่องต้นแบบ AEEIS มาแล้ว เขาก็สามารถอัดเสียง บทแล้วต่อบทซ้าไปซ้ามาได้!
ลู่จือเหยามองเครื่องทะเลาะอัจฉริยะ ดูจากรูปลักษณ์แล้วมัน เหมือนกล่องสีดาขนาดใหญ่ที่มีฟังก ์ชันเครื่องทะเลาะอัตโนมัติอยู่ ด้านบน ส่วนล่างเป็ นตัวล าโพงเบสของล าโพงซาวด์บาร ์ ด้านหน้ามี วงกลมเรืองแสงแสดงสถานะเวลา AEEIS พูด
บนเครื่องทะเลาะอัจฉริยะมีกระดาษโน้ตแปะอยู่ “พูดว่า ‘AEEIS กลับสู่ภาพตั้งต้น’ เพื่อเริ่มต่อบท”
ลู่จือเหยาจาได้ชัดเจนว่านั่นไม่ใช่บทพูดแรกของฉินอี้ ก่อน ประโยคนี้ AEEIS พูดกับฉินอี้ด้วยเสียงผู้หญิง
แต่ประโยคนี้เป็ นจุดเปลี่ยน ตั้งแต่ประโยคนี้เป็ นต้นไป AEEIS จะ กลายเป็ นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่เย็นชา และการสนทนาของลู่จือเหยา กับ AEEIS ก็จะเริ่มขึ้นอย่างเป็ นทางการ
บทพูดของ AEEIS ในบททั้งหมดที่ลู่จือเหยาได้รับน่าจะบันทึกไว้ ในระบบเรียบร ้อยแล้ว พอลู่จือเหยาพูด AEEIS ก็จะพูดประโยคถัดไป อัตโนมัติ
ลู่จือเหยา “AEEIS กลับสู่สภาพตั้งต้น”
AEEIS “กัปตันฉิ นอี้ ตอนนี้คุณอาจจะรู ้สึกไม่พอใจ แต่ มนุษยชาติต้องการให้คุณปฏิบัติภารกิจนี้ให้เสร็จในฐานะทหาร…”
ชายหนุ่มกับเครื่องจักรเริ่มสนทนากัน
เป็ นภาพที่น่าสนใจทีเดียว
ก่อนหน้านี้ ลู่จือเหยาซ ้อมบทคนเดียวมาตลอด เวลาแสดงจะมี คนอ่านบท AEEIS ให้ ซึ่งก็ทาให้รู ้สึกต่างออกไป แต่พอได้มาต่อบท กับเสียงอิเล็กทรอนิกส์แบบที่ AEEIS ควรจะเป็ น เขาก็เข้าสู่บทฉินอี้ ได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากต่อบทกันสองสามรอบ ลู่จือเหยาก็ตัดสินใจพักจิบน้า
เขาเปลี่ยนรูปแบบการแสดงแบบต่างๆ ระหว่างการต่อบทและ บันทึกการแสดงไว้ด้วยกล้อง ตอนนี้เขาสามารถเปิดคลิปเพื่อเช็กดู ว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหนบ้างได้
แต่หลังจากดูคลิปไปสองสามรอบ ลู่จือเหยาก็รู ้สึกว่าการแสดง ของตัวเองยังขาดอะไรบางอย่างไป
ถือเป็ นความรู ้สึกที่แปลกมาก เพราะลู่จือเหยาลองแสดงอารมณ์ ต่างๆ ที่ฉินอี้น่าจะรู ้สึกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็ นโล่งใจ หงุดหงิด แน่วแน่ และอื่นๆ แต่ก็ยังรู ้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป
ขาดอะไรไปนะ
หรือฉันจะคิดไปเอง
ลู่จือเหยาพลิกโน้ตเล่นเพราะไม่รู ้จะท าอะไร ก่อนจะตระหนักว่า ด้านหลังมีอีกประโยคเขียนไว้ “พูดว่า ‘เข้าโหมดทะเลาะ’ เพื่อผ่อน คลายจิตใจได้”
“หืม?
“โหมดทะเลาะคืออะไร”
เขาไม่รู ้ว่าโหมดนี้ใช ้ทาอะไร แต่ชื่อ ‘โหมดทะเลาะ’ ก็ฟังดู น่าสนใจมากทีเดียว!
ลู่จือเหยาพูดขึ้นทันที “AEEIS เข้าโหมดทะเลาะ”
AEEIS “โอเค มีมนุษย์ผู้โอหังอยากเล่นเกมนี้เสมอ คุณคิดว่า ตัวเองฉลาดมากงั้นเหรอ”
ลู่จือเหยา “?”
