ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 886 กิจการหน้าร้านบุกเมืองระดับหนึ่งเต็มรูปแบบ
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 886 กิจการหน้าร้านบุกเมืองระดับหนึ่งเต็มรูปแบบ
บทที่ 886 กิจการหน้าร้านบุกเมืองระดับหนึ่งเต็มรูปแบบ
วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ออฟฟิศสาวหน้านิ่งในเมืองปักกิ่ง ฉีเหยียนกับเพื่อนร่วมงานกําลังง่วนอยู่กับการเตรียมการสําหรับห้องวิจัยอาหาร ตอนแรกบริษัทสาวหน้านิ่งตกอยู่ในสถานการณ์สับสนไม่รู้ว่าจะต้องทําอะไรต่อไป เพราะแบรนด์นี้ก่อตั้งโดยเมิ่งชั่งและเมิ่งชั่งวางแนวคิดไว้ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ตอนนี้ แนวคิดนั้นกลับโดนทําลาย ออร่าความเทพหายวับไปทันที ดังนั้นพนักงานที่ตอนแรก เคารพนับถือเมิ่งชั่งจึงตกอยู่ในสภาพสับสน แต่ฉีเหยียนก็ชี้แนวทางในการทํางานให้กับพนักงานสาวหน้านิ่ง หลังจากได้อ่าน
บทความเกี่ยวกับเมิ่งชั่งและบอสเผย!
ฉีเหยียนตัดสินใจชี้นําให้พนักงานต้ังใจทํางานอย่างหนักตามคําแนะนําของบอส เผย เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบันของสาวหน้านิ่ง จะทําให้บอสเผยผิดหวัง ไม่ได้!
สิ่งแรกท่ีเธออยากทําคือจ้างเจ้าของร้านข้างทางฝีมือโดดเด่นมาเป็นที่ปรึกษาด้าน
อาหาร ตั้งห้องวิจัยอาหาร และพัฒนารสชาติเมนูทั้งหมดรวมถึงบะหม่ีเย็นย่างด้วย ฉีเหยียนทําตามแผนต่อหลังจบช่วงเทศกาลตรุษจีน เธอส่งทีมค้นหาพิเศษไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อตามหาเจ้าของร้านข้างทาง
ฝีมือโดดเด่น หัวหน้าทีมค้นหานี้คือจางหยาฮุยซ่ึงเป็นเจ้าของร้านข้างทางรุ่นเยาว์ ที่สร้างผลงาน อันยอดเยี่ยมในงานแข่งขันสตรีตฟู้ด แน่นอนว่ามีพนักงานสาวหน้านิ่งหลายคนให้ ความร่วมมือกับเขาดว้ย เมื่อพบเจ้าของร้านข้างทางฝีมือโดดเด่นพวกเขาก็จะเชิญไปปักกิ่ง ถ้าไม่เจอก็จะ ทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อขอเคล็ดลับและสูตรจากร้านข้างทาง พูดง่ายๆ คือไม่ยอมกลับไป มือเปล่า ในจีนมีเมืองมากมาย ถึงจะตามหาแค่ในเมืองระดับหนึ่งและสองก็ยังต้องใช้ เวลานานอยู่ดี ฉีเหยียนรู้ดีว่านี่คือภารกิจระยะยาวจึงไม่ได้รีบร้อนอะไร และพิจารณา แบ่งย่อยเป็นหลายข้ันตอบแทน การเปิดห้องวิจัยอาหารและตามหาเจ้าของร้านข้างทางฝีมือโดดเด่นดําเนินไป
พร้อมกันโดยไม่มวัชักช้า ตอนนี้ห้องวิจัยอาหารในปักกิ่งเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่รายละเอียดบางอย่าง
ยังไม่ได้ข้อสรุป ฉีเหยียนยังพิจารณาอย่างจริงจังอยู่ ในจังหวะนั้นก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดกับเธอ “พี่เหยียน ผมมีเรื่องมา
รายงานครับ”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “โมหยูเดลิเวอรี่เปิดสาขาใหม่ในปักกิ่ง ที่ตั้งร้านอยู่เยื้องร้าน ของเรา ห่างกันประมาณสิบเมตร แทบจะชนกันเลยครับ” ฉีเหยียนเงยหน้าขึ้นมาด้วยความอึ้ง โมหยูเดลิเวอรี่?
เท่าที่ฉีเหยียนรู้โมหยูเดลิเวอรี่มีร้านอยู่ในปักกิ่งแล้วแต่มีแค่ไม่กี่สาขา ก่อนหน้านี้ โมหยูเดลิเวอรี่เปิดห่างจากสาวหน้านิ่งในปักกิ่งออกไปสิบกว่ากิโลเมตร จึงไม่สร้าง ความสัมพันธ์เชิงแข่งขันกับสาวหน้านิ่ง แต่รอบนี้โมหยูเดลิเวอรี่ดันมาเปิดฝั่งตรงข้ามกับสาวหน้านิ่งจริงๆ เหรอ ห่างกัน
ไม่ถึงสิบเมตร ไม่ต่างกับการเปิดชนกันเลย!
