ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 785 รีบขายให้เร็วที่สุด!
บทที่ 785 รีบขายให้เร็วที่สุด! (1)
เฮ่อเต๋อเซิ่งกับเมิ่งชั่งผงะไปเมื่อไดย้ินที่บอสเผยพูด เมิ่งชั่งแสนลําพองใจและพร้อมนําเสนอต่อ แต่คําพูดของบอสเผยเป็นเหมือนน้ํา
เย็นราดใส่หัว สีหน้าของเมิ่งชั่งเปลี่ยนจากตกใจเป็นงุนงง จากงุนงงเป็นสับสน ท่าทีนิ่งสงบตามปกติของเขาหายวับไปทันที เขารู้สึกสับสนจนพูดตะกุกตะกัก “บะ…บอสเผย ทําไมถึงพูดแบบนั้นล่ะครับ อํากันเล่นเฉยๆ ใช่มั้ยครับ ถ้าสาวหน้านิ่ง ทําอะไรผิดก็บอกมาได้เลยครับ!” เมิ่งชั่งลนลาน การได้รับเงินลงทุนจากบอสเผยในวันนี้สําคัญมาก แต่ถึงจะไม่ได้ ก็ไม่ถือว่า
เสียหายมากเกนิไป เพราะยังเหลือเงนิพอใช้ไปอีกระยะหนึ่ง ในกรณีแบบนี้ การลองวัดดวงคือทางเลือกที่ถูกต้องเสมอ แต่เมิ่งชั่งไม่คิดสักนิดว่าบอสเผยจะถอนการลงทนุ! เรื่องนี้เป็นเหมือนฟ้าที่ผ่าเข้ากลางหัวเมิ่งชั่ง!
เนื่องจากสิ่งที่เมิ่งชั่งต้องการที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่เงิน แต่เป็นความเชื่อมั่นของนัก
ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนจากบอสเผย การผลาญเงินเพื่อขึ้นบรรยายและปั่นกระแส
ทุกอย่างทําไปก็เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน มูลค่าของบริษัทจะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อนักลงทุนมั่นใจในแบรนด์สาวหน้านิ่งและมี เงินทุนหมุนเวียนตลอด เขาถึงจะเล่นเกมต่อไปได้และสุดท้ายก็จะถอนเงินออกมา เพื่อให้ตัวเองมีอิสรภาพทางการเงิน ในทางกลับกัน ถ้าความเชื่อมั่นของนักลงทุนพังทลายและไม่มีใครคาดหวังกับแบ
รนด์สาวหน้านิ่งอีก เมิ่งชั่งก็จะรักษาอัตราการผลาญเงนินี้ไว้ไม่ได้ พอบอสเผยถอนตัว ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปิดข่าวเอาไว้ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงที่
สาวหน้านิ่งจะพังทลายป่นปี้! ดังนั้นถึงเมิ่งชั่งจะสงบนิ่งอยู่เสมอและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
แต่เขาก็อดลนลานขึ้นมาไม่ได้ เผยเชียนยิ้มอย่างสุภาพมาก “แบรนด์สาวหน้านิ่งไม่ได้ทําอะไรผิดครับ ผมทํา
แบบนี้ก็เพราะเหตุผลภายในของเถิงต๋าล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลย” มุมปากเมิ่งชั่งกระตุก เขารู้สึกเหมือนโดนดูถูกสติปัญญา เชี่ยไรเนี่ย นี่มองว่าฉันโง่เหรอ
ตอนนายมาถึง เราก็คุยกันดีๆ แต่อธิบายสไลด์ไปได้แค่ครึ่งทางกลับอยากถอน
ตัว แถมบอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับฉันเนี่ยนะ คิดว่าตัวเองกําลังหลอกใครอยู่! บอสเผยจงใจทําแบบนี้แน่นอน!
