ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 882 อุปกรณ์ระดับมืออาชีพสําหรับ ‘คอร์สสร้างแรงบันดาลใจ’
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 882 อุปกรณ์ระดับมืออาชีพสําหรับ ‘คอร์สสร้างแรงบันดาลใจ’
บทที่ 882 อุปกรณ์ระดับมืออาชีพสําหรับ ‘คอร์สสร้างแรงบันดาลใจ’
วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ หมิ่งจิ้งเชา เยว่จือโจว และทีม FV ออกเดินทางสู่สนามบินเซี่ยงไฮ้ พวกเขาจะบิน
ตรงไปลอสแอนเจลิสอีกครั้งเพื่อไปเที่ยวทริปพักร้อนชดเชย ทุกคนใช้เวลาช่วงที่ผ่านมาสะสางงานก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะหมิ่งจิ้งเชา เขาทําตามที่บอสเผยสั่งและบอกให้ทีมนักออกแบบเปลี่ยนฮี โร่เกม Mission & Choice ที่จะลงเกม GOG จากฉินอี้เป็น ‘นักรบสกายลาร์ก’ เขา เปลี่ยนตัวละครเฉพาะเป็นตัวละครประกอบกว้างๆ ส่วนเยว่จือโจวช่วยหวังเสี่ยวปนิคิดแบบร่างราวตากผ้าออกกําลังกายอัจฉริยะ โจวเผิงหย่วนเป็นโค้ชสโมสร DGE เขาเตรียมการฝึกซ้อมให้สมาชิก DGE ชุด ใหม่ก่อนออกเดินทาง การฝึกซ้อมประจําวันและการลงแรงก์ระดับสูงต้องทําต่อไป พอ กลับจากลอสแอนเจลิสเขาก็จะมาเช็กดูว่าสมาชิกคนไหนทําตามที่มอบหมายไว้ไม่เสร็จ และต้องฝึกซ้อมต่อ คนอื่นๆ ส่งงานต่อให้เพื่อนร่วมงานเพื่อให้มั่นใจว่าจะพักงานส่วนของตัวเองและ
ไปทริปพกัร้อนที่ลอสแอนเจลิสได้อย่างสบายใจ แน่นอนว่าสมาชิกสโมสร FV ไม่ได้มีงานอะไรให้ต้องส่งต่อ พวกเขายังคงสุขสม
กับตําแหน่งแชมป์ที่ได้มา ชื่อเสียงของสโมสร FV และสมาชิกทีมติดลมบนไปแล้ว ส่วนบอสสโมสรอย่างอู๋ เยว่ต้องเจรจาเรื่องสัญญาแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมและพูดคุยกับตัวแทนจากหลาย บริษัทจนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาหน่อยๆ เขาจึงคิดว่าจะใช้โอกาสนี้ไปเปลี่ยน บรรยากาศผ่อนคลายอารมณ์ที่ลอสแอนเจลิสสักหน่อย
พวกเขาออกจากจิงโจวอยา่งสุขใจและมุ่งหน้าไปยังเซี่ยงไฮ้ คนที่อารมณ์ขัดกับทุกคนในกลุ่มคือเปาซวี่ เขาเพิ่งใช้ทริปพักร้อนห้าวันที่ได้จากงานประชุมประจําปีเสร็จ กลับมาจิงโจวได้แค่
ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องแบกกระเป๋าเตรียมไปบินตอ่ ทุกคนพูดคุยกันเรื่องทริปสู่อเมริกาอย่างตื่นเต้นบนรถไฟความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่เซี่ ยงไฮ้ มีแค่เปาซวี่ที่นั่งคอตกอยู่กับที่และเหม่อมองภาพรถไฟความเร็วสูงออกตัวอย่าง รวดเร็วด้วยสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก
…
