ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 986 Fantasy Battle Remake เวอร์ชันรีเมคที่แสนสับสน
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 986 Fantasy Battle Remake เวอร์ชันรีเมคที่แสนสับสน
กดซื้อ จ่ายเงิน ดาวน์โหลด
Fantasy Battle Remake มีให้เลือกสองราคา เวอร์ชันฟรีราคา 168 หยวน เวอร์ชันดีลักซ์ราคา 258 หยวน เกมเมอร์ตัวยงอย่างเฉียวเหลียงก็ต้องสอยเวอร์ชันดีลักซ์แน่นอนอยู่แล้ว
เฉียวเหลียงรู้สึกจุกเล็กน้อยแต่ก็ถือว่าเป็นการจ่ายเงินที่คุ้มค่า เกมเมอร์ตัวยงที่แท้จริงย่อมยอมรับเกมราคาแพงได้ตราบใดที่เกมทำออกมาคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป
หลังจากเริ่มดาวน์โหลด เฉียวเหลียงก็มองดูขนาดของเกมและเวลาในการดาวน์โหลด
“สามสิบกว่ากิกะไบต์เอง เล็กกว่า Mission & Choice อีก”
“เอ๊ะ แต่ Mission & Choice ยัดหนังบลูเรย์เข้ามาก็ไม่แปลกที่ขนาดจะใหญ่กว่า”
ที่เฉียวเหลียงไม่รู้คือ ไฟล์ติดตั้งเบื้องต้นของ Mission & Choice ไม่ได้ใส่คัตซีนความละเอียดบลูเรย์มาทั้งหมด แต่ใส่มาแค่สองสามฉากแรกเท่านั้น ถ้าเฉียวเหลียงไปเช็กขนาดโฟลเดอร์ของ Mission & Choice ตอนนี้จะพบว่าเกมนี้กินพื้นที่เกินหนึ่งร้อยกิกะไบต์
แต่ขนาดสามสิบกว่ากิกะไบต์ของ Fantasy Battle Remake นั้นรวมเนื้อหาหลักมาหมดแล้ว
จริงๆ แล้วเขาสัมผัสได้ถึงสัญญาณบางอย่างล่วงหน้าจากรายละเอียดเหล่านี้ แต่ภาพ Fantasy Battle Remake ในหัวของเฉียวเหลียงสวยงามเกินไป เขาจึงเมินเฉยต่อ ‘ปัญหาเล็กน้อย’ ไปโดยปริยาย
แม้ความเร็วอินเทอร์เน็ตจะสูงแต่เขาก็ยังต้องรอ เฉียวเหลียงเปิด Mission & Choice อีกครั้งเพื่อเล่นระหว่างรอให้ Fantasy Battle Remake ดาวน์โหลดเสร็จ
เมื่อเข้าเกม Mission & Choice อีกครั้ง ก็พบว่ามีโหมดการเล่นอื่นๆ เปิดให้เล่น
ตอนผู้เล่นเข้า Mission & Choice ครั้งแรกจะไม่มีหน้าไตเติ้ล พอเข้าเกมปุ๊บก็เป็นคัตซีนเนื้อเรื่องเลย ถ้าออกจากเกมระหว่างที่ยังเล่นไม่จบก็จะได้กลับมาเล่นต่อตรงจุดเซฟ
หน้าไตเติ้ลจะไม่โผล่มาจนกว่าผู้เล่นจะเล่นจนจบเนื้อเรื่องและเข้าเกมใหม่อีกครั้ง หน้าไตเติ้ลมีตัวเลือกมากมาย ได้แก่ [โหมดเนื้อเรื่อง] [สงครามนิรันดร์] [ต่อสู้ ออนไลน์] [โหมดสร้างสรรค์] [ตัวเลือก] และ [ออกจากเกม]
โหมดเนื้อเรื่องเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สัมผัสเนื้อเรื่องอีกครั้ง แต่รอบนี้สามารถข้ามไปด่านที่ต้องการได้โดยตรง
สงครามนิรันดร์เป็นโหมดการเล่นคล้ายๆ โหมดไร้ที่สิ้นสุด โดยผู้เล่นจะได้สู้กับเซิร์กที่ควบคุมโดย AI เหมือนเดิม แต่ความยากจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ต่อสู้ออนไลน์มีไว้ให้ผู้เล่นสู้กับผู้เล่นด้วยกัน หรือต่อสู้กับ AI สามารถเลือกจำนวนผู้เล่น ขนาดแผนที่ และความยากของ AI ได้ มีอิสระค่อนข้างสูง เมื่อพิจารณาจากที่ใน Mission & Choice ไม่มีความสมดุลระหว่างมนุษย์กับเซิร์ก โหมดสู้ออนไลน์จึงถือว่าเป็นโหมดที่เอาไว้เล่นขำๆ เท่านั้น
สิ่งที่ดึงดูดใจเฉียวเหลียงที่สุดคือ โหมดสร้างสรรค์
ก่อนหน้านี้ Fantasy Battle ปล่อยโปรแกรมสร้างแผนที่มาพร้อมตัวเกม ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแผนที่เกม RPG สุดคลาสสิก Gods Rising เองก็มีต้นกำเนิดจากเกมนี้
