ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 769 วิธีการที่ยากจะเข้าใจของบอสเผย
บทที่ 769 วิธีการที่ยากจะเข้าใจของบอสเผย
ช่วงที่ผ่านมา บอสหลิวกังวลเรื่องเงินทุนมาก เขาพยายามใช้เงินอย่างระมัดระวัง แต่เงินก็ไม่พอใช้อยู่ดี ปัญหาเลยอยู่ที่จะไปหาเงินเพ่ิมจากไหน เขาได้เงินทุนก้อนใหญ่มาจากเถิงต๋า แต่ก็ยังสร้างผลลัพธ์อะไรไม่ได้มาก จึงไม่
กล้าขอเงินเพิ่ม แต่ถ้าไม่ได้เงินจากเถิงต๋า ไปขอจากที่อื่นน่าจะยากย่ิงกว่า เขาไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้ว ในตอนที่คิดไม่ตกอยู่ เฮ่อเต๋อเซิ่งจะติดต่อเข้ามาเอง
ช่างอบอุ่นหัวใจจริงๆ แสดงว่าเถิงต๋าคาดหวังกับโปรเจ็กต์นี้มาก ทั้งในแง่เงินทุนและความเชื่อมั่น ทุก
คนได้รับกําลังใจเพิ่มขึ้น ดังนั้นบอสหลิวจงึซาบซึ้งใจสุดๆ และขอบคุณเฮ่อเต๋อเซิ่งไม่หยุด เฮ่อเต๋อเซิ่งยิ้ม “คุณไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ ผมแค่ทําตามคําสั่งของบอส
เผย” บอสหลิวรีบพูดขึ้น “ผมเข้าใจครับ แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆ นะครับ! ขอบคุณทั้ง
บอสเผยและบอสเฮ่อที่ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นในบริษัทของเราครับ!
“ผมกับพนักงานจะตั้งใจทํางานกันให้หนักขึ้นอีก!” เฮ่อเต๋อเซิ่งโทรหาบริษัทขนาดเล็กที่ไม่มีแววทํากําไรในระยะสั้นอีกสองแห่งเพื่อ
บอกเรื่องให้เงินทุนเพ่ิม ทั้งสองที่ต่างก็ดีใจและซาบซึ้งกันสุดๆ
สําหรับพวกเขาแล้ว การกระทําของเถิงต๋าและบริษัทลงทุนหยวนเมิ่งเป็นเรื่องที่
อบอุ่นหัวใจมาก!
บริษัทขนาดเล็กเหล่านี้ตกอยู่ในสถานการณ์แตกต่างกันไป โอกาสสําเร็จก็สูงต่ํา
ต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ก็อยากให้โปรเจ็กตต์ัวเองสําเร็จ เนื่องจากเรื่องการเงินของบริษัทเหล่านี้อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของเถิงต๋า พวก เขาจึงเล่นเล่ห์เหลี่ยมอะไรไม่ได้ ผลประโยชน์ของทุกฝ่ายสอดคล้องกัน ถ้าโปรเจ็กต์ สําเร็จ นอกจากนักลงทุนจะได้เงนิแล้ว บอสและพนักงานในบริษัทก็ได้เงนิด้วย ในสถานการณ์ขาดแคลนเงินทุนแบบนี้ ความใจบุญสุนทานของเถิงต๋าถือเป็นสิ่งที่
น่าประทับใจมาก
เฮ่อเต๋อเซิ่งโทรหาเมิ่งชั่งเป็นคนสุดทา้ย
“ฮัลโหลครับ บอสเฮ่อ!” เสียงกระตือรือร้นของเมิ่งชั่งดังมาจากปลายสาย เฮ่อเต๋อเซิ่งอดรู้สึกชื่นใจข้ึนมาไม่ได้ ในสายตาของคนอื่น เมิ่งชั่งเป็น
ผู้ประกอบการที่สมบูรณ์แบบสุดๆ ภาพลักษณ์ดี มีวาทศิลป์ พูดให้คนคล้อยตามได้ ปฏิบัติงานดี มีวิสัยทัศน์ กว้างไกล และกระตือรือร้นมาก ไม่ว่าจะตอนไหน เขาก็ทุ่มแรงกายแรงใจให้กับงาน เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอ…
ข้อดีเหล่านี้รวมอยู่ในคนคนเดียว ถึงจะมีข้อบกพร่องเล็กน้อย นักลงทุนส่วน
ใหญ่ก็มักจะมองข้ามกนัโดยไม่รู้ตัว เฮ่อเต๋อเซิ่งพูดข้ึน “บอสเมิ่ง ยินดีด้วยนะครับ บอสเผยตัดสินใจลงทุนกับแบ
รนด์สาวหน้านิ่งเพิ่มอีกหกล้านหยวน” อีกฝั่งของปลายสาย เมิ่งชั่งผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกลิงโลดใจขึ้นมา ในที่สุด! ในที่สุดเขาก็ได้รับเงินลงทุนเพิ่มจากบอสเผย!
นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์สาวหน้านิ่ง เมิ่งชั่งทุ่มเทกับแบรนด์เต็มท่ี ตั้งแต่สไลด์ นําเสนอตอนแรกสุด มางานโชว์เคสแบรนด์ ตลอดจนร้านค้าที่เพิ่งเปิดและกิจกรรม ส่งเสริมการขายต่างๆ…
เขาพยายามสร้างความประทับใจใหก้ับนักลงทุนเต็มที่!
ในบรรดานักลงทุนทั้งหมด เมิ่งชั่งเป็นห่วงบอสเผยมากที่สุด บอสเผยเป็นนัก
ลงทุนอัจฉริยะ ขอแค่ได้เงินลงทุนจากบอสเผย ก็ขอเงินลงทุนจากคนอื่นได้ง่ายๆ!
จริงๆ แล้ว จนถึงตอนนี้มีนักลงทุนหลายคนติดต่อเมิ่งชั่งเข้ามาขอลงทุนกับแบ
รนด์สาวหน้านิ่งเป็นการส่วนตัว แต่เมิ่งชั่งไม่รับข้อเสนอ สําหรับเขา เงื่อนไขของนักลงทุนเหล่านี้โหดเกินไป บางคนต้องการหุ้นมากเกินไป บางคนต้องการให้เซ็นสัญญาคุ้มครองมูลค่าเงิน ลงทุน บางคนต้องการให้ยอมรับเงื่อนไขการลงทุนที่มีข้อตกลง เช่น สิทธิ์ในการขาย ก่อนของนักลงทุน และข้อจํากัดในการโอนหุ้นของผู้ก่อตั้ง สิทธิ์ในการขายก่อนคือ ข้อตกลงระหว่างนักลงทุนและผู้ก่อตั้งในกรณีที่เมื่อมี บุคคลที่สามเสนอขอซื้อหุ้น นักลงทุนมีสิทธิ์ขายก่อนภายใต้เงื่อนไขและข้อกําหนด เดียวกัน ส่วนข้อจํากัดในการโอนหุ้นคือ ผู้ก่อตั้งไม่มีสิทธิ์ขายหุ้นก่อนถึงช่วงที่กําหนด
(เช่น IPO และ M&A[1])
ว่าง่ายๆ คือ เป็นการจํากัดการขายหุ้นของผู้ก่อตั้งแบรนด์
จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป สําหรับนักลงทุนแล้ว การลงทุนในโปรเจ็กต์ก็ คือการลงทุนในคน ถ้าผู้ก่อตั้งถอนเงินทุนและออกจากบริษัทหลังนักลงทุนลงเงินและ ผลักดันมูลค่าของบริษัทขึ้นมาแล้ว บริษัทจะพัฒนาต่ออย่างรวดเร็วได้ยังไง แน่นอนว่านักลงทุนก็หวังว่าผู้ก่อตั้งจะใช้ชีวิตอย่างยากลําบากตลอดไป เพื่อที่พวก
เขาจะได้ตั้งใจพัฒนาธุรกิจและทําเงินให้เหล่านักลงทุน สําหรับเมิ่งชั่งแล้ว เงื่อนไขพวกนี้เป็นเงื่อนไขที่ยอมรับไม่ได้แน่นอน ฉันลงแรงไปมากขนาดนี้เพื่อถอนเงินออกมา แต่พวกแกจะไม่ให้ฉันถอนเงินเนี่ย
นะ
จะให้ฉันทํางานหลังขดหลังแข็งเพื่อพวกแกไปตลอดชีวิตเหรอ ดังนั้นเมิ่งชั่งจึงไม่ยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้ และรอให้ถึงโอกาสที่ตัวมีสิทธิ์มีเสียงใน
การเจรจามากขึ้น ถ้าบริษัทพัฒนาเร็วเกินไปและกลายเป็นเค้กยอดนิยมที่ใครๆ ก็อยากเข้ามาขอ ส่วนแบ่ง นักลงทุนก็จะแห่แหนเข้ามาเสนอเงินทุนให้เอง และเมิ่งชั่งก็ไม่จําเป็นต้องเซ็น สัญญายอมรับข้อจํากดัพวกนี้ การลงทุนของบอสเผยเป็นโอกาสที่ดมีาก เพราะบอสเผยเป็นเจ้าพ่อการลงทุนในสายตาใครหลายคน ถ้าบอสเผยลงทุนหก ล้านหยวนกับแบรนด์สาวหน้านิ่ง ก็ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าจะมีคนลงทุนตามโดย ผ่อนปรนเงื่อนไขลง นี่เป็นก้าวที่สําคัญมากสําหรับเมิ่งชั่ง!