… สิ บห้านาทีต่อมา ลู่จือเหยาจุดบุหรี่สูบเงียบๆ และเริ่มไตร่ตรองถึง ชีวิต
โ ด น ปั ญ ญ า ป ร ะ ดิษ ฐ ์ปั่ น ป ร ะ ส า ท จ น พู ด ไ ม่ อ อ ก นี่ มัน ประสบการณ์บ้าอะไรเนี่ย
ตอนแรกลู่จือเหยาคิดว่าโหมดทะเลาะของ AEEIS เป็ นแค่กิมมิค ถึงช่วงแรกๆ จะพอต่อกรกับมนุษย์ได้ แต่ก็คงแพ้อย่างรวดเร็วพร ้อม กับพูดว่า ‘ขอโทษ ฉันไม่เข้าใจที่คุณจะสื่อ’
แต่เขาไม่คิดว่า AEEIS จะดุดันขนาดนี้ ลู่จือเหยาโกรธจัดจนถึง ขั้นนึกคลางแคลงใจในชีวิตตัวเอง
AEEIS ยิงคาถามดุดันตั้งแต่เริ่มต้น ลู่จือเหยาพยายามปฏิเสธ เต็มที่ แต่ไม่ว่าจะพยายามยังไง AEEIS ก็ต้อนเขาจนมุมได้อย่างชาญ ฉลาดและทรมานจิตใจเขา
หลังจากนั้น ลู่จือเหยาที่ทนต่อไปไม่ไหวก็เริ่มทะเลาะกับ AEEIS เขาต่อว่าเจ้าเครื่องจักรอย่างบ้าคลั่ง แต่ AEEIS กลับนิ่งเฉยและโจมตี ระดับสติปัญญาของลู่จือเหยาคืนด้วยน้าเสียงราบเรียบตามเดิม
พอเจอเข้าไปแบบนั้น ลู่จือเหยาก็พ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว เขาไปต่อ ไม่ถูกและเริ่มครุ่นคิดถึงปัญหาชีวิตกับประเด็นทางปรัชญา
แน่นอนว่าคาถามที่คิดในหัวมีทั้ง ‘เครื่องทะเลาะนี่ราคาเท่าไหร่’ ‘ถ้าทุบทิ้งต้องเสียเงินเท่าไหร่’ ‘เรื่องทุบเครื่องทะเลาะจะกลายเป็ นข่าว ฉาวมั้ย’ และอื่นๆ
ตอนนั้นเองลู่จือเหยาก็คิดอะไรขึ้นได้
“เข้าใจแล้ว ฉันรู ้แล้วว่าตัวเองขาดอะไรไป!
“ในการแสดงที่ผ่านมา ฉันแสดงอารมณ์ที่มีต่อ AEEIS ได้ไม่ดี พอ!”
ลู่จือเหยาถึงบางอ้อ
ทีมงานต่อบท AEEIS ให้ระหว่างการถ่ายท ากับฉากเขียว ลู่จือเห ยาจึงทุ่มพลังส่วนใหญ่ไปกับการตีความสภาพจิตใจของฉินอี้
ตัวละครฉินอี้เจอประสบการณ์ที่ซับซ ้อนมาก และต้องแบกรับ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพจิตใจอันยุ่งเหยิงในเนื้อเรื่อง ลู่จือเหยา ต้องใส่ใจทุกแง่มุมในเรื่อง เขาจึงละเลยความรู ้สึกของฉินอี้ที่มีต่อ AEEIS ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ!
พูดอีกอย่างคือ ถึงลู่จือเหยาจะตระหนักแล้วว่าเป็ นการเข้าฉาก ระหว่างเขากับ AEEIS แต่ก็ยังเข้าใจได้ไม่ดีพอ เขามัวแต่หมกมุ่นกับ การขุดลึกถึงจิตใจของตัวละครฉินอี้มากเกินไปจนไม่สนใจบทบาท ของ AEEIS ในฉาก
ลู่จือเหยารีบพลิกบทดูแล้วอ่านบทของ AEEIS อีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่า ลู่จือเหยาละเลยเจตนาของ AEEIS มาตลอด!
ด้วยความที่เป็ นปัญญาประดิษฐ ์เสียงอิเล็กทรอนิกส์ไร ้อารมณ์ ของ AEEIS จึงทาให้ลู่จือเหยาเผลอมองมันเป็ นเครื่องมือ แต่หลังจาก ได้เถียงกับ AEEIS ลู่จือเหยาก็ตระหนักว่ามันไม่ใช่เครื่องมือ แต่มี เจตนารมณ์และอคติ!