โหมดสร้างสรรค์ในเกม Mission & Choice เปรียบเหมือนโปรแกรมสร้างแผนที่ในตัวเกมของทางออฟฟิเชียล ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการใช้งาน และเพิ่มวิธีการปรับสร้างต่างๆ เข้ามามากมาย แค่ลองเข้าไปสำรวจดูเล็กน้อย ผู้เล่นทั่วไปก็สามารถสร้างแผนที่ของตัวเองได้ แน่นอนว่าถ้าอยากสร้างเนื้อหาที่ซับซ้อนมากขึ้นก็ยังต้องเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติม
เมื่อเข้าสู่โหมดสร้างสรรค์ครั้งแรกจะมีหน้าแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา เนื้อหาโดยรวมคือลิขสิทธิ์ของเนื้อหาพื้นฐานอย่างทรัพยากรงานภาพในโหมดสร้างสรรค์เป็นของเถิงต๋า ส่วนลิขสิทธิ์ของแมคคานิกแผนที่และระบบเล่นที่สร้างโดยผู้เล่นเป็นของผู้เล่น
ถ้าผู้เล่นพบว่าแผนที่ที่ตัวเองสร้างโดนละเมิดลิขสิทธิ์ สามารถติดต่อเถิงต๋าให้ช่วยคุ้มครองสิทธิ์ได้ โดยเถิงต๋าจะช่วยจัดการกับการละเมิดตามที่แจ้ง รวมถึงปกป้องสิทธิ์และประโยชน์ของผู้เล่นตามกฎหมาย
พอเห็นข้อความนี้เฉียวเหลียงก็อดทึ่งขึ้นมาไม่ได้ เถิงต๋ายังมีมโนธรรมไม่เปลี่ยนแปลง!
ถ้าผู้เล่นสร้างเนื้อหาของตัวเองขึ้นมาผ่านโหมดสร้างสรรค์ของเกม ลิขสิทธิ์ก็ต้องเป็นของผู้เล่นอยู่แล้วโดยไม่ต้องสงสัย แต่เถิงต๋ากลับเสนอให้ความช่วยเหลือในการปกป้องสิทธิ์ของผู้สร้างหากเกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ จุดนี้แสดงให้เห็นถึงความรักและความห่วงใยที่พวกเขามีต่อผู้เล่น
เฉียวเหลียงเข้าไปดูโหมดต่างๆ คร่าวๆ และไม่ได้ลงลึกมากนัก เพราะโหมดเหล่านี้ไม่ได้แตกต่างจากเนื้อหาหลักของโหมดเนื้อเรื่องมาก และตอนนี้ในหัวของเฉียวเหลียงมีแค่ Fantasy Battle Remake ไว้ค่อยกลับมาเล่นโหมดพวกนี้ทีหลังก็ยังไม่สาย
แน่นอนว่าเฉียวเหลียงคาดหวังกับโหมดสร้างสรรค์ของ Mission & Choice มากที่สุด ผ่านไปสักพักน่าจะมีแผนที่ RPG ที่น่าสนใจออกมามากมาย แต่รอบนี้ Fantasy Battle Remake ก็น่าจะปรับโปรแกรมสร้างแผนที่ของตัวเองใหม่เหมือนกัน ยากที่จะบอกได้ว่าผู้เล่นจะเลือกของฝั่งไหน
เฉียวเหลียงไล่ดูเนื้อหาใน Mission & Choice และเข้าไปเล่นเกมสั้นๆ จากนั้นก็แทบรอไม่ไหวที่จะได้กดออกจากเกม เพราะเขาเห็นว่าเกมดาวน์โหลดเสร็จแล้ว
“เอาละๆ ตั้งสติให้ดี พอเริ่มเล่น Fantasy Battle Remake อย่างจริงจังต้องห้ามคิดถึง Mission & Choice ไม่งั้นจะดูเหมือนพวกมือสมัครเล่น”
ในฐานะเกมเมอร์ตัวยง เฉียวเหลียงจริงจังมากเวลาเล่นเกมแบบนี้ ขนาดตอนเลื่อนเมาส์ไปคลิกไอคอนเกม มือยังสั่นเล็กน้อยเลย เขารู้สึกเหมือนได้กลับมาพบเทพธิดาอีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันมานานหลายปี
แต่พอเข้าเกมเขาก็ตกตะลึงไปพักหนึ่ง
“ดูภาพ…”
“โห…” เฉียวเหลียงพูดอะไรไม่ออก
สมแล้วที่เป็นเวอร์ชันรีเมก คุณภาพงานภาพดีกว่าเกมต้นฉบับมาก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เฉียวเหลียงตาเป็นประกาย แถมยังทำให้รู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย เพราะหน้าไตเติ้ลนั้นแค่เอาของเดิมมาปรับเพิ่มนิดหน่อย ถึงจะเห็นความแตกต่างด้านรายละเอียด แต่อินเทอร์เฟซทั้งหมดยังเหมือนเดิมเป๊ะ!