แต่เมิ่งชั่งก็ไม่มีทางเลือกอื่น จะให้ชี้หน้าด่าบอสเผยก็คงทําไม่ได้ เผยเชียนจิบชา “ดูจากสถานการณ์สาวหน้านิ่งในปัจจุบัน นักลงทุนน่าจะแย่งกัน ลงทุนเต็มไปหมด ต้องมีคนซื้อหุ้นที่เถิงต๋าจะขายแน่นอน ซึ่งไม่กระทบกับมูลค่าแบ รนด์สาวหน้านิ่ง แถมถ้าตอนนี้ทํากาํไรได้ ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงใช่มั้ยล่ะครับ” เมิ่งชั่งอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่ บอสเผยพูดมีเหตุผลมาก เขาเถียงอะไรไม่ได้เลย ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่เมิ่งชั่งโม้ การถอนตัวของเถิงต๋าย่อมไม่กระทบกับสาวหน้า
นิ่ง ยังไงก็ต้องมีคนรอซื้อแน่นอน แต่คําถามคือ ทําไมเถิงต๋าถึงอยากถอนตัวล่ะ ถือหุ้นต่อไปและรอให้มูลค่าเพิ่มขึ้นอีกไม่ดีกว่าเหรอ หรือบอสเผยจะมองทะลุแผนฉนัแล้วเลยตั้งใจปั่นหัวฉันเล่น นี่ประชดหรือเหยียดหยามกันอยู่ เมิ่งชั่งตัวแข็งทื่อไปครู่หน่ึง ต่อให้ฉลาดและมีไหวพริบ เขาก็มองไม่ออกว่าจริงๆ
แล้วบอสเผยกําลังคิดอะไรอยู่ ตอนนี้เขาสับสนสุดๆ เฮ่อเต๋อเซิ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็จับตาดูสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ของบอสเผยอย่างใกล้ชิด จากมุมมองของเขา ข้อมูลในสไลด์ของเมิ่งชั่งซ่อนเล่ห์กลบางอย่างเอาไว้ เห็นได้ ชัดว่าเขาปรับแต่งข้อมูลการเงินบางส่วน แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติ ยังไงข้อบกพร่องก็ ไม่ได้บดบังข้อดีหมด สาวหน้านิ่งยังเป็นบริษัทที่ควรค่าแก่การลงทนุ บอสเผยไม่ได้คิดจะขายหุ้นส่วนหนึ่งเพื่อดึงเงินออกมาและเก็บอีกส่วนไว้ แต่
ตั้งใจถอนตัวและตัดขาดจากสาวหน้านิ่ง หรือบอสเผยจะยืดมั่นในกลยุทธ์การลงทุนที่วางเอาไว้ แม้แต่โปรเจ็กต์แบบสาว
หน้านิ่งก็ไม่มีข้อยกเว้นเหรอ
แต่… ว่ากันตามตรงแล้ว ‘การพลิกขาดทุนมาเป็นกําไร’ ของสาวหน้านิ่งนั้นดู ปลอมมาก เพราะความจริงเป็น ‘การพลิกขาดทุนมาเป็นกําไร’ ในสไลด์ด้วยการโยก ค่าใช้จ่ายมากมายในอนาคตออกไปและลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดลงส่วนหนึ่ง จริงๆ แล้วยังทําเงินไม่ได้ เฮ่อเต๋อเซิ่งรู้สึกว่าในฐานะลูกน้องต้องเตือนนาย เขาเอนไปกระซิบข้างหูบอสเผย “บอสเผยครับ จริงๆ แล้วสาวหน้านิ่งยังทํากําไร ไม่ได้ แค่มีสัญญาณทํากําไรเฉยๆ เราควรทําตามกฎการลงทุนที่วางเอาไว้แล้วรอให้ สาวหน้านิ่งทํากําไรก่อนค่อยถอนตัวดีไหมครับ หรือจะถอนตัวเลยตอนนี้” หืม?
เผยเชียนขมวดคิ้วด้วยความลังเล เขากลัวว่าถ้าถอนตัวตอนนี้อาจเป็นการฆ่าทหารผู้ภักดี แต่ถ้าไม่ถอนตัวตอนนี้ ก็
กลัวมูลค่าจะยิ่งพุ่งสูงขึ้นอีก ยิ่งถอนตัวช้าก็ยิ่งทําเงินได้เยอะ เดี๋ยวจะเป็นปัญหาเอา หลังจากคิดดูสักพัก เผยเชียนก็ตัดสินใจให้โอกาสสุดท้ายกับเมิ่งช่ัง เขาหันไปมองเมิ่งชั่ง “เลิกพูดเกี่ยวกับข้อมูลหวือหวาบนสไลด์ บอกผมมาตาม
ตรงเลย สาวหน้านิ่งมีความเป็นไปได้ในการทาํเงินสูงขนาดไหน ผมจะได้เงินเท่าไหร่
“มีโอกาสขาดทุนมั้ย จะขาดทุนสูงสุดเท่าไหร่ “บอกผมตามตรง บอกตัวเลขมาเป๊ะๆ เลย”
เมิ่งชั่งเห็นบอสเฮ่อกระซิบข้างหูบอสเผย ถึงจะไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร แต่ก็ดูได้จาก
ท่าทีของบอสเผยว่าทุกอยา่งพลิกกลับมาดีอีกครั้ง เขาดีใจมากราวกับได้ฟางช่วยชีวิต ในความคิดของเขา เห็นได้ชัดว่าบอสเผยพยายามเล่นไม้แข็งก่อนเพื่อให้เขาแสดง ความมุ่งมั่น!
เมิ่งชั่งอดรู้สึกเสียดายขึ้นมานดิหน่อยไม่ได้เพราะเมื่อครู่เผลอทําตัวปอดแหกไป พอบอสเผยบอกว่าอยากถอนตัว เขาก็ตอบสนองเว่อร์เกินไปหน่อย ทําให้เห็นชัด
ว่าสาวหน้านิ่งต้องพึ่งพาการสนับสนุนทางการเงินจากเถิงต๋า คําถามที่ตามมาของบอสเผยพุ่งเป้าไปที่จุดอ่อนของสาวหน้านิ่ง ซึ่งก็คือจะสร้าง
ผลประโยชน์ให้เถิงต๋าคอร์เปอเรชันได้เท่าไหร่ ถึงจุดนี้ เมิ่งชั่งไม่มีทางเลือกอื่น เขาต้องยืนหยัดอยู่ข้างบอสเผยและสัญญาว่าจะ
นําอนาคตที่สดใสมาแลกกับการสนับสนุนต่อไปของบอสเผย คิดได้แบบนั้น เมิ่งชั่งก็จริงจังขึ้นมาและยืนยันกับบอสเผยอย่างแน่วแน่ “ไม่ต้อง ห่วงครับบอสเผย สาวหน้านิ่งทําเงินให้คุณได้แน่นอน ประเด็นอยู่ที่จะได้เยอะมาก เท่าไหร่!
“ผมยืนยันได้เลยว่ามีช่องทางทําเงินอย่างน้อยหนึ่งถึงสองช่องทางที่ผมทําให้
สําเร็จได้
“ช่องทางแรกคือ สาวหน้านิ่งทําเงินต่อไปได้เรื่อยๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ สาวหน้านิ่ง คุณจะได้เงินปันผลจากการถือหุ้นเป็นเวลานาน และจะได้ผลประโยชน์ ระยะยาวถ้าคุณถือหุ้นไปจนถึงตอนที่เราจดทะเบียนเข้าตลาด ช่องทางที่สองคือ พอ ระดมทุนได้มากขึ้น คุณก็สามารถถอนตัวได้ทุกเมื่อ ยิ่งถือหุ้นนาน มูลค่าก็ยิ่งเพิ่มขึ้น คุณก็จะได้เงินมากขึ้น!
“ส่วนเรื่องขาดทุน ผมรับรองได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้น
“จนถึงตอนนี้ ทุกขั้นตอนของการพัฒนาแบรนด์สาวหน้านิ่งเป็นไปตามแผนของ ผม ตราบใดที่เรายังพัฒนาต่อไปทีละขั้น การลงทุนของคุณจะได้ผลตอบแทนมากมาย โดยไร้ซึ่งความเสี่ยง!
