ข้าคือนางร้ายในนิยายจำกัดเรท - บทที่ 17 ภารกิจตัวร้ายหญิงถูกกระตุ้น โปรดรอรับคำสั่งจากระบบ……
- Home
- ข้าคือนางร้ายในนิยายจำกัดเรท
- บทที่ 17 ภารกิจตัวร้ายหญิงถูกกระตุ้น โปรดรอรับคำสั่งจากระบบ……
ขนตาของต้วนหลิงซับหยาดฝนจนดูยาวชุ่ม เขาก้มหน้าลงมองหลินถิงซึ่งใบหน้าถูกฝนสาดเปียกโชก ฝ่ามือของ
นางซึ่งร้อนผ่าวแนบแน่นอยู่กับแผ่นหลังของเขา แม้มีอาภรณ์หลายชั้นกั้นอยู่ ยังคล้ายถ่ายทอดไออุ่นได้
เขากำลังจะผลักหลินถิงออกไป แต่นางกลับกอดแน่นขึ้นอีก ร่างทั้งสองล้มลงกับพื้น ก่อนจะกลิ้งไปใต้รถดอกไม้
ขณะเดียวกันก็มีลูกธนูนับสิบพุ่งเข้ามา
เสียง “ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว” ดังต่อเนื่อง ธนูเย็นเฉียบปักรถดอกไม้จนพรุน
แม้กระทั่งลูกหนึ่งยังทะลุแผ่นไม้ของรถ แทงลงพื้นข้างกายนาง ปลายลูกธนูยังสั่นสะเทือนอยู่ เห็นแล้วชวนให้
ใจหาย แต่เสียงจากระบบว่า “ภารกิจสำเร็จ” ก็ดังขึ้น ทำให้นางรู้สึกว่าคุ้มค่าแล้ว
ก่อนลงมือ หลินถิงก็เตรียมใจไว้แล้วว่าหากต้วนหลิงหลบอีก นางก็จะพุ่งหลบเข้ารถคนเดียว เพราะชีวิตนางต้อง
มาก่อน ทว่าไม่คิดว่าครั้งนี้จะสำเร็จ
อาจเป็นเพราะนางเลือกจังหวะได้พอดี ต้วนหลิงคงคิดว่านางมาช่วยชีวิตเขา จึงไม่หลบ ยืนนิ่งมองนางวิ่งเข้าไป
หลินถิงลอบชำเลืองมองข้างนอก พลางหอบหายใจแรง ครั้นได้สติ ก็พบว่าตนยังทับอยู่บนร่างต้วนหลิง ตอนนี้
หน้าท้องของนางแนบชิดกับหน้าท้องเขา ท่าทางแลดูสนิทสนมไม่เหมาะสม
ต้วนหลิงเองก็มองนางอยู่
สายตาประสานกัน หลินถิงจึงคลายวงแขนที่กอดเขาเล็กน้อย ขยับหน้าท้องที่กดเขาออกไปเล็กน้อย แล้วยิ้ม
แห้งๆ “ข้าไม่ได้ตั้งใจ ท่านต้วน ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
แม้ไม่มีนาง ต้วนหลิงก็สามารถรับมือธนูพวกนั้นได้ ทว่าเขากลับตอบอย่างอ่อนโยนว่า “เป็นเพราะคุณหนูเจ็ดช่วย
ข้าจึงปลอดภัย”
“แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง……”
หลินถิงพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจ เพราะรู้ดีว่าเขาไม่ต้องการให้ใครช่วย ทว่านางก็อยากลองช่วย ไม่ช่วยแล้ว
จะได้โอกาสกอดเขาได้อย่างไร? บางโอกาสก็ต้องสร้างขึ้นเอง
ภารกิจสำเร็จแล้ว ก็ควรรีบถอนตัวก่อนจะก่อเรื่องใหญ่มากไปกว่านี้ หลินถิงคิดพลางจะลุกขึ้น แต่แผ่นหลังดันกับ
ขอบไม้ของรถจนเซเกือบล้มทับต้วนหลิงอีกครั้ง
ดีที่นางยังพอมีสติทัน ใช้มือยันพื้นไว้ ไม่ให้ตกใส่อีกฝ่าย
แต่ท่าในตอนนี้กลับดูยิ่งไม่เหมาะสม หลินถิงใช้สองมือต้านพื้นตรงเหนือศีรษะเขา เข่าทั้งสองข้างวางพับอยู่ด้าน
ข้างของเขา มองไกลๆ ราวกับนางคร่อมอยู่บนตัวเขา
ฝนยังคงโปรยปราย ไหลอาบแก้มนาง สัมผัสละมุนลมหายใจของนางซึมซาบเข้าไปในปกเสื้อของเขา เลื้อยลงตาม
ไหปลาร้า สุดท้ายกลายเป็นหยดน้ำอุ่นจากไอร่างกายหลินถิง ซึมซาบเข้าไปในผิวเขา
อาภรณ์ด้านหน้าของหลินถิงหลวมเล็กน้อย จี้ทองรูปเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่คล้องคอหลุดออกมา ห้อยแกว่งอยู่ใน
อากาศ แกว่งไปแกว่งมาอยู่ตรงหน้าเขา
ต้วนหลิงไม่เคยเห็นใครคล้องเทพเจ้าแห่งโชคลาภติดตัวเช่นนี้มาก่อน แถมยังทำจากทองคำ เขาไม่รู้ว่าสตรีใน
เมืองหลวงนิยมสวมสิ่งใด แต่คงไม่ใช่เทพเจ้าทองคำแน่
หลินถิงกระแอมเบาๆ ใช้มือข้างหนึ่งยัดจี้กลับเข้าไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เส้นผมเปียกชื้นบางส่วนซึ่งพันกับผ้าไหม ลากพาดผ่านไหล่ แล้วไปแตะลำคอของเขา เบาดุจขนนก
ต้วนหลิงขยับนิ้วอย่างอดกลั้น ตั้งใจจะปัดออก แต่หลินถิงกดตัวลงในจังหวะนั้น ลมหายใจนางเป่าผิวเขา แล้ว
กลิ้งออกไปด้านข้าง นอนอยู่เคียงข้างเขา แม้แยกออกจากกันแล้ว แต่ก็ยังใกล้ชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ชายกระโปรงและ
อาภรณ์ยังซ้อนทับกัน
นางไม่มั่นใจว่านักฆ่าที่ลอบสังหารต้วนหลิงจะยังยิงธนูมาหรือไม่ จึงยังไม่ออกจากใต้รถดอกไม้ เงยหน้ามองไป
ด้านนอก
ต้วนหลิงกลับไม่ระวังตัวเช่นนาง เขาลุกขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แหงนมองไปยังหอสูง
หน้าต่างหอเปิดกว้าง คนจำนวนไม่น้อยยื่นคอมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ปราชาชนธรรมดาไม่กล้ายุ่ง
เรื่องใหญ่ แต่ผู้มีอำนาจบนตึกสูงไม่เกรงกลัว จึงยากจะบอกได้ว่าธนูมาจากที่ใด
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังลั่นบนถนนฝั่งตะวันตก องครักษ์เสื้อแพรมาถึง พวกเขาก้าวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
คุกเข่าคำนับ “ใต้เท้า ข้าน้อยมาช้า โปรดลงโทษด้วยขอรับ”
ฝนยังคงกระหน่ำ น้ำฝนสาดใส่ใบหน้า ทำให้ยากที่จะลืมตา
ต้วนหลิงละสายตา กลับไปมองจุดที่นางคณิกาเคยล้มลง บัดนี้ว่างเปล่า ทั้งนางคณิกา เซี่ยอู่ และบุรุษปริศนาล้วน
หายไปหมดสิ้น
ธนูพวกนั้นเพื่อช่วยให้พวกเขาหนี หรือมุ่งหวังชีวิตเขากันแน่ ต้วนหลิงหลุบตาลง ถามอย่างอ่อนโยนว่า “เหตุใดจึง
มาช้า”
ขณะกล่าว เขาไม่ได้มองพวกเขาเลย เขาแทบไม่เคยดุด่าองครักษ์เสื้อแพร เขาเป็นหนึ่งในผู้บัญชาการที่อารมณ์ดี
ที่สุดในสายตาพวกเขา
พวกองครักษ์เสื้อแพรตอบเสียงต่ำ “ขณะเดินทางมา มีคนก่อความวุ่นวายบนถนน เสียเวลาเล็กน้อยขอรับ”
เขาถามต่อว่า “เป็นผู้ใดก่อเรื่อง?”
องครักษ์เสื้อแพรไม่กล้าปิดบัง “พวกข้าน้อยรีบร้อน จึงยังไม่ได้สืบให้แน่ชัด หากใต้เท้าประสงค์จะทราบ จะส่ง
คนไปสืบทันทีขอรับ”
ต้วนหลิงยิ้มบาง โน้มตัวเก็บดอกถานหุ้ยที่หล่นจากรถเพราะฝนปลิว ปลายนิ้วลูบดอกไม้ชุ่มน้ำเบาๆ แล้วบดจน
เละ น้ำจากดอกไม้ย้อมนิ้วเขาเป็นสีแดง แต่ก็ถูกฝนชะล้างจนหมด
เขาวางดอกไม้ซึ่งไร้กลีบไว้บนรถดอกไม้ กล่าวอย่างเนิบช้าว่า “เรื่องนั้นพักไว้ก่อน ไปสืบให้ข้าว่าในวันนี้ผู้ใดอยู่
บนหอทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของถนนฝั่งตะวันตกบ้าง”
“พวกข้าน้อยน้อมรับคำสั่ง” เสียงรับคำของเหล่าองครักษ์เสื้อแพรดังขึ้นพร้อมกัน
ทันใดนั้นเหล่าองครักษ์เสื้อแพรพลันมองเห็นบุรุษหนึ่งคลานออกมาจากใต้เกี้ยวบุปผา
หาใช่บุรุษไม่ หากแต่เป็นสตรี แน่ชัดว่านั่นคือหลินถิง นางมั่นใจว่าด้านนอกไร้ภัยอันใดจึงโผล่ออกมา จะให้นอน
แอ้งแม้งอยู่ใต้เกี้ยวบุปผาต่อไปทำไมกัน หรือว่านางเป็นพวกชื่นชอบความเจ็บปวดเล่า?
เมื่อเหลือบเห็นองครักษ์เสื้อแพร หลินถิงยังมีน้ำใจโบกมือให้เป็นเชิงทักทายอย่างเป็นมิตร
ในกลุ่มองครักษ์เสื้อแพรนี้ มีหลายคนที่เคยเห็นนางมาก่อนจึงจำได้ รีบยื่นมือห้ามไม่ให้สหายร่วมแถวที่เข้าใจผิด
คิดว่านางมีเจตนาร้ายชักดาบออกมา หลินถิงเดินอ้อมมาอยู่ด้านหลังของต้วนหลิง
ขณะนั้นองครักษ์เสื้อแพรผู้หนึ่งถามขึ้นว่า “ท่านรองผู้บัญชาการ ทางทิศตะวันตกของถนนเพิ่งเกิดเหตุอันใดขึ้น
หรือขอรับ?”
พวกเขาเพียงเห็นสัญญาณจึงเร่งรุดมาทันที ยังไม่ทันได้สืบถามความใด พอมาถึงก็เห็นเพียงต้วนหลิงกับรถบุปผา
ที่พรุนไปทั้งคัน กลีบดอกไม้กระจายเกลื่อน และลูกธนูตกเกลื่อนกลาด
ต้วนหลิงเอ่ยเสียงเรียบ “บุตรชายคนที่ห้าของสกุลเซี่ยซ่อนตัวอยู่ในโคมบุปผา คิดจะลอบออกนอกเมืองโดยอาศัย
ขบวนแห่ของรถบุปผา ข้าบังเอิญจับได้ กำลังจะเข้าจับกุม พลันมีเกาทัณฑ์ยิงมาจากหอทางทิศตะวันออกเฉียงใต้”
เหล่าองครักษ์เสื้อแพรเข้าใจโดยพลัน ต่างกุมดาบพยักหน้า “พวกข้าน้อยจะไปสืบเดี๋ยวนี้ขอรับ”
สายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุด มีทีท่าว่าจะตกต่อถึงยามราตรี ต้วนหลิงแหงนหน้ามองฟ้า ฟ้าผ่าคำรามกึกก้อง เมฆ
ดำมืดบดบังทั้งท้องนภา สายฝนหลั่งไหลดุจม่านน้ำ บดบังสายตา
เสียงฝนซัดสาด “เปาะแปะ เปาะแปะ” บนใบหน้า ชวนให้รู้สึกเจ็บแสบเล็กน้อย ทว่าต้วนหลิงชินเสียแล้ว จึงมิได้
รู้สึกอันใด กลับคิดว่าเช่นนี้ยังเบาไป
ทันใดนั้น-สายฝนกลับหยุดลง มิใช่ว่าฝนหยุดตก หากแต่ฝนกลับมิได้หล่นลงมาบนตัวเขาอีก กลับกลายเป็นว่าร่วง
หล่นลงบนพื้นเป็นเส้นโค้งรอบตัวเขาอย่างน่าประหลาด
ต้วนหลิงหันกลับไปมอง สิ่งแรกที่เห็นคือมือหนึ่งจับด้ามร่มไว้ นิ้วเรียวยาวขาวเนียนดุจหยก เส้นเลือดจางๆ บน
หลังมือมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
จากนั้นเขาจึงได้เห็นใบหน้าขาวผ่องสะอาดประหนึ่งหิมะแรก ดวงหน้าของหลินถิงยังมีหยาดฝนหลงเหลือไม่จาง
สายตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย
ไม่รู้ว่านางไปหาร่มกระดาษน้ำมันสีแดงมาจากแห่งหนใด มีเพียงคันเดียวเท่านั้น นางชูแขนขึ้นสูงเพื่อกันฝนให้เขา
ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ริมฝีปากแดงสด ฟันขาวสะอาด เอ่ยอย่างรื่นรมย์ “ท่านต้วน ข้าจะส่งท่านกลับกองกำกับการ”
นางทำภารกิจสำเร็จแล้ว จิตใจก็พลอยเบิกบาน จะอ้อมไปส่งเขาสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
【ภารกิจตัวร้ายหญิงถูกกระตุ้น เจ้าของภารกิจกรุณาจุมพิตต้วนหลิงภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน จุมพิตต้องมี
ระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบลมหายใจ หากต่ำกว่านั้นจะถือว่าล้มเหลว】
ในชั่วพริบตาเดียว อารมณ์แจ่มใสของนางก็พลันมลายหายไปสิ้น