ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 973: โป๊ะแตก!
วันพุธที่ 11 เมษายน
เมื่อวานเพื่อเลี่ยงการสัมภาษณ์เมิ่งชั่งนอนคลุมโปงอยู่บ้าน ไม่ยอมรับสายและตอบข้อความใดๆ ในกลุ่มแชตของฝ่ายตลอดทั้งวัน เพราะกลัวว่าจะเผลอปล่อยโป๊ะ โชคดีที่หยูเย่าและคนอื่นๆ ในฝ่ายโฆษณาและการตลาดให้ความร่วมมือดีมากและไม่คิดจะตามหาเขา
หลังจากหมกตัวอยู่หนึ่งวัน เมิ่งชั่งก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่อะไร เขาลองสืบดูแล้วการสัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่ได้สำคัญมากและมาตรฐานก็ไม่ได้สูง ถ้าเป็นการสัมภาษณ์บอสเผยก็ต้องเป็นงานใหญ่ เป็นไปได้ว่าอาจกินเวลาสามถึงห้าวัน แต่เมิ่งชั่งเป็นแค่หัวหน้าฝ่ายโฆษณาและการตลาด ไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ในเมื่อมาตรฐานไม่ได้สูงและจัดการเสร็จภายในวันเดียวก็ไม่น่าจะมีอันตรายอะไร
แต่เพื่อความปลอดภัย เมิ่งชั่งจึงเก็บตัวนอนจนถึงบ่ายก่อนจะเข้าไปทำงาน พอไปถึงออฟฟิศฝ่ายโฆษณาก็เห็นพนักงานกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้นเพื่อผลักดันแผนการตลาดของเมิ่งชั่ง ทุกอย่างดูปกติดี เมิ่งชั่งเหมือนเป็นนักเรียนที่เพิ่งโดดเรียนแต่โชคดีไม่ถูกจับได้
เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะก่อนจะหันไปถามหยูเย่าที่นั่งอยู่ตรงข้าม ระหว่างที่กำลังเปิดคอมพิวเตอร์
“สัมภาษณ์เสร็จแล้วเหรอ”
หยูเย่าพยักหน้า
“ครับ เรียบร้อยแล้วครับ ใช้เวลาสัมภาษณ์สั้นมาก ประมาณสามชั่วโมง ถามแค่สามสี่คน บทสัมภาษณ์ทั้งหมดจะเป็นบทความ มีภาพน้อยมากครับ”
เมิ่งชั่งรู้สึกสบายใจมากขึ้น ถ้ามีแค่บทความก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่เขาก็ยังถามเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเพื่อกันไว้ก่อน
“หัวข้อการสัมภาษณ์คืออะไรเหรอ”
หยูเย่าตอบ
“จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่อยากถามเรื่องประสบการณ์การทำงานในเถิงต๋าของพี่เมิ่ง”
เมิ่งชั่งใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“แล้วตอบไปว่ายังไง”
หยูเย่า
“ผมก็ตอบไปตามความจริงครับ จิตวิญญาณเถิงต๋ามีพื้นฐานอยู่บนความซื่อสัตย์มาตลอด ผมเล่าเกี่ยวกับการทำงานของพี่เมิ่งตามจริง ไม่ได้ใส่ความคิดเห็นตัวเองเข้าไป”
เมิ่งชั่งพยักหน้า
“ดีมาก!” เขาเชื่อใจพนักงานฝ่ายโฆษณาและการตลาดมาก ในเมื่อหยูเย่าพูดไปตามจริงก็ไม่น่าจะมีการบิดเบือนมากนัก
“แต่…” หยูเย่าพูดต่อ “หัวหน้าซย่าคิดว่าสิ่งที่ผมพูดดูธรรมดาเกินไป ก็เลยต้องผ่าน ‘กระบวนการศิลป์’ ก่อน เพราะงั้นผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าบทสัมภาษณ์สุดท้ายจะออกมาเป็นแบบไหน”
เมิ่งชั่ง “…”
‘กระบวนการศิลป์’ อะไรกัน!
เมิ่งชั่งลนลานขึ้นมา แต่พอคิดดูอีกที ซย่าเจียงก็เป็นหัวหน้าบรรณาธิการของแพลตฟอร์มทางการ ดังนั้นก็ต้องมีจรรยาบรรณอยู่บ้าง คงไม่แต่งเรื่องขึ้นมามั่วๆ เองหรอก
อืม ไม่น่าจะมีปัญหา เมิ่งชั่งคิดดูแล้วรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องตื่นกลัว เดี๋ยวบทสัมภาษณ์ออกมาก็รู้รายละเอียดเอง ด้วยเหตุนี้เขาสงบสติอารมณ์ เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเล่นเดโม Mission & Choice ต่อ
ความเงียบเข้าปกคลุมฝ่ายโฆษณาและการตลาด ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เสียงที่ได้ยินมีแค่เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดและคลิกเมาส์ เป็นแบบนั้นกันสองชั่วโมงกว่า จนเวลาล่วงเลยไปสี่โมงเย็น หยูเย่าได้รับข้อความจึงพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“หือ? เร็วจัง บทสัมภาษณ์ออกแล้วเหรอเนี่ย!”
