ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 831 กลยุทธ์จับเจ็ดครั้งแล้วปล่อยเจ็ดครั้งของบอสเผย
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 831 กลยุทธ์จับเจ็ดครั้งแล้วปล่อยเจ็ดครั้งของบอสเผย
“สิ่งที่เมิ่งชั่งไม่คาดคิดคืออุบายตื้นๆ ของเขาไม่สามารถเล็ดลอดจากสายตาบอส เผยไปได้
“ในงานโชว์เคสที่รวมนักลงทุนมากหน้าหลายตา บอสหม่าจากเถิงต๋าถามสอง คําถามที่ทําเอาสะท้านไปถึงทรวง บะหมี่เย็นย่างอร่อยไหม และ ‘การผนวกหลายมิติ’ หมายความว่ายังไง
“คําถามนี้จี้เข้าที่จุดอ่อนของเมิ่งชั่ง เท่ากับเป็นการชี้ให้เห็นถึงอันตรายแฝง ร้ายแรงสองอย่างของสาวหน้านิ่งต่อหน้านักลงทุนทุกคน ซึ่งก็คือ รสชาติที่แย่และ การตลาดที่เกินจริง
“ชัดเจนว่าการส่งต่อข้อความจากบอสเผยของบอสหม่ามีจุดประสงค์อยู่สองอย่าง อย่างแรกคือย้ํานักลงทุนคนอื่นๆ ถึงความเสี่ยงของสาวหน้านิ่ง อย่างที่สองคือเตือนเ มิ่งชั่งว่าสาวหน้านิ่งในตอนนี้มีรากฐานไม่มั่งคงและต้องล้มเหลวแน่ ตอนนี้ยังไม่สายที่ จะเปลี่ยนใจ
“น่าเสียดายที่เมิ่งช่ังผู้หลงระเริงไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของการเตือนครั้งนี้ เขายังคงดื้อรั้นเล่นตามบทที่วางไว้ตอ่
“แต่เมิ่งชั่งไม่รู้เลยว่าเขาไม่ได้กําลังเล่นตามบทที่ตัวเองวางไว้ แต่เป็นบทที่บอส เผยเตรียมไวใ้ห้ต่างหาก
“คําถามของบอสเผยในงานแถลงข่าวต่อยหน้าเมิ่งชั่งเข้าอย่างจัง เขาได้แต่ใช้เงิน ทั้งหมดไปลงกับร้านสาวหน้านิ่งพร้อมกับใช้การตลาด กระแสนิยม และรายงาน การเงินอันสวยหรูเพื่อแลกมาซึ่งความเชื่อมั่นของนักลงทุน “แต่กระกวนการก็ไม่ได้ราบรื่นเพราะตะปูที่บอสหม่าตอกไว้ในงานแถลงข่าวยังฝัง อยู่ในใจนักลงทุน เงินลงทุนที่เมิ่งชั่งได้รับมาพร้อมเงื่อนไขสุดโหดอย่าง ข้อตกลงการ พนันและข้อตกลงการซื้อคืน ซึ่งเมิ่งชั่งไม่มีอํานาจในการต่อรองกับนักลงทุนมากพอ
