ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 909 “จากดักแด้แต่ไม่เป็นผีเสื้อ”
จริงๆ แล้วเมิงชังไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับอีสปอร์ตเท่าไหร่
เพราะเป็นอุตสาหกรรมใหม่และเขาก็ไม่ได้สนใจมาก
เขาไม่ดูการแข่งขันอีสปอร์ตหรือเล่นเกมแนวนี้เลย
แต่เมิงชังเป็นคนฉลาด
เขาสามารถหาข้อมูลด้านต่างๆ ของเรื่องที่ไม่เข้าใจได้
อีสปอร์ตเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่เต็มไปด้วยข้อโต้แย้งตั้งแต่เริ่มแรก
มีประเด็นร้อนแรงมากมายบนโลกออนไลน์ สามารถหาเรื่องฉาวได้ง่ายมาก
เขาไม่จำเป็นต้องเข้าใจลึกซึ้ง เพราะยังไงก็แค่จะทำคลิปโปรโมตอีสปอร์ตคลิปเดียว
เหมือนอย่างการถ่ายคลิปโปรโมตรถแข่ง
เขาก็ไม่จำเป็นต้องไปขับบนสนามแข่งจริงๆ หรือทำความเข้าใจสเป็กเครื่องยนต์ใช่ไหมล่ะ
ดังนั้นเมิงชังจึงใช้เวลาหาข้อมูลออนไลน์และรวบรวมข้อมูล
บางอย่างที่ทำให้เขาแปลกใจคือเฟยหวงสตูดิโอของเถิงต๋าเคยทำสารคดีเกี่ยวกับวงการอีสปอร์ตด้วย
ตอนนั้นได้กระแสตอบรับค่อนข้างดีทีเดียว
สารคดีนั้นชื่อว่า
“จากดักแด้สู่ผีเสื้อ”
หลักๆ นำเสนอเกี่ยวกับเส้นทางของนักกีฬามืออาชีพที่เล่นเกม Counter Strike
เขาใช้เวลาฝึกฝนอย่างน้อยสิบสี่ชั่วโมงต่อวันและแทบไม่ได้เจอเพื่อนและครอบครัว
วันหยุดก็แทบไม่มี…
พ่อขังเขาไว้ในบ้านตอนที่เขาตัดสินใจจะเล่นเกมเป็นอาชีพ
เขาเป็นคนถีบประตูหนีมาที่เซี่ยงไฮ้เพื่อเริ่มเส้นทางอาชีพ
สรุปคือเน้นเรื่องความยากลำบาก
สารคดีนี้มีความสมจริงมาก ทั้งการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง สถานที่ฝึกซ้อม และภาพบ้านเกิดจริงๆ ของนักกีฬามืออาชีพ
รายละเอียดทุกอย่างอยู่ในสารคดีหมด
เมิงชังมั่นใจในความเป็นมืออาชีพของเฟยหวงสตูดิโอ
สารคดีนี้ต้องมีความสมจริงแน่นอน และกระแสตอบรับของผู้ชมก็พิสูจน์ให้เห็นถึงเรื่องนี้
“เยี่ยมเลย สารคดีช่วยแบ่งเบาภาระได้เยอะมาก”
“ถ้ามีสารคดีแบบนี้ที่ทำให้เข้าใจอุตสาหกรรมอีสปอร์ตอย่างครอบคลุม ฉันก็ไม่ต้องเสียเวลาหลายสัปดาห์ลงพื้นที่หาข้อมูลเอง”
ฝ่ายโฆษณาและการตลาดมีงบเยอะมาก และสนับสนุนการลงพื้นที่เก็บข้อมูลเต็มที่
แต่เมิงชังไม่อยากทำแบบนั้น
ไม่ว่าแผนกจะมีงบเยอะขนาดไหนก็ไม่เกี่ยวกับเขา!
