ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 786 ความล้มเหลวที่ถูกกําหนดไว้แล้ว
บทที่ 786 ความล้มเหลวที่ถูกกําหนดไว้แล้ว
หลังจากการฝึกฝนช่วงที่ผ่านมา ฉินอี้ก็เชี่ยวชาญเรื่องการบังคับบัญชา เขาใช้แผงควบคุมส่งคําสั่งไปยังแต่ละหน่วยอย่างช่ําชอง เขาสื่อสารกับ AEEIS เกี่ยวกับข้อมูลสนามรบในปัจจุบัน และคุมให้กองทัพมนุษย์ดําเนินการตามแผนที่ อ้างอิงจากข้อมูล AEEIS และประสบการณ์การสั่งการรบที่ผ่านมา ในห้วงอวกาศ กองทัพมนุษย์และกองทัพเซิร์กปะทะกันราวกับเป็นใบไม้ที่ปลิว ว่อนในพายุ พื้นผิวของดาวเคราะห์ถูกกวาดล้างด้วยอาวุธหนักของยานรบ แต่พวกเซิ ร์กผุดออกจากผืนดินเรื่อยๆ กองกําลังหลักของกองทัพมนุษย์และกองกําลังพิเศษที่ ออกปฏิบัติภารกิจเข้าโจมตีเซิร์กจากทิศทางต่างๆ โดยพยายามเต็มที่ในการระบุ ตําแหน่งราชินีเซิร์ก
ตอนนั้นเอง สัญญาณเตือนสีแดงก็กะพริบไปทั่วอวกาศ เสียงของ AEEIS ดู จริงจังกว่าปกติ “ผู้บัญชาการ กองทัพเซิร์กจํานวนมากกําลังมุ่งหน้ามายังยาน บัญชาการ” ฉินอี้รีบเลื่อนกล้องบนแผงควบคุม ไม่นานเขาก็เห็นกองทัพแมลงในอวกาศมืดมดิ เหตุการณ์นี้ดูคุ้นเคย
ฉินอี้เคยเลือกเส้นทางเดียวกับผู้บัญชาการคนก่อนในการรบจําลอง ตอนนี้
เหตุการณ์เดิมเกิดข้ึนอีกครั้ง รูปแบบการทําสงครามของมนุษย์และเซิร์กนั้นเหมือนกันมาก มนุษย์จําเป็นต้อง พึ่งพาระบบสื่อสารแอนซิเบิลและ AEEIS เพื่อให้คําสั่งของผู้บัญชาการสูงสุดเข้าถึงแต่ ละหน่วยได้รวดเร็วที่สุด และปฏิบัติตามคําสั่งให้เสร็จด้วยความรวดเร็วและมี ประสิทธิภาพที่สุด กองทัพเซิร์กมีจิตใต้สํานึกของรัง ราชินีเซิร์กสามารถสั่งการเซิร์ก ผ่านโทรจิตได้ หลักการคล้ายกันกับระบบสื่อสารแอนซิเบิล สเกลการรบใหญ่เกินไป ข้อมูลมีเยอะเกินไปและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ดังนั้น วิธีสั่งการแบบดั้งเดิมของมนุษย์จึงไม่เหมาะสําหรับการทําสงครามกับเซิร์ก ผู้ บัญชาการคอยสั่งการเพียงคนเดียว และปัญญาประดิษฐ์จะคอยแยกแยะคําสั่งและส่ง ตรงไปยังแนวหน้าของกองทัพ วิธีสั่งการแบบเรียลไทม์ผ่านระบบสื่อสารแอนซิเบิล กลายเป็นวิธีสั่งการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในกรณีนี้ การสังหารผู้บัญชาการของแต่ละฝ่ายคือทางเลือกที่ดีที่สุดสําหรับเซิร์ก
และมนุษย์ ถ้าเซิร์กจัดการผู้บัญชาการฝั่งมนุษย์ได้สําเร็จ AEEIS จะเข้าควบคุมการสั่งการ ทั้งหมดแทนจนกว่าจะแต่งตั้งผู้บัญชาการมนุษย์คนใหม่ ระหว่างช่วงเวลานั้นจะไม่มี การโจมตีทีเผลอหรือกลยุทธ์ที่แยบยลกว่า กลับกัน ถ้ามนุษย์ตัดหัวราชินีเซิร์กได้ สําเร็จ พวกเขาก็จะมีเวลาพักหายใจไปช่วงหน่ึงและเดินหน้ากวาดล้างเซิร์กจํานวนมาก ในวงกว้างได้ ดังนั้นฉินอี้จึงรู้ว่าตอนนี้ควรเลือกยังไง เขารีบเปลี่ยนมุมมองบนจอและสั่งการทุกยูนิต กองทหารแนวหน้าเร่งความเร็วโจมตีและบุกไปด้านบนสุดของรังเซิร์กแห่งใหม่ กองกําลังหลังดาวรั้งเซิร์กที่เหลือไว้ หลังจากใช้อาวุธส่วนใหญ่จนหมด ยานรบก็พุ่งใส่เ ซิร์กและระเบิดทําลายตัวเองเพื่อถ่วงเวลา… ฉินอี้เห็นคําขอกําลังเสริมจํานวนมากจากทีมอื่นๆ เขาไม่รู้จักคนเหล่านี้และไม่เคย
เห็นหมายเลขประจําตวัพวกนั้นเลยด้วยซ้ํา กลางอวกาศมืดมิดที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว บนพื้นผิวดาวเคราะห์และในรังแมลง เขา
เห็นเพียงคําขอกําลังเสริมกะพริบไม่หยุดราวกับดวงดาวส่องแสงนับไม่ถ้วน ศึกครั้งนี้แตกต่างจากการจําลองที่ผา่นมา แต่ก็ให้ความรู้สึกคุ้นเคย ฉินอี้ไม่รู้ว่าการปฏิบัติการนี้จะประสบความสําเร็จหรือไม่ เขาได้แต่ทําตามการ
ฝึกซ้อมที่ผ่านมาและเลือกตัวเลือกที่ตัวเองคิดว่าถูก
“ตายไป วิญญาณของฉันจะพบความสงบสุขบนฟ้าพร่างพราวน้ีไหมนะ” ไม่มีใครตอบคําถามของเขา มีเพียงเสียงเยียบเย็นของ AEEIS ดังขึ้น “ระวัง!
ยานบัญชาการกําลังถูกคุกคามหนัก เมื่อยานบัญชาการโดนทําลาย AEEIS จะเข้า ควบคุมทุกยูนิต ผู้บัญชาการ โปรดเตรียมการให้พร้อม!” ครั้งนี้ AEEIS ไม่ต้องเตือน ฉินอี้ก็เตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว เขาซูมเข้าเพื่อดูยานรบลําแล้วลําเล่าพุ่งเข้าสู่จุดที่แมลงรวมตัวกันหนาแน่น ก่อน ดอกไม้ไฟจะส่องประกายสว่างไสวในห้วงอวกาศมืดมิด เขารู้ว่าอีกไม่นาน ตัวเองก็จะ กลายเป็นดอกไมไ้ฟที่สุกสว่างที่สุด
“AEEIS ฉันจะเป็นผู้บัญชาการคนสุดท้ายรึเปล่า” ฉินอี้แปลกใจที่ AEEIS ไม่ตอบ หลังจากยานรบที่เหลือไม่กี่ลําเข้าใกล้ยานบัญชาการ ฉินอี้ก็กดปุ่มระเบิดสุดท้าย
จากนั้นก็หลับตาลงดว้ยความโล่งอก ที่น่าแปลกคือ เขาไม่รู้สึกอะไรมากนักแม้จะเป็นช่วงสุดทา้ยของชีวิต ราวกับว่าเขารอช่วงเวลานี้มานาน
เขาไม่รู้เลยว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ปฏิบัติการตัดหัวคร้ังนี้อาจจะประสบความสําเร็จกว่าครั้งที่แล้ว กองกําลังที่มีชีวิต อยู่ของเซิร์กได้รับความเสียหายหนัก และกองทัพมนุษย์เอาชนะด้วยกําลังพลที่มากก ว่า หรือปฏิบัติการตัดหัวครั้งนี้อาจเหมือนครั้งก่อนที่ช่วยให้มนุษย์มีเวลาได้พักหายใจ นิดหน่อย ทหารคนอื่นจะขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการและสั่งการแทนฉินอี้ เวียนซ้ําเป็นวังวน หรือสงครามครั้งนี้อาจลม้เหลวครั้งใหญ่จนมนุษยชาติล่มสลาย…
แต่ฉินอี้ไม่มีทางรู้เลย เขาได้แค่ทําทุกอย่างและเสี่ยงชีวิตเพื่อพยายามคว้าชัยชนะ
มาให้ได้มากที่สุด แสงจ้าสว่างวาบขึ้น จุดที่ฉินอี้อยู่ขาวโพลน จากนั้นก็กลายเป็นความมืดไร้ที่สิ้นสุด ฉินอี้หลับตารอความตาย แต่หลังสัมผัสได้ถึงความเย็นอยู่สองวินาที ก็พบว่า
ตัวเองยังมีชีวิตอยู่
ตอนนั้นเอง แสงรอบกายก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง กองทัพแมลงและมนุษย์หายวับไป
ทุกอย่างกลับคืนสู่ห้วงอวกาศอันเงียบสงบที่เต็มไปด้วยดวงดาวก่อนเร่ิมศึก เสียงของ AEEIS ดังขึ้น “น่าเสียดายที่ผู้บัญชาการไม่ผ่านภารกิจทดสอบสุดท้าย
“มองในแง่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จําลองขึ้นมาหมด ไม่มีใครตาย
“มองในแง่ร้าย โอกาสชนะศึกตัดสินระหว่างมนุษย์และเซิร์กคือศูนย์
“แม้ในกรณีที่ดีที่สุด ผู้บัญชาการก็จะตายพร้อมราชินีเซิร์ก จากนั้นก็จะมีการ เลือกผู้บัญชาการคนใหม่ขึ้นมาเตรียมพร้อมสําหรับศึกชี้ชะตาครั้งต่อไป
“แต่ศึกต่อๆ ไปจะยิ่งยากขึ้น เพราะการมีอยู่ของจิตสํานึกในหมู่เซิร์ก ระดับ สติปัญญาของราชินีเซิร์กจะเพิ่มขึ้นเร่ือยๆ และความสามารถในการเสริมกําลังรบของเ ซิร์กก็สูงกว่ามนุษย์
“ถ้าเราตัดสินผลไม่ได้ในศึกนี้ มนุษยชาติอาจโดนกวาดล้างในสงครามระหว่างเซิ ร์กอันยืดเยื้อยาวนาน” ดวงตาของฉินอี้ว่างเปล่า เขาไม่รู้จะตอบโต้ยังไง เขาเตรียมใจตายเรียบร้อยแล้ว เขาทําดีที่สุดแล้วและคิดว่าได้เลือกตัวเลือกที่ดี
ที่สุดจากข้อมูลในสนามรบที่ไดจ้าก AEEIS ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมายังไง ในเมื่อเขาตายไปแล้ว ก็ไม่จําเป็นต้องแบกรับความ
รับผิดชอบ เขาจะได้หลุดพ้นจากภารกิจหนักอึ้งนี้สักที แต่ AEEIS กลับบอกเขาว่าทุกอย่างจําลองขึ้นหมด เขาไม่ได้ตาย สงครามไม่ได้ เกิดขึ้นจริง!
หมายความว่าผู้บัญชาการยังคงเป็นฉินอี้เหมือนเดิมและเขาต้องรับผิดชอบต่อ
ความพ่ายแพใ้นสงครามนี้ หลังเงียบไปครู่ใหญ่ ฉินอี้ก็ถามขึ้น “สถานการณ์หลังสงครามเป็นยังไง” ภาพการรบปรากฏขึ้นอีกครั้ง เป็นฉากการรบหลังฉินอี้ ‘ตาย’ แผนที่เขาทิ้งไว้ ‘ก่อนตาย’ ไม่ได้ผล กองกําลังแนวหน้าต้องเผชิญหน้ากับ กองทัพแมลงและไม่สามารถไปถึงตําแหน่งที่ระบุได้ กองยานสกัดฝูงแมลงไว้ได้ แต่ ทีมปฏิบัติภารกิจตัดหัวในส่วนลึกของรังใหม่โดนล้างบางหมด ไม่มีใครเหลือรอด… สุดท้าย กองยานมนุษย์ที่เหลืออยู่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหนีกลับห้วงอวกาศ พร่างพราวอันกว้างใหญ่อย่างลนลาน ฐานที่มั่นและกองทัพมนุษย์บนดาวโดนกวาด ล้างหมด พวกเซิร์กเข้ายึดดาวเป็นฐานเพื่อเตรียมทุ่มโจมตมีนุษยชาติเต็มกําลัง… หลังจากความล้มเหลวในศึกครั้งนี้ ความหวังของมนุษยชาติในการโค่นเซิร์กก็
หายวับไป AEEIS จึงบอกว่าโอกาสชนะศึกตัดสินระหว่างมนุษย์กับเซิร์กคือศูนย์ ฉินอี้หลับตาพร้อมกับสูดหายใจลึก ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็พูดขึ้น “เริ่มใหม่” ภาพรอบกายถอยกลับอย่างรวดเร็ว การรบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เล่นย้อนกลับอยู่
เบื้องหน้าฉินอี้
เขาตรวจสอบทุกการตัดสินใจอีกครั้ง ฉากเหตุการณ์ต่างๆ หยุด ย้อนกลับ และ
เล่นช้าลงสลับไปมาไมห่ยุด…
แต่ไม่ว่าจะเค้นหัววิเคราะห์และเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ยังไง ก็ไม่สามารถเปลี่ยน
ความจริงที่ว่าศึกตัดสินนั้นตอ้งพบกับความล้มเหลว ฉินอี้แทบทนต่อไปไม่ไหว รอยคล้ําใต้ตาหนักขึ้น จิตใจย่ําแย่ลงเรื่อยๆ เขาอาศัย ความศรัทธาในการไปต่อ แต่ไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์ไหน ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือความ ล้มเหลวอยู่ดี สําหรับเขาแล้ว สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดไม่ใช่ความตาย แต่เป็นชะตากรรมของ
มนุษย์ที่ต้องแบกไว้บนบ่า ซึ่งชะตากรรมนี้คือความตาย เขาไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ ไม่รู้ด้วยว่าที่อดทนทําอยู่นี้มีความหมายอะไรรึ เปล่า ความรู้สึกนี้เหมือนเขาถูกทรมานโดยมองไม่เห็นอนาคต แม้แต่ทหารอย่างฉินอี้ที่ เคยเห็นความเป็นความตายต่อหน้าก็ยังไม่สามารถทานทนความกดดันมหาศาลและ ความสิ้นหวังนี้ได้ไหว…
…
ลู่จือเหยารู้สึกกดดันมากหลังได้อ่านบท เนื้อเรื่องส่วนที่ผ่านมาเต็มไปด้วยเหตุการณ์หักมุม อารมณ์ของฉินอี้เปลี่ยนไปมา อย่างเห็นได้ชัดอยู่หลายครั้ง ลู่จือเหยาพยายามวิเคราะห์อยู่ทุกวันเพื่อที่จะแสดงความ แตกต่างทางอารมณ์เหล่านี้ออกมาให้ได้ ในที่สุดเขาก็วิเคราะห์ได้จนเกือบหมด ตอนแรก ลู่จือเหยาคิดว่าเนื้อเรื่องส่วนต่อไปน่าจะเป็นศึกครั้งสุดท้าย ฉินอี้จะสละ ชีพตัวเองเพื่อจัดการเซิร์ก จากนั้นก็จะมีฉากเร้าอารมณ์นิดหน่อยเพื่อรําลึกถึงทหารที่ เสียชีวิต ก่อนเรื่องราวจะจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ สุดท้าย เขาไม่คิดเลยว่าความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาจะศูนย์เปล่า สุดท้าย AEEIS ก็สรุปว่าอัตราชนะศึกคือศูนย์ ไม่ว่าฉินอี้จะพยายามหนักขนาดไหนและศึกที่ ผ่านมาจะราบรื่นเพียงใด จากรูปแบบการทําศึกในตอนนี้ ยังไงผลลัพธ์ของการต่อสู้ก็ มีแค่ความล้มเหลว ในเนื้อเรื่อง อารมณ์ของฉินอี้เปลี่ยนไปมาก แตกต่างจากที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง พอรู้ว่าศึกตัดสินใกล้เข้ามา ฉินอี้ก็มีท่าทีสงบมากๆ เพราะเตรียมใจไว้พร้อมแล้ว แต่พอได้รู้ว่าตัวเองยังไม่ตาย ทุกอย่างเป็นแค่การประมวลผลของปัญญาประดิษฐ์ ฉิน อี้ก็ไม่ได้รู้สึกโล่งใจเท่าไหร่นักกับการรอดตายจากหายนะครั้งนี้ เขากลับรู้สึกผิดหวัง เล็กน้อยเพราะตอนแรกคิดว่าภารกิจของตัวเองเสร็จสิ้นแล้ว แต่ตอนนี้มาพบว่าทุก อย่างยังไม่ทันเริ่มด้วยซ้ํา หลังจากเล่นซ้ําและพยายามอยู่หลายหน ฉินอี้ก็ตระหนักว่าไม่ว่าจะพยายามยังไง ก็ไม่ชนะ เขาต้องยอมรับชะตากรรมการสูญพันธุ์ของมนุษย์ที่ใกล้เข้ามาเพียงลําพัง แม้แต่นักรบที่มีคุณสมบัติทางจิตใจที่แข็งแกร่งอย่างฉินอี้ยังแบกรับไม่ไหวจนจิตใจ แทบพังทลาย
ลู่จือเหยารู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของฉินอี้รอบนี้ยังคงเป็นการทดสอบ ทักษะการแสดงของตัวเอง เขาอาจจะต้องต่อบทกับเครื่องทะเลาะอัจฉริยะอีกสามร้อย รอบหลังกลับไปถึงโรงแรม