“ในขณะนั้น เมิ่งชั่งตกอยู่ในสภาพคิดไม่ตก เขารู้ว่าสาวหน้านิ่งยังห่างไกลกับ ภาพที่วาดไว้ ถ้าไม่รับเงินมาตอนนี้ ต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน
“ยังไม่สายเกินไปที่เม่ิงชั่งจะยอมแพ้ตอนนี้
“แต่บอสเผยก็ยื่นมือเข้ามาช่วยอีกครั้งด้วยเงินลงทุนหกล้านหยวน ทําให้เมิ่งชั่งมี อํานาจพอที่จะต่อรองกับนักลงทุนคนอื่นๆ ความเชื่อมั่นของเขากลับมาเต็มเปี่ยมอีก ครั้ง
“แต่ถ้ามองย้อนกลับไป การเคลื่อนไหวของบอสเผยถือว่าเป็น ‘กลยุทธ์แสร้ง ปล่อยเพื่อจับ’ ถ้าไม่ได้เงินลงทุนก้อนนี้ จุดจบของสาวหน้านิ่งจะมาถึงไวมากและจะ หายไปอย่างไร้ร่อรอย ธุรกิจของเมิ่งชั่งจะเจ๊งแต่ก็ไม่มีหนี้ สองล้านหยวนที่บอสเผย ลงทุนไปในตอนแรกจะเสียเปล่า
“แต่กลายเป็นว่าเงินของบอสเผยเหมือนจะไดม้าง่าย แต่จริงๆ แล้วไม่ง่ายเลย
“เมิ่งชั่งที่อัดแน่นไปด้วยความมั่นใจปล่อยแคมเปญการตลาดครั้งยิ่งใหญ่ จัด หนักจัดเต็มยิ่งกว่าเดิม การแสดงจุดยืนที่เข้มแข็งทําให้นักลงทุนที่กําลังนึกลังเล หวั่นไหว พวกเขากลัวว่าจะพลาดขึ้นรถไฟขบวนสาวหน้านิ่ง จึงเริ่มพิจารณาตัดเงื่อนไข สุดโหดออก ทัศนคติของทั้งสองฝ่ายเริ่มพลิกกลับ
“เมิ่งชั่งรู้สึกว่าเขาอยู่ห่างจากเป้าหมายแค่ก้าวเดียว เป้าหมายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ดังนั้นเขาจึงเดินทางไปจิงโจวพร้อมกับรายงานทางการเงินที่เตรียมมาอย่างพิถีพิถัน หมายมั่นจะรับเงินลงทุนก้อนสุดทา้ยจากบอสเผยกลับไป
“แค่ได้เงินก้อนนี้มา นักลงทุนคนอื่นๆ ต้องรีบลงทุนตามแน่ มูลค่าสาวหน้านิ่งจะ พุ่งแตะจุดสูงสุดใหม่ เมิ่งชั่งจะมีทางเลือกมากขึ้น เช่น ขายต่อให้ฉวนหมินรีวิวหรือ ยักษ์ใหญ่ในวงการอาหารและเครื่องดื่มเพื่อถอนตัวออกมา
“แต่พอเห็นรายงานการเงินของเมิ่งชั่ง บอสเผยก็ได้แต่ยิ้มย่อง ก่อนจะขายหุ้น ของสาวหน้านิ่งทั้งหมดที่มีอยู่ทิ้งโดยไม่ให้เมิ่งชั่งตั้งตัว แถมยังขายในราคาถูก ทําให้ มูลค่าสาวหน้านิ่งตกฮวบ!
“เมิ่งชั่งเหลืออีกแค่ก้าวเดียวแท้ๆ แต่ก้าวนั้นกลับห่างกันราวฟ้ากับเหว
“หลังจากนั้นการกระทําของเมิ่งชั่งก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบอสเผยโดย สมบูรณ์ พอเห็นว่าสาวหน้านิ่งจวนจะเจ๊ง บอสเผยก็ลงทุนสองล้านหยวนเพื่อดึงมูลค่า ขึ้น เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ของสาวหน้านิ่งเริ่มดีขึ้น บอสเผยก็ขายหุ้นทั้งหมดทิ้งอีก รอบ
“เมิ่งชั่งตกสู่กับดักนักพนัน บนโต๊ะมีชิปพนันกองพะเนินอยู่ เขายังไม่อยากยอม แพ้ตอนนี้ เพราะถ้ายอมแพ้ ความพยายามทั้งหมดก็สูญเปล่า เหมือนเห็นแสงแห่งชัย ชนะอยู่ตรงหน้า แต่กลับอยู่ห่างออกไปไกลโพ้น…
“บอสเผยช่วยจุดไฟความหวังอันริบหรี่ขึ้นมาก่อนจะทําลายทิ้งไม่มีช้ินดี เมิ่งชั่งที่มี สติมาตลอดคลายการระวังตัวลงในที่สุด หลังจากดิ้นรนอยู่นาน เขาก็รับเงินลงทุนที่มา พร้อมเงื่อนไขความรับผิดชอบ สุดท้ายสาวหน้านิ่งก็เจ๊งไม่เป็นท่า เมิ่งชั่งต้องแบกหนี้ หลายล้าน ไม่มีทางฟื้นคืนกลับมาได้
“เมื่อมองดูกระบวนการทั้งหมดของสาวหน้านิ่งตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงล้มละลาย ก็ไม่ ยากเลยที่จะพบว่าเป้าหมายของเม่ิงชั่งนั้นเหมือนเดิมมาตลอด เราเดาไม่ได้ว่าเขาคิด อะไรอยู่ แต่จากการกระทําของเขา ก็ชัดเจนว่าเขาไม่ได้อยากสร้างแบรนด์อาหาร ฟาสต์ฟู้ดเหมือนที่พูดไว้ ผู้เขียนสงสัยอยู่พอสมควรว่าจุดประสงค์ของเขาตั้งแต่ แรกเริ่มเลยคือปั่นมูลคา่แล้วขายเอาเงินออกมา “แต่เมิ่งชั่งใช้วิธีการนี้อย่างชํานาญมาก วาทศิลป์ของเขาเองก็ยอดเยี่ยม จึง สามารถหลอกตานักลงทุนได้สําเร็จ หรือไม่แน่นักลงทุนบางคนอาจจะรู้ว่าเมิ่งชั่งคิด อะไรอยู่ แต่ก็ยังลงทุนอยู่ดี พวกเขาแค่ลองวัดดวงดูเผื่อฟลุกและคิดว่าตัวเองคงไม่ใช่ คนสุดท้ายที่ถือหุ้นอยู่
“แต่เมิ่งชั่งก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เขาเป็นเหมือนลิงหัวดื้อที่คิดว่าตัวเองแปลงกายได้ เจ็ดสิบสองร่างและมีวิชาเนตรทองอัคคี จึงมุ่งหมายเดินทางต่อสู้หลายพันลี้เพื่อสร้าง ความปั่นป่วนก่อนจะหลบหนีไป แต่เขาไม่คิดเลยว่าบอสเผยจะจับตาดูอยู่ตลอด ไม่ว่า จะพยายามยังไง ก็หลุดรอดจากสายตาบอสเผยไมไ่ด้เลย!
“ชัดเจนว่าบอสเผยรู้เป้าหมายของเมิ่งช่ังดี แต่ก็ยังอดทนเล่นไปตามเกม
“บอสเผยเตือนเมิ่งชั่งทันทีที่ตระหนักถึงจุดประสงค์แอบแฝงของอีกฝ่าย ตอนที่เ มิ่งชั่งอยากจะออกจากเกมนี้ บอสเผยก็มอบความหวังให้ พอเมิ่งชั่งกําลังจะประสบ ความสําเร็จ บอสเผยก็ขายหุ้นทิ้งหมด ทําลายความหวังของเขาจนมลายสิ้น
“สุดท้ายเขาก็โดนขังในหุบเขาห้านิ้วเพื่อไม่ให้กลับมาสร้างความปั่นป่วนได้อีก
“บางคนอ่านแล้วอาจจะสงสัยว่าบอสเผยเกลียดชังเมิ่งชั่งเป็นการส่วนตัวรึเปล่า ถึงเมิ่งชั่งจะถูกสงสัยว่ากําลังโกงเงินบอสเผย แค่บอสเผยไม่ให้เงินเขาก็น่าจะไม่เป็นไร แล้วนี่ ทําไมต้องยอมลําบากลําบนขนาดนี้
“เพราะเหตุนี้แหละครับ บอสเผยถึงไม่เหมือนใคร” ฉีเหยียนอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าตามเมื่ออ่านถึงตรงนี้ ก่อนจะได้อ่านบทความนี้ เธอไม่รู้ว่าสาวหน้านิ่งมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับบอส เผย
ถึงฉีเหยียนจะดูแลด้านการตลาดของสาวหน้านิ่งมาตลอด แต่เธอก็ไม่ค่อยมี ประสบการณ์ด้านอื่น โดยพื้นฐานแล้วแค่ทํางานตามที่ได้รับมอบหมายจากเมิ่งชั่ง เท่านั้น ฉีเหยียนทํางานอย่างกระตือรือร้นเพราะเชื่อมั่นในภาพที่เมิ่งชั่งวาดไว้ เธอคิดว่าเ มิ่งชั่งจะเปลี่ยนสาวหน้านิ่งเป็นบริษัทฟาสต์ฟู้ดจีนชั้นนําและมอบอนาคตที่สดใสให้กับ พนักงานทุกคน
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะไร้เดียงสาเกินไป เห็นได้ชัดว่าเมิ่งชั่งไม่เคยคิดเรื่องอนาคตของสาวหน้านิ่งและพนักงาน เขาสนใจ
แค่ผลประโยชน์ของตัวเองมาตั้งแต่ต้นจนจบ บทความนี้อธิบายศึกชิงไหวชิงพริบระหว่างบอสเผยกับเมิ่งชั่งอย่างละเอียด ข้อมูล ดูน่าเชื่อถือมาก แต่คําถามที่สําคัญที่สุดก็ตามที่ผู้เขียนบอก ทําไมบอสเผยถึงลงมาเล่น กับเมิ่งชั่งทั้งๆ ที่ยุ่งมาก
การกระทําของบอสเผยเหมือนกลยุทธ์จับเจ็ดครั้งแล้วปล่อยเจ็ดครั้งในสามก๊ก บางทีเมิ่งชั่งเองก็อาจจะไม่เข้าใจว่าทําไมบอสเผยถึงมองเขาเป็นเป้าหมาย มีความเป็นไปได้สูงว่าเมิ่งชั่งกลายเป็นลิงที่ถูกกักขังในหุบเขาห้านิ้วจริงๆ เพราะ
บอสเผยไม่มีเวลาและไม่จําเป็นต้องกังวลเรื่องเงินหลายล้าน เมิ่งชั่งไม่ได้คิดจะกระโดดออกจากหุบเขาห้านิ้ว แต่อยากหาทางลอดผ่านช่องว่าง ระหว่างภูเขา โดยที่ไม่คาดคิดเลยว่าหุบเขาห้านิ้วของบอสเผยจะไม่สามารถผ่านออกไป ได้
ย่อหน้าสุดท้ายของบทความวิเคราะห์จุดประสงค์ของบอสเผยโดยละเอียด
“เรามาลองคิดกันดูว่า ถ้าบอสเผยไม่ให้เงินลงทุนเมิ่งชั่ง เขาจะล้มเลิกแผนของ ตัวเองไหม แน่นอนว่าไม่ “เมิ่งชั่งจะคิดแค่ว่ายังไม่ถึงเวลาและพักแผนทั้งหมดไว้ก่อน เขาจะสั่งสม ประสบการณ์และประวัติการทํางานรอโอกาสต่อไป เมื่อโอกาสนั้นมาถึง นักลงทุนคน ถัดไปจะมีปัญญาและความสามารถระดับบอสเผยรึเปล่าล่ะ ผมเกรงว่าคงไม่
“ถึงตอนนั้นแผนของเมิ่งชั่งก็จะสําเร็จ เขาจะถอนเงินออกจากตลาดได้และทิ้ง ความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง ได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทอง พร้อมตําแหน่งผู้ประกอบการยอด เยี่ยม
“ชัดเจนว่าบอสเผยไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เขาจึงสละเวลาจากตารางงานรัดตัวมา ตัดความเป็นไปไดน้ี้ทิ้ง
“ถ้าเจอสัตว์ร้ายบนท้องถนน คุณสามารถเลี่ยงและปกป้องตัวเองได้ แต่คุณก็ห้าม มันไม่ให้ไปทําร้ายผู้อื่นไม่ได้ การกระทําที่กล้าหาญคือกําราบมนัและจับใส่ตรวนไว้!
“บอสเผยยิงปืนนดัเดียวได้นกสามตัว
“หนึ่ง เขาทําให้เมิ่งชั่งกลายเป็นลูกหนี้ตามคําพิพากษาและเสียชื่อเสียง หลังสาว หน้านิ่งล้มละลาย เมิ่งชั่งก็ตั้งตัวใหม่ได้ยาก ซึ่งก็จะช่วยกันไม่ให้ไปทําร้ายคนอื่น
“สอง แก้ความโกลาหลและพาสาวหน้านิ่งไปในทางที่ถูก วางตัวอย่างให้ทุกคน ผ่านการเปรียบเทียบก่อนและหลัง ตอกย้ําชัดเจนว่าการดําเนินธุรกิจโดยหวังพึ่ง การตลาดนั้นเปล่าประโยชน์ กุญแจสําคัญคืออยู่กับความเป็นจริง
“สาม เป็นการเตือนผู้ประกอบการทุกคนที่มีจุดประสงค์แอบแฝง ต้องการโกงเงิน บริษัทลงทุนหยวนเมิ่งว่าตราบใดที่บริหารงานอย่างจริงจัง จะขาดทุนก็ไม่เป็นไร แต่ถ้า ไม่บริสุทธิ์ใจมาตั้งแต่ต้น คุณก็จะกลายเป็นเมิ่งชั่งคนต่อไป!
“จากเรื่องนี้ เราจะเห็นทัศนคติของบอสเผยที่มีต่อคนแบบเม่ิงชั่ง
“การกระทําทั้งหมดของเมิ่งชั่งอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต เขาไม่ได้ทําบัญชี เท็จ ไม่ได้เลี่ยงภาษี ทุกอย่างที่เขาทําอยู่ในกรอบกฎหมาย “ทุกคนอยากสับพวกต้มตุ๋นเป็นชิ้นๆ แต่ประเทศของเราปกครองด้วยกฎหมาย ต้องแยกแยะอารมณ์ เหตุผล และกฎหมายให้ชัดเจน ไม่มีใครบังคับใช้ความยุติธรรม แทนกฎหมายได้ เพราะถือเป็นการกระทําที่โอหังและทะนงตนเกินไป
“ถ้าเมิ่งชั่งฝ่าฝืนกฎหมาย ก็ย่อมต้องถูกลงโทษด้วยกฎหมาย แต่ปัญหาของเขา
เป็นเพียงเรื่องทางธุรกิจ ดังนั้นก็ต้องใช้วิธีแก้ทางธุรกิจเท่านั้นจงึจะเหมาะสมที่สุด
“ผมได้ยินมาว่าบอสเผยจะให้งานกับเมิ่งชั่งเมื่อเขาหมดหนทางไปต่อ แน่นอนว่า ไม่ได้เป็นเพราะความสงสาร แต่เป็นเพราะบอสเผยมีแผนอื่นเตรียมไว้
“ตอนนี้ผมกล้าคาดเดาอย่างกล้าหาญว่าบอสเผยจะใช้วิธีการทางธุรกิจทําให้เมิ่งชั่ง ต้องทุกข์ทรมาน เรื่องราวในตอนนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น
“เมิ่งชั่งจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต เขาจะรู้สึกเสียใจและยอมแพ้กับตัวเอง ไหม หรือจะกลับใจเมื่อเผชิญกับความยากลําบาก ชะตากรรมของเขาอยู่ในมือของ ตัวเอง”