ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 832 บอสจอมปลอมกับบอสที่แทจ้ริง
ฉีเหยียนรู้สึกผสมปนเปหลังอ่านบทความจนจบ ตอนที่ได้อ่านบทความก่อนหน้า เธอคิดว่าการเปลี่ยนแปลงของสาวหน้านิ่งเป็น
เพราะความแตกต่างดา้นความสามารถระหว่างเมิ่งชั่งกับบอสเผย เมิ่งชั่งล้มเหลวเพราะให้ความสําคัญกับการตลาดมากกว่าตั้งใจทํางานหนัก ส่วน บอสเผยเคารพในพรสวรรค์และเป็นคนอยู่กับความเป็นจริงในทุกสิ่งที่ทํา บอสจึง ประสบความสําเร็จครั้งแล้วครั้งเล่า พูดอีกอย่างคือ ฉีเหยียนคิดมาตลอดว่าปัญหาของเมิ่งชั่งอยู่ที่ความสามารถ ไม่ใช่
ทัศนคติ แต่หลังจากได้อ่านบทความนี้ ฉีเหยียนก็ตระหนักว่าเมิ่งชั่งไม่เคยวางแผนพัฒนา
สาวหน้านิ่งให้รุ่งเรือง
เมิ่งชั่งพูดสิ่งสวยหรูมากมาย แต่ก็เป็นแค่ลมปาก เขาแค่อยากขายบริษัทให้ได้
ราคาดี ไม่ได้ตั้งใจจะทําตามที่พูดเลยแม้แต่นอ้ย ถ้าบอสเผยไม่เข้ามาขัดขวางไว้ สาวหน้านิ่งจะเป็นยังไง เมิ่งชั่งอาจจะถอนเงินออกจากตลาดได้สําเร็จ ได้กลับไปทั้งชื่อเสียงและเงินทอง สาวหน้านิ่งจะถูกขายต่อให้องค์กรใหญ่ๆ อย่างฉวนหมินรีวิว ก่อนจะถูกปิดตัวเพราะ ขาดทุนหนัก พนักงานทํางานให้เมิ่งชั่งได้แค่ไม่กี่เดือน ก่อนจะต้องออกจากสาวหน้านิ่ง เพื่อไปหางานใหม่อย่างไม่มีทางเลือก…
แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเพราะการกระทาํที่เด็ดขาดของบอสเผย!
ความล้มเหลวของสาวหน้านิ่งเป็นความผิดของเมิ่งชั่งทั้งหมด พอบอสเผยซื้อ
กิจการต่อ สาวหน้านิ่งก็มีอนาคตที่สดใสขึ้น!
คิดได้แบบนั้น ฉีเหยียนก็แชร์บทความสาวหน้านิ่งลงกลุ่มแชตที่ทํางาน จากนั้นก็
ยืนขึ้นแล้วปรบมอืเบาๆ เพื่อดึงความสนใจจากทุกคน
“ช่วยวางงานในมือสักครู่แล้วฟังดิฉันด้วยคะ่
“ดิฉันรู้ว่าที่ผ่านมาบริษัทของเราเกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย หลายคนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นและควรจะทํายังไงต่อไป บางคนรู้สึกสับสนเกี่ยวกับอนาคตของบริษัท
“ขอให้ทุกคนสละเวลามาอ่านบทความสามบทความของผู้เขียนคนนี้ ดิฉันเชื่อว่า ทุกคนจะได้คําตอบ” เหล่าพนักงานสาวหน้านิ่งยังดูงุนงง พวกเขาไม่เข้าใจว่าบทความพวกนี้ที่ฉีเหยียน