ถ้าเป็นเมื่อสิบปีก่อน อินเทอร์เฟซแบบนี้ถือว่าล้ำมาก แต่หลังจากเกมพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การออกแบบอินเทอร์เฟซจึงมีความสวยงามมากขึ้น พอเทียบกับหน้าไตเติ้ลของเกมในยุคนี้แล้ว อินเทอร์เฟซที่เห็นเลยดูล้าสมัยเกินไปหน่อย
“สงสัยจะอยากให้หวนนึกถึงความรู้สึกเดิมๆ ให้มากที่สุด สิ่งสำคัญไม่ใช่เปลือกนอก แต่เป็นเนื้อหาข้างในต่างหาก”
เฉียวเหลียงรีบหาเหตุผลปลอบใจตัวเอง จากนั้นก็คลิกปุ่ม [แคมเปญต่อสู้] และเตรียมสัมผัสกับเนื้อเรื่องของเกม
ถึง Fantasy Battle จะเป็นเกม RTS ที่มีการแข่งขันสูง แต่ก็มีแค่ผู้เล่นตัวท็อปไม่กี่คนที่ได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขัน เฉียวเหลียงไม่ใช่ผู้เล่นสายเกม RTS สำหรับเขานั้น เนื้อเรื่องคือส่วนสำคัญที่สุดของเกม
เพราะตามข่าวจากทางออฟฟิเชียล มีการทำคัตซีนและโมเดลใหม่หมด เฉียวเหลียงคิดว่าถึงจะทำคัตซีนได้ไม่ถึงระดับ Fantasy World แต่อย่างน้อยก็น่าจะได้สักประมาณ Starcraft ไม่ว่ายังไงคัตซีนดีๆ ก็ดูได้เพลินอยู่ดี
ท้องฟ้ามืดสลัว แผ่นดินใหญ่ผืนดินสีน้ำตาลแดงปกคลุมไปด้วยวัชพืช กล้องค่อยๆ ซูมเข้า เสียงผู้หญิงทุ้มลึกเริ่มบรรยาย
“แตรสงครามยังดังก้องในสายลม แต่ภาพจากอดีตหวนคืนกลับมาเงียบๆ…”
สีหน้าของเฉียวเหลียงเปลี่ยนจากคาดหวังเป็นงุนงง จากงุนงงเป็นสับสน
“แค่นี้เหรอ”
“ทำแค่นี้… แน่ใจเหรอว่าคือการรีเมก”
เฉียวเหลียงเริ่มกังขากับสายตาและความทรงจำของตัวเอง เขาจำไม่ได้แล้วว่าคัตซีนใน Fantasy Battle เวอร์ชันดั้งเดิมเป็นยังไง แต่เขารู้สึกว่าคัตซีนตอนนี้ดูไม่ต่างจากเดิม มีเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อยเหมือนแค่ปรับปรุงคุณภาพและความละเอียดของคัตซีนเก่านิดหน่อย
คัตซีนนี้ไม่ได้แตกเป็นเหลี่ยมๆ มันดูคมชัดมาก แต่ปัญหาคือรายละเอียดพื้นผิวต่างๆ ดูเละเทะไปหมด วัชพืชบนพื้นดูไม่สมจริง แม้แต่รูปร่างตัวละครด้านในก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลย! ทันสมัยซะไม่มี
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ รู้นะว่าการทำคัตซีนใช้ต้นทุนสูง แต่อย่างน้อยก็ช่วยทำสองสามฉากแรกให้มันดูดีหน่อยได้มั้ย”
“โอเค บางทีพวกเขาอาจจะเอาเงินไปลงกับคัตซีนส่วนสำคัญช่วงหลังๆ เพราะยังไงเนื้อเรื่องของเกมนี้ก็ยาวมาก มีคัตซีนหลายฉากให้ทำใหม่หมดคงจะเป็นงานหนักเกินไป ก็เข้าใจได้ถ้าจะเลือกทำใหม่เป็นบางฉาก”