เรื่องนี้เกินความคาดหมายไปเล็กน้อย ชัดเจนว่าซย่าเจียงปั่นบทสัมภาษณ์อย่างรวดเร็วหลังสัมภาษณ์เสร็จเมื่อวาน หลังจากตรวจทานดูไม่พบปัญหาก็เอาลงแพลตฟอร์มทางการภายในวันเดียว
“เร็วมาก ขอลิงก์หน่อย!”
เมิ่งชั่งเองก็ตกใจ เขารีบเปิดลิงก์เว็บที่หยูเย่าส่งมา
บทสัมภาษณ์ไม่ยาวมาก แค่ประมาณไม่กี่ร้อยคำ ใต้บทสัมภาษณ์มีคอมเมนต์ไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะเพิ่งปล่อย ดูเงียบเหงาหน่อยๆ
เมิ่งชั่งเลื่อนอ่านเนื้อหาบทสัมภาษณ์ สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากสงบเป็นงุนงงก่อนจะเป็นตกใจ
“…ถ้าไม่ได้พบบอสเผย เมิ่งชั่งจะตระหนักถึงข้อบกพร่องและกลับตัวได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมการทำงานของเถิงต๋า สไตล์การทำงานของบอสเผยมีอิทธิพลต่อเขา…”
เมิ่งชั่งเบิกตากว้างและอ้าปากเล็กน้อย เขางุนงงไปหมด นี่มันอะไรกันเนี่ย ไร้สาระสิ้นดี!
ฉันไปได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมการทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่ และฉันตามตูดบอสเผยต้อยๆ ตั้งแต่ตอนไหน ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนั้นเลยสักนิด!
ตอนนี้ฉันก็แค่อาศัยชายคาคนอื่นเพื่อปลดหนี้ พอได้ค่าคอมมิชชันมาจ่ายหนี้จนหมดเมื่อไหร่ ฉันจะออกจากเถิงต๋าทันทีและหาทางตั้งตัวกลับมาใหม่แน่!
ทำไมบทสัมภาษณ์นี้ถึงพูดเหมือนว่าฉันตัดสินใจจะถวายตัวรับใช้เถิงต๋าตราบชั่วชีวิตล่ะ บ้าไปแล้ว! บ้าเกินไปมากๆ!
เมิ่งชั่งในบทสัมภาษณ์เป็นเหมือนคนบาปสุดชั่วช้า แต่พอได้นักบุญชี้ทางสว่างก็เต็มใจถวายตัวเป็นสาวกรับใช้นักบุญ และใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อชดใช้บาป แต่เมิ่งชั่งรู้ดีว่าความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย!
ว่ากันตามตรง ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับบอสเผยควรจะเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด! ทำไมพูดให้เขากลายเป็นหมาคอยเลียขาบอสเผยได้ เมิ่งชั่งโกรธจัด ตอนแรกเขาคิดว่าจะคุยกับหยูเย่าเรื่องนี้ แต่หลังจากดิ้นรนอยู่พักหนึ่งก็ล้มเลิกความตั้งใจไป
ช่างเถอะๆ ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะคนนอกไม่รู้เกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างเมิ่งชั่งกับบอสเผย และข้อตกลงนี้ไม่สามารถเผยแพร่ออกไปได้ ในสายตาของคนนอก การกระทำของเมิ่งชั่งในตอนนี้ก็สอดคล้องกับที่เขียนในบทสัมภาษณ์จริงๆ กรณีนี้เหมือนน้ำหกใส่เป้ากางเกงแล้วไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน
อีกส่วนก็เพราะเมิ่งชั่งยังหวังให้พนักงานในฝ่ายโฆษณาและการตลาดช่วยขับเคลื่อนแผนโปรโมตหาค่าคอมมิชชันให้ ถ้าคนพวกนี้รู้ว่าเมิ่งชั่งกับบอสเผยไม่ได้มีเป้าหมายเหมือนกันและไม่ให้ความร่วมมือขึ้นมาล่ะ แบบนั้นก็จบเห่กันพอดี แถมเนื้อหาส่วนใหญ่ก็น่าจะไม่ใช่สิ่งที่หยูเย่าพูด แต่หัวหน้าซย่าคิดเพิ่มเอาเอง จะให้ไปด่าแพลตฟอร์มทางการก็คงทำไม่ได้ ดังนั้นถึงเมิ่งชั่งจะไม่พอใจกับเนื้อหาในบทสัมภาษณ์มากๆ แต่เขาก็ทำได้แค่ฝืนใจยอมรับเพื่อประโยชน์ของสถานการณ์ภาพรวมและกล้ำกลืนความโกรธลงคอ
“ช่างมันๆ คิดซะว่าตอนนี้ตัวเองคือโกวเจี้ยนที่นอนหนุนขอนไม้กินดีขม เชิญเข้าใจฉันกันผิดๆ เชิญดูถูกและหัวเราะเยาะกันได้ตามสบาย ครบสิบปีเมื่อไหร่ฉันจะกลับมาใหม่และทำให้พวกคนที่เยาะเย้ยฉันได้เห็นว่าคนที่ยอมโอนอ่อนและปรับตัวเป็นยังไง!”
บทสัมภาษณ์ที่เหลือมีเนื้อหาแนวๆ เดียวกัน เขาโกรธจัดจนทนอ่านต่อไปไม่ไหว เมิ่งชั่งเลื่อนอ่านผ่านๆ แล้วไล่ดูภาพทั้งหมด มีภาพประกอบเล็กน้อยเหมือนที่หยูเย่าบอก ทั้งหมดมีแค่สี่ภาพ ซึ่งเป็นภาพถ่ายแคมเปญโปรโมตกิจการหน้าร้านของเถิงต๋า ภาพแคมเปญโปรโมตทู่เหว่ยไลฟ์สตรีม ภาพสภาพแวดล้อมการทำงานของฝ่ายโฆษณาและการตลาด และภาพด้านหลังของเมิ่งชั่ง
เมิ่งชั่งขนลุกเกรียวโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นภาพด้านหลังของตัวเอง ฉันไม่ได้แวะมาสักหน่อย แล้วภาพมันมาจากไหน แต่หลังจากดูคร่าวๆ ภาพด้านหลังนี้ก็ดูไม่มีอะไรมาก เมิ่งชั่งไม่ได้คิดอะไรเท่าไหร่และข้ามไปอ่านคอมเมนต์
ต้องบอกเลยว่าแพลตฟอร์มทางการสร้างความนิยมได้สูงมาก เกมเมอร์หลายคนชอบมาไล่ดูอะไรเรื่อยเปื่อยบนแพลตฟอร์มทางการตอนที่ไม่มีอะไรทำ ถึงบทสัมภาษณ์จะเพิ่งปล่อยไปได้แค่ไม่กี่นาที แต่ก็มีเกมเมอร์แวะมาคอมเมนต์กันแล้ว แถมจำนวนคอมเมนต์ยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่กดรีเฟรชจะมีคอมเมนต์เพิ่มขึ้น
“หา? ตอนนี้เมิ่งชั่งเป็นหัวหน้าฝ่ายโฆษณาของเถิงต๋าเหรอ”
“เป็นไปได้ยังไง!”
“เมิ่งชั่งเป็นคนทำแคมเปญโปรโมตพวกนี้จริงเหรอ ไม่ใช่แล้ว แคมเปญนี้ต่างจากแบบที่เมิ่งชั่งเคยทำมาก่อนมาก มีกลิ่นอายเหมือนเถิงต๋า”
“ดูเหมือนว่าเถิงต๋าจะเป็นสถานที่แห่งการปรับปรุงตัวจริงๆ ใครเข้าไปก็โดนหลอมรวม คนแบบเมิ่งชั่งจะโดนหลอมรวมโดยสมบูรณ์ได้ยังไง แล้วหมอนั่นโดนบอสเผยเอามาใช้งานจริงๆ เหรอ”
“จากบทสัมภาษณ์ดูเหมือนเมิ่งชั่งจะกลายเป็นสุนัขรับใช้บอสเผยไปแล้ว หรือว่านี่จะเป็นเสน่ห์ของบอสเผย”
“ถ้าเมิ่งชั่งกลับตัวกลับใจได้จริงๆ ก็เป็นเรื่องดี เขามีความสามารถยังสามารถช่วยสังคมได้ ตราบใดที่ทุ่มเทไปกับการทำงานจริงๆ จังๆ”
“พูดอะไรไร้สาระ ฉันไม่เชื่อหรอก เมิ่งชั่งเป็นคนเชื่อถือไม่ได้เขาทํางานอย่างมีจริยธรรมได้ก็ต่อเมื่ออยู่ภายใต้แอกของบอสเผย ฉันอยากให้เมิ่งชั่งโดนขังไว้ในเถิงต๋าต่อไปและให้บอสเผยช่วยดัดนิสัย อย่าปล่อยให้เขาหลุดออกมาอีก!”
“ใช่ๆ หวังว่าบอสเผยจะดูแลเขาเป็นอย่างดีและไม่ปล่อยออกมาทำร้ายคนอื่นอีก”
เมิ่งชั่งเดือดจัดหลังได้อ่านคอมเมนต์ อะไรวะเนี่ย!
โดยพื้นฐานแล้วคอมเมนต์เหล่านี้พูดกันสองประเด็น ประเด็นแรกคือถึงตอนนี้เมิ่งชั่งจะทำงานอย่างมีจริยธรรมแต่ก็ยังเป็นพวกต้มตุ๋นวันยังค่ำ ทุกคนอย่าไปเชื่อ! ประเด็นที่สองคือบอสเผยสุดยอดมาก!
เมิ่งชั่งพูดอะไรไม่ออก บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ถูกตีความผิดๆ อยู่พอสมควรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สุดท้ายก็โดนเกมเมอร์ตีความผิดหนักขึ้นและยกระดับไปอีกขั้น! ห่างไกลจากความจริงและแก่นหลักของเรื่องมาก!
เมิ่งชั่งโกรธจัดจนแทบกระอักเลือด จิตใจที่อุตส่าห์สงบลงได้ทำท่าจะพังลงอีกครั้ง
“ช่างมันๆ คนจริงย่อมรู้ว่าเวลาไหนควรจะโอนอ่อนและปรับตัว…” เมิ่งชั่งสงบสติอารมณ์อีกครั้งและเลื่อนอ่านต่อ ทันใดนั้นเขาก็เห็นคอมเมนต์แปลกๆ
“นี่ทุกคนสังเกตเห็นรายละเอียดกันบ้างมั้ย ในบทสัมภาษณ์บอกว่าเมิ่งชั่งขอเดโมจากฝ่ายเกมเถิงต๋ามาใช้พัฒนาแคมเปญโปรโมตคอลเล็กชันรวมเกมจีนสุดคลาสสิกแถมยังเล่นทุกวันด้วย แต่พอไปดูคอลเล็กชันก็เห็นว่ามีแค่เกมเก่าๆ”
มีหลายคนเข้ามาตอบกลับคอมเมนต์นี้
“โอ้ จริงด้วย คอลเล็กชันนี้มีแค่เกมเก่าๆ ถ้าอยากเล่นก็ดาวน์โหลดจากแพลตฟอร์มทางการเลยก็ได้ นี่หมายความว่าไงที่ว่าขอ ‘เดโม’ มา”
“มีแค่เกมใหม่ที่ยังพัฒนาไม่เสร็จเท่านั้นที่จะมีเดโม”
“เขียนผิดรึเปล่า”
“เป็นไปไม่ได้! ดูชื่อผู้เขียนสิ หัวหน้าซย่า! หัวหน้าซย่าคือบรรณาธิการที่เป็นมืออาชีพมากที่สุดบนแพลตฟอร์มทางการ เธอเชี่ยวชาญเรื่องเกมจะผิดพลาดเรื่องง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง”
“ไอ้พวกโง่แหกตาดูภาพสิ! เขาก็แปะภาพมาอยูไม่ใช่รึไง ซูมดูซะ เกมบนจอไม่ใช่เกมในคอลเล็กชัน!”
“เชี่ยจริงด้วย! เกมไรเนี่ย ไม่น่าจะเคยเห็นมาก่อน”
“มียูนิตเยอะมาก ใช้มุมมองพระเจ้าด้วย ดูเหมือนว่าจะเป็นเกมแนว RTS”
“หรือว่า… จะมีอีสเตอร์เอ็กซ่อนอยู่ในบทสัมภาษณ์นี้ นี่คือเกมใหม่ที่เถิงต๋ากำลังจะปล่อยเหรอ”
ชาวเน็ตพากันสวมวิญญาณเชอร์ล็อกโฮล์มส์ ตอนแรกไม่มีใครสังเกตอะไร แต่ทันทีที่ใครก็ตามสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง คนอื่นๆ ก็จะกรูกันเข้ามาเหมือนฉลามได้กลิ่นเลือด!
มีคนดาวน์โหลดภาพต้นฉบับไปดูอย่างละเอียด ถึงภาพนี้จะถ่ายจากระยะไกล แต่ก็ยังค่อนข้างชัด ภาพเกมบนจอแตกต่างจากทุกเกมในคอลเล็กชันรวมเกมจีนสุดคลาสสิก!
นั่นหมายความว่ายังไง เมิ่งชั่งเผยอปากเล็กน้อย ร่างของเขาแข็งทื่อ
“เวรแล้ว! ความฉิบหายกำลังจะมาเยือน!”