ส่งมามีอะไร แต่ก็เปิดอ่านอย่างวา่ง่าย ฉีเหยียนรู้ดีว่าพนักงานของสาวหน้านิ่งยังตกอยู่ในสภาพ ‘ฝันสลาย’ อยู่ เมิ่งชั่งเก่งเรื่องวาดภาพฝันและฉีดยาพนักงาน ก่อนหน้านี้พนักงานทุกคนคิดว่า บริษัทกําลังไปได้สวย สภาพการทํางานก็ดีเยี่ยมทุกอย่าง แต่พอสาวหน้านิ่งมีปัญหา เ มิ่งชั่งก็เปิดตูดเผ่นแน่บ พนักงานทุกคนรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง พวกเขาจึงกลับมา กระตือรือรน้เท่าเมื่อก่อนไม่ได้ ดังนั้นฉีเหยียนจึงรู้สึกว่าสภาพจิตใจของทุกคนต้องผ่านการ ‘ทุบทิ้งแล้ว
สร้างใหม่’ เหมือนกัน เมิ่งชั่งเป็นบอสคนก่อนของสาวหน้านิ่งก็จริง แต่ตอนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไร กันแล้ว ต้องปฏิเสธปรัชญาการบริหารจัดการของเมิ่งชั่งให้ได้ เธอถึงจะรวมความคิด ทุกคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและชุบชีวิตสาวหน้านิ่งขึ้นมาใหม่ได้ บทความทั้งสามเผยธาตุแท้ของสาวหน้านิ่งโดยตรง ข้อมูลต่างๆ ละเอียดและ
เข้าใจได้ง่าย สามารถนํามาใช้เป็น ‘แบบเรียน’ ได้
จะว่าไปก็ถือว่าแปลกอยู่หน่อยๆ ที่พนักงานของสาวหน้านิ่งต้องอ่านบทความของ คนนอกเพ่ือให้เข้าใจสถานการณ์ของบริษัทตัวเอง แต่ก็ถือว่าเข้าใจได้ เพราะพนักงาน หลายคน รวมถึงฉีเหยียนเองโดนเม่ิงชั่งปิดหูปิดตามาตลอด ถึงจะเป็น ‘พนักงานภายใน’ แต่เมิ่งชั่งปฏิบัติกับฉีเหยียนและคนอื่นๆ เหมือน
เป็นพวกเดียวกันซะที่ไหน สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนจากงุนงงเป็นสับสน ก่อนจะกลายเป็นตกใจและโกรธ ปิด
ท้ายด้วยโล่งใจ จริงๆ แล้วพนักงานเก่าหลายคนยังติดอยู่ในภาพลวงตาที่เมิ่งช่ังสร้างไว้ เพราะเมิ่งชั่งเป็นคนใจป้า วาดฝันเก่ง และเปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ ในใจของ หลายๆ คน เขาคือบอสที่สมบูรณ์แบบ กระทั่งตอนที่สาวหน้านิ่งกําลังจะล้มละลาย พนักงานหลายคนก็ยงัเชื่อสุดใจว่าเมิ่งชั่งจะพาบริษทักลับมาตั้งหลักใหม่ได้ แต่หลังจากได้อ่านบทความทั้งสาม ภาพลักษณ์ของเมิ่งชั่งในใจพวกเขาก็พังทลาย
ทันที บอสผู้แสนสมบูรณ์แบบอะไรกัน นี่มันไอ้คนปลอมเปลือกชัดๆ!
ทําไมเมิ่งชั่งถึงใจป้าและดีกับพนักงานขนาดนี้ เพราะเขามีจุดประสงค์แอบแฝงใน การบริหารสาวหน้านิ่งมาตั้งนานแล้ว เขาแค่อยากทําเงินก้อนแล้วรีบชิ่ง ในเมื่อต้องการ ทําเงินให้ได้เร็วๆ เขาก็ต้องดีกับพนักงานเพราะต้องใช้ประโยชน์! แต่ถึงจะโกรธ หลายคนก็รู้สึกวา่โชคดีมาก โชคดีที่บอสเผยเข้ามาขัดขวางและทาํให้แผนของเมิ่งชั่งล้มเหลว!
พอสาวหน้านิ่งเปลี่ยนมาอยู่ในมือบอสเผย บอสเผยก็แก้ไขปัญหาที่เมิ่งชั่งทิ้งไว้ ครั้งใหญ่ แบบนี้ก็ควรดีใจที่สาวหน้านิ่งส่งบอสจอมปลอมทิ้งไปและอ้าแขนต้อนรับ บอสที่สมบูรณ์แบบจริงๆ
ทุกคนรู้สกึว่าจากนี้เป็นต้นไป สาวหน้านิ่งจะเปลี่ยนไป ฉีเหยียนพึงพอใจมากเมื่อเห็นปฏิกิริยาของทุกคน เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ไม่ได้โง่ เกินกว่าที่จะเป็นพนักงานสาวหน้านิ่ง บางอย่างไม่จําเป็นต้องพูดลงรายละเอียด พวก เขาก็สามารถเข้าใจได้อย่างรวดเรว็ ฉีเหยียนพูดกับทุกคน “ดิฉันรู้ว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นทําให้ทุกคนสับสน สถานการณ์ งานของทุกคนในตอนนี้ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดิฉันเองก็เหมือนกัน ดิฉันไม่แน่ใจเลยว่า อนาคตจะเป็นยังไง
“แต่บอสเผยชี้ทางสําหรับพัฒนาต่อให้สาวหน้านิ่งแล้ว แถมยังต่างจากภาพฝันที่เ มิ่งชั่งวาดไว้ ทิศทางการพัฒนาของบอสเผยนั้นยึดอยู่กับความเป็นจริง!
“ดิฉันจะอธิบายเรื่องรับเจ้าของร้านข้างทางที่มีความสามารถโดดเด่นมาเป็นที่ ปรึกษาด้านอาหารให้ทุกคนฟังคร่าวๆ ช่วยตั้งใจฟังกันด้วย ดิฉันหวังว่าจะได้รับความ ร่วมมือจากทุกคนตอ่ไปในอนาคต…” ฉีเหยียนใช้โอกาสนี้อธิบายแผนงานของเธอโดยละเอียด ทุกคนฟังอย่างตั้งใจ บางคนออกความเห็นและมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น พวกเขารู้สึกว่าชะตากรรมของสาวหน้านิ่งเปลี่ยนไปแล้ว!
…
…
เช้าวันพุธที่ 18 มกราคม เมิ่งชั่งย่างเท้าสู่ดนิแดนจิงโจวอีกครั้งด้วยความรู้สึกผสมปนเป ครั้งที่ผ่านๆ มา เขาทั้งผ่อนคลายและมั่นใจ สูทรีดมาเรียบกริบ ไร้รอยยับ หนวด
ตัดแต่งมาอย่างพิถีพถิัน แผ่นรัศมีความมั่นใจไปทุกที่
แต่ครั้งนี้เสื้อผ้าของเขายบัยู่ยี่ บนแก้มมีตอหนวด หน้าตาดูซีดเซียว ตลอดช่วงเวลาหลังจากสาวหน้านิ่งล้มละลาย เขาคิดหาสารพัดวิธีและติดต่อนัก ลงทุนและบริษัทใหญ่ไปหลายราย แต่ทุกคนก็ปฏิเสธหมด ความอบอุ่นและเย็นชาของ ผู้คนสะท้อนให้เห็นอย่างชดัเจน ตอนที่สาวหน้านิ่งกําลังอยู่ในจุดสูงสุด ไม่ว่าจะไปที่ไหน เมิ่งชั่งจะเป็นแขกผู้มี เกียรติเสมอ นักลงทุนและเจ้าของบริษัทต่างปฏิบัติกับเขาอย่างสุภาพมาก ตอนนี้กลับ ไม่สนใจไยดี สั่งให้เลขามาบอกปฏิเสธแทน สุดท้ายเมิ่งชั่งก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับสภาพปัจจุบันหลังจากดิ้นรนมา
อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เขาไปต่อไม่รอดแล้ว แน่นอนว่าความสามารถของเมิ่งชั่งยังติดอยู่กับตัว หางานทั่วไปทําได้ไม่มีปัญหา แต่ด้วยนิสัยของตัวเอง เมิ่งชั่งไม่ยอมทํางานทั่วไปแน่ ยิ่งต้องทํางานหลังขดหลัง
แข็งเป็นสิบๆ ปีเพื่อจ่ายหนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ดังนั้นเขาจึงหดหู่สุดๆ เมื่ออยู่ตรงกลางระหว่างอุดมคติและความเป็นจริง เมิ่งชั่งไม่มีบ้านในชื่อตวัเอง แต่รถคันโปรดโดนยึดไป บัตรเครดิตถูกอายัด เขาอาศัยอยู่บ้านที่เช่าอยู่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า สุดท้ายก็ต้อง
ไปยืมเงินเพื่อนและย้ายไปอยู่ห้องใต้ดินช่ัวคราว แต่สิ่งที่กระทบจติใจเมิ่งชั่งมากที่สุดคือบทความที่เป็นกระแสอยู่ เมิ่งชั่งที่ไม่มีงานทําและไม่มีที่ให้ไปหมกตัวอยู่ในห้องใต้ดินในปักกิ่ง ไม่ได้ทํา
อะไรทั้งวัน ระหว่างที่ท่องอินเทอร์เน็ตอยู่ก็ไปพบบทความทั้งสามเข้า เขาอดรู้สึกทึ่งขึ้นมาไม่ได้หลังจากอ่านจนจบ บทความเขียนออกมาได้ดีมาก อ่าน
แล้วกระแทกใจทีเดียว
ทุกอย่างที่เขาทําผ่านการคํานวณของบอสเผยหมดแล้ว กลายเป็นว่าจุดจบในวันนี้ ถูกกําหนดไว้ตั้งแต่ตอนที่รับเงินก้อนแรกจากบริษัทลงทุนหยวนเมิ่ง แถมเขายังไม่รู้ เรื่องอะไรเลยจนจังหวะสุดท้าย เขาไม่ได้แพ้แค่เรื่องสติปัญญา แต่ยังแพ้ด้านมุมมองและวิสัยทัศน์ด้วย เมิ่งชั่งมาจิงโจววันนี้เพื่อคยุเรื่องงานและเงินเดือนกับบอสเผย เขาอยากล้างหน้ีให้เร็วที่สุด เพราะไม่อยากสูญเสียเวลาในชีวิตด้วยการกินบะหมี่ กึ่งสําเร็จรูปและอยู่ในห้องที่แสงแดดส่องไม่ถึง รวมถึงขึ้นรถสาธารณะเดินทางไปไหน มาไหน
เขาไม่อยากทํางานทั่วไป แต่ก็หางานที่ได้เงินเยอะๆ ไม่ได้ เลยต้องแวะมาคุยกับ
บอสเผยเพื่อเสี่ยงดวงดู ถ้าเป็นเมิ่งชั่งผู้หยิ่งยโสในอดีต เขาคงไม่มีทางมาเหยียบจิงโจวแน่
เห็นได้ชัดว่าบอสเผยวางแผนเอาไว้แล้ว ทํางานภายใต้บอสเผยจะไปมีอะไรดี
บอสเผยอาจเล่นสนุกกับเขาเหมือนเป็นตัวตลก!
แต่เมิ่งชั่งในตอนนี้ไม่มีความเหย่อยิ่งและความมุ่งมั่นเหมือนตอนนั้นอีก เขาอยาก ย้ายออกจากห้องใต้ดินในปักกิ่งให้เร็วที่สุด อยากเปลี่ยนมานอนห้องนอนใหญ่ กว้างขวาง มองออกไปเห็นแสงอาทิตย์ อยากกินอาหารอย่างอื่นที่ไม่ใช่บะหมี่กึ่ง สําเร็จรูป อยากทําเงินได้เยอะๆ และปลดหนี้ให้เร็วที่สุด เรื่องที่ว่าทํางานภายใต้บอสเผยจะทุกข์ทรมานไหม… นั่นไม่ใช่สิ่งสําคัญอีกแล้ว คิดได้แบบนั้น เมิ่งชั่งก็มุ่งหน้าไปบริษัทลงทุนหยวนเมิ่ง