ขณะเดียวกัน ชุยเกิ่งเดินออกจากรถไฟความเร็วสูงในจิงโจวแล้วขึ้นแท็กซี่ตรงไป
เข้าคอร์สอบรมของเว็บจงเต่ียนจงเหวิน เขาถอนหายใจด้วยความรู้สึกเศร้าใจอย่างอธิบายไม่ได้เมื่อเห็นทิวทัศน์เมืองที่
คุ้นเคยด้านนอกหน้าต่าง
“ชีวิตของฉันจะเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจได้ยังไง” ชุยเกิ่งถามคําถามจ้ีใจ ตอนนี้เขามีทั้งหมดสามตัวตนซึ่งได้แก่ทายาทรุ่นสองของตระกูลร่ํารวย นักเขียน
ตัวท็อปของเว็บจงเตี่ยนจงเหวิน และผู้สังเกตการณ์พิเศษของเถิงต๋าคอร์เปอเรชัน ทั้งสามตัวตนมีลักษณะเหมือนกันอยู่หน่ึงอย่าง นั่นคือทําให้แรงจูงใจในการทุ่มเท ทํางานลดลงอย่างมาก พอทั้งสามตัวตนมาร่วมกันก็ทําให้เขาอยู่ในสภาพ ‘มีแรงฮึด เป็นพักๆ ใช้ชีวิตไปวันๆ และเฝ้ารอความตาย’ เมื่อไหร่ที่ในที่สุดก็มีแรงฮึดอยากตั้งใจทํางานขึ้นมา พอผ่านไปสองวันก็จะหมด
ไฟฮึด
ชุยเกิ่งไปๆ กลับๆ ระหว่างเมืองบ้านเกิดกับจิงโจว ไม่ใช่ว่าเขาใช้ชีวิตเหมือนนักธุรกิจ แต่หลักๆ เป็นเพราะรู้สึกว่าถ้าอยู่ใน สภาพแวดล้อมแบบเดิมนานเกินไปจะทําให้ขี้เกียจได้ง่าย การเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ช่วยให้มีแรงจูงใจในการทํางาน มีไฟได้สักสามนาทีก็ยังดกีว่าน้ํานิ่งสงบ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเล็กน้อย ที่ทําให้เร่ืองแย่ไปกว่านั้นคือเกมผีเสื้อปิดเรื่องไปสักพักใหญ่แล้ว ข่าวดีคือนิยายจบตามปกติและไม่ได้จบแย่ ถึงช่วงสุดท้ายจะเร่งเขียนแต่ก็ดันไป ถึงเกือบๆ สามล้านคําได้ ซึ่งก็มอบบทสรุปที่สร้างความพึงพอใจให้กับนักอ่านส่วน ใหญ่ นี่คือความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์ของชุยเกิ่ง นักอ่านที่โดนปล่อยลอยแพมา
ตลอดเองก็รู้สึกประทับใจ ข่าวร้ายคือแรงบันดาลใจท้ังหมดก่อนหน้านี้ใช้ไปหมดแล้ว เขาเขียนตอนเปิด นิยายเรื่องใหม่อยู่หลายครั้ง แต่พอลองย้อนอ่านดูก็รู้สึกไม่พอใจ ชุยเกิ่งเลยลบทิ้ง หมดและยังไม่ได้เขียนเรื่องใหม่จนถึงวันนี้ ชุยเกิ่งรู้สึกเหมือนจินตนาการของเขามาถึงจุดติดขัด ความกระตือรือร้นในการ
สร้างสรรค์ผลงานลดนอ้ยลงเรื่อยๆ แน่นอนว่านอกจากตัวตนทายาทรุ่นที่สองของตระกูลร่ํารวยกับนักเขียนเว็บโนเวล
แล้ว ชุยเกิ่งยังมีอีกตัวตนหนึ่งซึ่งกค็ือผู้สังเกตการณ์พิเศษของเถิงต๋าคอร์เปอเรชัน ตัวตนผู้สังเกตการณ์พิเศษทําให้เขารวบรวมข้อมูลได้มากมายในการเขียนเกม
ผีเสื้อ และยังได้ช่วยอู๋ปินจากแผนก HR เรียบเรียงเนื้อหาคู่มือจิตวิญญาณเถิงต๋า แต่ชุยเกิ่งรู้ดีว่าตัวเองเป็นแค่นักเขียนเว็บโนเวลธรรมดาๆ ไม่ได้เข้าใจเรื่องธุรกิจ หรือเรื่องการจัดการบริหาร ดังนั้นเขาจึงแค่แวะไปกิจการต่างๆ ของเถิงต๋าเป็นพักๆ เพื่อเก็บข้อมูล ไม่เคยให้คําแนะนําหรือทําอะไรที่กระทบกับงานของกิจการต่างๆ ของ เถิงต๋าในฐานะคนนอก ดังนั้นตัวตนของเขาในฐานะ ‘ผู้สังเกตการณ์พิเศษ’ จึงให้แค่สิทธิ์เข้าออกกิจการ
ต่างๆ ของเถิงต๋าได้ตามใจชอบ ชุยเกิ่งเข้าร่วมคอร์สของเว็บจงเตี่ยนจงเหวินมาได้พักใหญ่แล้ว แต่ก็คิดไอเดีย
อะไรไม่ออก นิยายเรื่องใหม่ยังไมม่ีวี่แววได้ผุดได้เกิด เขาจึงกลับบ้านช่วงเทศกาลตรุษจีนไปนอนอ่านนิยายทุกวัน ลืมนิยายเรื่องใหม่ไป
โดยสิ้นเชิง แต่สองสามวันหลังจบช่วงตรุษจีน ชุยเกิ่งก็ได้รับข่าวจากจูซิงอันว่าเว็บจงเตี่ยนจง
เหวินกําลังจะจัด ‘คอร์สสร้างแรงบันดาลใจ’ นอกจากนั้นอีกฝ่ายยังเชื้อเชิญชุยเกิ่งอย่างอบอุ่นและถามไถ่ว่าอยากเข้าระบบซื้อ ลิขสิทธิ์ไหม แถมยังบอกด้วยว่าบอสเผยใส่ใจเรื่องนี้มากและอยากให้ความสําคัญกับชุ ยเกิ่งก่อนเป็นลําดับต้นๆ ชุยเกิ่งรู้สึกไม่พอใจตอนได้ยินเร่ืองระบบซื้อลิขสิทธิ์ ฉันเป็นนักเขียนระดับท็อปที่ไม่ได้ให้ความสําคัญเรื่องเงิน เป้าหมายของฉันคือ
การเขียนนิยาย!
ตอนนี้อุตสาหกรรมเว็บโนเวลพัฒนามาได้ระดับหนึ่งแล้ว ระบบซื้อลิขสิทธิ์และ
แบ่งค่าตอบแทนก็ใช้มาได้สักพัก
เหล่านักเขียนได้ข้อสรุปกันไปนานแล้วว่า นอกจากนักเขียนจํานวนน้อยมากที่ใช้ ระบบซื้อลิขสิทธิ์แล้วสามารถเขียนได้ดีและบรรลุสถานการณ์แบบได้ประโยชน์กันทั้ง สองฝ่ายได้ ผู้เขียนส่วนใหญ่ที่ใช้ระบบซื้อลิขสิทธิ์มักขาดทุนหรือไม่ก็มีสภาพไม่สู้ดีนัก นักเขียนที่ใช้ระบบซื้อลิขสิทธิ์มักจะมีผลงานดังๆ บ้าง แต่การซื้อลิขสิทธิ์ หมายความว่านอกจากค่าต้นฉบับแล้ว กําไรนอกเหนือจากนั้นก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขาอีก ซึ่งฝั่งนักเขียนเสียเปรียบมาก กลับกันเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ นักเขียนบางคนไม่ได้เขียน โดยใช้ฝีมือเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ สุดท้ายก็เริ่มตามกระแสไม่ทัน โครงเรื่องพัง เขียน ต่อไปก็เปล่าประโยชน์ ถึงจะเปลี่ยนมาใช้ระบบแบ่งค่าตอบแทนก็ไม่มีใครอ่าน ดังนั้นการตอบสนองแรกของชุยเกิ่งตอนที่ได้ยินอีกฝ่ายเชิญให้เข้าระบบซื้อ
ลิขสิทธิ์จึงเป็นการปฏิเสธ แต่พอได้ฟังคําอธิบายของจูซิงอัน ชุยเกิ่งก็ตระหนักว่าระบบซื้อลิขสิทธิ์ของเว็บจงเ
ตี่ยนจงเหวินนั้นแตกต่างจากเว็บไซต์อื่นๆ มาก เรียกได้ว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ข้อแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือจํานวนคําน้อยมากแต่ค่าตอบแทนสูงลิ่ว!
ยกตัวอย่างจากกรณีของชุยเกิ่ง ถ้าเว็บไซต์อื่นต้องการมาดึงตัวเขา ก็เสนอจ่ายเงิน สูงกว่าส่วนแบ่งค่าตอบแทนที่ได้ตอนนี้เล็กน้อย เพราะยังไงชุยเกิ่งก็เป็นนักเขียนตัวท็ อปของเว็บจงเตี่ยนจงเหวิน ส่วนแบ่งค่าตอบแทนที่ได้จึงสูงมาก ไม่มีช่องให้เพิ่มราคา ได้มากนัก ถ้าพยายามทุ่มเงินดึงตวัก็อาจจะขาดทุนมากกว่าได้กําไร แต่เว็บจงเตี่ยนจงเหวินกลับกําหนดให้เขียนงานในช่วงหนึ่งแสนถึงห้าแสนคํา เท่านั้น ห้ามเกินห้าแสนคํา แถมค่าต้นฉบับต่อหนึ่งพันคําท่ีเว็บจงเตี่ยนจงเหวินเสนอ ให้ยังสูงกว่าสว่นแบ่งค่าตอบแทนเดิมถึงสามเท่า! นอกจากนั้นหลังจากเข้าระบบซื้อลิขสิทธิ์แล้ว เขายังได้รับสิทธิ์เข้าร่วม ‘คอร์ส
สร้างแรงบันดาลใจ’ เป็นลําดับแรกๆ อีกด้วย
ชุยเกิ่งไม่รู้ว่า ‘คอร์สสร้างแรงบันดาลใจ’ เป็นแบบไหน แต่คอร์สอบรมที่ผ่านมา ก็ส่งผลต่องานเขียนของเขาแบบเห็นผลทันตา โดยช่วยให้เขาพัฒนาจากจอมขี้เกียจมา
เป็นนักเขียนผู้จริงจังซึ่งสามารถคิดหาไอเดียใหม่ๆ และเขียนนิยายจนจบได้
‘คอร์สสร้างแรงบันดาลใจ’ นี้จะช่วยเรียกแรงบันดาลใจที่มอดหายไปแล้วได้รึ เปล่านะ ชุยเกิ่งสงสัยมาก เขาจึงกลบัมาจิงโจวอีกครั้งดว้ยอารมณ์ผสมปนเป
…
ไม่นานรถแท็กซี่ก็มาถึงจุดหมาย คอร์สสร้างแรงบันดาลใจครั้งนี้จัดที่อาคารสํานักงานเดียวกับที่จัดคอร์สอบรมรอบ
ก่อน แต่อยู่คนละชั้น คอร์สอบรมรอบก่อนประสบความสําเร็จมากจึงจัดขึ้นหลายครั้งและขยายสเกลขึ้น
เรื่อยๆ ตอนแรกมีแค่หนึ่งหอ้ง แต่ตอนนี้ขยายไปเป็นสามห้องแล้ว ถึงอย่างนั้นนักเขียนของเว็บจงเตี่ยนจงเหวินก็ยังสมัครเข้ามาไม่หยุด จํานวน
ผู้สมัครเต็มโควตาตลอด ทีมบรรณาธิการต้องคัดสรรอย่างละเอียด โควตาสําหรับคอร์สสร้างแรงบันดาลใจยิ่งมีจํานวนน้อยกว่า แถมมีแค่นักเขียน
ระดับท็อปของเวบ็จงเตี่ยนจงเหวินเท่านั้นที่จะเข้าร่วมได้ หลังจากถึงที่หมายชุยเกิ่งก็เข้าไปฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมซึ่งคุ้นเคยเป็นอย่างดี
แล้วมุ่งหน้าไปคอร์สสร้างแรงบนัดาลใจทันที ถึงคอร์สสร้างแรงบันดาลใจจะเปิดอย่างเป็นทางการพรุ่งนี้ แต่ชุยเกิ่งก็มาเข้าร่วม
คอร์สอบรมหลายครั้ง เขาจึงคุ้นเคยกับที่ทางและระบุสถานที่ได้อย่างง่ายดาย พอไปถึงชั้นที่จัดอบรม ชุยเกิ่งก็เห็นทีมบรรณาธิการที่คุ้นหน้าคุ้นตากันจํานวน
หนึ่งกําลังเก็บข้าวของอยู่ ทีมบรรณาธิการรู้จักชุยเกิ่งดี หลังจากทักทายกันเสร็จพวกเขาก็อนุญาตให้เขาเข้า
ไปชมสถานที่จัดคอร์สสร้างแรงบันดาลใจได้ตามใจชอบ ความคิดแรกของชุยเกิ่งคอืสถานที่กว้างเกินเหตุ!