“ดังนั้นผมหวังว่าคุณจะถือหุ้นต่อไปอีกอย่างน้อยสามเดือน ไม่สิ แค่หนึ่งเดือนก็ ได้ แล้วคุณจะเห็นผลตอบแทนที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน และจะดียิ่งขึ้นไปอีกถ้าคุณลงทุน เพิ่มขึ้น…”
เผยเชียนเงียบไปหนึ่งนาทีเต็ม จากนั้นเขาก็หยิบถ้วยชาขึ้นมา “พาแขกออกไป!” เมิ่งชั่งผงะไป “หา? บอสเผยครับ!” เขาหันไปมองบอสเผย แล้วหันกลับมามองเฮ่อเต๋อเซิ่ง ในหัวขาวโพลน เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าเรื่องราวพลิกกลับมาเป็นไปในทางที่ดีขึ้นแล้วเหรอ ทําไม
บอสเผยถึงหน้าเคร่งเครียดแบบนี้ ฉันพูดอะไรผิดไปเหรอ เฮ่อเต๋อเซิ่งลุกยืน “เชิญครับ” เมิ่งชั่งยังคงไม่ยอมแพ้และต้องการพูดให้บอสเผยเปลี่ยนใจ แต่พอเห็นท่าทีที่แน่ว
แน่ของบอสเผย เขาก็ลังเลขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะยอมแพ้ไป เพราะเขารู้ดีว่าถ้ายิ่งอ้อนวอนก็ยิ่งเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ถ้าเสียเชิงเพราะลนลานก็จะ
โป๊ะแตกต่อหน้าบอสเผยได้ง่ายๆ และบอสเผยก็จะยิ่งแน่วแน่กับการถอนตัวมากขึ้น ตอนนี้ถอยก่อน รอให้บอสเผยสงบใจได้ ไม่แน่อีกสองสามวัน ทุกอย่างอาจจะ
เปลี่ยนไป ไม่มีทางอื่นอีกแล้ว คิดได้แบบนั้น เมิ่งชั่งก็พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก “โอเคครับบอสเผย เชิญ
ทบทวนเรื่องนี้ก่อนไดเ้ลยครับ” เฮ่อเต๋อเซิ่งส่งเมิ่งชั่งกลับ จากนั้นก็กลับมาที่ห้องรับรอง
“บอสเผยแน่ใจนะครับว่าจะขายหุ้นทั้งหมดของสาวหน้านิ่ง บอสจะพิจารณาก่อน ไหมครับ” เฮ่อเต๋อเซิ่งถาม เผยเชียนหนักแน่นมาก “ขาย! ขายเลยทันที!
“ถ้าขายตอนนี้จะได้เงินเยอะมั้ย” เผยเชียนเตรียมใจสําหรับกรณีเลวร้ายที่สุด เฮ่อเต๋อเซิ่งส่ายหน้า “บอกได้ยากครับบอสเผย สาวหน้านิ่งยังไม่เข้าตลาด มูลค่า ตอนนี้ไม่สูงนัก ราคาหุ้นจะสูงเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างสองฝ่าย ต้องดูก่อน ครับว่าผู้ซื้อยอมจ่ายเท่าไหร่
“แต่ไม่ต้องห่วงนะครับบอสเผย ผมจะพยายามเจรจาเต็มที่เพื่อให้ได้ราคาสูงที่สุด
“นอกจากนั้นเมิ่งชั่งคงไม่ยอมให้ขายหุ้นในราคาถูก เพราะจะกระทบกับมูลค่าของ สาวหน้านิ่งและความมั่นใจของนักลงทุนคนอ่ืน เขาต้องพยายามเต็มท่ีเพื่ออํานวย ความสะดวกให้ขายหุ้นออกไปในราคาสูง ถ้าร่วมมือกันสองทาง ก็มีโอกาส 90% ที่จะ ประสบความสําเร็จ แต่ก็ยากที่จะการันตีเป็นตัวเลขออกมาชัดเจนครับ” มุมปากของเผยเชียนกระตุก พยายามขายราคาสูง? ไม่ได้!
เผยเชียนลงทุนกับสาวหน้านิ่งไปทั้งหมดแปดล้านหยวน ถ้าทําเงินได้ยี่สิบหรือ
สามสิบล้าน เขาก็กระอักเลือดตายคาที่กันพอดี
ต้องขายออกไปถูกๆ ต้องขายให้ได้ราคาต่ํากว่าแปดล้านหยวน!
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น “เรา…ขายหุ้นทั้งหมดในราคาต่ําได้มั้ย”
บทที่ 785 รีบขายให้เร็วที่สุด! (2)
เฮ่อเต๋อเซิ่งผงะไป หมายความว่าไงที่ให้ขายราคาต่ํา บอสเผยคิดว่าแพงไปเหรอ แต่เขาก็รีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว “อ๋อ บอสเผยจะบอกว่าไม่ควรเจรจาซ้ําๆ เพื่อ ขายในราคาสูง แต่ให้ขายออกไปให้เร็วที่สุดใช่ไหมครับ ถ้ารีบขายให้เร็วที่สุด เราก็ น่าจะขายในราคาต่ําได้ครับ” เผยเชียน “…ประมาณนั้น” เขาบอกเฮ่อเต๋อเซิ่งอย่างชัดเจนไม่ได้ว่าให้ขายไปถูกๆ เลย บอกได้แค่กลายๆ แต่
ถ้าเฮ่อเต๋อเซิ่งเข้าใจแบบนั้นก็ถือว่าไม่ผิดอะไร ยังไงผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนกัน เฮ่อเต๋อเซิ่งพยักหน้า “เข้าใจแล้วครับบอสเผย ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เหมาะสม
ครับ!”
…
…
วันพุธที่ 14 ธันวาคม กองถ่ายคัตซีนเกม Mission & Choice
“คัต!
“โอเค ฉากเมื่อกี้โอเคเลย เดี๋ยวเราถ่ายต่ออีกฉากแล้ววันน้ีพอแค่นี้
“อ้อ ช่วงนี้สถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ การถ่ายทําคืบหน้าไปเร็วกว่าที่ ผมคิด ผมกะแล้วว่าเราเลือกตัวเอกมาถูกคน!”
จูเสี่ยวเช่อชมลู่จือเหยาอย่างไมก่ั๊ก
ลู่จือเหยายิ้มเขินๆ “โหย ทั้งหมดก็เพราะได้คําแนะนําจากบอสเผยและบทดีๆ
แหละครับ ผมแค่ช่วยเป็นไอซิ่งโรยหน้าเค้กเฉยๆ” จูเสี่ยวเช่อตบบ่าอีกฝ่าย “ถ่อมตัวทําไมครับเนี่ย เอ้า นี่บทฉากถัดไป ลองอ่าน
แล้วเชื่อมโยงความรู้สึกดูนะครับ” ลู่จือเหยาเอื้อมมือไปรับบท ตามแผนของผู้กํากับจูเสี่ยวเช่อ คัตซีนเกม Mission & Choice ต้องถ่ายทําเสร็จ
ประมาณเดือนมีนาคม เพราะเผื่อเวลาสําหรับการตัดต่อและทาํเอฟเฟกต์พิเศษ เกือบทุกฉากในเกม Mission & Choice ต้องทําเอฟเฟกต์พิเศษเพิ่ม ซึ่งก็ใช้ เวลาเยอะมาก เลยต้องเผื่อเวลาไว้ให้พอกับงานในส่วนนี้เพื่อให้มั่นใจว่าจะปล่อยเกม ได้อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนตามแผนเดมิ แต่การถ่ายทําก็กดดันไม่แพ้กัน การถ่ายทําในตอนนี้ไม่ได้ถ่ายตามบทโดยสมบูรณ์ หลายฉากในช่วงแรกของเนื้อ เรื่องยังไม่ได้ถ่ายจนได้ระดับที่พอใจที่สุด แต่จูเสี่ยวเช่อก็มั่นใจว่าทักษะการแสดงและ สภาพจิตใจของลู่จือเหยานั้นปรับมาดีแล้ว โดยพื้นฐานสามารถจัดการกับบทบาทของ ฉินอี้ในส่วนที่ผ่านมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอนนี้ได้เวลาที่เขาจะให้บทส่วนถัดไปกับลู่ จือเหยาเพื่อให้อีกฝ่ายได้เตรียมตัวล่วงหนา้ การถ่ายทําเป็นไปด้วยความราบรื่น ซึ่งก็ต้องขอบคุณบอสเผย ส่วนหนึ่งก็เพราะบอสเผยมอบความมั่นใจและกระตุ้นศักยภาพให้ลู่จือเหยา ทําให้ อีกฝ่ายเข้าใจตัวละคร ฝึกฝนทักษะการแสดง และพัฒนาฝีมือโดยไม่ต้องให้ใคร แนะนํา อีกส่วนก็เพราะ เครื่องทะเลาะอัจฉริยะที่บอสเผยให้สร้างช่วยให้ลู่จือเหยาต่อ บทกับ AEEIS ได้ทุกเมื่อที่ว่าง เขาจึงหมกมุ่นอยู่กับการวเิคราะห์ตัวละคร ตอนนี้ลู่จือเหยากําลังจะยอมรับความท้าทายใหม่ เขาแทบอดใจรอเปิดดบูทเพื่ออ่านเรื่องราวส่วนถัดไปไม่ไหว ในเนื้อเรื่องส่วนที่ผ่านมา ฉินอี้เข้าใจถึงความจําเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของผู้ บัญชาการคนก่อนและคําสั่งของ AEEIS ลู่จือเหยาแทบรอไม่ไหวท่ีจะได้อ้าแขนต้อนรับ ศึกตัดสนิระหว่างมนุษย์กับเซิร์ก
…
ฉินอี้กํากับการรบครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างมีระบบระเบียบ ยานรบนับไม่ถ้วนรอบตัว ถูกทําลาย มนุษย์และเซิร์กจํานวนมากระเบิดเป็นชิ้นๆ ไม่หลงเหลือให้เห็นแม้แต่ กระดูก เขาเป็นเหมือนเครื่องจักรสงครามที่สมบูรณ์แบบ คอยกํากับการรบครั้งแล้วครั้ง
เล่า ความตายของทหารไม่สามารถกระตุ้นอารมณ์ใดๆ ในใจได้อีก ถ้าการตายของคนคนหนึ่งเป็นเร่ืองน่าเศร้า การตายเป็นเบือก็เป็นแค่ตัวเลข ในฉากยาวนี้ เสียงไร้อารมณ์ของ AEEIS เหมือนจะไม่ได้คุยกับแค่ฉินอี้ แค่ยังคุย
กับผู้ชมหน้ากล้องและผู้เล่นที่กาํลังเล่นเกมอยู่ด้วย
“การบังคับบัญชาคือส่วนสําคัญที่สุดของสงคราม เป็นการรวบรวมทหารนับไม่
ถ้วนไว้ด้วยกนัเพื่อสร้างกองกําลังที่ทรงพลัง
“การบังคับบัญชาแบ่งออกเป็นสองด้านคือ การประมวลผลข้อมูลและการ ตัดสินใจในการดําเนนิการ
“ในสงคราม การประมวลผลข้อมูลมีความสําคัญเป็นพิเศษเพราะข้อมูลที่ผิด นําไปสู่การตัดสินใจที่ผิด ทั้งสองฝั่งจะได้รับข้อมูลมหาศาลทุกชั่วขณะ การ ประมวลผลข้อมูล ตัดสินความถูกต้อง และเรียงลําดับความสําคัญจะเป็นตัวตัดสินว่า การตัดสินใจสุดท้ายนั้นถูกต้องหรือไม่
“ข้อมูลถือเป็น ‘ห่วงโซ่การส่งข้อมูล’ ไม่ว่าข้อมูลจะอัปโหลดหรือส่งต่อ ยังไงก็ ต้องผ่านขั้นตอนและช่องทางต่างๆ เหมือนเป็นห่วงโซ่ ห่วงโซ่การส่งข้อมูลเป็น ตัวกําหนดประสิทธิภาพของการใช้ข้อมูล
“ไม่ว่าในกรณีใด ข้อมูลที่ส่งมักถูก ‘คัดสรร’ เสมอ ไม่งั้นทั้งผู้บัญชาการและ ผู้ใต้บังคับบัญชาจะถูกครอบงําด้วยข้อมูลจํานวนมหาศาลและเกดิความสับสน
“การคัดสรรในลักษณะนี้เป็นการตั้งค่าเชิงตรรกะพื้นฐานที่สุด ดังนั้นการ หลอกลวงจึงมีอยู่ในสงครามเสมอ
“ในยุคจีนโบราณมีเรื่องเล่าของการ ‘มองลูกบ๊วยเพื่อดับกระหาย’ ในยุคสงคราม สมัยใหม่ กองทัพญี่ปุ่นจงใจปิดบังความจริงของสงครามหลังจบยุทธการมิดเวย์
“ความจริงเบื้องหลังยุทธการมิดเวย์นั้นไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนหรือแม้แต่ เจ้าหน้าที่ระดับสูง แต่กลับประกาศว่าสงครามเป็น ‘การต่อสู้เพื่อตัดสินสถานการณ์ ภาพรวม’ พลเมืองที่ถูกหลอกถึงกับเฉลิมฉลอง ‘ชัยชนะ’ ด้วยการห้อยโคมสว่างไสว และเครื่องประดับหลากสีสัน
“‘การหลอกลวง’ ไม่ใช่ ‘การพูดเท็จ’ แต่เป็น ‘การจงใจปิดบังข้อมูลบางส่วน’ ในกรณีส่วนใหญ่
“เพื่อให้แน่ใจว่าทหารจะปฏิบัติตามคําสั่ง มีผู้บังคับบัญชาไม่กี่คนที่จะสั่งทหาร โดยตรงว่า ‘ไปพลีชีพซะ’ การสั่งการแบบนี้นอกจากไม่ทําให้ทหารรู้สึกมีเกียรติแล้ว ยังทําให้เสียขวญัและกําลังใจในระดบัร้ายแรงด้วย
“ในการบัญชาการสงคราม ผู้บัญชาการมักมอบหมายภารกิจที่ชัดเจนเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ยึดตําแหน่งเป็นเวลาสองชั่วโมง จากนั้นจึงถอยทัพ แต่ผู้บัญชาการจะไม่ มีทางพูดในสิ่งไม่จําเป็น เช่น ‘มีโอกาสสูงที่กองทัพจะถูกกวาดล้างในปฏิบัติการนี้’ “ดังนั้นการหลอกลวงจึงไม่ใช่กลยุทธ์หน้าซื่อใจคด บ่อยครั้งที่มันเป็นหนทางที่มี ประสิทธิภาพที่สุดของห่วงโซ่การส่งข้อมูล ซึ่งช่วยขยายผลการต่อสู้ ลดความสูญเสีย และคว้าชัยได้ยิ่งใหญ่ขึ้น” ฉินอี้เริ่มควบคุมการรบครั้งแล้วครั้งเล่าระหว่างที่ AEEIS บรรยาย การรบเหล่านี้เป็นการผสมผสานระหว่างการรบจริงและการรบจําลอง เพราะมี