เนื่องจากเขาผลาญเงินเร็วไป ถ้าเงินหมดกลางทาง คงตกอยู่ในสถานการณ์ชวน
กระอักกระอ่วนแน่
โชคดีที่บอสเผยเคลื่อนไหวแล้ว!
เมิ่งชั่งข่มอารมณ์ดีใจเอาไว้ “ขอบคุณครับบอสเฮ่อ ขอบคุณไปถึงบอสเผยด้วย
ผมจะ…” ก่อนจะทันได้พูดจบ เฮ่อเต๋อเซิ่งก็พูดขัดขึ้นก่อน “เดี๋ยวครับ บอสเผยกําหนด
เงื่อนไขไว้ครับ
“เงื่อนไขที่ว่าคือ คุณต้องเก็บเรื่องเงินลงทุนหกล้านหยวนของเถิงต๋าไว้เป็น ความลับ ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้สู่สาธารณะ ถือเป็นเงื่อนไขการรักษาความลับใน สัญญาการลงทุนที่คุณไม่สามารถละเมิดได้”
เมิ่งชั่ง “?”
ตอนแรกเขาแสนลิงโลดใจ แต่พอได้ยินเงื่อนไข เขาก็รู้สึกเหมือนโดนทุบจนหมด
สติ เก็บเป็นความลับ?
ทําไมล่ะ เมิ่งชั่งงงงวย ถ้าเป็นนักลงทุนคนอื่น พวกเขามักจะจํากัดไม่ให้ผู้ก่อตั้งขายหุ้นเพื่อนําเงินออก แต่เมิ่งชั่งกล้าฟันธงว่าบอสเผยจะไม่ทําแบบนั้น เพราะบอสเผยไม่เคยวางข้อจํากัดที่ คล้ายๆ กันนี้ตอนลงทุน เพราะงั้นเขาจึงให้ความสําคัญกับการลงทุนของบอสเผยมาก ความเป็นจริงพิสูจน์แล้วว่าเขาคิดถูก บอสเผยไม่ได้วางข้อจํากัดแบบนั้นจริงๆ แต่
เขาไม่คิดเลยวา่บอสเผยจะมีข้อจํากัดเรื่องการรักษาความลับ!
ข้อจํากัดนี้จี้จุดอ่อนเมิ่งช่ังเข้าอย่างจัง ถึงจะไม่ร้ายแรง แต่ก็ทําให้เขาอึดอัดมาก! เมิ่งชั่งต้องการเงินก้อนนี้ไหม แน่นอนว่าใช่ แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่ผลาญ เงินกับแบรนด์สาวหน้าน่ิงเพิ่มอีกหนึ่งถึงสองเดือน แต่ต้องการระดมทุนจากนักลงทุน เพิ่มและผลักดันมูลค่าของบริษัท พูดอีกอย่างคือ เขาต้องบอกเรื่องนี้ออกไปเพื่อให้นักลงทุนเห็นคณุค่า ไม่งั้นหกลา้นหยวนที่ได้มาก็ทําได้แค่ผลาญกับแบรนด์สาวหน้านิ่งเพิ่ม แต่เมิ่งชั่งก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ปฏิเสธเงินก้อนนี้ เพราะบอสเผยไม่ได้จํากัดผู้ก่อตั้งจากการขายหุ้น เทียบกับเงื่อนไขของนักลงทุน
คนอื่นแล้วถือว่าดกีว่ามาก อีกอย่างเขาก็ต้องรักษาชื่อเสียงของแบรนด์สาวหน้าน่ิง ยังต้องผลาญเงินต่อไป
ห่วงโซ่เงินทุนจะพังทลายไม่ได้ เพราะถ้าพังก็จะไปต่อไม่ได้อีก ดังนั้นเงินก้อนนี้จึงอยู่สูงกว่าเกณฑ์ต่ําสุดที่เมิ่งชั่งตั้งไว้เล็กน้อย ถ้าปฏิเสธไปก็น่า
เสียดาย แต่เอามาก็ใช้ประโยชน์ไมไ่ด้มาก เฮ่อเต๋อเซิ่งที่ปลายสายถามขึ้น “มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ” เมิ่งชั่งรีบตอบกลับทันที “ไม่มีปัญหาเลยครับ!” เฮ่อเต๋อเซิ่งไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ให้กําลังใจในการทํางานต่อไปแล้ววางสาย เมิ่งชั่งถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าเป็นกังวล หลังจากผ่านประสบการณ์ครั้งก่อนๆ มา เมิ่งชั่งก็รู้ดีว่ามัวมาคิดมากกับเรื่องนี้ก็