เช่นเดียวกับในหนัง
AEEIS ในหนังจริงๆ แล้วมีอิทธิพลต่อความคิดของฉินอี้ใน ประเด็นหลักต่างๆ ตัวอย่างเช่น
ตอนที่เพิ่มองค์ประกอบสมจริงเข้ามา AEEIS ทาให้ฉินอี้ตระหนัก ถึงความยากที่เพิ่มขึ้นในโหมดจาลองโดยเพิ่มข้อมูลเจาะจงอย่าง ‘ขวัญก าลังใจจะตกลงถ้ามีอัตราสูญเสียในสงครามเกิน 5%’
ระหว่างที่ฉินอี้กาลังผิดหวังกับความล้มเหลวของตัวเอง AEEIS ก็ เตือนเขาในเวลาที่เหมาะสมว่าความแม่นยาของการวิเคราะห์ข้อมูล สูงถึง 87% สามารถใช ้เป็ นข้อมูลอ้างอิงและการตัดสินใจอย่างเป็ น กลางได้
ตอนที่คู่สามีภรรยาสละชีพตัวเอง การกระทาแรกของ AEEIS คือ ปกปิดความจริงพลางอธิบายว่าเป็ น ‘พฤติกรรมที่ไม่สามารถคาดเดา ได้ และเป็ นเหตุการณ์ที่สร ้างขึ้นแบบสุ่มโดยระบบปัญญาอัจฉริยะ เพื่อจาลองเหตุการณ์ฉุกเฉินในสนามรบจริง’
พอฉินอี้ตั้งคาถาม สุดท้าย AEEIS ก็ยอมรับว่าฉินอี้กาลังควบคุม การรบจริงๆ อยู่…
มีความคล้ายคลึงกันอยู่ทุกที่
บทพูดทุกประโยคของ AEEIS ในหนังจริงๆ แล้วเป็ นตัว ขับเคลื่อนเนื้อเรื่อง บทส่วนใหญ่มีอิทธิพลโดยตรงกับความเข้าใจ
และสภาพจิตใจของฉินอี้ และยังมีบทบางส่วนที่ดูเหมือนจะซ่อน เนื้อหามากกว่านั้นไว้
ตัวอย่างเช่น ตอนที่ฉินอี้ถาม AEEIS ว่าคู่สามีภรรยาเป็ นคน จริงๆ รึเปล่า ก็ต้องใช ้เวลาพักใหญ่กว่า AEEIS จะยอมตอบ
ด้วยความที่เป็ นปัญญาประดิษฐ ์ การตอบโต้ทั้งหมดจึงผ่านการ ค านวณจากระบบ โดยหลักการแล้ว ไม่ว่าจะถามอะไรไปก็ควรได้ ค าตอบทันที
‘ช่วงเว้นว่าง’ นี้ชี้นาอะไรได้หลายๆ อย่าง และฉินอี้ก็ควรมี ปฏิกิริยาตอบโต้
ถึงจะเป็ นการแสดงออกแค่เล็กน้อยก็ยังสมเหตุสมผลกว่าไม่ ตระหนักถึงเรื่องนี้เลย
เห็นได้ชัดว่าการแสดงที่ผ่านมาของลู่จือเหยานั้นขาดจุดนี้ไป ถึง เขาจะรู ้ดีว่าตัวเองก าลังเข้าฉากกับ AEEIS อยู่ แต่ก็ไม่ได้แสดงแก่น ของเรื่องนี้ออกมาจริงๆ เพราะงั้นเขาเลยรู ้สึกว่ามีบางอย่างขาด หายไป
คิดได้แบบนั้น ลู่จือเหยาก็อดไม่ได้ที่จะเคาะโต๊ะด้วยความตื่นเต้น
“ใช่แล้ว นี่แหละสิ่งที่ฉันขาดไป!
“ที่ผ่านมา ตอนแสดงฉันหมกมุ่นกับการขุดคุ้ยตัวละครของ ตัวเองมากเกินไป ไม่ได้มองว่า AEEIS เป็ นตัวตนที่มีปัญญาจริงๆ
“พอโดน AEEIS เล่นงานจนพูดไม่ออก ฉันถึงเข้าใจว่าเรื่องนี้ ส าคัญมากๆ!”
พอพบปมของปัญหา ที่เหลือก็ง่าย
ลู่จือเหยาคึกขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะหันไปพูดกับ AEEIS “AEEIS กลับสู่ภาพตั้งต้น”
AEEIS “กัปตันฉิ นอี้ ตอนนี้คุณอาจจะรู ้สึกไม่พอใจ แต่ มนุษยชาติต้องการให้คุณปฏิบัติภารกิจนี้ให้เสร็จในฐานะทหาร…”
ชายหนุ่มกับเครื่องจักรเริ่มบทสนทนากันอีกครั้ง