ถึงจะอยู่ในอาคารสํานักงานเดียวกันแต่คอร์สอบรมนักเขียนกับคอร์สสร้างแรง
บันดาลใจจัดอยู่คนละชั้นและใช้พื้นที่คนละส่วน คอร์สสร้างแรงบันดาลใจมีผู้เข้าอบรมแค่หนึ่งส่วนห้าของคอร์สอบรมนักเขียน แต่
กลับใช้พ้ืนที่ใหญ่กว่าคอร์สอบรมนักเขียนมากกว่าสองเท่า!
พอสังเกตดูดีๆ อุปกรณ์ในคอร์สสร้างแรงบันดาลใจนั้นแตกต่างจากคอร์สอบรม
นักเขียนลิบลับ ในคอร์สอบรมนักเขียนมีโต๊ะคอมพิวเตอร์และเก้าอี้ตามมาตรฐาน มองแวบแรกดู เหมือนร้านอินเทอร์เน็ตหรือห้องเรียนคอมพิวเตอร์ แต่เก้าอี้เป็นเก้าอี้แบบเออร์โกโนมิ กส์ โต๊ะสามารถปรับความสูงได้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อมอบประสบการณ์การเขียนที่ สะดวกสบายให้กบันักเขียน ในคอร์สสร้างแรงบันดาลใจไม่มีเก้าอี้แบบเออร์โกโนมิกส์ แต่มีโซฟาเดี่ยวแบรนด์
ดังจากต่างประเทศ!
เทียบกับโซฟาเดี่ยวสุดหรูแล้วจุดที่เหมือนกันกับเก้าอี้แบบเออร์โกโนมิกส์คือ ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เมื่อนั่งไปนานๆ จะไม่รู้สึกเหนื่อยและสร้างผลกระทบ ต่อสุขภาพผู้ใช้งานนอ้ยกว่าเมื่อเทียบกับเก้าอี้แบบอื่นๆ แน่นอนว่าไม่ว่าจะออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ได้ดีขนาดไหน ถ้านั่งไปนานๆ ยังไงก็ต้องรู้สึกเม่ือย ต้องลุกขยับตัวไปมาบ้างเป็นพักๆ แต่อย่างน้อยก็ถูกหลัก สรีรศาสตร์ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อรา่งกาย ความแตกต่างระหว่างเก้าอี้ทั้งสองตัวคือเก้าอี้แบบเออร์โกโนมิกส์เหมาะสําหรับการ
ใช้ทํางานในออฟฟศิ ส่วนโซฟาเดี่ยวเหมาะสําหรับใช้พักผ่อน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุดที่นั่งระดับ VIP ในโรงหนังส่วน ใหญ่จึงใช้โซฟาเดี่ยวระดับไฮเอนด์ ที่วางมือสามารถปรับระดับได้ด้วยไฟฟ้า จะนั่ง เอนตัว หรือไขว่ห้างก็สะดวกสบายสุดๆ
ในเมื่อไม่ใช่เก้าอี้สํานักงานจึงไม่จําเป็นต้องมีโต๊ะ ฝั่งตรงข้ามโซฟาเดี่ยวคือชั้นวาง ทีวี ด้านบนชั้นมีทีวีจอ OLED ระดับไฮเอนด์ยึดกับโครงซึ่งมีความสูงและระยะการ รับชมที่ดีที่สุด
ทีวี OLED เป็นเทคโนโลยีล่าสุดในช่วงปีนี้ มีขนาดเล็กกว่าทีวีแบบดั้งเดิม แต่ ราคาเริ่มต้นที่หลักหมื่น เหตุผลที่ราคาแพงขนาดนี้หลักๆ เป็นเพราะ TV OLED มี เวลาตอบสนองต่ําสุดๆ ซึ่งอยู่ที่ประมาณหนึ่งมิลลิวินาที ฉายภาพได้โดยไร้ความหน่วง และสามารถควบคุมแสงระดับพิกเซลได้ จึงแสดงผลภาพแบบ HDR ได้ดีกว่า ขณะเดียวกันสีก็ตรงกว่าและมีขอบเขตสีที่เป็นธรรมชาติสูง… พูดง่ายๆ คือคุณภาพ เหนือกว่าทีวีแบบดั้งเดิมแทบทุกด้าน และให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเวลาใช้ดูหนังรวมถึงเล่น เกม