ไม่ได้ประโยชน์อะไร บอสเผยเป็นคนแน่วแน่เด็ดขาดจนไม่เปิดโอกาสให้ต่อรอง ถ้าเขาไม่รับเงินมาตอนนี้ ก็อาจจะไม่ได้อีกในอนาคต เทียบกับข้อจํากัดเรื่องการ
ขายหุ้นแล้ว รับเงินก้อนนี้มาสบายใจกว่าเห็นๆ
เมิ่งชั่งอดทึ่งขึ้นมาไม่ได้ บอสเผยช่างยากจะหยั่งถึงจริงๆ ตั้งแต่ที่เริ่มติดต่อจนถึง
ตอนนี้ การเคลื่อนไหวทุกอย่างของบอสเผยทําเขาอึดอัดสุดๆ ตอนที่เมิ่งชั่งได้เงินทุนก้อนแรกมา เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับเงื่อนไข
ของเถิงต๋าเรื่องผู้จัดการการเงิน ตอนนี้มีเงื่อนไขเรื่องการเก็บความลับเพิ่มเข้ามาอีก ถ้าต้องให้คะแนนความพงึพอใจ ความพึงพอใจของเมิ่งชั่งน่าจะอยู่ราวๆ หกสิบ ถ้าคะแนนต่ํากว่านี้ เมิ่งชั่งอาจจะยอมแพ้และคงไม่มีแบรนด์สาวหน้านิ่งเกิดขึ้น
มา บอสเผยคุมคะแนนอยู่ในเกณฑ์พอดีเป๊ะ เหยียบอยู่เกณฑ์ต่ําสุดของเมิ่งชั่ง ยอม ให้เขาตั้งแบรนด์ได้ แต่อีกฝ่ายก็มักจะมีข้อจํากัดในจุดที่ดูไม่สําคัญ แต่ทําให้เมิ่งชั่งอึด อัดสุดๆ เสมอ
ที่เมิ่งชั่งกงัวลที่สุดคือ บอสเผยอ่านความคิดเขาออกรึเปล่า บอสเผยวางข้อจํากัดแบบนี้กับนักลงทุนทกุคนไหม เมิ่งชั่งรู้ดีว่าบอสเผยส่งบอสหม่าไปให้บทเรียนเขาในงานโชว์เคสแบรนด์ การ เคลื่อนไหวระดับนี้เหมือนการรํามวยไทเก๊ก คือออกท่าเท่าที่จําเป็น ไม่ได้รุนแรงเกินไป แต่ก็ไม่ได้ยั้งมือเช่นกนั การเคลื่อนไหวของบอสเผยทําให้เมิ่งชั่งรู้สึกเหมือนมีหมาป่าที่นิ่งมากๆ ตามเขาอยู่
ห่างๆ ถึงจะดูเหมือนไม่ใส่ใจอะไร แต่ก็ทําให้ขนลุกซู่ หมาป่าตัวนี้อาจจะเดินผ่านไปโดยไม่ทําร้ายเขา แต่ก็อาจจะกระโดดมาตะครุบตัว
กดลงพื้นแล้วกะซวกเข้าที่คอ ก็ได้ วิธีการรักษาระยะห่างจากเมิ่งช่ังของบอสเผยไม่ส่งผลร้ายต่อผลประโยชน์หลักแต่
ก็ไม่ได้เลกิคุกคามเขา เขารู้สึกหวั่นไหว แต่ก็ยังคลางแคลงใจอยู่ ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า มันขัดแยง้กันมากๆ แต่ถึงจุดนี้แล้ว เมิ่งชั่งคิดว่าตัวเองอยู่ห่างจากความสําเร็จแค่ก้าวเดียว ไม่มี
เหตุผลอะไรให้ยอมแพ้ คิดได้แบบนั้น เมิ่งชั่งก็สงบใจลงและตัดสินใจยึดตามแผนเดมิต่อ ถึงบอสเผยจะวางข้อจํากัดบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้จํากัดเขาทุกด้าน ยังไงก็ยังมีช่อง
ให้เมิ่งชั่งเดินหน้าได้ต่อ
[1] IPO (Initial Public Offering) การเสนอขายหุ้นครั้งแรกของบริษัทให้กับ สาธารณะชน/ M&A (Mergers and Acquisitions) การที่บริษัทตั้งแต่สองบริษัทขึ้น ไปควบรวมกจิการเข้าด้วยกันแล้วเกิดเป็นบริษัทใหม่