เฉียวเหลียงได้แต่ปลอบใจตัวเองแบบนี้ เขาจำได้ชัดเจนว่าช่วงสุดท้ายของเนื้อเรื่องเกม Fantasy Battle ระทึกใจมาก มีฉากการเผชิญหน้ากันของตัวละครยอดนิยมสองตัว ขอแค่ทำคัตซีนฉากนั้นใหม่ก็โอเคแล้ว พวกคัตซีนการต่อสู้ของพวกลูกกระจ๊อกไม่ทำใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
หลังจากจบคัตซีนก็เริ่มเข้าสู่แคมเปญต่อสู้ เฉียวเหลียงขมวดคิ้วอีกครั้ง
“อินเทอร์เฟซนี่… ทำใหม่แล้วจริงๆ เหรอ ไม่เห็นต่างจากเดิมเลย!”
“ไม่สิ แถบโหลดดูทุเรศกว่าของเดิมอีก”
“ทำไมคำว่า ‘กำลังโหลด’ ไม่อยู่ตรงกลางล่ะ นี่เอียงไปทางซ้ายหน่อยๆ พยายามจะฆ่าพวกเป็นโรค OCD เหรอ แม้แต่เด็กฝึกงานยังไม่พลาดแบบนี้ตอนทำสไลด์นำเสนอเลย”
“แปลกมาก นี่เวอร์ชันออฟฟิเชียลจริงๆ เหรอ แน่ใจนะว่าไม่ใช่เวอร์ชันยังทำไม่เสร็จ”
ก่อนจะเข้าสู่หน้าเกมอย่างเป็นทางการ เฉียวเหลียงก็ดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความกังขาแล้ว ปุ่มซื้อเกมไม่มีอะไรผิดพลาดใช่มั้ย
ในที่สุดหลังผ่านไปสักพักก็เข้าสู่หน้าจอเกมอย่างเป็นทางการ แต่พอเห็นหน้าจอการเล่นจริง เกราะป้องกันทางจิตวิทยาของเขาก็พังทลายลง
“ต้มตุ๋น นี่มันต้มตุ๋นกันชัดๆ!”
“นี่เกมเดียวกับที่เห็นในตัวอย่างจริงๆ เหรอ!”
กราฟิกของเกมเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเวอร์ชันเดิม แต่คัตซีนกับอินเทอร์เฟซยังใช้ของเดิม ถึงคุณภาพกราฟิกจะพัฒนาขึ้น แต่ทรัพยากรงานภาพไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย!
หน้าจอเกมจริงทำให้เฉียวเหลียงตะลึงงัน เพราะตอนเรียกกระแสให้ Fantasy Battle Remake ล่วงหน้า ออฟฟิเชียลปล่อยตัวอย่างฉากต่อสู้สุดคลาสสิกมาให้ได้ชมกัน
ในตัวอย่างโมเดลตัวละครและรายละเอียดของฉากได้มาตรฐานเท่ากับ Fantasy World เลย ซูมเข้าไปใกล้ๆ จะเห็นทั้งเส้นผม รูขุมขน และปากที่ขยับตามบทพูดพอดี แม้จะมีความแตกต่างที่ชัดเจนกับเกม AAA เน้นเนื้อเรื่องในด้านกราฟิก ในฐานะเกม RTS ก็ถือว่าทำได้โดดเด่นมากแล้ว
แต่เฉียวเหลียงตระหนักว่าไม่มีอะไรเหมือนในตัวอย่างเลย!
ถ้ากราฟิกเกมเดิมคือหนึ่ง และกราฟิกเกมในตัวอย่างคือสิบ กราฟิกในเกมปัจจุบันอย่างมากสุดก็ได้แค่สอง จะเรียกว่าเป็นเวอร์ชันทำใหม่ก็ไม่ผิดนัก คุณภาพของกราฟิกดีขึ้นจริงๆ แต่มันแตกต่างจากที่ชาวเกมเมอร์คิดไว้อย่างสิ้นเชิง!