ข้าคือหงส์พันปี - บทที่ 313 ไม่อยากจะไปคิดอะไรมาก
เฉินเสียนกำมือแน่น ปลายนิ้วใช้แรงกดเข้าไปกลางฝ่ามือ เธอหายใจเข้าลึกๆ
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น:“ไม่ ข้ากลัวหนูมาก”
เฮ่อโยวถอนหายใจอย่างประหลาด
ครั้งที่แล้วซูเจ๋อจับหนูได้ไม่กี่ตัว แต่ตอนนี้หนูที่จมนํ้าตายกลับมากมายขนาด
นี้ เฮ่อโยวคิดในใจ ทั้งสองเรื่องนี้คงไม่ได้เกี่ยวกันหรอกกระมัง
ต่อมาเรื่องที่หนูตายถูกเก็บเป็นความลับ ห้ามเผยแพร่ไปด้านนอก เพื่อเลี่ยงที่
จะทำให้ราษฎรตื่นกลัว
หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดแหล่งนํ้า ในช่วงเวลานี้ หน่วยคุ้มกันเมืองและ
ทางนํ้าออกคำสั่งราษฎรทุกคนห้ามดื่มห้ามใช้นํ้าจากแม่นํ้าเซียง
แม่นํ้าเซียงมีความสามารถในการชะล้างด้วยตัวเอง ผ่านไปไม่กี่วันกลิ่น
ผิดปกติพวกนั้นก็หายไปเอง เฉินเสียนให้หน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้าเปิดประตู
ระบายนํ้าอีกครั้ง เพื่อให้นํ้าไหลออกไปอย่างเร่งรีบ
ขอแค่นํ้าผลัดออกไปอย่างต่อเนื่อง ไม่นานก็จะใสสะอาดขึ้น
ในขณะเดียวกันหน่วยคุ้มกันเมืองและทางนํ้าก็พาคนไปตรวจสอบตามทาง
และสภาพของแม่นํ้าเซียง ดูว่ายังมีหนูตายถูกซัดไหลเข้ามาหรือไม่
ต่อมาก็ไม่มีอีกแล้ว
โรคระบาดในเมืองคืออหิวาตกโรค ในส่วนนี้ได้ยืนยันแล้ว
735
เฉินเสียนก็ยุ่งอยู่กับการเรียกรวมตัวหมอทุกคน เพื่อปรุงยารักษา
อหิวาตกโรค
ยานี้จำเป็นต้องปรุงและทดลองหลายครั้งถึงจะสามารถได้ผลการรักษาที่ดี
ที่สุดออกมา
ที่ทำให้ผู้คนปลื้มใจก็คือ ต่อมาในเมืองมีจำนวนคนตายเพราะโรคระบาดลด
น้อยลง
ทุกอย่างกำลังพัฒนาไปในทางที่ดี
แต่เฉินเสียนนั้นยุ่งจนไม่มีเวลา ไม่ยอมพักผ่อน ใบหน้าของเธอไม่มี
ความรู้สึกใดๆ นัยน์ตาที่เหมือนเคลือบสีมันเงานั้นดูแล้วก็ไม่มีอารมณ์ใดๆ แต่
แท้จริงแล้วเหมือนว่าแฝงไปด้วยอารมณ์นับหมื่น
เฉินเสียนไม่ลืมยกยาไปให้ฉินหรูเหลียง นี่เป็นยาที่ปรุงมาใหม่ ประสิทธิผล
ดีกว่าก่อนหน้านี้ แต่กลับไม่สามารถรักษาโรคระบาดให้หายขาดได้
ซูเจ๋อ:“ให้ข้าจัดการเถอะ”
เฉินเสียนหยุดอยู่ที่หน้าประตู มองซูเจ๋อยกยาเข้าไปให้ฉินหรูเหลียงดื่ม
หลังจากที่รอให้ฉินหรูเหลียงดื่มยาเข้าไป เสียงของเฉินเสียนแหบเล็กน้อย:
”ซูเจ๋อ ท่านออกมาหน่อย ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน“
”ได้“
เฉินเสียนยืนอยู่ตรงทางเดินสักพัก หันกลับมาก็เห็นว่าซูเจ๋อเดินออกมาจาก
ห้องแล้ว
736
เธอมองออกว่าเขาเองก็เหนื่อย เขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรักษา
ชีวิตของฉินหรูเหลียงไว้ ไม่ให้อาการเขาทรุดในช่วงเวลานี้ ไม่เช่นนั้นต่อให้มียา ก็
อาจจะไม่สามารถช่วยกลับมาได้
เฉินเสียนกระแอมเล็กน้อย มีบางคำพูดที่ไม่สามารถพูดออกไปได้ในตอนนี้
เลยพูดแค่:”ข้าหาสาเหตุเจอแล้ว ในแม่นํ้านอกเมืองมีหนูจมนํ้าตายลอยอยู่เป็น
