ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 885 เนื้อเรื่องปูมหลังของซูเปอร์ฮีโร่
ชุยเกิ่งเข้าใจจุดประสงค์ของบอสเผยทันที
“ตัวอย่างเช่น เกมดิ้นรนจริงๆ เป็นการสะท้อนความแตกต่างที่ฝังรากลึกในสังคม ตะวันตกและวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางสังคมนี้ โดยฉีกภาพอันอบอุ่นและสวยงามของ งานตะวันตกทิ้ง ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทําไมเกมถึงทําให้เกิดการตอบสนองที่ลึกซึ้งได้ขนาด นี้!”
เป็นเวลานานแล้วที่อุตสาหกรรมวัฒนธรรมในประเทศค่อนข้างอ่อนแอ ไม่ว่าจะเป็นเกม หนัง นิยาย หรือแม้แต่อุดมการณ์ในบางแวดวงล้วนโดนกดทับ
โดยโลกตะวันตกทั้งสิ้น เรื่องนี้เกิดจากหลายเหตุผล ที่สําคัญที่สุดคือเป็นเพราะมรดกของประวัติศาสตร์
ถึงจะไม่อยากเต็มใจยอมรับ แต่ปรากฏการณ์นี้ก็มีอยู่จริงและร้ายแรงมาก มีการส่งออกทางวัฒนธรรมจากโลกตะวันตกมาตลอดและสร้างผลกระทบที่
ซับซ้อนมาก แน่นอนว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าวัฒนธรรมตะวันตกนั้นมีองค์ประกอบที่ดีและเป็นบวก
อยู่บ้าง อย่าง ภาพยนตร์บางเรื่องก็มีบทบาทในการสร้างแรงบันดาลจริงๆ แต่หลายคนมีความคิดผิดๆ ว่าทุกอย่างในวัฒนธรรมตะวันตกเป็นสิ่งที่ดีและ สมบูรณ์แบบ พวกเขาชอบทุกอย่างจากตะวันตกเพราะการฉาบหน้าสวยหรูในผลงาน ทางวัฒนธรรม นี่คือตัวอย่างสุดคลาสสิกของการล้างสมองผ่านความสวยงามทางงาน ศิลป์
ตัวอย่างเช่น หลายคนคิดว่าทุกคนในสหรัฐอเมริกาอาศัยอยู่ในวิลล่าหลังโตมีสระ ว่ายน้ํา บ้านราคาถูก บริการทางการแพทย์เข้าถึงฟรี และเครื่องล้างจานช่วยให้ชาวจีน ได้มีชีวิตดั่งฝัน เห็นได้ชัดว่าสิ่งเหล่านี้คือการตีความผิดๆ ด้วยความที่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว คุณภาพชีวิตของผู้คนในสหรัฐอเมริกาย่อม ดีกว่า แต่ก็แค่กับคนรวยในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ชีวิตของชนชั้นกลางและล่างของ สังคมยังต้องเผชิญกับความตรากตรําลําบาก แต่คนจีนให้การยอมรับการส่งออกทางวัฒนธรรมจากสหรัฐอเมริกามาช้านาน เปลือกหุ้มอันสวยหรูและการตกแต่งอันงดงามของผลงานทางวัฒนธรรมเหล่านี้ ทําให้ หลายคนมีภาพลวงในหัวว่าโลกตะวันตกคือสวรรค์บนดิน หนึ่งในเหตุผลหลักที่เกมดิ้นรนประสบความสําเร็จ เป็นเพราะการทําลายภาพลวง และทําให้หลายคนเห็นโลกตะวันตกจากมุมมองที่เป็นกลางมากขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นการ ทําลายภาพ ‘ประเทศในอุดมคติ’ ในผลงานวัฒนธรรมฝั่งตะวันตก ชุยเกิ่งตระหนักขึ้นมาทันที หรือนี่จะเป็นจุดประสงค์ที่บอสเผยให้เขาเขียนงานโดย
ใช้ตีมซูเปอร์ฮีโร่
แทนที่จะเขียนเรื่องราวซูเปอร์ฮีโร่ที่สอดคล้องกับค่านิยมกระแสหลักของฝั่ง ตะวันตก ให้เปลี่ยนมาทําลายค่านิยมกระแสหลักของฝั่งตะวันตกแบบที่เกมดิ้นรนทํา แทน บอสอยากได้เรื่องราวที่สะท้อนปัญหาเชิงลึกและทําลายภาพลวงในใจใครหลาย คน ชุยเกิ่งตระหนักว่าพอยึดแนวทางนี้ก็สามารถเช่ือมสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันได้ทันที!
ทําไมบอสเผยถึงบอกว่าเขียนให้ซูเปอร์ฮีโร่พวกนี้ตายหรือต้องทุกข์ทรมานก็ได้ไม่
เป็นไร
ก็เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องราวซูเปอร์ฮีโร่ตามแบบฉบับดั้งเดิมตั้งแต่ต้น ซูเปอร์ฮีโร่ใน เรื่องนี้ไม่ได้เป็นตัวแทนความเป็นกลาง ความยุติธรรม และความสวยงาม แต่เป็นสิ่ง อื่นๆ ดังนั้นการตายของพวกเขาจึงไม่ทําให้ผู้อ่านรู้สึกยี้ จู่ๆ ชุยเกิ่งก็เกิดคําถามหนึ่งขึ้นมา ถ้าโลกนี้มีซูเปอร์ฮีโร่จริงๆ พวกเขาจะเลือกทํา
แบบที่ทําในหนังไหม แน่นอนว่าความดีความชั่วนั้นฝังอยู่ในธรรมชาติมนุษย์ เมื่อมนุษย์มีพลังเหนือ มนุษย์ คนจิตใจดีก็จะกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ในขณะที่คนใจทรามจะกลายเป็นสุดยอด วายร้าย แต่ซูเปอร์ฮีโร่ผู้จิตใจดจีะยึดมั่นได้ตามที่บอกเล่าในเรื่องราวส่วนใหญ่รึเปล่า สมมติลองจินตนาการให้สุดโต่งดู ถ้าพลังของซูเปอร์ฮีโร่ไม่ได้ติดตัวมาตั้งแต่ กําเนิดหรือเกิดจากการกลายพันธุ์ แต่ได้มาจากวิธีการอื่นๆ เรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่จะ เป็นยังไง ก็เหมือนกับที่ฝั่งตะวันตกพยายามนําเสนอเรื่อง ‘อิสรภาพ’ และ ‘ประชาธิปไตย’
อย่างเต็มที่ ระบบที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบนี้เป็นระบบท่ีสมบูรณ์แบบจริงๆ เหรอ ดูเหมือนว่าจุดนี้จะมีความคล้ายคลึงกันอยู่ ชุยเกิ่งพบแรงบันดาลใจที่ต้องการในท่ีสุด เขาพุ่งไปที่โซนเขียนงาน เปิดไฟล์
เอกสาร แล้วเริ่มเขียนเรื่องราวปูมหลังที่จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว!
…
เรื่องราวเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเหมือนเรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆ แต่เรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่คนน้ีแตกต่างจากเรื่องของซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆ เพราะใน เรื่องนี้ซูเปอร์ฮีโร่ไม่ได้เกิดมาพร้อมพลังพิเศษ ไม่ได้พึ่งพาการกลายพันธุ์หรือพลังของ เงิน
ประมาณสองร้อยปีก่อนซูเปอร์ฮีโร่คนแรกในพื้นท่ีปรากฏตัวในสหรัฐอเมริกา พลังพิเศษของเขามีแหล่งที่มาจากการสนับสนุนและความเชื่อมั่นของผู้คน เมื่อ ผู้คนให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นน้อยลง พลังพิเศษของเขาก็จะอ่อนลงหรืออาจหายไป เลยก็ได้ แต่ซูเปอร์ฮีโร่คนนี้มีคุณธรรมมากมาย เช่น ความยุติธรรม ความซื่อสัตย์ ความ กล้าหาญ และอื่นๆ ซูเปอร์ฮีโร่คนนี้มีบทบาทสําคัญในการช่วยชีวิตคนนับไม่ถ้วน และ เป็นที่รักใคร่จากใจจริงของชาวอเมริกันในทกุเหตุการณ์ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ดังนั้นเขาจึงแข็งแกร่งมากขึ้น นอกจากจะกลายเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณ ของสหรัฐอเมริกาแล้ว ยังแบกความรับผิดชอบอันหนักอึ้งในการรักษาสันติภาพของ โลก ผู้คนในสหรัฐอเมริกาเรียกเขาด้วยความรักใคร่ว่า ‘กัปตันเวิลด์’ เพราะผู้คนใน สหรัฐอเมริกาเชื่อว่าการมีอยู่ของเขาช่วยรักษาสันติภาพของโลกและช่วยให้ไม่เกิด สงครามระหว่างมวลมนษุย์ แต่ไม่ว่าซูเปอร์ฮีโร่จะแข็งแกร่งเพียงใดก็ย่อมแก่ตัวลงและตาย เจ็ดสิบปีก่อนกัปตันเวิลด์ผู้อายุกว่าร้อยปีแก่ตาย เขายังได้รับการสนับสนุนและ ความเชื่อมั่นจากผู้คน แม้จะยังมีพลังพิเศษสุดแข็งแกร่ง แต่ร่างกายก็ไม่สามารถ สนับสนุนเขาในการใช้พลังได้อีกต่อไป นักการเมือง สื่อ เศรษฐี และผู้คนมากมายจากทั่วสหรัฐอเมริกาแวะเวียนมาเยี่ยม กัปตันเวิลด์ในโรงพยาบาล พวกเขาหวังว่ากัปตันเวิลด์จะเลือกใครหนึ่งคนจากบรรดา คนมากมายที่คัดเลือกมาเป็นอย่างดี เพื่อรับตําแหน่งผู้สืบทอดพลังพิเศษและตัวตน ของกัปตันเวิร์ด
กัปตันเวิร์ดมองทะลุความคิดของพวกเขา ชัดเจนว่ามีกลุ่มต่างๆ อยากได้พลัง พิเศษนี้ที่ส่งผลกระทบต่อโลก พวกเขาอยากให้หมากที่ปั้นขึ้นมาได้สืบทอดพลังและ ตําแหน่งของกัปตันเวิลด์ ทุกอย่างอาจตกสู่หายนะร้ายแรงถ้าพลังนี้ตกไปอยู่ในมือของ คนชั่ว ดังนั้นกัปตันเวิลด์จึงไม่มอบพลังนี้ให้ ‘ผู้สืบทอด’ ที่นักการเมือง เศรษฐี หรือ กลุ่มอํานาจอื่นๆ คัดเลือกมาเป็นอย่างดี แต่แบ่งพลังพิเศษให้กระจายไปทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนของสหรัฐอเมริกาทุกคนมีโอกาสเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ความแข็งแกร่งของพลงันี้ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนและความเชื่อมั่นของชาวอเมริกัน กัปตันเวิลด์เชื่อมั่นหนักแน่นว่ามีเพียงคนที่มีคุณธรรม รักความยุติธรรม และมี เมตตาเท่านั้นที่จะได้รับการสนับสนุน ความเชื่อมั่น และความรักจากประชาชนชาว อเมริกัน ถึงจะการันตีไม่ได้ว่าพลังพิเศษท้ังหมดจะไปรวมอยู่กับใครหนึ่งคนที่ได้รับบทบาท ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่อย่างน้อยก็ยืนยันได้ว่าพลังพิเศษส่วนใหญ่จะถูกควบคุมโดยคนที่ จิตใจดีและมีคุณธรรม ขณะเดียวกันก็จะไม่ตกอยู่ในมือคนชั่วโดยสมบูรณ์ หลายคนรวมถึงนักการเมือง นักธุรกิจ และสื่อพยายามล่อลวงกัปตันเวิร์ด แต่เขา ก็ไม่คล้อยตาม ชัดเจนว่าคําพูดสวยหรูของคนพวกนี้มีจุดมุ่งหมายเดียวคือเก็บพลัง ของกัปตันเวิลด์ไวก้ับตัว เชื่อถืออะไรไม่ได้เลย กัปตันเวลิด์เชื่อว่าชาวอเมริกันทุกคนจะเลือกไดอ้ย่างถูกต้อง หลังการเสียชีวิตของกัปตันเวิลด์ผู้คนในสหรัฐอเมริกาต่างระลึกถึงความทรงจําที่ ติดตรึงในใจ และสร้างรูปปั้นกับอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่เพื่อรําลึกถึงซูเปอร์ฮีโร่คนแรกผู้ เป็นที่เคารพนับถือมากที่สุด
นี่คือเรื่องราวปูมหลัง จุดเริ่มต้นจริงๆ ของเรื่องคือเจ็ดสิบกว่าปีต่อมาหลังการตาย
ของกัปตันเวิลด์ ตัวเองของเรื่องชื่อฟีล ซิมมอนส์ เขาเป็นทายาทตระกูลร่ํารวยที่ใช้ชีวิตอย่างไร้
ความกังวลและโปรยเงินทิ้งเล่นทุกวันๆ ไรอัน ซิมมอนส์พ่อของฟีล ซิมมอนส์คือชายผู้ร่ํารวยอันดับหนึ่งร้อยห้าสิบของ สหรัฐอเมริกา เขามีความมั่งคั่งส่วนบุคคลสูงถึง 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโดยเริ่ม สร้างอาณาจักรจากอสังหาริมทรัพย์ มีเครือโรงแรมและอาคารสํานักงานมากมายใน เมืองต่างๆ ทั่วโลก ฟีล ซิมมอนส์เป็นเหมือนทายาทตระกูลร่ํารวยคนอื่นๆ ซึ่งคาบช้อนเงินช้อนทอง มาเกิด ปีนี้เขาอายุสามสิบเอ็ดแล้วและยังไม่ได้แต่งงาน สูง 192 เซนติเมตร ผิวขาว ตามมาตรฐาน หล่อเหลา และรูปร่างดีเหมือนนายแบบ เขาจบนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตและปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ตําแหน่งปัจจุบันคือ CEO ของ Simmons Media และยังติด อันดับ ‘บุคคลทรงอิทธิพลอายตุ่ํากว่าสี่สิบปี’ ของนิตยสาร Fortune ถึงปริญญาจากฮาร์วาร์ดจะได้มาเพราะครอบครัวทุ่มเงินบริจาคก้อนใหญ่ แต่ก็ไม่ ถือเป็นเรื่องน่าขายหน้าสําหรับครอบครัวร่ํารวยอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา ถือว่า เป็นเรื่องปกติมากดว้ยซ้ํา
ฟีล ซิมมอนส์ไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลยนอกจากสามารถขับรถซูเปอร์ สปอร์ตด้วยมือข้างเดียว ถึงจะมีพนักงานระดับมืออาชีพหลายคนช่วยบริหารบริษัท แต่ก็ยังอยู่ในสภาพจวนล้มละลาย แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่สําคัญ เพราะบริษัทสื่อของฟีล ซิมมอนส์เป็นแค่น้ําหยดเดียวใน มหาสมุทรเมื่อเทียบกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลซิมมอนส์ ถึงบริษัทของเขาจะ ล้มละลายสบิหนก็ไม่กระทบกับรากฐานของซิมมอนส์คอร์เปอเรชัน ทายาทตระกูลร่ํารวยมีหลายประเภท แต่เห็นได้ชัดว่าฟีล ซิมมอนส์ไม่ใช่ประเภท
ขยันทํางานอย่างขันแข็ง เขาเปิดบริษัทและขยายเครือข่ายสังคมก็จริง แต่ส่วนใหญ่ก็เอาแต่ใช้ชีวิตหรูหรา
กินดื่มปาร์ตี้บนเรือยอชต์ เขาไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องเป็นห่วง เพราะแค่ธุรกิจครอบครัวก็เพียงพอต่อการใช้
ชีวิตอย่างไร้ความกงัวลแล้ว จนกระทั่งวันหนึ่งชีวติของเขาก็เปลี่ยนไปเพราะซูเปอร์ฮีโร่ ดังนั้นฟีล ซิมมอนส์จึงตัดสินใจว่าเขาจะต้องเป็นซูเปอร์ฮีโร่ให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธี อะไร เขาอยากเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดและกําจัดซูเปอร์ฮีโร่ทุกคนท่ีเข้ามา ขวางทาง
…
ชุยเกิ่งรีบเขียนตอนเปิดของเรื่อง เขาสรุปปูมหลังของเรื่องอย่างรวดเร็วรวมถึงนิสัยของตัวเอกด้วย ทุกอย่างเขียนได้
ไหลลื่นมาก แต่ชุยเกิ่งไม่รู้ว่าทําไมฟลี ซิมมอนส์ถึงตัดสินใจเป็นซูเปอร์ฮีโร่หรือจะเป็นได้ยังไง
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้รีบเพราะใช้สัญญาระบบซื้อลิขสิทธิ์ ชุยเกิ่งไม่รู้สึกกดดันใน การรังสรรค์ผลงาน ทั้งหมดที่เขาต้องทําคือค่อยๆ รวบรวมข้อมูลและเขียนงานอย่าง พิถีพิถัน
ต่อจากนี้ชุยเกิ่งวางแผนไว้ว่าจะดูหนัง ซีรีส์ การ์ตูน และผลงานทั้งหมดที่
เกี่ยวข้องกับซูเปอร์ฮีโร่รวมถึงผลงานที่สะท้อนถึงการเมืองของสหรัฐอเมริกา ผลงานเหล่านี้มีเนื้อหามากมาย ถึงจะเสพผลงานต่อเนื่องแปดชั่วโมงต่อวันก็น่าจะ ใช้เวลาอย่างน้อยหน่ึงสัปดาห์กว่าจะเสพผลงานส่วนใหญ่ได้ แถมระหว่างนั้นก็ไม่รู้ว่า จะรวบรวมแรงบันดาลใจเพ่ือเขียนโครงเรื่องดีๆ ได้รึเปล่า แต่ไม่รู้ทําไมชุยเกิ่งกลับเต็มไปด้วยความมั่นใจเพราะบอสเผยเป็นคนเลือกตีม ให้!