ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 972: ภาพถ่ายของเมิ่งชั่ง
แคมเปญโปรโมตเรือรบทะเลเดือดปล่อยไปแล้ว สื่อประชาสัมพันธ์ช่องทางออฟไลน์เผยแพร่อย่างเต็มที่ สามารถพบเห็นโปสเตอร์โปรโมตขนาดใหญ่ของเรือรบทะเลเดือดได้ในโรงภาพยนตร์หลายๆ แห่ง
แต่หลูเสี่ยวผิงยังไม่พอใจ เขารู้สึกว่าแค่นี้ยังไม่พอ จากสถานการณ์ในตอนนี้เรือรบทะเลเดือดไม่มีคู่แข่งที่น่ากลัวในตารางฉาย แทบจะการันตีความสำเร็จในด้านยอดขายตั๋วได้เลย ยิ่งทุ่มเงินโปรโมตมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้ความนิยมมากเท่านั้น และยอดขายตั๋วก็จะสูงขึ้นตาม
มีใครบ้างที่จะไม่ทุ่มให้กับธุรกิจที่ทำเงินได้แน่นอน เหตุผลที่ตอนนี้เรือรบทะเลเดือดยังไม่มีกระแสน่าจะเป็นเพราะมีข้อเสียเปรียบเรื่องชื่อ
ถึงจะเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์แนวไซไฟที่ย่อยง่าย แต่ชื่อดันเหมือนหนังสงคราม ดังนั้นจึงขาดความเฉพาะเจาะจงบางอย่าง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ คำแปลกำหนดไปแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนตอนนี้
แต่หลูเสี่ยวผิงยังมีทางอื่น เขาที่มีวิธีที่เรียกว่าการขี่หลัง!
ตอนนี้ปัญหาใหญ่สุดในการโปรโมตเรือรบทะเลเดือดคือชื่อที่ไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้ผู้ชมไม่เข้าใจเนื้อหาเฉพาะเจาะจงของหนังอย่างชัดเจนและไม่ตั้งความหวัง ดังนั้นเขาจึงต้องทุ่มเทในด้านนี้เพื่อเพิ่มความนิยมของเรือรบทะเลเดือด
หลูเสี่ยวผิงพูดกับลูกน้อง
“นี่มันโอกาสสวรรค์ประทานเลยนะ ปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้!
“ไปปล่อยข่าวซะแล้วจ้างหน้าม้ามาช่วยปั่นกระแสว่าเรือรบทะเลเดือดจะเข้าฉายช่วงหยุดยาวต้นเดือนพฤษภาคม หนังบล็อกบัสเตอร์แนวไซไฟเรื่องนี้มาแรงมาก มีหนังไซไฟจีนเรื่องหนึ่งโดนจับได้ว่าไม่กล้าปล่อยชนกันเลยเลื่อนฉายเร็วขึ้น
“แล้วก็ต้องย้ำด้วยว่าเรือรบทะเลเดือดไม่ใช่หนังสงคราม แต่เป็นหนังไซไฟเอฟเฟ็กต์พิเศษตระการตา ทุนสร้างสูง ห้ามพลาดเด็ดขาด
“อย่าลืมว่าทีมงานของเรารวมห้ามเอ่ยชื่อ Mission & Choice เป็นอันขาด ปล่อยให้หน้าม้านำทางในความมืด รักษามือเท้าเราให้สะอาด อย่าสร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเอง”
ความคิดของหลูเสี่ยวผิงชัดเจนมาก วิธีเพิ่มความนิยมและกระแสให้หนังได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพที่สุดคือกระตุ้นให้เกิดการเปรียบเทียบและวิพากษ์วิจารณ์
‘หนังบล็อกบัสเตอร์แนวไซไฟจากต่างชาติมาแรงจนหนังไซไฟจีนต้านไม่ไหว ต้องเลื่อนมาฉายก่อน’ หัวข้อนี้ต้องเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกออนไลน์แน่!
เสียเงินจ้างหน้าม้าเล็กน้อย แต่สร้างกระแสได้มากขนาดนี้จะไม่ทำได้ยังไง แน่นอนว่าการทำแบบนี้ก็มีความเสี่ยงอยู่บ้าง หากโพนทะนาว่าหนังสุดยอดขนาดไหนก่อนเข้าฉาย แล้วสุดท้ายทำยอดขายตั๋วได้ไม่ดีเท่าอีกฝ่าย ต้องน่าขายหน้ามากแน่
แต่หลูเสี่ยวผิงคิดว่าโอกาสที่เรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้นแทบเป็นศูนย์ ถ้า Mission & Choice ดีจริง ทำไมถึงทิ้งตารางช่วงที่ดีที่สุด แล้วหันไปเลือกตารางช่วงที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมแทนล่ะ เห็นได้ชัดว่าทีมผู้ผลิตไม่มั่นใจในตัวหนัง ไม่อย่างนั้นจะมีอะไรให้กลัวล่ะ
แถมเรือรบทะเลเดือดยังเข้าฉายวันที่ 1 พฤษภาคม และมีกระแสบ้างแล้ว ถึงยอดขายตั๋วจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ยังไงก็ต้องดีกว่า Mission & Choice ที่ปล่อยในช่วงที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมแน่นอน
วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นวันเข้าฉายวันแรกของเรือรบทะเลเดือด ส่วน Mission & Choice ฉายได้สองสัปดาห์แล้ว ซึ่งถือเป็นช่วงสุดท้ายของการฉาย และยอดขายตั๋วต้องร่วงแน่นอน ไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็นแผนที่แน่นอนมากๆ!
ลูกน้องพยักหน้าทันที
“ไม่มีปัญหาครับบอสหลู เดี๋ยวผมรีบไปจัดการ!”
เถิงต๋าคอร์เปอเรชัน ฝ่ายโฆษณาและการตลาด ชายหนุ่มชื่อหยูเย่าจากฝ่ายโฆษณารับหน้าที่ต้อนรับซย่าเจียงและทีมสัมภาษณ์จากแพลตฟอร์มทางการ
เมิ่งชั่งจงใจหาข้ออ้างไม่เข้าออฟฟิศวันนี้เพื่อเลี่ยงการสัมภาษณ์
“หัวหน้าซย่า สวัสดีครับ เชิญครับ เชิญ” หยูเย่าต้อนรับทีมสัมภาษณ์และพาทุกคนไปยังห้องรับรอง ฝ่ายโฆษณาและการตลาดเหมือนฝ่ายอื่นๆ ของเถิงต๋า ในแง่ของสภาพแวดล้อมการทำงาน เนื่องจากทีมงานมีน้อยกว่าจึงดูกว้างกว่า
ซย่าเจียงไล่สายตาดูรอบๆ ฝ่ายโฆษณาและการตลาดแล้วรู้สึกมั่นใจการคาดเดาก่อนหน้านี้ของตัวเองมากขึ้น คนสร้างศูนย์พัฒนาเกมอินดี้คือบอสเผยแน่นอน! สไตล์โดยรวมของออฟฟิศออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกันทั้งหมด ถึงรายละเอียดบางอย่างจะแตกต่างกันมาก แต่ก็ให้ความรู้สึกแบบเดียวกัน!
สิ่งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของซย่าเจียงที่จะทำสัมภาษณ์นี้ออกมาให้ดี
“หัวหน้าซย่าครับ วันนี้พี่เมิ่งมีธุระต้องจัดการ ต้องขอโทษจริงๆ ครับ ถ้ามีคำถามอะไรถามผมได้เลย ผมจะบอกทุกอย่างที่รู้ครับ” หยูเย่าพูดขึ้น
ซย่าเจียงพยักหน้า
“ได้ค่ะ งั้นเข้าประเด็นกันเลยดีกว่า”
ทั้งสองไม่ได้ถามสารทุกข์สุกดิบกันมากนัก เพราะเวลาของทุกคนมีค่ามาก ซย่าเจียงเพิ่งปล่อยบทสัมภาษณ์ของศูนย์พัฒนาเกมอินดี้และชิวหงไป ซึ่งได้กระแสตอบรับดีทีเดียว จะตีเหล็กก็ต้องตีตอนที่ยังร้อนอยู่ ดังนั้นจึงต้องรีบปล่อยบทสัมภาษณ์ของเมิ่งชั่งให้เร็วที่สุด
ถึงเมิ่งชั่งจะไม่อยู่ แต่ซย่าเจียงก็เตรียมตัวมาพร้อม เธอเริ่มจากถามคำถามง่ายๆ สองสามข้อ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานประจำวันของฝ่ายโฆษณาและการตลาด ประสบการณ์การทำงานในเถิงต๋า และอื่นๆ หยูเย่าตอบตามปกติ จากนั้นซย่าเจียงก็เปลี่ยนหัวข้อและเริ่มเข้าประเด็นหลัก
“คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเมิ่งชั่งที่เป็นหัวหน้าฝ่ายโฆษณาและการตลาดคนปัจจุบันบ้างคะ หลังจากได้ร่วมงานกันแล้วมีความรู้สึกยังไง”
หยูเย่าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ
“ก่อนหน้านี้ผมรู้จักพี่เขาแค่จากบทสนทนาในโลกออนไลน์ ตอนนั้นผมมีความประทับใจต่อเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“แต่หลังจากได้ร่วมงานกัน ผมก็พบว่าเขาแตกต่างจากข่าวลือบนอินเทอร์เน็ตมาก ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะค่อยๆ เกิดขึ้นหลังเข้ามาทำงานกับเถิงต๋าครับ”
ซย่าเจียงตาเป็นประกาย
“หือ? ช่วยอธิบายรายละเอียดได้ไหมคะ”
หยูเย่าอธิบาย
“มีสองประเด็นหลักๆ ครับ มีการเปลี่ยนด้านรูปแบบการดำเนินการและวิธีประชาสัมพันธ์
“เท่าที่ผมรู้มาก่อนเข้ามาทำงานกับเถิงต๋า พี่เมิ่งเป็นคนหน้าใหญ่ใจโตมาก เคยถึงขนาดขับรถสปอร์ตไปส่งบะหมี่เย็นย่าง แต่พอเข้ามาทำงานกับเถิงต๋ากลับตระหนี่มากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นคนที่มัธยัสถ์ที่สุดในบริษัทเลยครับ
“ตัวอย่างเช่น คนส่วนใหญ่ในฝ่ายเราเดินทางไปกลับออฟฟิศด้วยรถยนต์ มีแค่พี่เมิ่งที่นั่งรถบัสไปกลับออฟฟิศทุกวัน ไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก บางคนในทีมถึงกับเสนอว่าจะขับไปรับแต่ก็โดนปฏิเสธ
“ผมคิดว่าพี่เขาดูลดตัวลงจากเดิมในแง่ของสไตล์การทำงาน ไม่ได้ทำตัวฟู่ฟ่าเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้เหมือนผู้บำเพ็ญตบะ
“แผนประชาสัมพันธ์ของพี่เมิ่งในปัจจุบันแตกต่างจากที่เคยทำ
“ก่อนหน้านี้พี่เขาเคยจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดซึ่งเป็นที่ถกเถียงยกใหญ่ เพื่อเพิ่มความนิยมให้สาวหน้านิ่ง
“แต่แผนการตลาดของพี่เมิ่งหลังเข้ามาทำงานที่เถิงต๋าทั้งเรียบง่ายและไม่โผงผาง อย่างแคมเปญโปรโมตกิจการหน้าร้านของเถิงต๋ากับทู่เหว่ยไลฟ์สตรีม สไตล์เล่นใหญ่แบบเมื่อก่อนหายไปหมด และแทนที่ด้วยความรู้สึกเน้นปฏิบัติให้เห็นผลจริง
“การเปลี่ยนแปลงนี้ชัดเจนมาก ผมแทบไม่เชื่อว่าพี่เมิ่งเป็นคนคนเดียวกับเจ้าของเดิมของสาวหน้านิ่ง”
ซย่าเจียงรีบบันทึก นี่คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าบอสเผยเป็นคนเปลี่ยนเมิ่งชั่ง! ถ้าเป็นเมิ่งชั่งแต่ก่อน เขาจะยังใช้วิธีการประชาสัมพันธ์เล่นใหญ่ไฟกะพริบแบบที่ใช้กับสาวหน้านิ่งต่อไป แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเมิ่งชั่งทิ้งวิธีเหล่านั้นไปหมด แคมเปญโปรโมตทั้งหมดดูมั่นคงมากขึ้น ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความเรียบง่ายและไม่โผงผาง
เป็นไปไม่ได้เลยที่จู่ๆ คนเราจะพลิกจากหน้ามือไปหลังเท้าโดยไม่มีเหตุผล นอกจากบอสเผยแล้วใครจะมีพลังวิเศษเปลี่ยนเมิ่งชั่งผู้หลงใหลในการทำการตลาดและเก่งกาจด้านนี้ให้กลายเป็นคนละคนแบบนี้
ซย่าเจียงถามต่อ
“ช่วยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับคอลเล็กชันรวมเกมจีนสุดคลาสสิกได้ไหมคะ ทำไมถึงโปรโมตแบบนี้”
หยูเย่าตอบ
“ทำไมถึงโปรโมตแบบนี้… ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันครับ
“ผมรู้แค่ว่าถึงแผนนี้จะได้รับการอนุมัติจากบอสเผย แต่พี่เมิ่งเป็นคนเสนอแผนนี้เอง
“อีกทั้งพี่เมิ่งยังใช้ความพยายามอย่างมากในการวางแผนนี้ นอกจากจะใส่ใจรายละเอียดของทั้งแคมเปญโปรโมตอย่างใกล้ชิดและควบคุมแต่ละจุดอย่างเข้มงวดแล้ว พี่เขายังขอเดโมจากฝ่ายเกมเถิงต๋ามาเล่นซ้ำไปซ้ำมาโดยเฉพาะ
“ทุกวันพี่เมิ่งจะเข้าออฟฟิศเป็นคนแรกและกลับเป็นคนสุดท้าย พวกเราทุกคนจะเห็นพี่เขาเล่นเดโมอย่างจริงจังตอนเดินผ่านโต๊ะทำงานของพี่เมิ่ง เห็นได้ชัดว่าพี่เมิ่งอยากปรับปรุงให้แผนให้สมบูรณ์มากขึ้น
“จิตวิญญาณนี้ทำให้ทุกคนในฝ่ายรู้สึกประทับใจมาก พวกเราเลยตัดสินใจเรียนรู้จากพี่เมิ่งครับ!
“ผมคิดว่าถ้าไม่รักจริง พี่เมิ่งคงทำออกมาไม่ได้ขนาดนี้”
ซย่าเจียงถามขัด
“เมิ่งชั่งเคยเป็นเกมเมอร์มือเก๋ามาก่อนเหรอคะ”
หยูเย่าส่ายหน้า
“ไม่นะครับ เท่าที่ผมรู้ นอกจากจะไม่ใช่เกมเมอร์มือเก๋าแล้ว ยังไม่ค่อยได้เล่นเกมเท่าไหร่ และไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเกมเลยครับ”
ซย่าเจียงพยักหน้าทันที
“เข้าใจแล้วค่ะ” เธอเริ่มจดลงสมุดอย่างรวดเร็ว
‘ถ้าไม่ได้พบกับบอสเผย เมิ่งชั่งจะกลับตัวกลับใจได้ไหม ตอนก่อตั้งสาวหน้านิ่ง เมิ่งชั่งพยายามด้านการตลาดอย่างมากเพื่อเรียกกระแสและสร้างความนิยมซึ่งก่อให้เกิดข้อถกเถียงมากมาย สุดท้ายสาวหน้านิ่งก็ล้มละลายเพราะเมิ่งชั่งให้ความสำคัญกับการตลาดมากกว่าการบริหารจัดการ
‘แต่รูปแบบการตลาดของเมิ่งชั่งก็เปลี่ยนไปมากหลังเข้ามาทำงานในเถิงต๋า เขาเปลี่ยนจากสไตล์เล่นใหญ่ไฟกะพริบมาเป็นเรียบง่ายและไม่โผงผาง เห็นได้ชัดว่าได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมการทำงานของเถิงต๋า สไตล์การทำงานของบอสเผยมีอิทธิพลต่อเขา!
‘ภายใต้แรงบันดาลใจนี้ คนที่ไม่เคยสนใจเรื่องเกมก็เริ่มหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาเกมสแตนด์อโลนจีนและมีความคิดริเริ่มอยากช่วยโปรโมต เพื่อผลลัพธ์การประชาสัมพันธ์ เขาลองเล่นเดโมเกมซ้ำไปมาเพียงเพื่อบรรลุสู่ความสมบูรณ์แบบ…
‘เรายังไม่รู้ว่าภายใต้การดูแลของบอสเผย เมิ่งชั่งจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้หรือไม่ แต่การเปลี่ยนแปลงก็ค่อยๆ เกิดขึ้นแล้ว…’
พอเขียนถึงตรงนี้ ซย่าเจียงก็นึกอะไรขึ้นได้
“คุณบอกว่าเมิ่งชั่งลองเล่นเดโมซ้ำไปมาเพื่อทำแผนประชาสัมพันธ์ให้สมบูรณ์ ตรงนี้พอจะมีภาพไหมคะ ผลลัพธ์จะออกมาดีกว่าถ้าเราใส่ภาพเข้าไปด้วย”
หยูเย่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ผมน่าจะเคยถ่ายไว้ ขอเช็กดูก่อนนะครับ” เขาหยิบมือถือขึ้นมาไล่ดูภาพในอัลบั้ม ไม่นานเขาก็เจอภาพหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพถ่ายด้านหลังของเมิ่งชั่งที่กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ภาพของเกมที่อยู่บนจอเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก
ถึงภาพจะถ่ายด้วยมือถือ แต่มือถือของหยูเย่าก็เป็นรุ่นเรือธง คุณภาพของภาพจึงสูงมากและค่อนข้างคมชัด เขาพูดเสริม
“ผมไม่เคยเห็นพี่เมิ่งเล่นเกมมาก่อน คิดว่าแปลกดีเลยถ่ายเอาไว้ครับ”
ซย่าเจียงดีใจมาก
“เยี่ยมเลยค่ะ นี่แหละที่ดิฉันต้องการ! ใส่ภาพนี้เข้าไปบทสัมภาษณ์ก็สมบูรณ์แบบแล้วค่ะ!”