เขาแค่อยากทำแคมเปญนี้ให้เสร็จเร็วที่สุดเพื่อรับค่าคอมมิชชัน
เรื่องอื่นๆ เขาไม่สนใจเลย
สารคดีนี้ถ่ายทำเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2010
ก็คือผ่านมาแล้วประมาณปีครึ่ง
เมิงชังรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศของอุตสาหกรรมอีสปอร์ตไม่น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเวลาแค่ปีครึ่ง
หลังจากอ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เมิงชังระบุจุดด่างพร้อยที่สำคัญๆ ในการโปรโมตนี้ได้
อุตสาหกรรมอีสปอร์ตในตอนนี้ยังอยู่ในภาวะโกลาหล
ตัวอย่างเช่น มีข้อพิพาทเรื่องเงินเดือนของนักกีฬา สโมสรขูดรีดนักกีฬา การดูแลนักกีฬาระดับล่างแย่เกินไป และแทบไม่มีทางออกที่ดีหลังเข้าสู่วงการอย่างยากลำบาก
สิ่งเหล่านี้คือปัญหาตามความเป็นจริง
เขาหาข่าวที่เกี่ยวข้องได้ง่ายมาก แต่เขากลับไม่เจอข่าวเชิงลบเกี่ยวกับ GPL เลย
เมิงชังรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ไม่สามารถเอามาใส่ในคลิปได้
แต่พอคิดดูอีกทีก็ถือว่าไม่แปลก
GPL มีความเกี่ยวข้องกับเงินทุนขนาดใหญ่มากเกินไป
แม้แต่บริษัทใหญ่อย่างเฉินฮว่าก็เข้ามาร่วมวงด้วย
สปอนเซอร์แต่ละเจ้าก็รวย พวกเขาจะยอมปล่อยให้มีข่าวเชิงลบหลุดออกไปในโลกอินเทอร์เน็ตได้ยังไง คงให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ไล่ลบไปหมดแล้ว
แต่นั่นก็ไม่ได้กระทบกับการทำงานของเมิงชัง
เพราะยังไงอุตสาหกรรมอีสปอร์ตก็เหมือนกันหมด
ถึง GPL จะทำออกมาดียังไง โดยพื้นฐานแล้วก็ไม่มีทางเปลี่ยนลักษณะเฉพาะของอุตสาหกรรมนี้ได้
หลังจากคิดอยู่พักใหญ่ เมิงชังก็เจอประเด็นจั่วหัวที่สมบูรณ์แบบใน
“จุดด่างพร้อย”
เหล่านี้
ที่ผ่านมาคลิปโปรโมตอุตสาหกรรมอีสปอร์ตเน้นไปที่ยอดบนสุดของพีระมิด
ซึ่งก็คือคนกลุ่มเล็กๆ ที่ได้แชมป์โลกและประสบความสำเร็จ
ตัวอย่างเช่น จากดักแด้สู่ผีเสื้อ ก็เป็นเรื่องราวของอดีตนักกีฬามืออาชีพที่คว้าแชมป์โลกเกม Counter Strike มาได้
เร็วๆ นี้ก็มีสื่ออยากถ่ายสารคดีเกี่ยวกับสโมสร FV เพื่อนำเสนอขั้นตอนการฝ่าฟันคว้าแชมป์โลก LoL
เนื้อหาเดาออกได้ง่ายมาก เปิดด้วยการแนะนำภูมิหลังอันน่าสงสารของเหล่านักกีฬามืออาชีพ
ครอบครัวที่ไม่เข้าใจตอนที่พวกเขาเลือกเล่นอีสปอร์ต ความยากลำบากในการไล่ล่าตามฝัน และความสำเร็จที่พวกเขาคว้ามาได้ในท้ายที่สุด…
ทั้งหมดนี้แบบแผนมาตรฐาน
กลับกัน เมิงชังอยากทำตรงกันข้าม
เขาไม่อยากถ่ายทำคนกลุ่มเล็กๆ ที่อยู่ยอดบนสุดของพีระมิด
แต่อยากถ่ายนักกีฬามืออาชีพที่ไม่เป็นที่รู้จักและไร้ซึ่งผลงาน
เขาอยากถ่ายทำเหล่าเด็กติดเกมที่มีฝันอยากเป็นนักกีฬามืออาชีพ แต่ไม่สามารถเข้าสู่ห่วงการได้!
