ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 981 เกม RTS ที่ไม่เหมือนใคร
ความเร็วในการดาวน์โหลดของแพลตฟอร์มทางการเสถียรมาก และแถบความคืบหน้าการดาวน์โหลดก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง
เฉียวเหลียงหยิบโคล่ากระป๋องจากตู้เย็นแล้วเดินกลับมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เขาตั้งใจว่าจะหาอะไรเล่นฆ่าเวลา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสลับไปเช็กดูความคืบหน้าการดาวน์โหลดเป็นพักๆ
“รู้สึกเหมือนฝันย้อนกลับไปสิบปีก่อนเลย…”
เฉียวเหลียงยังจำได้ว่าตอนเรียนอยู่ชั้นประถม ครอบครัวของเขาทุ่มเงินก้อนโตซื้อคอมพิวเตอร์มาเครื่องหนึ่ง หน้าจอใช้งานเล็กนิดเดียวแต่ตัวเครื่องใหญ่เทอะทะ
อินเทอร์เน็ตต้องเชื่อมกับสายโทรศัพท์ ความเร็วไม่ถึงหนึ่งร้อยกิโลไบต์ แค่เลื่อนดูเว็บก็ต้องรอโหลดภาพนานมาก อีกทั้งยังมีกาจำกัดเวลาและจำนวนผู้ใช้งาน ถ้าไม่ระวังอาจจะเกินเวลาใช้งานได้
ตอนนั้นเฉียวเหลียงต้องคำนวณอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกครั้งที่เข้าอินเทอร์เน็ต เมื่อค้นเจอแนวทางการเล่นก็จะรีบจดลงสมุดแล้วกลับไปเล่นด่านที่ยังไม่ผ่านในเกมสแตนด์อโลน
ต่อมามีเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเกิดขึ้น ทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เฉียวเหลียงจึงเริ่มดาวน์โหลดเกมออนไลน์มาเล่น
ตอนนั้นต้องดาวน์โหลดเกมด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วไม่กี่ร้อยกิโลไบต์ บางครั้งต้องใช้เวลาหลายสิบชั่วโมงในการดาวน์โหลดเกมขนาดใหญ่กว่าสิบกิกะไบต์
ความรู้สึกของเฉียวเหลียงในตอนนี้ไม่ต่างจากตอนนั้น เขาคอยตรวจสอบความคืบหน้าการดาวน์โหลดอยู่เป็นระยะๆ พอดาวน์โหลดเสร็จเขาก็จะกดติดตั้งด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็เข้าสู่เกมไปสัมผัสกับกราฟิกแสนสวยงาม…
นั่นคือช่วงเวลาที่วิเศษสุดๆ
ตอนนั้นเฉียวเหลียงต้องแอบพ่อแม่เล่นเกม เล่นไปก็ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ กลัวว่าถ้าโดนจับได้จะถูกด่าเอา
แต่พอออกมามีอิสระและเข้าสู่วงการอัปโหลดมาสเตอร์ เขาก็ได้เล่นเกมได้อย่างจุใจไม่มีใครมาคอยห้ามอีก แต่ก็กลับสูญเสียความตื่นเต้นที่เคยมีไป
บ่อยครั้งที่พอซื้อเกมมาแล้วลืมเล่น หรือเริ่มเล่นไปแล้วแต่ไม่ได้กลับมาเล่นต่อ เขาไม่ได้รู้สึกถึงความสุขตอนกดดาวน์โหลดเกมมานานแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ เขาก็รู้สึกแบบนั้นขึ้นมาอีกครั้ง!
ตอนนี้เขารู้สึกใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เหมือนตอนที่แอบย่องไปเล่นเกมกลางดึกในห้องอ่านหนังสือโดยไม่ให้พ่อแม่จับได้
ระหว่างที่กำลังตื่นเต้นอยู่นั้น Mission & Choice ก็ดาวน์โหลดเสร็จ!