องค์ประกอบสมจริงเพิ่มเข้ามา ถ้าฉินอี้ล้มเหลวในบางศึกหรือไม่พอใจกับผลลัพธ์ ก็สามารถขอให้ AEEIS เล่นซ้ํา และจําลองศึกขึ้นใหม่ได้ โดยจะคืนค่าการวางกําลังยูนิตดั้งเดิมของทั้งสองฝ่าย แต่ เหตุการณ์แบบสุ่มต่างๆ จะยังเกิดขึ้นเหมือนเดิมเพราะการคํานวณของระบบ ทําให้ การเล่นซ้ําแต่ละครั้งแตกต่างกนั ภายใต้สถานการณ์นี้ ฉินอี้จะรู้ว่าศึกนี้เป็นการจําลองของ AEEIS ไม่ใช่การต่อสู้
จริง เพราะในความเป็นจริง ยูนิตเหล่านี้ตายไปแล้วจากความล้มเหลวครั้งแรก ศึกที่ฉินอี้เจอครั้งแรกเป็นการผสมผสานระหว่างการรบจริงและการรบจําลอง จาก
ข้อมูลของ AEEIS บางครั้งเขาก็กําลังสั่งการกองทัพจริง บางครั้งเป็นการจําลอง แต่ไม่ว่าจะเป็นการรบจริงหรือจําลอง ฉินอี้ก็ทุ่มสมาธิ 120% ไปกับการสั่งการ
เพราะเขาชินกับการมองทุกยนูิตบนจอเป็นคนจริงๆ ไปแล้ว ด้วยความคิดแบบนี้นี่เองที่ทําให้ฉินอี้เริ่มพึ่งพาข้อมูลต่างๆ ของ AEEIS มากขึ้น
เรื่อยๆ เพราะฉินอี้ตระหนักว่าส่วนใหญ่แล้ว ข้อมูลน่าเชื่อถือกว่าคน ถ้ากําลังใจของทหาร ตกไปอยู่จุดต่ําสุด การสั่งการให้ทหารคนนั้นไปจัดการภารกิจสําคัญจะได้ผลลัพธ์ที่ ชัดเจน ระหว่างกระบวนการยาวนานนี้ ฉินอี้เริ่มเฉยชาขึ้นเรื่อยๆ นอกจากการนอนหลับที่เป็นสิ่งจําเป็นทุกวันแล้ว ฉินอี้ก็กํากับการรบอย่างต่อเนื่อง
เหมือนเครื่องจักร ถ้าชนะ ก็จะไปต่อที่ศึกถัดไป ถ้าล้มเหลว ก็จะเล่นซ้ํานับครั้งไม่ถ้วนจนกว่าจะ
ชนะ
แต่ละวันเป็นแบบนี้วนซ้ําเดิมไม่รู้จบ ในเคบินสั่งการไม่มีกลางวันหรือกลางคืน มีแค่ AEEIS ที่คํานวณเวลาตื่นและ
นอนให้ฉินอี้อย่างแม่นยํา ฉินอี้จําไม่ได้ว่าตัวเองนอนมากี่ครั้งหรือผ่านมากี่วันแล้ว เพราะศึกตัดสินเริ่มต้นได้
ทุกเมื่อ เขาต้องใช้เวลาที่มีในการเตรียมพร้อมให้ได้มากที่สุด ในที่สุด วันหนึ่งฉินอี้ก็ถูก AEEIS ปลุกจากการนอนหลับ เขาเห็นฝูงแมลงเข้าและออกรังในภาพโฮโลกราฟิกรอบตัว ฐานทัพมนุษย์บนดาว
และยานรบบนท้องฟา้พร่างพราวพร้อมเปิดศึก สถานการณ์ในตอนนี้บ่งบอกชัดเจน การต่อสู้สเกลใหญ่กําลังจะเปิดฉาก ศึกครั้งนี้อาจกินเวลานาน หรืออาจแตกพ่ายและจบลงอย่างรวดเร็วเพราะความ
ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ฉินอี้เดินไปที่แพลตฟอร์มสั่งการ พอวันนี้มาถึงจริงๆ เขากลับรู้สึกถึงความสงบ
แบบที่ไม่เคยสัมผสัมาก่อน