จำนวนมาก โรคระบาดที่แพร่กระจายในเมือง คืออหิวาตกโรค“
เธอมองหน้าซูเจ๋ออย่างแน่วแน่ จับตาดูสีหน้าที่เปลี่ยนไปบนใบหน้าเขา
เธอคิดว่าอาจจะเจออะไรบ้าง แต่กลับกลัวสิ่งที่จะเจอ
แค่ปฏิกิริยาของซูเจ๋อเหมือนกับที่เธอคาดการณ์ไว้ สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปมาก
เดาว่าบนโลกนี้อย่างน้อยก็มีสักเรื่องที่สามารถทำให้ในใจเขาเหมือนมีคลื่นลูก
ใหญ่ถาโถมหรือทำให้เขากลัวขึ้นมาได้
นี่แหละ ซูเจ๋อ
เขาหรี่ตา แล้วไตร่ตรองสักพัก:”ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เกรงว่าคงเพราะฝนตก
หนักจนถล่มรังของหนูที่ไหนสักที่ ในเมื่อรู้สาเหตุแล้ว ก็ปรุงยารักษาง่ายแล้วล่ะ“
เฉินเสียนเชื่อคำพูดของซูเจ๋อมาตลอด
จากคำพูดของเขา ฟังไม่ออกเลยว่าเขามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
แน่นอนว่าเฉินเสียนคาดหวังว่าเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับเขา ในเมื่อตอนนี้ซูเจ๋อ
พูดเช่นนี้แล้ว เธอก็จะบังคับให้ตัวเองไม่ไปคิดอะไรมาก
แต่แค่ไม่รู้ว่าเธอควบคุมให้ตัวเองไม่ไปคิดมากเช่นนี้แล้วจะยังสามารถ
ควบคุมไปได้นานเท่าไร
737
เฉินเสียนพยักหน้า แล้วพูด:“ดังนั้นข้าก็เลยคิดว่าอยากจะคุยเรื่องใบสั่งยา
กับท่านสักหน่อย”
ซูเจ๋อถาม:“หายารักษาเจอแล้ว?”
เฉินเสียนเลยเล่าเรื่องยาที่เธอกับหมอในเมืองปรุงผสมให้ฟังหนึ่งรอบ เพราะ
ไม่สามารถกำจัดโรคระบาดให้หายขาดได้ แน่นอนว่ายังมีส่วนที่ต้องแก้ไขให้ดี
เธอก็อยากรู้ความเห็นของซูเจ๋อเช่นกัน
เพราะยังไงวิชาการแพทย์ของซูเจ๋อลํ้าเลิศ นี่เป็นการลองที่สมเหตุสมผล
ต่อมาซูเจ๋อไตร่ตรองสักพัก ไปที่ใบสั่งยาแล้วเพิ่มยาสองสามตัว ให้เฉินเสียน
เอาไปลอง
เฉินเสียนได้รับแล้ว ก็รีบออกไป
ซูเจ๋อถามไล่หลังมา:“อาเสียน อยากให้ข้าช่วยหรือไม่ ข้าสามารถไปลอง
และปรุงยาที่ดีที่สุดด้วยกันกับท่านได้นะ”
เฉินเสียนหยุดเดิน ไม่ได้หันกลับไป:“ไม่ต้องหรอก ท่านช่วยข้าดูแลฉินหรู
เหลียงก็พอแล้ว ถ้าหากอาการของเขาดีขึ้นแล้ว มีเวลาท่านก็กลับห้องไปพักผ่อน
ล่ะ สองวันมานี้ลำบากท่านแล้ว”
“คนที่ลำบากจริงๆ คืออาเสียนต่างหากเล่า” เสียงของเขายังคงอบอุ่น แต่ก็มี
ความเหน็ดเหนื่อยแฝงด้วยเล็กน้อย เพิ่มเติมคือความไพเราะ
“ข้าเชื่อใจท่าน ว่าท่านสามารถรักษาพวกเขาให้หายดีได้ ถ้าหากต้มยาใหม่
เสร็จแล้ว ลองเอามาให้แม่ทัพฉินลองก่อนสิ ใบสั่งยานี้ค่อนข้างจะสมบูรณ์ อย่างไร
ก็ตามสำหรับเขาแล้วมีแต่ได้ไม่มีเสีย”
738
เฉินเสียนรับปาก แล้วรีบเดินออกไป
ซูเจ๋อยืนอยู่ตรงทางเดิน นัยน์ตาสีดำหมึกมองไปยังทิศทางที่เธอเดินออกไป
นานพอสมควร
ลมพัดชายเสื้อของเขาพลิ้วไหว เขาเบนสายตากลับ หมุนกลับช้าๆในร่างชุด
ดำสูงชะลูดด้วยท่าทางน่าเคารพ
ที่ระเบียงทางเดินหลงเหลือเพียงลมและทิวทัศน์อันงดงาม ชั่วพริบตาก็จาง
หายไปในทันที
หลังจากที่ซูเจ๋อเพิ่มตัวยาสองสามตัวไปในใบสั่งยาแล้ว ประสิทธิผลของยาคง
ดีกว่าครั้งก่อน
ฉินหรูเหลียงอาการดีขึ้นทุกวัน ราษฎรในเมืองก็ค่อยๆดิ้นหลุดออกมาจากโรค
ระบาด
เวลาส่วนมากของฉินหรูเหลียงคือได้สติแล้ว ซูเจ๋อก็ไม่จำเป็นต้องดูแลแล้ว
เขายังอ่อนเพลียเล็กน้อย เฉินเสียนยกยาเข้ามาให้เขาดื่ม ชำเลืองมองสี
หน้าที่ซีดเซียวของเขาที่พิงเตียงอยู่:“ตัวท่านเองถูกแพร่เชื้อแล้วยังไม่รู้ตัวอีก
ท่านควรจะรู้ว่าตัวท่านมีไข้ จำเป็นต้องไปหาหมอ”
ฉินหรูเหลียง:“ตอนนั้นไม่ทันได้ระวัง” เขาก็คิดไม่ถึงเช่นกัน เขาไม่ได้เรื่อง
มากกว่าที่ตัวเขาเองคิดเสียอีก
พอดื่มยาหมดแล้ว เฉินเสียนก็เก็บถ้วยยาแล้วเดินออกไป ฉินหรูเหลียงก็ถาม
ขึ้นมา:“สถานการณ์ด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง?”
739
เฉินเสียนกดสีหน้าเอาไว้ เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น:“เรื่องนี้ท่านไม่ต้อง
เป็นกังวลหรอก ควบคุมโรคระบาดไว้ได้แล้ว ส่วนคนที่ป่วยนั้นก็เหมือนกับท่าน
ร่างกายกำลังค่อยๆฟื้นฟู”
“เช่นนั้นก็ดี” ฉินหรูเหลียงพูด “ตอนที่ท่านออกไป ช่วยข้าเรียกเขาเข้ามาได้
หรือไม่?”
เฉินเสียนรู้ได้ในทันทีว่าเขาหมายถึงใคร:“ได้”
ตอนออกมาเจอกับซูเจ๋อ ซูเจ๋อเพียงแค่มองเธออย่างลึกซึ้ง นัยน์ตาอ้างว้าง
อย่างไม่มีสาเหตุ เฉินเสียนไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่า:“ฉินหรูเหลียงต้องการเจอ
ท่าน”
ซูเจ๋อพยักหน้า
ทั้งสองต่างก็เป็นคนที่อ่อนไหวง่าย ต่างคนต่างซ่อนความในใจไว้
มองเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่กลับรู้ดีกันทั้งสองฝ่าย
ครั้งนี้เฉินเสียนหาวิธีกำจัดโรคระบาดเจอ เธอช่วยเหลือราษฎร ดูแลคนไข้
ด้วยตัวเอง ได้รับคำชื่นชมและเคารพรักจากราษฎรทั้งเมือง
ส่วนราษฎรที่ช่วยชีวิตกลับมานั้น พร้อมใจกันคุกเข่าก้มศีรษะขอบคุณเธอ
หน้าประตูที่ทำการปกครองเมือง
ไม่ว่าเฉินเสียนจะเรียกพวกเขาอย่างไร พวกเขาก็ไม่ลุกขึ้นมา
ในใจเธอไม่ใช่คนดีอะไรเลย มันซับซ้อนมาก ถึงขนาดรู้สึกเยาะเย้ยเล็กน้อย
จิตใจของราษฎรนั้นลํ้าค่า เธอเข้าใจมาตลอด เธอก็หวังเช่นกันว่าจะได้รับการ
สนับสนุนจากราษฎรโดยพึ่งความพยายามของตัวเอง
740
แต่ถ้าหากความทุกข์ยากลำบากและคำชื่นชมทุกอย่างนี้ เป็นเพราะมีคนตั้งใจ
วางแผนให้เป็นเช่นนี้ พวกเขายังจะชื่นชมเธอ ขอบคุณเธอเหมือนดั่งขอบคุณพระ
โพธิสัตว์อยู่หรือไม่?
คงจะรีบพากันเกลียดชังเธอ
ในขณะที่ทุกคนต่างก็กำลังซาบซึ้งใจนั้น มีราษฎรคนหนึ่งที่ทหารคุ้มกันเมือง
พามา เขารีบมาตรงนี้ด้วยความรีบร้อน
ยังไม่ทันถึงข้างหน้าเธอ ราษฎรคนนั้นก็คุกเข่าลงที่พื้น ร้องไห้สะอื้น:“องค์
หญิงโพธิสัตว์โปรดช่วยหมู่บ้านของพวกเราด้วยพ่ะย่ะค่ะ!คนในหมู่บ้านของพวก
เราใกล้จะตายกันแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
741