แต่เฉียวเหลียงสังเกตเห็นว่าแม้จะอัปเดตเสร็จ แต่ตัวเกมยังดาวน์โหลดทรัพยากรต่อในเบื้องหลัง
ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะเนื้อหาหลายสิบกิกะไบต์เป็นแค่เนื้อหาหลักของเกม ซึ่งก็คือตัวเกมและคัตซีนเปิดเรื่องสองสามฉาก เพื่อให้มั่นใจถึงประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
แม้คุณภาพคัตซีนทั้งหมดจะไม่เท่าระดับที่ฉายในโรงภาพยนตร์ แต่โดยพื้นฐานก็เทียบเท่าได้กับ Blu-Ray ที่มีความคมชัดสูงเป็นพิเศษ แต่ก็หมายความว่าคัตซีนจะกินพื้นที่เท่าๆ กับตัวเกม
ทีมผู้สร้างจึงจงใจแยกการดาวน์โหลดสองส่วนนี้ออกจากกันเพื่อไม่ให้ผู้เล่นต้องรอดาวน์โหลดเนื้อหามากเกินไปในคราวเดียว ผู้เล่นสามารถเริ่มเล่นเกมในช่วงแรกระหว่างรอคัตซีนโหลดไปพร้อมกันได้ ระหว่างการเล่นเกม คัตซีนเนื้อเรื่องเกมส่วนถัดไปจะถูกดาวน์โหลดรอไว้
หลังอัปเดตเสร็จไอคอนเกม Mission & Choice ก็ไม่ได้เปลี่ยนไป หน้ารายละเอียดเกมยังเหมือนเดิม เป็นภาพโปรโมตกราฟิกตกยุคดั้งเดิมที่ใช้คำโปรยชวนกระอักกระอ่วนใจ
เฉียวเหลียงสงสัยว่าถ้ามีคนเปิดระบบอัปเดตอัตโนมัติไว้ คนพวกนั้นคงไม่ตระหนักว่า Mission & Choice มีอัปเดตใหญ่ขนาดนี้ เว้นแต่ว่าจะเข้ามาตรวจดูอย่างละเอียด
แต่สิ่งนี้ก็ทำให้เฉียวเหลียงคาดหวังกับเกมนี้มากยิ่งขึ้น!
เขาสงบใจลงแล้วกดเข้าเกม
เกม Mission & Choice สุดกากดั้งเดิมไม่มีคัตซีนเปิดเกม หลังจากกดเข้าเกมก็เป็นหน้าโลโก้เกมห่วยๆ มีตัวเลือกพื้นฐานไม่กี่อย่าง เช่น เริ่มเกม เล่นต่อ และตั้งค่า
หลังจากเข้าสู่บทแรกหลังเริ่มเกมก็ใส่ภาพมาภาพหนึ่งซึ่งเรียกว่าใช้ PowerPoint ทำก็ได้ มีข้อความเกริ่นเนื้อเรื่องเล็กน้อย จากนั้นก็เข้าสู่หน้าจอเกม
แม้แต่ในยุคนั้นก็ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก ถึงเกมในช่วงนั้นจะมีกราฟิกแบบพิกเซล แต่อย่างน้อยก็มีคัตซีนตอนเปิดเรื่องและระหว่างการเล่น
อันที่จริงเกมอย่าง Fantasy Battle ก็ถือว่าทำคัตซีนได้ดีมากในตอนนั้น มันดูสุดยอดมากขนาดที่เกมใหม่ๆ ซึ่งปล่อยออกมาหลายปีให้หลังก็ยังสู้ไม่ได้
แต่ Mission & Choice เวอร์ชันอัปเดตใหม่ไม่เหมือนเดิมเลย!