หมายความว่ายังไงกนั ฉีเหยียนรู้ดีว่านอกจากภัตตาคารไร้ชื่อในจิงโจวที่ไม่ย้ายร้านหรือเปิดสาขาเพิ่ม
แล้ว โมหยูเดลิเวอรี่ก็เป็นกิจการร้านอาหารเดียวในเถิงตา๋คอร์เปอเรชัน รูปแบบธุรกิจของโมหยูเดลิเวอรี่แตกต่างจากกิจการเดลิเวอรี่เจ้าอื่นๆ กิจการเดลิเ วอรี่ธรรมดาและกิจการระดับไฮเอนด์ของพวกเขาอย่างสือเหอเน้นไปที่เรื่องการนํา บรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ เมนูส่วนใหญ่เป็นเมนูประจําบ้านที่ลดจํานวนเกลือและ น้ํามัน ในมณฑลฮั่นตงมีชื่อเสียงมากจากการคัดแยกขยะ ในช่วงเดือนที่ผ่านมาดูเหมือนว่าโมหยูเดลิเวอรี่จะขยับขยายมาที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเมืองระดับหน่ึงอื่นๆ ตามคําสั่งของบอสเผย ผลลัพธ์เหมือนจะค่อนข้าง ดีทีเดียว เพราะร้านเดลิเวอรี่ที่คุณภาพสูง บริการดี และวางราคาค่อนข้างสูงแบบนี้เหมาะ กับการทําตลาดในเมืองระดับหนึ่งและน่าจะเป็นที่ชื่นชอบในหมู่พนักงานออฟฟิศ มากกว่า แต่ทําไมโมหยูเดลิเวอรี่ถึงเปิดแข่งกับสาวหน้านิ่งโดยตรงแบบน้ีล่ะ โมหยูเดลิเวอรี่แข่งกบัสาวหน้านิ่งได้แน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย ถึงเมิ่งชั่งจะเคยโม้เกินจริงไว้ว่าโมหยูเดลิเวอรี่กับสาวหน้านิ่งนั้นส่งเสริมกันและกัน แต่นั่นก็เป็นวาทกรรมไว้ใช้หลอกนักลงทุน ทุกคนกินข้าวแค่วันละสามมื้อ ในพื้นที่ เดียวกันมีคนสั่งเดลิเวอรี่ไม่มาก ถ้ามีโมหยูเดลิเวอรี่ที่มีวัตถุดิบหลากหลายและรสชาติ ที่ดีกว่าใครจะมาสั่งบะหมี่เย็นยา่งกัน เรื่องนี้ต้องส่งผลกระทบครั้งใหญ่กับสาวหน้านิ่งแน่!
แน่นอนว่าหลังจากเหตุการณ์พลิกผันหลายครั้งก่อนหน้านี้ สาวหน้านิ่งก็สูญเสีย ความนิยมที่เคยมีจนตอนนี้ร้านดูร้างผู้คนไปมาก แต่ก็ยังพอมีลูกค้าเหลืออยู่บ้างแม้จะ แทบไม่คุ้มทุน การเปิดสาขาใหญ่ของโมหยูเดลิเวอรี่จะทําให้สถานการณ์ของสาวหน้านิ่งเลวร้าย
ลงกว่าเก่า ชัดเจนว่าพนักงานที่เข้ามารายงานรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี เขาตื่นตระหนกเล็กน้อย “พี่เหยียนคิดว่านี่เป็นไอเดียวของบอสเผยหรือผู้จัดการโมหยูเดลิเวอรี่ตัดสินเองครับ พวกเราควรทํายงัไงดี” เมื่อเทียบกับการแข่งขันในตลาดที่กําลังจะเกิดขึ้นแล้ว ทัศนคติของบอสเผยนั้นน่า
เป็นห่วงกวา่ ทุกคนรู้ดีว่าพวกเขาแข่งกับโมหยูเดลิเวอรี่ไม่ไหวแน่ สถานการณ์เลวร้ายที่สุดคือ
ขาดทุนเพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่ถ้าเป็นไอเดียของบอสเผยก็ยิ่งน่าตรวจสอบทัศนคติที่บอสเผยมีต่อสาวหน้านิ่ง
ในตอนนี้ บอสต้องการให้สาวหนา้นิ่งเป็นฟืนช่วยจุดไฟความรุ่งเรืองให้โมหยูเดลิเวอรี่เหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นพนักงานทั้งหมดของสาวหน้านิ่งก็ต้องพลีชีพไปด้วยสิ ฉีเหยียนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ “เดี๋ยวพี่แวะไปตรวจสอบเรื่องนี้เอง”
…
ครึ่งชั่วโมงต่อมาฉีเหยียนก็มาถึงโมหยูเดลิเวอรี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องจากร้านสาว
หน้านิ่ง ร้านนี้ว่างมาสองเดือนกว่าแล้ว ตอนนี้กําลังอยู่ในขั้นตอนการรีโนเวต เหล่าช่าง
กําลังทํางานกันอย่างขยันขันแข็ง ดูจากความคืบหน้าการรีโนเวตแล้วน่าจะเพิ่งเริ่มช่วงหลังเทศกาลตรุษจีน ยังเหลือ
เวลาอีกพักหนึ่งก่อนท่ีร้านจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ มองในแง่ภูมิศาสตร์โมหยูเดลิเวอรี่สาขานี้จะสร้างความสัมพันธ์เชิงแข่งขันกับสาว
หน้านิ่งแน่นอน เพราะทั้งสองร้านอยู่ใกล้กันเกินไปและขอบเขตการจัดส่งก็ซ้อนกัน มีคนสวมหมวกนิรภัยหนึ่งคนคอยดูงานอยู่ข้างๆ อีกคนกําลังนําเสนอแผนงานรี
โนเวตให้เขา ฉีเหยียนเดาว่าคนที่สวมหมวกน่าจะเป็นผู้จดัการสาขานี้ เนื่องจากเป็นพนักงานภายใต้บอสเผยเหมือนกัน ฉีเหยียนจึงเข้าไปทักทั้งสองคน
และแนะนําตัวเอง ชายสวมหมวกยิ้มให้และรีบจับมือทักทายกับฉีเหยียน “สวัสดีครับ ผมรุ่ยยู่เฉิน
เป็นผู้จัดการโมหยูเดลิเวอรี่คับ” ฉีเหยียนผงะไป รุ่ยยู่เฉิน?
นั่นมันคนที่ดูแลโมหยูเดลิเวอรี่ทั้งหมดไม่ใช่เหรอ เขาคือผู้บริหารระดับสูงของเถิง
ต๋าคอร์เปอเรชันที่คอยรายงานกับบอสเผยโดยตรงเลยนี่ ฉีเหยียนรู้ดีว่าถึงสาวหน้านิ่งจะถือเป็นกิจการของเถิงต๋าคอร์เปอเรชัน แต่ตําแหน่ง ของเธอก็ยังไม่สูงพอ เธอไม่สามารถรายงานกับบอสเผยได้โดยตรง ถ้าเจอปัญหาอะไร ต้องไปรายงานกับเฮ่อเต๋อเซิ่งก่อน จากนั้นค่อยให้เฮ่อเต๋อเซิ่งรายงานกับบอสเผยต่อ สถานะของสาวหน้านิ่งกับโมหยูเดลิเวอรี่ในเถิงต๋าคอร์เปอเรชันนั้นแตกต่างกัน
อย่างเห็นได้ชัด แต่ฉีเหยียนก็ไม่คิดว่ารุ่ยยู่เฉินจะถ่อมาถึงปักก่ิงแทนที่จะอยู่สั่งงานที่จิงโจวใน
ฐานะผู้จัดการโมหยูเดลิเวอรี่ ถึงรุ่ยยู่เฉินจะไม่รู้จักฉีเหยียนแต่ก็ชัดเจนว่าเขารู้จักสาวหน้านิ่ง เขาถอดหมวก
นิรภัยออกแล้วย่ืนให้ทีมช่าง จากนั้นก็เชิญฉีเหยียนไปนั่งที่คาเฟ่ใกล้ๆ ฉีเหยียนเองก็มีคําถามมากมายอยากถาม ทั้งสองจึงแวะไปที่คาเฟ่เล็กๆ ที่อยู่
ถัดไปไม่ไกล
…
หลังจากสั่งกาแฟและพูดคุยกันเล็กน้อย ฉีเหยียนก็ลังเลอยู่บ้างและไม่รู้ว่าจะเริ่ม
ตรงไหนดี ถึงเธอจะมีข้อสงสัยมากมายในใจแต่สาวหน้านิ่งก็เล็กเกินไปเมื่อเทียบกับโมหยูเด ลิเวอรี่ ถ้าถามออกไปตรงๆ จะดูเหมือนว่าเธอไม่รู้จักสถานะของตัวเอง แถมยังดูทะนง ตัวเกินไปถ้าเกดิเป็นแผนของบอสเผยจริงๆ รุ่ยยู่เฉินเห็นฉีเหยียนดูลังเลจึงผุดยิ้ม “ผมรู้ว่าคุณมีคําถามมากมายอยากถาม ไม่
ต้องเกรงใจครับ อยากถามอะไรเชญิถามได้เลย
“ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับร้าน ผมบอกได้เลยว่าบอสเผยเป็นคนตัดสินใจเลือกทําเลนี้ให้ ร้านเอง บังเอิญมีร้านเหมาะๆ อยู่ในละแวกนี้พอดี ผมเลยตัดสินใจเปิดสาขาใหม่ที่นี่
“แต่รอบนี้เปิดสาขาใหม่กว่าสิบสาขา แถมยังไม่ใช่แค่โมหยูเดลิเวอรี่ กิจการหน้า ร้านอื่นๆ ของเถิงต๋าอย่างร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูกับฟิตเนสฝากประจําก็มีแผนเข้ามา เปิดที่ปักกิ่งด้วยครับ” หลังจากรุ่ยยู่เฉินอธิบายสถานการณ์คร่าวๆ ฉีเหยียนก็พอจะเข้าใจว่าเรื่องราว
เป็นมายังไง กิจการหน้าร้านต่างๆ ของเถิงต๋าเจอปัญหาเรื่องทําเลเปิดร้านใหม่ระหว่างช่วง
เทศกาลตรุษจีน
รุ่ยยู่เฉินเองก็ปวดหวักับเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้บอสเผยเป็นคนตัดสินใจเรื่องทําเลเปิดสาขาใหม่ รุ่ยยู่เฉินแค่ทําตาม คําสั่งเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาต้องตัดสินใจเรื่องทําเลของสาขาต่างๆ ด้วยตัวเอง บอสเผย
ไม่ค่อยถามเรื่องนี้บ่อยนัก รุ่ยยู่เฉินจึงรู้สึกกดดันและต้องรับผิดชอบมากข้ึน ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเมืองระดับหนึ่งอื่นๆ มีร้านสาวหน้านิ่งอยู่หลายสาขา แต่เขา ควรขยายกิจการต่อไปในเมืองระดับหนึ่งและเพ่ิมจํานวนสาขาของโมหยูเดลิเวอรี่ไหม หรือควรจะกลับมาเน้นที่เมืองระดับสองจนมั่นใจว่าเมืองส่วนใหญ่มีโมหยูเดลิเวอรี่ หมดแล้วก่อนจะค่อยๆ พัฒนาต่อ แต่รุ่ยยู่เฉินก็ไม่ต้องคิดนานเพราะเขา เสี่ยวเผิง และคนอื่นๆ ได้รับคําตอบจาก
บอสเผยอย่างรวดเร็ว ถึงบอสเผยจะไม่ได้บอกชัดเจน แต่การกระทําของบอสก็อธิบายทกุอย่างเรียบร้อย บอสเผยโฆษณากิจการหน้าร้านของเถิงต๋าในเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่งกับเซี่ยงไฮ้
การกระทํานี้หมายความวา่ยังไง เห็นได้ชัดว่าบอสกําลังบอกใบ้ให้รุ่ยยู่เฉิน เสี่ยวเผิง และคนอื่นๆ รีบเข้ามาขยาย
กิจการในเมืองระดับหนึ่ง!
บอสเผยออกแคมเปญโฆษณาขนาดนี้ ถ้าไม่ยอมเปิดสาขาเพิ่มบอสก็คงผิดหวัง
แย่ ดังนั้นโมหยูเดลิเวอรี่ ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู ฟิตเนสฝากประจํา และกิจการหน้า
ร้านอื่นๆ จึงตัดสินใจเปิดสาขาในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเมืองอื่นๆ ทันที!
อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยไม่ได้ตามมาทันทีเพราะติดปัญหาเรื่องห่วงโซ่เงินทุน อีกอย่างตลาดท้องถิ่นในจิงโจวก็ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว แต่โมหยูเดลิเวอรี่ ร้านอินเทอร์เน็ต โมหยู และกิจการอื่นๆ ทุ่มเงินก้อนโตเพื่อเปิดสาขาใหมม่าตลอด
สาขาต่างๆ สร้างกําไรคืนให้กับสองกิจการมาได้พักใหญ่แล้ว แต่ก็ไม่สําคัญเพราะ
นี่เป็นแผนที่บอสเผยวางไว้ พวกเขาต้องใช้กําไรทั้งหมดในการเปิดสาขาใหม่ เมื่อมีบอสเผยคอยหนุนหลัง รุ่ยยู่เฉินกับเสี่ยวเผิงก็ไม่จําเป็นต้องเป็นห่วงเรื่อง
ห่วงโซ่เงินทุนจะพัง พวกเขาสามารถทําอะไรก็ได้ตามใจชอบ โมหยูเดลิเวอรี่สาขาน้ีเป็นหนึ่งในสาขาใหม่ที่กําลังจะเปิด รุ่ยยู่เฉินถ่อมาถึงปักกิ่งเพราะจุดที่ต้องให้ความสําคัญเปลี่ยนมาเป็นที่ปักกิ่งแล้ว เขาอยากจับตาดูสาขาต่างๆ ในปักกิ่ง พอเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรค่อยตัดสินใจแผน ต่อไป บอสเผยไม่ได้พูดอะไรมากหลังจากรู้ว่ารุ่ยยู่เฉินจะเปิดสาขาเพิ่มในปักกิ่ง บอสแค่ ย้ําให้เปิดสาขาหลักตรงที่ที่มีมาตรฐานสูงที่สุดตรงข้ามร้านสาวหน้านิ่ง ซึ่งบอสเผยก็ ไม่ได้อธิบายว่าทําไม
บทที่ 887 คลิปโปรโมตทู่เหว่ยไลฟ์สตรีม
ฉีเหยียนยกกาแฟขึ้นจิบ สีหน้าดูไม่พอใจสุดๆ บอสเผยเป็นคนตัดสินใจเรื่องทาํเลของสาขานี้เอง หมายความว่ายังไงกัน เห็นได้ชัดว่าถ้าสู้กันสาวหน้านิ่งต้องโดนโมหยูเดลิเวอรี่ถล่มเละแน่ บอสเผยเองก็
น่าจะรู้เรื่องนี้ดี
ฉีเหยียนรู้สึกว่าคําอธิบายเดียวคือบอสเผยอยากให้สาวหน้าน่ิงตายด้วยน้ํามือของ
โมหยูเดลิเวอรี่!
ทําแบบนี้กระแสนิยมท่ีหลงเหลืออยู่ของสาวหน้านิ่งก็จะถูกถ่ายโอนไปสู่โมหยูเดลิเ วอรี่!
พลีชีพสาวหน้านิ่งซึ่งเป็นสินทรัพย์ตัวแดงที่ขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดทาง ให้โมหยูเดลิเวอรี่สร้างรากฐานในปักกิ่งและขยายกิจการได้รวดเร็วขึ้น ทําแบบนี้ถือว่า คุ้มมาก ถ้าเป็นแบบนั้นฉีเหยียนก็จะเจอกับศึกที่ไม่มีทางชนะได้ จะให้ไม่รู้สึกกังวลได้
ยังไงไหว ฉีเหยียนรู้สึกผิดหวังมาก บอสเผยอุตส่าห์ทุ่มเทตั้งมากมายเพื่อถีบหัวส่งเมิ่งชั่ง จากนั้นก็จัดงานแข่งขันสตรีตฟู้ดเพื่อชุบชีวิตสาวหน้าน่ิง ทั้งหมดไม่ได้หมายความว่า บอสเผยให้คุณค่าสาวหน้านิ่งมากๆ เหรอ จะให้พวกเขาตีความสถานการณ์ปัจจบุันยังไงดี ฉีเหยียนไม่อยากถามอะไรต่อแต่ก็หาคําตอบเองไม่ได้ หลังจากลังเลใจอยู่พัก ใหญ่เธอก็หันไปถามรุ่ยยู่เฉิน “ขอพูดตรงๆ เลยนะคะบอสรุ่ย คุณคิดว่าบอสเผย อยากพลีชีพสาวหน้านิ่งแล้วทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่โมหยูเดลิเวอรี่รึเปล่าคะ ถ้าเป็น แบบนั้นดิฉันก็ไม่มอีะไรโต้แย้งและจะให้ความร่วมมืออย่างไม่มีเง่ือนไขค่ะ” รุ่ยยู่เฉินผงะไป เขารีบส่ายหน้าทันที “ไม่ครับไม่ ไม่ใช่เลย คุณเข้าใจผิดแล้ว
“ถึงบอสเผยจะเป็นคนตัดสินใจเรื่องทําเลร้านและไม่ได้อธิบายเหตุผลกับผม แต่ ผมก็ทํางานกับบอสเผยมานานแล้วเลยพอเดาจุดประสงค์ของบอสได้
“บอสเผยไม่มีทางทิ้งกิจการของตัวเอง ถึงจะดูเป็นไปไม่ได้และกําลังขาดทุน มหาศาล บอสก็จะพลิกกิจการจากขาดทุนมาทํากําไรได้
“ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู โมหยูเดลิเวอรี่ ตู้โทรศัพท์ให้เช่า ฟิตเนสฝากประจํา… มี ตัวอย่างให้เห็นมากมายนบัไม่ถ้วนเลยครับ
“เพราะงั้นในเมื่อบอสเผยซื้อกิจการสาวหน้านิ่งมาแล้ว บอสก็ไม่มีทางทิ้งกิจการนี้ แน่ พวกคุณวางใจได้เลยครับ”
ฉีเหยียนรู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากได้ยินที่รุ่ยยู่เฉินบอก พอมาคิดดูอีกทีก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เธอไม่เคยได้ยินว่าเถิงต๋าคอร์เปอเรชันทิ้ง กิจการไหนมาก่อน ดูอย่างโมหยูเดลิเวอรี่ กิจการนี้ขาดทุนมาอย่างน้อยหนึ่งปีหลังจาก เปิดตัว แต่บอสเผยก็ไม่เคยยอมแพ้ ในที่สุดบอสก็คว้าโอกาสตอนมีนโยบายคัดแยก ขยะในมณฑลฮั่นตงสะสมเงินทุนได้เพียงพอและทะยานสู่ความสําเร็จ สถานการณ์ของสาวหน้านิ่งเทียบกับกิจการต่างๆ ที่เคยขาดทุนขนานใหญ่ไม่ได้
เลย ถึงอย่างนั้นแม้ฉีเหยียนจะรู้สึกสบายใจข้ึนแต่ความคลางแคลงใจก็ไม่ได้ลดลง “แต่ถ้าบอสเผยไม่คิดจะทิ้งพวกเรา ทําไมบอสถึงจงใจบอกให้เปิดสาขาโมหยูเดลิเ วอรี่ตรงข้ามกับร้านสาวหน้านิ่งด้วยละคะ แถมยังย้ําเป็นพิเศษด้วยว่าต้องเป็นร้านสาขา หลัก” รุ่ยยู่เฉินเงียบไปครู่หนึ่ง “แผนของบอสเผยเป็นแผนสําหรับระยะยาว แม้แต่
ผู้จัดการกิจการอยา่งผมก็ยังเข้าใจทั้งหมดได้ยาก แต่ผมก็พอเดาออกคร่าวๆ บางส่วน
“ผมคิดว่าที่บอสเผยเลือกทําเลตรงนี้มขี้อพิจารณาอย่างน้อยสามข้อ
“ข้อแรกคือให้คําปรึกษา
“สาวหน้านิ่งยังไม่เคยทํากําไรได้อย่างแท้จริงตั้งแต่ก่อตั้งมา แม้แต่รสชาติอาหาร ของสาวหน้านิ่งก็ไม่สามารถครองใจลูกค้าได้อย่างแท้จริง
“พูดอีกอย่างคือสาวหน้านิ่งยังห่างไกลจากการพลิกขาดทุนมาทํากําไร ถ้าปล่อยให้ คลําหาทางกันเอาเองจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ มันช้าเกินไป
“กลับกันโมหยูเดลิเวอรี่เป็นแบรนด์อาหารและเคร่ืองดื่มประเภทเดียวกันที่สั่งสม ประสบการณ์ในแวดวงนี้มามากแล้ว เราช่วยให้คําแนะนํากับสาวหน้านิ่งได้เยอะมาก ทั้งในแง่ของการอบรมพนักงาน การจัดการภายใน การวิจัยและพัฒนาเมนูใหม่ และ การตลาด
“โมหยูเดลิเวอรี่เองก็เคยขาดทุนมาโดยตลอดเหมือนกัน สาวหน้านิ่งไม่
จําเป็นต้องเดินซ้ํารอยเก่าของพวกเรา
“พอสองร้านอยู่ใกล้กัน คุณก็สามารถส่งคนมาเยี่ยมเยียนและศึกษาดูงานกับโมห ยูเดลิเวอรี่ได้ ซึ่งก็จะทําให้พวกคุณเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องได้รวดเร็วขึ้น “ข้อสองคือการแข่งขัน “บอสเผยเชื่อเสมอว่าของดีไม่จําเป็นต้องกลัวการแข่งขันในตลาด บอสมักจะ เลือกสนามที่ยากที่สุดเพื่อแข่งกับคนเก่งๆ ที่มีประสบการณ์สูง เพราะบอสรู้ว่าดอกไม้ ในเรือนกระจกไม่มีวนังอกงามได้
“ทําเลที่สาวหน้านิ่งเลือกเป็นทําเลที่ดี ไม่มีร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดใกล้ๆ เลย สภาพแวดล้อมการแข่งขันอ่อนแอมาก ในสภาพแวดล้อมแบบนี้สาวหน้านิ่งจะมีกลุ่ม ลูกค้าประจําทําให้ขาดแรงจูงใจโดยธรรมชาติ
“การให้โมหยูเดลิเวอรี่เข้ามากดดันสาวหน้านิ่งบ้างจะดีกับท้ังสองฝ่าย
“ข้อสุดท้ายคือผลลัพธ์แบบตลาดผู้ขายน้อยราย
“สมมติว่าสาวหน้านิ่งทนแรงกดดันและทําเมนูใหม่ๆ รสชาติดีออกมาดึงดูดลูกค้า ได้มากขึ้น โมหยูเดลิเวอรี่กับสาวหน้านิ่งก็จะไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงแข่งขันกันเท่านั้น แต่ยังสร้างตลาดผู้ขายน้อยรายขึ้นได้ด้วย!
“สําหรับลูกค้าพอเริ่มเบื่อโมหยูเดลิเวอรี่ก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศไปกินสาว หน้านิ่งได้ หรือถ้าเบื่อสาวหน้านิ่งก็เปลี่ยนกลับมากินโมหยูเดลิเวอรี่ก็ได้เหมือนกัน
“อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องด่ืมเต็มไปด้วยการแข่งขัน ถึงโมหยูเดลิเวอรี่จะเข้า มา ร้านอาหารอื่นก็มาเปิดอยู่ดี ถ้าสาวหน้านิ่งแพ้ให้กับคนอื่นจะไม่ยิ่งกระอักกระอ่วน ใจเหรอ
“กลับกันสาวหน้าน่ิงกับโมหยูเดลิเวอรี่สามารถร่วมมือกันกําจัดร้านอาหาร ฟาสต์ฟู้ดและเดลิเวอรี่เจ้าอื่นในละแวกได้ ทําแบบนี้ไม่ว่าเราจะแข่งกันยังไงเงินก็เข้า กระเป๋าเถงิต๋าอยู่ดี ซึ่งไม่ต่างอะไรเลยสําหรับพวกเรา!” คิ้วที่ขมวดเป็นปมของฉเีหยียนค่อยๆ คลายหลงหลังจากได้ฟังที่รุ่ยยู่เฉินอธิบาย
“งี้นี่เอง…
“ดูเหมือนว่าดิฉันจะคิดตื้นเขินเกินไป พูดอีกอย่างคือนอกจากบอสเผยจะไม่ได้ คิดให้สาวหน้านิ่งพลีชีพแล้ว ยังทุ่มเทเพื่อช่วยส่งเสริมให้เราพัฒนาขึ้นด้วยเหรอคะ” รุ่ยยู่เฉินพยักหน้า “จากความเข้าใจในตัวบอสเผยของผมจุดประสงค์ของบอส
น่าจะเป็นแบบนั้นครับ
“ซึ่งก็บังเอิญตรงกับที่จุดเน้นเชิงกลยุทธ์ของโมหยูเดลิเวอรี่เปลี่ยนจากจิงโจวมา เป็นเมืองระดับหนึ่ง ผมจะอยู่ที่ปักกิ่งจนกว่าร้านทั้งหมดจะเปิดให้บริการตามปกติแล้ว ค่อยกลับจิงโจว ถ้าสาวหน้านิ่งติดปัญหาอะไรก็มาหาผมได้ตลอดเลยครับ” ฉีเหยียนดีใจมาก “ดีเลยค่ะ!
“จริงๆ แล้วสาวหน้านิ่งอยากเรียนรู้จากโมหยูเดลิเวอรี่และเปิดห้องวิจัยเป็นของ ตัวเอง ดิฉันมีคําถามมากมายเลยค่ะ
“แต่ก็อาจจะกระทบกับการดําเนินงานของโมหยูเดลิเวอรี่เลยเกรงใจอยู่หน่อยๆ ค่ะ” รุ่ยยู่เฉินยิ้ม “ไม่ต้องเกรงใจเลยครับ
“แทบทุกกิจการในเถิงต๋าเคยขาดทุนต่อเนื่องมาก่อน กิจการอื่นๆ มักจะยื่นมือ เข้ามาช่วยได้จังหวะพอดีโดยไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง นี่คือวัฒนธรรมดั้งเดิมภายใน เถิงต๋า โมหยูเดลิเวอรี่ก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากหลายๆ กิจการ
“เพราะยังไงทุกคนก็ทํางานให้กับบอสเผย กิจการภายในเถิงต๋าไม่มีการแข่งขัน หรือความกดดันเรื่องดัชนีวัดความสําเร็จ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันและขยาย ผลประโยชน์ให้ใหญ่ขึ้นสอดคล้องกับผลประโยชน์ระยะยาวของแต่ละกิจการ
“ถึงสาวหน้านิ่งจะเพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเถิงต๋าคอร์เปอเรชัน แต่พวกคุณก็ ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนี้ให้เร็วที่สุด” ฉีเหยียนพยักหน้าทันที “โอเคค่ะ! เข้าใจแล้วค่ะ!” รุ่ยยู่เฉินจิบกาแฟแล้วถามขึ้นด้วยน้ําเสียงสบายๆ “งานช่วงนี้ของสาวหน้านิ่งคือ
เตรียมเปิดห้องวิจัยอาหารเหรอครบั มีอะไรให้ผมช่วยไหม” ฉีเหยียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เอ่อ… จริงๆ แล้วช่วงนี้เรากําลังวางแผนเรื่องทําคลิปโปร โมตอยู่ค่ะ เราอยากเก็บภาพชีวิตประจําวันของเจ้าของร้านข้างทางและโชว์ให้ชาวเน็ต เห็นถึงความยากลาํบาก ตอนนี้กําลังอยู่ในช่วงถ่ายทํา…” ทั้งสองจิบกาแฟพลางพูดคุยเกี่ยวกับแผนพัฒนาในอนาคตของสาวหน้านิ่งและ
โมหยูเดลิเวอรี่ ทั้งสองต่างได้รับแรงบันดาลใจจากกันและกัน
…
ขณะเดียวกันที่จิงโจว
“ฮัดเช้ย!” เผยเชียนจามในห้องทํางาน เขารู้สึกฉงนใจเล็กน้อยเพราะห้องก็ค่อนข้างอุ่น ก่อนเข้าเทศกาลตรุษจีนเผยเชียนทําแคมเปญโฆษณากิจการหน้าร้านในเมือง ระดับหนึ่งอย่างจิงโจวและเซี่ยงไฮ้ เพราะเถิงต๋ามีกิจการหน้าร้านแค่ไม่กี่แห่งในเมือง เหล่านี้ นอกจากนั้นแคมเปญโปรโมตของเมิ่งชั่งยังถือว่าเรียบง่ายมาก ผลลัพธ์การ ประชาสัมพันธ์ควรจะออกมาแย่ เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะพลิกผันจากที่คาดเอาไว้!
ป้ายโฆษณาสุดมินิมอลที่เมิ่งชั่งออกแบบเป็นกระแสโด่งดังเพราะจํานวนป้าย โฆษณามีมหาศาล กลายเป็นว่าได้ผลลัพธ์การประชาสัมพันธ์ดีเยี่ยม พอรุ่ยยู่เฉิน เสี่ยวเผิง และคนอื่นๆ เห็นว่าผลลัพธ์การประชาสัมพันธ์ดีมากก็คิดว่าเป็นการใบ้ให้ เปิดสาขาใหม่ในเมืองระดับหนึ่งพวกนี้!
เผยเชียนเองก็ตะลึงงันไปเหมือนกัน แต่เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยุ่งกับการเลือก ทําเลโมหยูเดลิเวอรี่กับร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู ก็เลยได้แต่ปล่อยให้พวกเขาจัดการ กันเอง แต่เผยเชียนก็ย้ํากับรุ่ยยู่เฉินเป็นพิเศษว่าให้เปิดโมหยูเดลิเวอรี่สาขาหลักตรงข้าม
กับร้านสาวหน้านิ่งในปักกิ่ง ทําแบบน้ีโมหยูเดลิเวอรี่ก็จะดึงลูกค้าจากสาวหน้านิ่งไปหมด สาวหน้านิ่งจะอยู่ใน
สภาพแย่หนักกว่าเดิมและอาจไม่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ เผยเชียนก็จะทําให้สาวหน้านิ่งเปน็เครื่องผลาญเงินไปเรื่อยๆ ได้! ระหว่างที่กําลังมโนอย่างสุขใจเขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องทาํงาน พอเงยหน้ามองกเ็ห็นว่าเป็นเมิ่งชั่ง
“บอสเผยครับ คลิปโปรโมตทู่เหว่ยไลฟ์สตรีมเสร็จแล้วครับ เวอร์ชันแรกตัดต่อ เสร็จเรียบร้อย รบกวนช่วยตรวจสอบด้วยครับ” เมิ่งชั่งรู้สึกกระวนกระวายใจสุดๆ เขารู้ดีว่าบอสเผยน่าจะคิดว่าเขาจะขนสารพัดแคมเปญโปรโมตชุ่ยๆ ออกมาใช้ เพื่อให้ได้ค่าคอมมิชชันสูงๆ หลังจากได้ข้อเสนอสุดแปลกในการเพิ่มค่าคอมมิชชันให้ ตัวเอง แต่บอสเผยกลับเมินเฉยและดูเหมือนจะไม่ใส่ใจว่างบการประชาสัมพันธ์ของเถิง
ต๋าจะใช้ไปในทิศทางใด เรื่องนี้ทําให้เมิ่งชั่งไม่สบายใจมาก เมิ่งชั่งตกอยู่สถานการณ์ชวนลําบากใจเพราะกลัวว่าถ้าทําแคมเปญดีเกินไปก็จะ
ไม่ได้เงิน แต่ถ้าออกมาแย่เกินไปก็จะโดนบอสเผยตําหนิเอาได้
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ถึงลูกน้องของเมิ่งชั่งจะพุ่งกลับบ้านเร็วกว่าที่อื่นๆ แต่ ประสิทธิภาพการทํางานกลับสูงมากอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขาใช้เวลาแค่สัปดาห์เดียวก็ทํา คลิปโปรโมตเสร็จ เมิ่งชั่งไม่มั่นใจเลยเอาคลิปมาให้บอสเผยดูทันที เผยเชียนไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย “ส่งไปให้บอสหม่าเลย ผมไม่ดู” แต่พอคิดดูอีกทีเขาก็พูดข้ึน “ไม่เป็นไร ไหนๆ ก็มาแล้วผมเปิดดูหน่อยก็ได้” เมิ่งชั่งรีบยื่นแท็บเลตให้อีกฝ่ายทันที เผยเชียนกดดูคลิป
…
คลิปโปรโมตนี้ไม่ได้ยาวมาก ระยะเวลาแค่ประมาณสามนาที แถมฉากต่างๆ ยัง เป็นฉากที่เห็นได้ทั่วไปในชีวิตจริง ในคลิปมีตัวละครน้อยมาก คลิปจึงทําเสร็จได้ใน เวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ คลิปโปรโมตเริ่มต้นที่หอพักมหาวิทยาลัยแห่งหน่ึง มีนักศึกษาอยู่สองคน คนหนึ่งผมเผ้ายุ่งเหยิงหน้าตาไม่มีชีวิตชีวา อีกคนสวมแว่น
หน้าตาดูสดใสกว่า รูปลักษณ์ภายนอกบ่งบอกตัวตนไดเ้ลยว่าเป็นเด็กเรียนเก่งกับเด็กเกเรียน ในฉากแรกเด็กเกเรียนสวมหูฟังกินผลไม้ระหว่างดูไลฟ์สตรีมกลางดึก เขาหัวเราะ
เป็นพักๆ ในขณะที่เด็กเรียนเก่งสวมหูฟังนั่งอ่านหนังสือคร่ําเคร่งใตแ้สงโคมไฟบนโต๊ะ ในฉากที่สองแสงไฟดับลงกลางดึก เด็กเกเรียนยังคงดูไลฟ์สตรีมผ่านมือถืออยู่ บนเตียง เขาส่งของขวัญให้สตรีมเมอร์สาวแม้ในยามดึกดื่น ส่วนเด็กเรียนเก่งเข้านอน ทันทีและตั้งนาฬกิาปลุกไว้สําหรับพรุ่งนี้เช้า ในฉากที่สามเด็กเกเรียนหลับจนถึงเท่ียงกว่าจะตื่น เขาดูไลฟ์สตรีมบน คอมพิวเตอร์หลังจากสั่งเดลิเวอรี่มากิน แต่เนื่องจากช่วงบ่ายมีไลฟ์สตรีมไม่มาก เขาจึง ต้องเปิดหาเป็นสิบห้องกว่าจะเจอห้องไลฟ์สตรีมที่พอใจ จากนั้นก็กินอาหารเดลิเวอรี่ไป พร้อมกับดูไลฟ์สตรีม ระหว่างนั้นเด็กเก่งเรียนกําลังอ่านหนังสือ ทบทวนเนื้อหา และ เตรียมตัวสําหรับการสอบอยู่ในห้องสมุด ในฉากที่สี่ทั้งสองจบการศึกษาและเริ่มทํางานในเส้นทางของตัวเอง เด็กเกเรียน เป็นพนักงานธรรมดาในบริษัทแห่งหนึ่ง เขาทํางานอยู่ที่โต๊ะพลางแอบดูไลฟ์สตรีมไป ด้วย ส่วนเด็กเรียนเก่งทุ่มเททํางานในบริษัทเต็มที่และใช้เวลาทุกนาทีอยา่งคุ้มค่า ในฉากที่ห้าเด็กเกเรียนโดนไล่ออกจากบริษัทเพราะผลงานแย่ เขายืนสับสนอยู่ หน้าทางเข้าบริษัท สีหน้าของเขาดูเจ็บปวด แต่ก็ยังเปิดดูไลฟ์สตรีมระหว่างขึ้นรถบัส กลับบ้านตามความเคยชิน ในขณะที่เด็กเรียนเก่งได้รับการว่าจ้างเป็นพิเศษให้มารับ ตําแหน่งบริหารในบริษัทเดียวกัน ทีมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทให้การต้อนรับเขา อย่างอบอุ่นในห้องประชุม… สุดท้ายภาพก็แสดงโลโก้ทู่เหว่ยไลฟ์สตรีมพร้อมสโลแกน ‘ทุกคนมีเวลาเท่ากัน
แตกต่างตรงที่ใช้มันอย่างไร’
…
คลิปโปรโมตมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากแผนแรกของเมิ่งชั่งแต่ก็ไม่ได้กระทบ
มาก ตอนแรกเมิ่งชั่งอยากให้มีสี่บทในคลิปโปรโมต คือนักศึกษาสองคนและพนักงาน บริษัทสองคน แต่พอคิดดูอีกทีเขาก็มองว่าไม่จําเป็น จึงเลือกมาแค่สองคนแล้วให้คลิป เล่าเรื่องครอบคลุมตั้งแต่วัยเรียนจนถึงวัยทํางาน ทําแบบนี้คลิปโปรโมตก็จะมีความต่อเนื่องมากขึ้น การประชดประชันก็จะหนักขึ้น
ด้วย
เมิ่งชั่งกระวนกระวายใจมาก คลิปโปรโมตนี้ชดัเจนเกินไปไหม บอสเผยจะโกรธรึเปล่า แต่เมิ่งช่ังก็เห็นบอสเผยพยักหน้าเล็กน้อย “โอเค คลิปโปรโมตนี้ดีกว่าป้าย โฆษณาที่แล้วของคุณอีก! ดูเหมือนคุณจะเริ่มจับทางได้แล้วนะ พยายามแบบนี้ ต่อไป!”