ชีวิตของคนพวกนี้อาจกล่าวได้ว่าชวนสลดใจมาก
เขาเจอรายงานคล้ายๆ กันนี้มากมายบนโลกออนไลน์
นักกีฬามืออาชีพหลายคนได้เงินเดือนต่ำมากตอนเข้าสู่วงการ
ถึงจะไม่มีเงินกินข้าว แต่พวกเขาก็สุขใจ
สภาพแวดล้อมการฝึกซ้อมเลวร้ายมาก ถึงจะเรียกว่าเป็นสถานที่ฝึกซ้อม แต่จริงๆ เป็นแค่ร้านอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่
เมิงชังเจอรูปของสโมสรเก่าแก่อย่าง H4 ในอินเทอร์เน็ต สภาพความเป็นอยู่ของเหล่านักกีฬาไม่ค่อยดีจริงๆ
แถมนี่ยังเป็นคนกลุ่มน้อยที่ได้ไต่เต้ามาเป็นนักกีฬามืออาชีพแล้ว
พวกที่ไม่ได้เป็นนักกีฬามืออาชีพละ
มีคนบอกว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเหมือนกองทัพขนาดใหญ่เดินข้ามสะพานไม้กระดานเดียว
แต่เส้นทางของอีสปอร์ตนั้นน่ากลัวกว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
เพราะมีคนจำนวนน้อยมากที่เป็นที่ต้องการในวงการ
คิดได้แบบนั้น เมิงชังก็พอได้ไอเดีย จึงรีบเขียนโครงร่างคร่าวๆ
คลิปโปรโมตอื่นล้วนเป็นเรื่องราวความสำเร็จของเด็กวัยรุ่นที่วิ่งตามความฝัน
คลิปโปรโมตของเมิงชังเป็นเรื่องราวความล้มเหลวของเด็กวัยรุ่นที่วิ่งตามความฝัน!
ตัวเอกของคลิปโปรโมตคือเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
ฉากแรกเปิดด้วยตัวเอกกำลังเล่น GOG อย่างจริงจังในร้านอินเทอร์เน็ตมืดมิด
ในเกมศัตรูบุกเข้ามาแล้ว เขาคุมตัวละครต่อสู้กับคู่ต่อสู้หน้าป้อมอย่างเต็มที่
แต่หลังจากการต่อสู้อันดุเดือด เขากดใช้สกิลของคู่ต่อสู้พลาด
ตัวหนังสือ
“พ่ายแพ้”
สีแดงสดปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
เด็กหนุ่มรู้สึกหัวเสีย เขาถอดหูฟังออกแล้วมองคำว่า
“พ่ายแพ้”
เงียบๆ
แต่เด็กหนุ่มก็รวบรวมความกล้าอีกครั้ง เตรียมพร้อมที่จะเริ่มเกมต่อไปและคว้าชัยชนะมาให้ได้
ตอนนั้นเองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็คว้าตัวเขาจากที่นั่ง
“ทำบ้าอะไรของแก?”
เด็กหนุ่มตกตะลึง ใบหน้าของชายวัยกลางคนดูหม่นหมองขณะลากตัวเด็กหนุ่มกลับบ้าน
ในฉากที่สอง ชายหนุ่มโดนพ่อลากตัวกลับมาที่บ้าน ดูจากสภาพบ้านแล้วความเป็นอยู่ของพวกเขาไม่น่าจะดีนัก
พ่อลูกทะเลาะกันรุนแรง พ่อของเขาโกรธจัดจนหน้าขึ้นสีก่อนหยิบไม้ขนไก่ข้างๆ ง้างขึ้นเตรียมฟาด
เด็กหนุ่มโกรธจัดจนแผดเสียงออกมา
“ฆ่าผมเลย!”