หลังจากหน้าจอดำที่มีโลโก้หลายอันปรากฏ ดวงตาปิดสนิทคู่หนึ่งก็โผล่ขึ้นมาบนหน้าจอ
ดวงตาคู่นั้นปิดสนิทแต่ก็เห็นได้ว่าลูกตาเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว คิ้วขมวดเล็กน้อย หน้าผากมีเหงื่อผุดอยู่ทั่วราวกับกำลังฝันร้ายอยู่
เฉียวเหลียงตกตะลึง
“คุณภาพคัตซีนสูงเกินไปรึเปล่า ดูไม่ต่างจากคนจริงๆ เลย!”
เฉียวเหลียงเคยเห็นเกม AAA ที่ลงทุนกับการทำคัตซีนสูงมากจนเห็นรูขุมขนบนใบหน้าตัวละครได้อย่างชัดเจน แต่เขาไม่เคยเห็นเกมไหนทำได้ชัดขนาดนี้มาก่อน!
ครู่ต่อมากล้องก็ซูมออกจนเห็นใบหน้าของตัวละคร
“…นั่นลู่จือเหยาไม่ใช่เหรอ!”
“ไม่ใช่ทำสมจริงแล้ว นี่มันของจริงเลย! ไม่ใช่ CG แต่เป็นหนังจริงๆ!”
ลู่จือเหยาพลิกตัวลุกขึ้นนั่งในเคบินสำหรับพักผ่อนซึ่งเปิดออกอัตโนมัติ เฉียวเหลียงเห็นแล้วก็เข้าใจทันทีว่าทำไมถึงทำออกมาสมจริงขนาดนี้ ก็เพราะมันไม่ได้สร้างขึ้นด้วย CG!
“ก็คือ… บอสเผยเอาหนังมาใส่ในเกมเหรอ”
“ก็เท่ากับว่าฉันซื้อเกมแล้วแถมหนังฟรีสิ”
“หรือว่าถ้าซื้อตั๋วหนังก็จะได้เกมฟรีด้วย”
“อืม… ดูแปลกๆ แฮะ”
“นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ถ้าเอาหนังมารวมกับเกมก็จะมีปัญหาในแง่ของจังหวะการดำเนินเรื่องสิ”
เฉียวเหลียงเล่นเกมมาเยอะมาก พอเห็นว่าเกมกับหนังถูกรวมเข้าด้วยกันก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
อันที่จริงมีบริษัทต่างชาติเคยถ่ายทำคัตซีนโดยใช้นักแสดงจริงมาก่อน แต่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว นอกจากนี้ตั้งแต่ นั้นเป็นต้นมาบริษัทเกมส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้นำแนวทางนี้มาใช้
ถ้าไม่กลายเป็นแนวทางที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ก็แสดงว่ามีปัญหาบางอย่างอยู่ ตัวอย่างเช่น โครงเรื่องของเกมต้องแยกเป็นส่วนๆ เนื้อหาแต่ละบทอาจต้องแบ่งย่อยเป็นหลายสิบส่วนซึ่งไม่เชื่อมต่อกันอย่างใกล้ชิด
ทางผู้พัฒนาก็จะเลือกส่วนที่น่าตื่นเต้นที่สุดในเนื้อหามาทำเป็นคัตซีน โครงเรื่องส่วนที่ว่างอยู่ใช้เนื้อหาเกมมาเติมเต็มได้ แต่โครงเรื่องของหนังต้องสอดคล้องกันตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งขัดแย้งกับธรรมชาติของโครงเรื่องเกม
“บางทีอาจจะเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนัง”
“แต่ก็ดูสิ้นเปลืองไปหน่อย ฉันรู้สึกว่าทำแบบนี้น่าจะจัดการเรื่องรายละเอียดได้ยาก”
“ถ้าเป็นบริษัทเกมอื่นที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องรายละเอียดก็พอเข้าใจได้ แต่เถิงต๋าให้ความสำคัญกับรายละเอียดมาก บอสเผยไม่น่าจะยอมปล่อยให้มีข้อบกพร่องเล็กน้อยแม้แต่จุดเดียว”
“หรือว่าจะมีทางออกที่ดีกว่า”
เนื้อเรื่องของเกมน่าตื่นเต้นมากจนเฉียวเหลียงไม่มีเวลามามัวคิดเรื่องไร้สาระ ความคิดเหล่านี้แวบขึ้นมาในใจครู่เดียวแล้วก็ถูกพับเก็บไปชั่วคราว
แม้ว่าจออัตราเร็วสูงสำหรับเกมอีสปอร์ตและหูฟังเกมมิ่งจะไม่ได้มอบประสบการณ์การรับชมที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ก็เรียกได้ว่าไม่แย่
เฉียวเหลียงอินกับเนื้อเรื่องของเกมอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปคัตซีนในเกมอื่นๆ มีไว้เพื่อปรับอารมณ์ เนื่องจากเงินทุนมีจำกัดจึงทำออกมาได้ไม่ยาวมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องทำให้ผู้เล่นเข้าสู่โลกของเกมได้เร็วที่สุด
แต่คัตซีนของ Mission & Choice ยาวมากอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องส่วนสั้นๆ แต่เป็นเรื่องราวที่บอกเล่าอย่างสมบูรณ์
หลังจากฉินอี้รับตำแหน่งผู้บังคับบัญชา AEEIS ก็นำเสนอฟังก์ชันต่างๆ บนคอนโซลควบคุม ไม่ว่าจะเป็นลูกบอลสังเกตการณ์ หน้าจอสัมผัส ภาพโฮโลแกรมโดยรอบ และอื่นๆ
เมื่อฉินอี้เริ่มการควบคุมอย่างเป็นทางการ หน้าจอของเฉียวเหลียงก็สลับไปเป็นหน้าจอเกมแบบไร้รอยต่อ ไม่มีการขึ้นชื่อเกม ไม่มีการเลือกบท ไม่มีการสรุปเนื้อเรื่อง
เฉียวเหลียงพบว่าตัวเองสวมบทบาทเป็นฉินอี้แล้วอย่างเป็นธรรมชาติ เสียง AEEIS อธิบายต่อแต่ตอนนี้เป็นการสื่อสารกับผู้เล่นโดยตรง
AEEIS ไม่ได้ใช้คำว่า ‘เมาส์’ ‘คีย์บอร์ด’ หรือ ‘คอนโทรลเลอร์’ ตรงๆ แต่ใช้คำกำกวมอย่าง ‘หมุนมุมมอง’ ‘เลือกยูนิต’ และอื่นๆ แทน เพื่อจะไม่ทำลายการเข้าถึงบทบาทของผู้เล่น
ไอคอนเรียบง่ายปรากฏขึ้นบนหน้าจอแทน ตัวอย่างเช่น เมื่อต้องใช้เมาส์เลือกยูนิต ไอคอนเมาส์เรียบง่ายตัดขอบขาวจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เพื่อบอกผู้เล่นเป็นนัยให้ดำเนินการตามสิ่งที่เกี่ยวข้อง
หน้าต่าง UI ทั้งหมดแทบจะเหมือนที่เห็นในหนังแต่ให้มุมมองที่อิสระมากกว่า แม้ภาพโฮโลแกรมจะเทียบกับในหนังไม่ได้ แต่เมื่อเทียบกับเกมที่ใช้มุมมองพระเจ้าอื่นๆ แล้ว ฉากทั้งหมดดูยิ่งใหญ่กว่าเมื่อกดซูมเข้าไป
เนื้อเรื่องช่วงแรกเรียบง่ายมาก เป็นเพียงการแนะนำให้ผู้เล่นคุ้นเคยกับการควบคุมมุมมองของเกม และชมการจำลองความพ่ายแพ้ของกองกำลังสมาพันธ์หลังจากเผชิญหน้ากับเซิร์ก
หลังจบเนื้อหาเกม ภาพจะตัดสลับไปฉากคัตซีนอย่างลื่นไหล หน้าจอที่เดิมควบคุมโดยผู้เล่นกลายเป็นหนังคัตซีนซึ่งแสดงให้เห็นเนื้อหาได้อย่างยิ่งใหญ่ขึ้น แต่สิ่งต่างๆ ที่ทำได้ในเกมมีอิสระกว่าและใช้เวลาเล่นนานกว่าคัตซีน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้สึกว่าเนื้อเรื่องมีความซ้ำซาก แต่กลับทำให้ผู้เล่นประทับใจกับเนื้อเรื่องมากขึ้น
หลังจากนั้นก็มีเนื้อเรื่องส่วนที่สองและการรบจริง ตามด้วยเนื้อเรื่องส่วนที่สามและการรบจริง…
เฉียวเหลียงตระหนักว่า Mission & Choice นั้นแตกต่างจากเกมอื่นๆ ในเกมอื่นๆ ส่วนหลักคือเนื้อหาเกม ส่วนคัตซีนเป็นส่วนเสริมสอดแทรกเข้ามาในเนื้อหาเกม
กลับกัน Mission & Choice เป็นเนื้อเรื่องหนังที่เชื่อมโยงต่อกันตั้งแต่ต้นจนจบ และมีการสอดแทรกเนื้อหาเกมเข้ามาเสริม
ข้อแตกต่างระหว่างสองวิธีนี้คือ วิธีแรกมีตอนจบเป็นช่วงๆ แต่ละบทและด่านแยกจากกันและไม่ได้เชื่อมโยงอย่างเป็นธรรมชาติมากนัก บางเกมก่อนจะเข้าด่านใหม่ต้องตัดไปหน้าจอดาวน์โหลดทรัพยากรเกมก่อน ซึ่งไม่เป็นมิตรกับผู้เล่นนัก
แต่ Mission & Choice ทำให้ผู้เล่นบอกไม่ได้ว่ามีการแบ่งบทและด่านตรงไหน เป็นวิธีเดียวกับที่เกม AAA เน้นเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ใช้
วิธีการดั้งเดิมคือขึ้นแถบดาวน์โหลดระหว่างเปลี่ยนฉาก แต่ในเกม AAA ที่เน้นเนื้อเรื่องจะใช้เทคนิคพิเศษในการรักษาประสบการณ์อันไร้รอยต่อของผู้เล่นระหว่างการเปลี่ยนฉาก ตัวอย่างเช่น ใช้ฉากอุโมงค์พัง หรือตัวละครคลานผ่านถ้ำแคบๆ มาใช้ในช่วงเปลี่ยนฉาก ซึ่งจะทำให้เกมสามารถดาวน์โหลดเนื้อหาสำหรับฉากที่กำลังจะมาถึงในขณะที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการขึ้นหน้าจอแถบโหลดทรัพยากร
เห็นได้ชัดว่า Mission & Choice ใช้วิธีนี้ มีการขึ้นคัตซีนระหว่างสองด่าน ซึ่งด่านถัดไปนั้นดาวน์โหลดเสร็จระหว่างที่ผู้เล่นดูคัตซีนอยู่ การจัดเรียงเนื้อเรื่องอย่างชาญฉลาดทำให้การเชื่อมโยงระหว่างคัตซีนและเนื้อหาเกมสมบูรณ์แบบ ไม่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนโดนตัดฉับหรือผิดธรรมชาติ
แม้ว่าจะยังไม่ได้ลองเล่นในส่วนการรบจริง แต่ประสบการณ์ที่ได้รับในช่วงเริ่มต้นก็ทำให้เฉียวเหลียงรู้สึกว่า Mission & Choice แตกต่างจากเกม RTS ทั้งหมดที่เคยมีมาอย่างสิ้นเชิง!