แน่นอนว่าอัตรารีเฟรชเรตต่ํากว่ามากเมื่อเทียบกับจอมอนิเตอร์สําหรับอีสปอร์ตที่ แพงเท่าๆ กัน แต่ทีวีในคอร์สสร้างแรงบันดาลใจมีไว้ใช้ดูหนังและเล่นเกมบนเครื่อง คอนโซลเป็นหลัก ข้อกําหนดเรื่องอัตรารีเฟรชเรตจึงไม่สูงมาก สิ่งที่สําคัญกว่าคือ ขนาดของจอ
ถึงขนาดจะเล็กกว่าทีวีแบบดั้งเดิมแต่ก็เอาไว้สําหรับดูคนเดียว แถมยังเป็นการดู ระยะใกล้ ดังนั้นจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสําหรับการดูหนังเมื่อพิจารณาจากขนาดและ คุณภาพ บนชั้นทีวีมีคอมพิวเตอร์แบรนด์ ROF เครื่องเกมคอนโซล และแผ่น Blu-rays มากมาย นอกจากนั้นยังมีแผ่น Blu-rays และนิยายอื่นๆ เรียงอยู่บนชั้นหนังสือข้าง ผนังอีกเพียบ ข้างโซฟาเดี่ยวมีหูฟังระดับไฮเอนด์ เมาส์ คีย์บอร์ด และโต๊ะพับขนาดเล็ก นอกจากนั้นยังมีไฟสําหรับอ่านหนังสือข้างโซฟาฝั่งละตัว สามารถเลือกเปิดหรือ
ปิดได้ เอาไว้สําหรับอ่านนิยายเวลาดูหนังจนเบื่อแล้ว ชุยเกิ่งแปลกใจเล็กน้อยจึงหันไปถามบรรณาธิการ “แบบนี้ก็ไม่น่าจะสะดวก
สําหรับการเขียนงานเท่าไหร่นะครบั” ถึงโซฟาเดี่ยวจะสะดวกสบายและเหมาะมากๆ สําหรับการดูหนังและเล่นเกม แต่
ก็อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นเมื่อต้องเขียนงาน เพราะโซฟาเดี่ยวไม่ได้มีไว้สําหรับเขียนงาน บรรณาธิการอธิบาย “อ๋อ คีย์บอร์ดมีไว้สําหรับเสิร์ชหาหนังหรือบันทึกแรงบันดาล
ใจที่จู่ๆ นึกขึ้นมาได้ครับ
“ถ้าอยากเขียนงานสักอย่างจริงๆ ให้ไปที่โซนทํางานตรงนู้น” ชุยเกิ่งหันไปมองแล้วพบว่าถัดออกไปเป็นโซนทํางานซึ่งมีโต๊ะทํางานมาตรฐาน
เก้าอี้แบบเออร์โกโนมิกส์ และคีย์บอร์ดกลไก โดยโซนนี้แยกออกมาต่างหาก เห็นได้ชัดว่าจุดประสงค์ของโซนพักผ่อนหย่อนใจคือให้นักเขียนมีสมาธิกับการดู หนังและรวบรวมแรงบันดาลใจ
ชัดเจนวา่ถ้าจัดออกมาแบบนี้กค็งไม่ใช่ระบบ ‘คุกมืด’ ที่บังคับให้เขียนงานทุกวัน บรรณาธิการอธิบายต่อ “ตรงนู้นมีสตูดิโอขนาดใหญ่ ติดฉนวนกันเสียงทั้งห้อง
มีเครื่องโปรเจ็กเตอร์และระบบเสียงระดับโรงหนังให้ใช้ได้ตามการลงเวลา
“ถ้าอยากได้ประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุดก็สามารถไปดูหนังทั้งเรื่องในห้องนั้น ได้ ถ้าแค่อยากรวบรวมข้อมูลและไม่มีข้อกําหนดเรื่องคุณภาพของภาพ หรืออยากกด ข้ามบางตอนก็ดูตรงที่นั่งของตัวเองได้ครับ” ชุยเกิ่งอดตกใจขึ้นมาไม่ไดเ้มื่อได้ยินที่บรรณาธิการอธิบาย นี่คือ…สวรรค์รึเปล่า