แต่พ่อของเขาก็ง้างมือแล้วฟาดไม้ขนไก่ลงกับพื้น จากนั้นก็คุกเข่าลงดังตุบ
“พ่อขอละ กลับไปตั้งใจเรียนหนังสือ อย่าไปเล่นเกมอีก…”
เด็กหนุ่มไม่ได้พูดอะไร เขากลับเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูเสียงดังปัง
ในฉากที่สาม เด็กหนุ่มเดินทางไปเมืองใหญ่คนเดียว พร้อมเงินไม่กี่ร้อยหยวนที่ขโมยมาจากครอบครัว
เขาไปที่สโมสรหลายแห่งเพื่อทดลองฝึกซ้อม
แต่เขาก็โดนปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า
ผู้จัดการสโมสรคนหนึ่งบอกกับเขาอย่างจริงใจว่า
“ขอโทษด้วย ฝีมือของคุณไม่ถึงเกณฑ์ของสโมสรเรา เส้นทางอีสปอร์ตอาจจะไม่เหมาะกับคุณ ผมแนะนำให้คุณลองพิจารณาดูอีกที”
เด็กหนุ่มนอนที่ม้านั่งในสวนสาธารณะ เหม่อมองฟ้าดาวพร่างพราวด้วยสีหน้าแน่วแน่
ในฉากที่สี่ ในที่สุดก็มีสโมสรยอมรับเขาเข้าไปเป็นเด็กฝึกโดยที่ไม่ได้เงินเดือน แต่มีอาหารและที่พักให้
เด็กหนุ่มดีใจมาก เขาฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวัน และเฝ้าดูนักกีฬาตัวหลักแข่งซ้อมมือและถกเถียงเรื่องกลยุทธ์
เขารู้สึกอิจฉาอยู่ในใจ และหวังว่าวันหนึ่งจะเป็นเหมือนพวกเขา ได้ลงแข่งขันและคว้าแชมป์มาได้
ในฉากที่ห้า เด็กหนุ่มได้ขึ้นเวทีในฐานะตัวสำรองเป็นครั้งแรก แต่เขาเล่นได้ไม่ดีและเป็นตัวถ่วงของทีม
ข้อความแจ้งว่าเขาโดนฆ่าปรากฏบนหน้าจอซ้ำไปมา
หลังการแข่งขันเขาเข้าไปขอโทษผู้จัดการ แต่ผู้จัดการไม่ได้ตอบอะไร
หลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ไม่มีโอกาสได้เล่นอีก
เขาได้แต่นั่งรอข้างตู้กดน้ำ ขณะที่เพื่อนร่วมทีมเปลี่ยนไปชุดแล้วชุดเล่า
สุดท้ายผู้จัดการก็เข้ามาคุยและบอกให้เขาหาเส้นทางอื่นในชีวิต
ในฉากที่หก เด็กหนุ่มผู้สิ้นหวังกลับบ้าน
เขาคิดว่าพ่อคงทุบตีเขาด้วยความโกรธ แต่พ่อกลับไม่ได้พูดอะไร
แค่เตรียมอาหารให้เงียบๆ แล้วบอกว่าจะหาทางฝากงานให้ในวันรุ่งขึ้น
ในฉากที่เจ็ด ท่ามกลางแสงแดดแผดเผา เด็กหนุ่มกำลังขนย้ายก้อนอิฐในไซต์งานก่อสร้าง
พ่อมาส่งน้ำกับอาหารให้ถึงที่ ในใจรู้สึกปวดร้าว
เด็กหนุ่มยกมือเปรอะเปื้อนขึ้นปาดเหงื่อก่อนจะฝืนยิ้มพร้อมบอกว่าไม่เหนื่อยเลย
แต่พอเห็นพ่อหันหลังกลับไป ไม่รู้ทำไมจู่ๆ เขาก็ก้มลงกอดเข่าร้องไห้ออกมา ขณะที่ภาพชั้นเรียนผุดขึ้นมาในหัว
น้ำตาไหลอาบแก้ม
วันคืนที่เขาไม่เคยให้ค่า ไม่มีวันหวนคืนกลับมาอีก
หลังจากเขียนโครงเรื่องเสร็จ เมิงชังก็ตรวจดูความเรียบร้อยตั้งแต่ต้นจนจบแล้วรู้สึกพอใจ
นี่คือการตลาดแบบกลับตาลปัตรระดับสูง
ถ้าเมิงชังฝืนยัดเยียดเรื่องที่แต่งขึ้นและถ่ายเนื้อหาที่ทำให้อุตสาหกรรมอีสปอร์ตเสื่อมเสียชื่อเสียงก็ย่อมใช้การไม่ได้แน่นอน
เพราะการกระทำนี้ถูกห้ามไว้ชัดเจนในสัญญาที่เซ็นกับบอสเผย
แต่สิ่งที่เขาจะถ่ายทำนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด!
เหตุการณ์เหล่านี้น่าจะเกิดมาหลายครั้งแล้วในทั่วประเทศ
นอกจากนี้เมิงชังยังควบคุมเนื้อหาสุดๆ
เขาไม่ได้เหมารวมอีสปอร์ตกับเกมเป็นสิ่งเดียวกัน หรือใส่ร้ายการเล่นเกมว่าเป็น
“การเสพติดอินเทอร์เน็ต”
และโจมตีวัยรุ่นที่ชอบเล่นเกมว่าอยู่ในสภาพย่ำแย่เหมือนสื่อดั้งเดิมต่างๆ
เขาแค่อยากถ่ายทำความลำบากของอุตสาหกรรมอีสปอร์ตอย่างปราศจากอคติ
พ่อของเด็กหนุ่มไม่ได้ทุบตีหรือด่าทอเขาเหมือนครอบครัวอื่น คนเป็นพ่อดีกับเด็กหนุ่มมาก ฉากคุกเข่าน่าจะทำให้ปวดใจสุดๆ
ความหัวรั้นของเด็กหนุ่มทำให้เขาตระหนักในท้ายที่สุดว่าพ่อของเขาพูดถูก
คนที่ชอบเล่นเกมมีมากมาย มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่สโมสรเลือกปั้นเป็นนักกีฬามืออาชีพ
ในกลุ่มนี้มีน้อยคนที่จะได้เป็นนักกีฬาตัวหลักและได้โอกาสลงแข่ง
นักกีฬาตัวหลักมีไม่กี่คนที่จะได้เป็นนักกีฬาดาวเด่นและเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ชม
ในบรรดานักกีฬาดาวเด่น มีแค่หยิบมือที่จะคว้าตำแหน่งแชมป์และสร้างชื่อเสียงเงินทองได้
พูดอีกอย่างคือในเส้นทางอีสปอร์ตมีการคัดกรองขนานใหญ่ มีแค่หนึ่งในหมื่นคนเท่านั้นที่จะเอาตัวรอดในแต่ละด่านได้
เกิดอะไรขึ้นกับพวกที่โดนคัดออก?
ก็เหมือนอย่างที่คลิปนำเสนอ พวกเขาเลือกเส้นทางผิด ช่วงปีที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตถูกใช้ไปอย่างสูญเปล่า
แน่นอนว่าเจตนาของเมิงชังไม่ใช่การดูแคลนงานขนก้อนอิฐในไซต์ก่อสร้าง
ขอแค่พวกเขาหาเลี้ยงตัวเองได้ ก็ไม่ได้มีความแตกต่างระหว่างอาชีพ
ที่เมิงชังอยากจะสื่อคือเส้นทางอาชีพของบางคนได้รับเลือกด้วยความเต็มใจ ขณะที่บางคนต้องยอมรับอย่างไม่เต็มใจหลังจากล้มเหลวในเส้นทางอีสปอร์ต
เลือกอาชีพอย่างเต็มใจก็เป็นไปไม่ได้อีก จึงทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับ ช่างน่าหดหู่!
นอกจากนี้เมิงชังยังบอกผู้ชมเป็นนัยผ่านรายละเอียดบางอย่าง
ตัวอย่างเช่น ตอนถ่ายฉากฝึกซ้อมเขาต้องถ่ายสภาพของสโมสรรวมถึงที่พัก อาหาร และอื่นๆ
ไม่มีสโมสรอีสปอร์ตไหนเป็นปลื้มที่ได้ถ่ายฉากแบบนั้นแน่ เพราะเท่ากับเป็นการเผยแพร่เรื่องอื้อฉาวภายใน
แต่ก็ไม่สำคัญ เขาจัดฉากขึ้นเองตามข้อมูลที่หาเจอบนอินเทอร์เน็ตได้
ภาพในเกมที่ปรากฏในคลิปทั้งหมดจะมาจาก GOG
เพราะพวกเขาไม่มีลิขสิทธิ์เกมอื่น มีแค่ภาพจากเกม GOG เท่านั้นที่สามารถเอามาใช้ได้ตามใจชอบ
อีกอย่างการใช้ภาพจากเกม GOG ก็เป็นการสร้างความเสียหายแบบ AOE
GPL เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!
หลังจากทบทวนโครงเรื่องคลิปโปรโมตอย่างละเอียดอีกสองสามครั้ง เมิงชังก็ลุกยืนขึ้นด้วยความมั่นใจ และพูดกับพนักงานที่กำลังอู้ดูหนัง เล่นเกม และนอนหลับอยู่
“ทุกคนวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่แล้วกลับมาทำงานกัน!”
ทุกคนหยุดสิ่งที่กำลังทำแล้วหันไปมอง เมิงชังอธิบายคลิปโปรโมตใหม่โดยละเอียด
“คลิปนี้จะใช้ชื่อว่า
“จากดักแด้แต่ไม่เป็นผีเสื้อ””
เหตุผลที่ใช้ชื่อ
“จากดักแด้แต่ไม่เป็นผีเสื้อ”
หลักๆ ก็เพราะอยากสร้างผลลัพธ์สะท้อนถึงสารคดี
“จากดักแด้สู่ผีเสื้อ”
เพื่อย้ำกับคนหนุ่มสาวที่อยากเดินบนเส้นทางอีสปอร์ตว่าไม่เสมอไปที่คุณจะหลุดออกจากรังไหมและกลายเป็นผีเสื้อ
คุณอาจติดอยู่ในรังไหม
คนคนหนึ่งจะกลายเป็นผีเสื้อได้หรือเปล่า ขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นเป็นผีเสื้อหรือเป็นแค่หนอนผีเสื้อ
“ทุกคนคิดว่ายังไง”
เมิงชังไล่สายตามองทุกคน
ในเบื้องหน้าเขาเหมือนอยากถามความเห็นของทุกคน แต่จริงๆ เมิงชังตัดสินใจไปแล้ว ถึงมีคนคัดค้านเขาก็จะยืดแผนนี้ต่อไป
แต่ก็ไม่มีใครคัดค้าน
“ดีครับ ไม่มีข้อคัดค้าน!”
“เดี๋ยวผมเริ่มลงรายละเอียดเลย”
“ผมจะไปหาสถานที่กับนักแสดง”
ฝ่ายโฆษณาและการตลาดพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที
ก่อนหน้านี้ทุกคนเหมือนฝูงแกะที่กระจายตัวเล็มหญ้าบนทุ่งหญ้าสีเขียว
แต่พอเมิงชังออกคำสั่ง ฝูงแกะก็ตั้งขบวนแล้วเริ่มออกเดินอย่างฉับพลัน!
ถึงจะเคยเจอเหตุการณ์คล้ายกันนี้มาก่อนแล้ว แต่เมิงชังก็ยังรู้สึกอึดอัดใจอยู่เล็กน้อย
ในความคิดของเขา พนักงานเหล่านี้แสดงนิสัยที่แตกต่างกันสองขั้วในเวลาเดียวกัน
ผู้คนที่เขาเคยร่วมงานมาก่อนหน้าแบ่งออกเป็นสองประเภทคือพวกบ้างานกับพวกชอบอู้
ประเภทแรกเป็นพวกจริงจังและมีความรับผิดชอบกับงานของตัวเอง แต่ก็มักทำงานไม่จบไม่สิ้น และไม่มีทางเห็นพวกเขาแอบอู้ระหว่างเวลางานแน่นอน
อีกประเภทคือพวกปีศาจอู้งานที่หาจังหวะอู้งานตลอด ถึงจะได้รับมอบหมายงาน พวกเขาก็ใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะเสร็จอย่างไร้ซึ่งประสิทธิภาพ
แต่พนักงานในฝ่ายโฆษณาและการตลาดไม่ได้เป็นพวกบ้างานหรือพวกชอบอู้
ถ้าบอกว่าขยันทำงาน แต่พอไม่มีงานก็พากันเล่นเกมไม่ก็นอน ไม่มีทางหางานโดยไม่ต้องสั่ง
แต่ถ้าบอกว่าขี้เกียจ พอถึงเวลางานพวกเขาก็ทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ
แต่เมิงชังก็ไม่ได้มีอะไรให้บ่น
คนพวกนี้ทำงานกันมีประสิทธิภาพมาก พวกเขาจะทำงานเสร็จอย่างรวดเร็ว
ซึ่งทำให้มั่นใจว่าจะได้รับค่าคอมมิชชันสูง
ขณะเดียวกันก็ไม่เคยโต้แย้งแผนงานของเขา ไม่ว่าจะมองยังไงก็ถือว่าเป็นลูกน้องที่สมบูรณ์แบบสุดๆ
คิดได้แบบนั้น เมิงชังก็เลิกกังวลเรื่องนี้และตั้งตาคอยค่าคอมมิชชันเดือนนี้ต่อไป
มีทั้งคลิปโปรโมตแบบกลับตาลปัตรของทู่เหว่ยไลฟ์สตรีม กับคลิปโปรโมตแบบกลับตาลปัตรของ GPL
ถ้าเอาสองอย่างนี้มารวมกันก็ได้ค่าคอมมิชชันเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยสิ
ถึงแคมเปญโปรโมตกิจการหน้าร้านของเถิงต๋าในตอนต้นจะผิดพลาดเล็กน้อย แต่สองแคมเปญนี้ต้องทำให้เขาได้ค่าคอมมิชชันก้อนโตแน่นอน!
เมิงชังอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว