ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 883 ชุยเกิ่งกับตีมซูเปอร์ฮีโร่
ชุยเกิ่งมองไปรอบๆ คอร์สสร้างแรงบันดาลใจแล้วตระหนักว่าสภาพแวดล้อม ดีกว่าที่คิดเอาไวอ้ีก!
ทีวี โซฟาเดี่ยว และกระทั่งสตูดิโอเพื่อดูหนังโดยเฉพาะ ถึงคอร์สสร้างแรงบันดาล ใจจะมอบประสบการณ์ระดับโรงหนังมืออาชีพไม่ได้ แต่ประสบการณ์ที่ได้น้ันเหนือชั้น กว่าการรับชมหนงัในที่อื่นๆ นอกจากโรงหนังแน่นอน นอกจากนั้นก็ยังไม่ได้มีแค่หนัง มีเกมสแตนด์อโลนเนื้อเรื่องดี หนังสือเป็นเล่มๆ ทั้งนิยายกับการ์ตูน และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นขุมทรัพย์แรงบันดาลใจ ขนาดใหญ่ แถมที่สําคัญที่สุดคือไม่มีคุกมืดในคอร์สสร้างแรงบันดาลใจ ไม่มีการจํากัดเวลา ในการหาแรงบันดาลใจของนักเขียน ถ้าใจอยากก็สามารถสิงอยู่บนโซฟาดูหนังสอง สัปดาห์ติดโดยไม่ต้องเขยีนงานแม้แต่คําเดียวก็ยังได้!
สภาพแวดล้อมนี้เป็นเหมือนฝันสําหรับชุยเกิ่ง ถ้าอยากซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ทั้งเซตก็ต้องใช้เงินอย่างน้อยสามหมื่นถึงห้าหมื่นหยวน
แถมแผ่น Blu-rays แท้ นิยาย และสตูดิโอพิเศษก็ราคาสูงเกินนักเขียนจะเอื้อมไหว นอกจากจะมีอาหารและที่พักฟรีแล้ว นิยายที่เขียนยังขายลิขสิทธิ์ได้เงินสูงมาก
เงื่อนไขดีเกินจินตนาการสุดๆ!
ตอนแรกชุยเกิ่งคิดว่าตัวเองเป็นนักเขียนที่มีความฝันและอุดมคติ จะให้รับระบบ
ซื้อลิขสิทธิ์ได้ยังไง แต่พอพิจารณาดูอีกครั้งก็พบว่าเปน็ข้อตกลงที่ดีมากจริงๆ! ถ้าเป็นระบบซื้อลิขสิทธิ์แบบนี้ยังไงก็รับ! บรรณาธิการยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นของชุยเกิ่งก่อนจะพูดขึ้น “เฮ้อ ผมอิจฉา พวกคุณจริงๆ ผมเองก็อยากเข้าร่วมคอร์สสร้างแรงบันดาลใจ แต่น่าเสียดายที่ คุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์
“หลังจากเปิดคอร์สสร้างแรงบันดาลใจอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ พวกคุณมี เวลาลองสัมผัสประสบการณ์สามวัน
“จริงด้วย เห็นว่าพรุ่งนี้บอสเผยจะแวะมาดูว่าคอร์สสร้างแรงบันดาลใจเป็นยังไง
“ระหว่างช่วงนี้พวกคุณลองสัมผัสประสบการณ์ได้ก่อน จากนั้นค่อยตัดสินใจว่า จะยอมรับระบบซื้อลิขสิทธิ์ไหม และคิดตีมงานเขียนของตัวเอง” ชุยเกิ่งตาเป็นประกาย “หืม? บอสเผยจะแวะมาเหรอ” เขาแปลกใจปนดีใจ ชุยเกิ่งเคยเจอบอสเผยแค่ไม่กี่ครั้ง ตัวอย่างเช่นตอนที่บอสเผยเจียดเวลาในตาราง
งานสุดยุ่งมาเลี้ยงข้าวและเสนอตําแหนง่ผู้สังเกตการณ์พิเศษให้เขา ความสําเร็จในตอนนี้ของชุยเกิ่งเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับแรงบันดาลใจที่บอสเผย
มอบให้
ไม่รู้ทําไมชุยเกิ่งรู้สึกว่าถ้าได้เจอหรือทําอะไรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบอสเผยก็จะมี
เรื่องดีๆ เกิดขึ้น
ครั้งนี้บอสเผยจะมาสังเกตการณ์ด้วยตัวเอง เขาอาจจะนึกไอเดียได้และมีแรง
บันดาลใจเต็มเปี่ยมหลังไดคุ้ยกับบอสก็ได้ใครจะรู้ ชุยเกิ่งตั้งตาคอยให้ถึงตอนนั้นอย่างสุขใจ
…
…
วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ เช้านี้เผยเชียนลงจากรถแล้วมุ่งหน้าไปยังคอร์สสร้างแรงบันดาลใจเพื่อเช็ก
สถานการณ์ปัจจุบันของเหล่านักเขียน ถึงเว็บจงเตี่ยนจงเหวินจะไม่ได้ทํากําไรได้สูงมากในบรรดากิจการมากมายของเถิง
ต๋าคอร์เปอเรชัน แต่เผยเชียนก็ให้ความสําคัญกับกิจการนี้มาก คอร์สสร้างแรงบันดาลใจเป็นไอเดียที่เผยเชียนคิดข้ึนเอง ถ้าประสบความสําเร็จก็ จะวางยาเหล่านักเขียนตัวท็อปและลดความเร็วในการทําเงินของเว็บจงเตี่ยนจงเหวินลง ได้มาก เรียกได้ว่ามีความหมายสุดๆ ดังนั้นเผยเชียนจึงจาํเป็นต้องแวะมาดูสถานการณ์ เขามองดูจากไกลๆ อยู่ตรงทางเข้าหลังมาถึงสถานที่จัดคอร์สสร้างแรงบนัดาลใจ เหล่านักเขียนของเว็บจงเตี่ยนจงเหวินนั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยวนุ่มสบาย บางคนกําลัง
ดูหนังอย่างจริงจัง บางคนกําลังกดจอยเล่นเกม บางคนกําลังนั่งอ่านนิยาย มองแวบแรกดูเหมือนร้านอินเทอร์เน็ต แต่ก็ดูแตกต่าง พูดให้ถูกกว่านี้คือดู
เหมือนห้องนันทนาการ อีกฝั่งหนึ่งเป็นมุมสําหรับทํางาน แต่ไม่มีใครเลย…
จุดเดียวที่น่าเสียดายคือคอร์สสร้างแรงบันดาลใจยังมีคนเข้าร่วมน้อยเกินไป
เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมคอร์สแคป่ระมาณสิบคนจึงมีโซฟาถูกใช้งานแคไ่ม่กี่ตัว ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะนักเขียนตัวท็อปของเว็บไซต์ยังไม่ปิดนิยายตัวเองและต้อง
เขียนต่อให้จบ จะให้เลิกเขียนนิยายที่กําลงัเขียนอยู่ก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ดังนั้นตอนนี้จึงมีนักเขียนเข้าร่วมคอร์สแค่กลุ่มเดียวแล้วเดี๋ยวอีกกลุ่มค่อยตามมา
ทีหลัง
นักเขียนสิบกว่าคนที่มาร่วมคอร์สเป็นเหมือนชุยเกิ่ง พวกเขาเขียนนิยายของ ตัวเองจบแล้วก่อนมาเข้าร่วมคอร์สสร้างแรงบันดาลใจ เพราะปิดนิยายตัวเองได้แล้วนี่ แหละที่ทําให้พวกเขาไม่รู้สึกกดดันว่าต้องอัปเดตงานจึงไม่มใีครไปใช้พื้นที่โซนทํางาน เผยเชียนพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก เยี่ยมเลย!
พวกนายแค่เล่นเกมและดูหนังอยู่ตรงนี้แหละ ยืดเวลาเขียนงานออกไปให้มาก
ที่สุด
เผยเชียนเห็นชุยเกิ่งท่ามกลางเหล่านักเขียนจึงพุ่งความสนใจไปที่อีกฝ่ายทันที เพราะชุยเกิ่งเป็นหนึ่งในนักเขียนกลุ่มแรกที่มีชื่อเสียงขึ้นมาบนเว็บจงเต่ียนจงเห วิน เขาเป็นคนนําชื่อเสียงมาสู่เว็บจงเตี่ยนจงเหวิน เรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเว็บจงเตี่ ยนจงเหวินเลยก็ได้ สิ่งที่ทําให้เผยเชียนโกรธยิ่งกว่าคือเขาหวังกับชุยเกิ่งไว้มากจนถึงขั้นมอบตําแหน่ง ‘ผู้สังเกตการณ์พิเศษ’ ให้ แต่นอกจากจะไม่ได้ช่วยลดประสิทธิภาพการทํางานของ แผนกต่างๆ แล้ว ชุยเกิ่งยังเขียนนิยายดังมาแทงหลังเผยเชียนอีก!
แต่รอบนี้เผยเชียนรู้สึกว่าเรื่องราวจะไม่เป็นเหมือนเดิมแน่นอน ทุกคนรู้ว่าชุยเกิ่งเป็นพวกชอบดองงานผู้ไร้แรงบันดาลใจ เจอสภาพแวดล้อมสุด
สะดวกแบบนี้เข้าไปไอ้พวกดองงานยังจะตั้งใจทํางานได้อีกเหรอ เป็นไปไม่ได้! คิดได้แบบนั้นเผยเชียนก็เดินเข้าไปดูรอบๆ ขณะเดียวกันเหล่านักเขยีนกําลังคิดไม่ตกเรื่องตีมของนิยายเรื่องใหม่ จูซิงอันย้ํากับนักเขียนแล้วว่าต้องเขียนงานตามกําหนด พูดอีกอย่างคือพวกเขา
เขียนได้แค่งานที่เกี่ยวขอ้งกับ IP ของเถิงต๋า ห้ามเขียนงานออริจินัลของตัวเอง บอสเผยเป็นคนวางข้อกําหนดนี้ไว้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
IP ของเถิงต๋าตอนนี้แบ่งออกเป็นสามประเภทคือ หนัง/เกมของเถิงต๋า IP ต่างๆ ที่เป็นที่รู้จักดีภายใต้ GOG และ IP ต่างๆ ของค่าย Hurricane จะเลือกตีมไหนดี พวกเขาสับสนมาก พวกเขาเลือกตีมโดยไม่คิดไม่ได้แน่นอน ต้องศึกษาประเภทต่างๆ ซ้ําไปมาและหา
จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด ดังนั้นนักเขียนเหล่านี้จึงกําลังเล่นเกมของเถิงต๋าอยู่ บางคนดูหนังอย่างวันพรุ่งนี้ที่ สดใส บางคนเปิดดูหนังสือการ์ตูนและภาพยนตร์เก่าๆ ของค่าย Hurricane พวกเขา ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนจึงได้แต่ลองสุ่มไปเรื่อยๆ ระหว่างที่ชุยเกิ่งกําลังเคน้หัวคิดอย่างหนักเขาก็เหลือบไปเห็นบอสเผยเดินไปรอบๆ
“บอสเผยแวะมาดว้ยเหรอครับ!” ชุยเกิ่งลุกขึ้นไปต้อนรับอย่างดีอกดีใจ เผยเชียนดันหลังอีกฝ่ายกลับ “ไม่มีอะไร ผมแค่มาเดินดูเฉยๆ คุณทํางานต่อ
เถอะ” ที่นั่งข้างชุยเกิ่งไม่มีใครนั่ง เผยเชียนนั่งลงข้างๆ เขา ตั้งใจว่าจะสัมผัส
ประสบการณ์คอร์สสร้างแรงบันดาลใจให้จรรโลงใจเล่น ชุยเกิ่งตื่นเต้นมาก เขาไม่คิดว่าบอสเผยจะนั่งข้างๆ ตัวเองจึงรู้สึกเป็นเกียรติสุดๆ เผยเชียนเปิดดูคลังหนังและเกมที่คอร์สสร้างบันดาลใจรวบรวมมาแล้วถามขึ้นมา
ลอยๆ “คุณคิดตีมไว้รึยัง” ชุยเกิ่งคือเป้าหมายสุดท้ายของเผยเชยีน เพราะชุยเกิ่งมีผลงานดีที่สุดในกลุ่มนักเขียนรุ่นแรก เขาฉลาดที่สุดและมีโอกาส สร้างปัญหาให้มากที่สุด ดังนั้นเผยเชียนจึงถามชุยเกิ่งขึ้นมาลอยๆ เพื่อเช็กระดับภัย คุกคาม ชุยเกิ่งรีบตอบ “อ๋อ ยังไม่มีไอเดียชัดเจนเลยครับบอสเผย
“แต่ผมพอจะมีทิศทางภาพรวมแล้วซึ่งก็คือขุดลึกถึงเกมและหนังของเถงิต๋า!
“เพราะเนื้อหาที่มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมมากที่สุดของเถิงต๋ามาจากเกมและหนัง ทั้งหมดนี้เป็นเนื้อหาออริจินัลของเถิงต๋าซึ่งผู้คนให้การยอมรับมากที่สุด ผมได้ยินว่า เกมใหม่ที่ชื่อ Mission & Choice ใช้ตีมไซไฟและโปรดักชันใหญ่มาก โครงเรื่อง น่าจะใหญ่สุดๆ เอามาต่อยอดได้ดีทีเดียว
“ผมวางแผนว่าจะศึกษาหัวข้อคล้ายๆ กันและลองเขียนเรื่องสั้นจากเนื้อเรื่องใน ปัจจุบันของเกม Mission & Choice ครับ
“ผมไม่กล้ายืนยันว่าจะก้าวข้ามเนื้อเรื่องในปัจจุบันของเกม Mission & Choice ได้ ผมแค่จะเขียนด้วยสไตล์และเอกลักษณ์ของตัวเองครับ!” เผยเชียนผงะไป อะไรเนี่ย เล็งเป้าไปที่เกม Mission & Choice ล่วงหน้าเลยเหรอ ไม่ได้นะโว้ย!
Mission & Choice เป็นโปรเจ็กต์ที่เขาลงทุนไปก้อนโต ห้ามมีอะไรผิดพลาด เด็ดขาด จนถึงตอนนี้มีแค่เกมกับหนัง ถ้านักเขียนรวมตัวแต่งแฟนฟิกชันเกี่ยวกับ เนื้อหานี้แล้วดันมีสักเรื่องดังขึ้นมา ผลงานทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นหนังหรือแฟนฟิกชัน เรื่องอื่นๆ ก็ดังไปด้วยสิ ดังนั้นจะปล่อยให้เขยีนเรื่องนี้ไม่ได้!
ห้ามเขียนอะไรที่เกี่ยวกับธุรกิจหลักของเถิงตา๋!
คิดได้แบบนั้นเผยเชียนก็รีบพูดขึ้น “ผมคิดว่า… การเลือกหัวข้อของคุณไม่ดีเลย
“เพราะเกมและหนังของเถิงต๋ามีเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างสมบูรณ์ในตัว ถ้ามีช่องโหว่ อะไรเหลือทิ้งไว้ ทางออฟฟิเชียลจะเป็นคนเติมเต็มเอง เพราะงั้นจะกระทบต่อ แผนพัฒนาในอนาคตได้
“ถ้าคุณเขียนแฟนฟิกชัน Mission & Choice แล้วกลายเป็นว่าคลาดเคลื่อนจาก
เนื้อหาที่วางไว้ก็เท่ากับผลงานหมดคุณค่าเลยสิ
“ผมไม่ได้จะบอกว่าห้ามเขียนเกี่ยวกับหัวข้อนี้ แต่ผมแนะนําว่าให้ลดลําดับ ความสําคัญลงมา แล้วลองพิจารณาทิศทางอื่นๆ ดูก่อนดีกว่า” ชุยเกิ่งพยักหน้า “อืม… ที่บอสเผยพูดก็ถูก
“ถ้างั้นเราก็เหลือแค่ IP ในจีนที่ GOG ซื้อมากับ IP ค่าย Hurricane ขอผมคิด ดูก่อน…
“ถึง IP ในจีนจะเก่าแต่ก็ยังมีชื่อเสียงเหลืออยู่บ้าง ถ้าเอามาเขียนแฟนฟิกชัน น่าจะเรียกความทรงจําวัยเด็กได้ ตีมนี้น่าจะเป็นที่นิยมกว่า แถมยังเชื่อมกับ GOG ได้…” เผยเชียนอดขมวดคิ้วขึ้นมาไมไ่ด้เมื่อได้ยินแบบนั้น นี่ก็ไม่ได้ ยังถือว่าอันตรายอยู่ดี!
IP ตัวละครคลาสสิกหลายๆ ตัวมีโอกาสเป็นที่นิยมขึ้นมาได้สูง ตัวอย่างเช่น หนัง เก่าที่ตอนแรกไม่มีใครสนใจแต่พอเอามาตัดต่อใส่ซาวด์ประกอบใหม่ก็เป็นกระแส ขึ้นมา เรื่องแบบนี้เคยมีให้เห็นมาก่อน
ถึง IP ตัวละครคลาสสิกในจีนจะตกยุคไปแล้ว แต่ก็เป็นความทรงจําร่วมของยุค สมัย อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์วัฒนธรรมดั้งเดิมจีน ถ้าเป็นที่นิยมขึ้นมาจะยิ่งจัดการได้ ยากเข้าไปใหญ่ พอผสมโรงกับอิทธิพลขนานใหญ่ของ GOG ในจีน โอกาสที่จะโด่งดังก็ยิ่งเพิ่ม
สูงขึ้นอีก
แน่นอนเผยเชียนเชื่อว่าผลงานสร้างสรรค์จากคอร์สสร้างแรงบันดาลใจนั้นกําหนด เอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเลือกหัวข้อไหนโอกาสสําเร็จของนักเขียนก็ไม่ได้สูงตั้งแต่ต้น เพราะ การเขียนงานตามกําหนดนั้นเหมือนการเตน้ระบําโดยที่โดนล่ามโซ่ตรวนอยู่ แต่เผยเชียนก็ยังหวังว่านักเขียนเหล่านี้โดยเฉพาะชุยเกิ่งจะเลือกตีมท่ีมีโอกาส
สําเร็จต่ําที่สุด
คิดได้แบบนั้นเผยเชียนก็พูดขึ้นด้วยน้ําเสียงผิดหวัง “ชุยเกิ่ง คุณเป็นนักเขียนที่ เปี่ยมไปด้วยความฝันและความทะเยอทะยาน ทําไมถึงเอาแต่เลือกทางง่ายๆ ให้ตัวเอง แบบนี้
“ถึงจะเขียนตีมพวกนั้นอย่างจริงจัง คุณคิดว่าตัวเองจะไปได้สูงสักเท่าไหร่กัน เชียว
“ถ้าคุณมีความมั่นใจในตัวเอง ก็ควรเลือกทางที่ยากที่สุดและเขียนเรื่องราว เกี่ยวกับตัวละครซูเปอร์ฮีโร่จากค่าย Hurricane สิ!” ชุยเกิ่งผงะไป “หา? บอสเผยคาดหวังกับผมขนาดนั้นเลยเหรอครับ…” เขียนตีมซูเปอร์ฮีโร่เนี่ยนะ?
ผมเป็นแค่นักเขียนเว็บโนเวลธรรมดาๆ นะ!
ซูเปอร์ฮีโร่คือสนามของสองค่ายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา มีแค่สองค่ายนี้เท่านั้นที่ทํา
ได้ดี ถ้าประเทศอื่นหรือนักเขียนคนอื่นเอามาเขียนก็ไม่น่าสนใจ เหตุผลสําคัญอีกอย่างนอกจากจุดแข็งของนักเขียนคอืภูมิหลังทางวัฒนธรรม ฝั่งตะวันตกสนับสนุนปัจเจกนิยม เรื่องแนวซูเปอร์ฮีโร่จึงมีฐานให้ต่อยอดได้ อีก ทั้งผู้ชมชาวตะวันตกยังชอบซูเปอร์ฮีโร่มากเป็นพิเศษ ภาพยนตร์ที่ออกมาจึงเป็นที่นิยม มาก สองค่ายใหญ่ในสหรัฐอเมริกาสั่งสมประสบการณ์ในแวดวงซูเปอร์ฮีโร่มานาน ไม่ มีทางสั่นคลอนได้แน่นอน ส่งซูเปอร์ฮีโร่ตัวไหนออกมาก็สามารถสังหารซูเปอร์ฮีโร่ของ ค่าย Hurricane ได้ทันที พยายามสร้างชื่อให้ตัวเองในแวดวงนี้เหรอ ชุยเกิ่งรู้สึกว่าเป็นฝันที่ไม่ทางไขว่คว้าได้ เขามีลางสังหรณ์ว่าในฐานะนักเขียนเว็บโนเวล ถึงจะเขียนตีมซูเปอร์ฮีโร่ยังไงก็หนี แนวที่เป็นที่นิยมในตลาดไม่ได้ สุดท้ายก็ไม่สามารถตอบความต้องการของฝ่ายไหนได้ เลย
ดังนั้นชุยเกิ่งจึงยอมแพท้ันที
“บอสเผยครับ ผมเป็นนักเขียนเว็บโนเวล ถ้าบังคับให้ผมเขียนตีมซูเปอร์ฮีโร่จะ ไม่ยากไปสําหรับผมเหรอครับ
“โครงเรื่องทั้งหมดของเว็บโนเวลกับตีมซูเปอร์ฮีโร่เป็นสองอย่างที่แตกต่างกันโดย สิ้นเชิง ถึงจะดื้อดึงเขียนออกมาผลลัพธ์สุดท้ายก็ไม่เหมาะสมแน่นอน
“นอกจากนั้นถ้าแม้แต่ผู้สร้างซูเปอร์ฮีโร่ของค่าย Hurricane ยังทําให้ซูเปอร์ฮีโร่ พวกนี้เป็นที่นิยมไม่ได้ ผมก็ไม่มีทางทําได้หรอก!” พอเห็นท่าทีตอบสนองของชุยเกิ่ง เผยเชียนก็ยิ่งมั่นใจขึ้นกว่าเดิมว่าเลือกถูกทาง
แล้ว “อย่าดูถูกตัวเองแบบนั้นสิ!
“คิดว่าคอร์สสร้างแรงบันดาลใจทําขึ้นมาเพื่ออะไร ก็เพื่อให้พวกคุณรวบรวมแรง บันดาลใจไม่ใช่เหรอ
“ทําไมผมถึงไม่ระบุเวลาในการลงงานและจํานวนคําล่ะ ก็เพื่อให้พวกคุณมีเวลา ค่อยๆ เขียนงานไง
“ถ้ายึดกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานเว็บโนเวลและยืนกรานให้ลงงานวันละหลัก พันคําหรืออาจจะหลักหมื่น ก็จะเป็นเรื่องยากสําหรับพวกคุณที่จะเขียนเรื่องราว เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่ที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ แต่ตอนนี้ผมให้คุณค่อยๆ เขียนงานและขัด เกลา ขอแค่พวกคุณอดทนไปได้นานและเขียนเรื่องราวออกมาได้เพียงพอ ยังไงวัน หนึ่งก็ต้องประสบความสําเร็จ!
“พวกคุณเป็นนักเขียนและนักเล่าเรื่องตัวท็อป ผมเชื่อว่าพวกคุณต้องเฉิดฉายได้ ไม่ว่าจะเป็นตีมไหน ตราบใดที่มีเวลาศึกษามากพอ!” ชุยเกิ่งยังคงสับสน “แต่บอสเผยครับ เรามีช่องว่างทางวัฒนธรรมกับฝั่งตะวันตก ซูเปอร์ฮีโร่เป็นตีมจากวัฒนธรรมฝั่งตะวันตก ถ้าเราฝืนเขียนก็เท่ากับเอาจุดอ่อนไปสู้ กับจุดแข็งคนอื่นสิครับ!
“จุดนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะเปลี่ยนแปลงได้ดว้ยการศึกษาข้อมูลมากพอนะครับ” เผยเชียนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยอมรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจ “ก็จริง
“แต่ใครเป็นคนบอกว่าแนวซูเปอรฮีโร่เขียนให้ชาวตะวันตกอ่านได้อย่างเดียว “เราเขียนให้นักอ่านชาวจีนได้!
“ตีมซูเปอร์ฮีโร่ที่วางกลุ่มเป้าหมายแค่นักอ่านจีนอาจจะไม่ล้มเหลวเสมอไป” ชุยเกิ่งเกาหัว “แต่ผมสร้างงานออริจินัลของตัวเองไม่ได้ เขียนได้แค่ IP ที่มีอยู่ ในตอนนี้ ตัวละครในค่าย Hurricane ไม่ได้เป็นที่นิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ หมายความว่าตัวละครพวกนี้ขาดอะไรไปสักอย่าง ผมกลัวว่าจะไม่ประสบความสําเร็จ เพราะถึงจะพยายามปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมยังไงผู้อ่านจีนก็ไม่ชอบแนวซูเปอร์ฮีโร่ เลย…
“ผมไม่คิดว่าตัวเองจะทําให้ผู้อ่านจีนชอบแนวนี้ได้ มันยากเกินไปครับ” เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ทําไมต้องทําให้ชอบซูเปอร์ฮีโร่พวกนี้ด้วยล่ะ เขียนให้ ตายหมดหรือทําให้นักอ่านอยากให้ซูเปอร์ฮีโร่พวกนี้ตายก็ได้ ยังไงก็ไม่มีใครชอบอยู่ แล้ว คุณก็ยิ่งมีอิสระในการเขียน!
“อย่าปล่อยให้กฎเกณฑ์มาจํากัดความคิดของคุณ คุณต้องกล้าคิดนอกกรอบ!” ชุยเกิ่ง “…”
เขาบอกได้เลยว่าบอสเผยแน่วแน่กับการให้เขาเลือกตีมซูเปอร์ฮีโร่ของค่าย Hurricane ซึ่งเป็นตีมที่ยากที่สุด!
เพราะไม่ว่าเขาจะพยายามหาเหตุผลมาอธิบายยังไง บอสเผยก็มักจะหาทาง
วกกลับมาหัวข้อน้ีตลอด แต่จะเขียนออกมายังไงดีล่ะ ทําไมนักเขียนเว็บโนเวลธรรมดาคนหนึ่งต้องมาฝืนเขียนแนวซูเปอร์ฮีโร่ด้วย บ้าไป
แล้ว ชุยเกิ่งไม่เต็มใจสุดๆ แต่ก็ตระหนักว่าทักษะการโต้วาทีของบอสเผยนั้นแข็งแกร่ง
มาก ทําเอาเขาเถียงต่อไม่ไดเ้ลย สุดท้ายเขาก็ได้แต่พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ “โอเคครับบอสเผย สองสามวันต่อ
จากนี้ผมจะอ่านการ์ตูนของค่าย Hurricane แล้ววางคอนเซ็ปต์เรื่อง… “แต่อย่าตั้งความหวังกับเรื่องนี้นะครับ ผมขอไม่รับผิดชอบถ้ากลายเป็นว่าคุณทุ่ม เงินซื้อลิขสิทธิ์งานขยะไปก้อนโต” เผยเชียนดีใจมาก นายเขียนงานขยะได้เหรอ นั่นแหละที่ฉันต้องการ!
เขาตบบ่าชุยเกิ่งทันที “ไม่ต้องห่วง ถึงงานจะไม่ประสบความสําเร็จก็ไม่เป็นไร
ยังไงก็เป็นความพยายามที่มีความหมาย!
“การลงมือทําอะไรสักอย่างยงัไงก็ต้องพบกับความล้มเหลวบ้างอยู่แล้ว
“ที่เว็บจงเตี่ยนจงเหวินเสนอให้ใช้ระบบสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ก็เพราะอยากแบกความ เสี่ยง และเปิดโอกาสให้พวกคุณรังสรรค์ผลงานได้โดยปราศจากความกดดัน!
“กล้าเขียนกล้าคิดนอกกรอบให้เต็มที่ ถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมาผมจะรับผิดชอบ เอง!”