ข้าคือหงส์พันปี - บทที่ 505 ท่านยินดีจะกราบไหว้ฟ้าดินกับข้าใหม่หรือไม่?
ซูเจ๋อพยายามอดทนซ่อนเร้น เขาพูดขึ้นว่า : “ทุกอย่างดีมาก เพียงแต่ร่างกาย
ของเขายังค่อนข้างอ่อนแอ เราฟื้นฟูร่างกายของเขาในเมืองหลวงนี้ไม่ทันแล้ว ข้า
จึงได้ให้เอ้อเหนียงพาเขาออกจากเมืองหลวงภายในคืนนี้เลย ตอนนี้คงใกล้จะออก
จากเมืองไปแล้ว ข้าจะส่งเขาไปยังในที่ที่ปลอดภัย ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถตามหา
เขาได้ รอให้ทุกอย่างสงบลงแล้ว ข้าจะพาท่านไปหาเขา”
เฉินเสียนนิ่งเงียบอยู่เนิ่นนาน เธอเอียงใบหน้าแนบกับมือของซูเจ๋อ พูดขึ้น
อย่างอ่อนโยนว่า : “ท่านรู้หรือเปล่า ว่าถ้าหากเขาตายไปแล้วจริงๆ บางทีชั่วชีวิตนี้
ข้าก็ไม่กล้ามีลูกอีกแล้ว มันเจ็บปวดเกินไป……เจ็บปวดมากจริงๆ……”
สีแดงสดของห้องหอ ดูแล้วค่อนข้างอบอุ่นสบายตา เฉินเสียนนิ่งเงียบอยู่พัก
ใหญ่ เธอพยายามแหงนหน้าขึ้นสูงแล้วบีบจมูกไว้ รอยยิ้มที่มุมปากปนเปื้อนความ
ขมขื่น เธอพยายามกะพริบตาไม่หยุดเพื่อจะให้นํ้าตานั้นไหลย้อนกลับคืนไป เธอ
พูดขึ้นว่า : “วันนี้ต้องห้ามร้องไห้ ถ้าร้องต่อ หน้าคงเละไปหมดแน่ๆ”
วันนี้ชุดแต่งงานของเธอสง่างามดุจเปลวเพลิง เครื่องทองประดับผมและแหวน
หยก แต่งหน้าทาปากสวยสดงดงาม ที่ควรจะอวดโฉมตรึงใจผู้คน ไม่ใช่มานั่ง
ร้องไห้ให้หน้าลายไปหมดแบบนี้
ที่สำคัญซูเจ๋อก็อยู่ด้วย เธอจะร้องไห้อย่างไม่รู้จักอายจนหน้าลายไปหมดแบบนี้
ไม่ได้
แต่จิตใจของคนเรายากจะควบคุมเป็นที่สุด เจ้าน่องน้อยยังมีชีวิตอยู่ และใน
ที่สุดก็ไม่มีใครสามารถใช้เจ้าน่องน้อยมาข่มขู่เธอได้อีก
264
เป็นซูเจ๋อที่ทำให้ความปรารถนาของเธอนั้นเป็นจริง คอยปกป้องคุ้มครองเจ้า
น่องน้อยให้อยู่รอดปลอดภัย
“สามีดังปรารถนาของท่าน” ซูเจ๋อพูดขึ้นเสียงเบา : “หากว่ายังมีโอกาส ท่าน
ยินดีจะแต่งงานกับข้าหรือเปล่า?”
เฉินเสียนยิ้มขึ้นอย่างมีเสน่ห์ ดวงตาที่ชัดเจนเป็นประกายแวววาว เธอพูดขึ้น
ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยว่า : “ไม่รู้ว่าโอกาสหน้านั้นจะเป็นเมื่อไหร่กัน”
ซูเจ๋อพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงแผ่วเบา : “วันข้างหน้า ราชอาณาจักรต้าฉู่สงบลงแล้ว
ท่านก็จะได้ขึ้นกุมอำนาจเหนือใต้หล้า ถือบารมีที่สูงส่ง จะมีโอกาสให้ท่านได้แต่ง
กับข้าได้อย่างไรกัน กษัตริย์ไม่ลดตัวลงมาแต่งอยู่แล้ว”
รอยยิ้มของเฉินเสียนจางหายไป ริมฝีปากค่อยๆ เม้มแน่น
ซูเจ๋อพูดขึ้นเบาๆ ว่า : “แล้วถ้าเกิดเป็นวันนี้ล่ะ ท่านยินดีหรือเปล่า?”
เฉินเสียนสะดุ้งไปทั้งตัว
เขาย่อตัวลงหน้าเตียงของเธอ ระดับความสูงเสมอพอดีกับเธอ แล้วจึงเงยหน้า
ขึ้นมา พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ถ้าเกิดว่าคํ่าคืนนี้ข้าอยากจะให้ท่านกราบไหว้พิธี
มงคลสมรสใหม่พร้อมข้า กล่าวคำมั่นสัญญาต่อกันด้วยใจจริง ให้ฟ้าดินได้เป็น
พยาน ท่านจะยินดีหรือไม่?”
เฉินเสียนมองเขาอย่างจริงจัง เวลานั้นเอง นํ้าตาของเธอก็พรั่งพรูออกมา เธอ
เอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของซูเจ๋อที่ค่อนข้างเย็นและซีดเผือด ขมวดคิ้วแน่น ใต้
ดวงตาค่อนข้างเขี้ยวคลํ้า
เฉินเสียนลูบไล้ดวงตาของเขาเบาๆ พร้อมกับพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงที่สั่นเทาว่า :
“ซูเจ๋อ ท่านไม่ได้นอนมากี่วันแล้ว?”
265
ซูเจ๋อยิ้มขึ้นเบาบาง : “ตอบข้าก่อน ว่าท่านยินดีหรือไม่?”
“ยินดี”
ซูเจ๋อจับมือของเธอ คำนับฟ้าดินพร้อมกัน ภายใต้แสงเทียนนี้
จากนั้นทั้งเขาและเฉินเสียนก็หันหน้าเข้าหากัน กล่าวคำมั่นสัญญา : “ท่านและ
ข้าสามีภรรยาคำนับต่อกัน ฟ้าดินเป็นพยาน เราทั้งสองเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่
บัดนี้เป็นต้นไป”
เฉินเสียนและซูเจ๋อต่างโค้งคำนับซึ่งกันและกัน คุกเข่าหน้าผากก้มตํ่าเสมอพื้น
เธอกล่าวขึ้นว่า : “ฟ้าดินเป็นพยาน รักกันชั่วชีวิตไม่แยกจากกัน”
เมื่อลุกขึ้นแล้ว ซูเจ๋อก็พูดขึ้นว่า : “ต้องดื่มสุราฝานํ้าเต้าคู่นี้ก่อน จึงจะถือว่าพิธี
เสร็จโดยสมบูรณ์”
สุราฝานํ้าเต้าสองชาม ลวดลายวิจิตรสวยงาม ซูเจ๋อเองได้รินสุราไว้ตั้งแต่แรก
แล้ว
ทั้งคู่พากันเดินมายังหน้าโต๊ะบูชา เฉินเสียนมองดูเหล้าที่ซูเจ๋อถืออยู่ เธอเอง
ไม่ได้มีปัญหากับเหล้าสุรา แต่เพราะเป็นห่วงซูเจ๋อ เธอจึงพูดขึ้นว่า : “ซูเจ๋อ ข้าจำ
ได้ว่าท่านไม่ดื่มสุรา เราเปลี่ยนเป็นนํ้าแทนไหม?”
ซูเจ๋อกะพริบตาบางเบา เขายิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “นี่เป็นสุราแลกจอก
หมายถึงภายภาคหน้า ท่านและข้าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน รักกันแน่นแฟ้นก
ลมเกลียว ท่านมั่นใจหรือว่าอยากจะเปลี่ยนไปเป็นนํ้า?”
เฉินเสียนเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “งั้นก็ดื่มสุราเถอะ หนึ่งถ้วย ท่าน
ดื่มไปแล้วจะไม่เป็นอะไรแน่หรือ?”
266
ซูเจ๋อเอนตัวเข้ามา ยกแขนขึ้นตั้งฉาก เพื่อจะให้เฉินเสียนเข้ามาคล้องแขน
เกี่ยวกับเขาไว้ เขาได้พูดขึ้นว่า : “แม้ว่าข้าจะไม่ดื่มสุรา แต่แค่ไม่กี่ถ้วยก็ไม่ได้ถือ
ว่าหนักหนาอะไร ขอบคุณฮูหยินที่เป็นห่วง”
ฮูหยิน……
เฉินเสียนจ้องเขาตาเขม็ง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น ยื่นมือออกมาคล้องแขนของซู
เจ๋อไว้ แสร้งทำเป็นสีหน้าเรียบเฉยไม่มีอะไร แต่มีเพียงตัวเธอที่รู้ตัวเองเป็นอย่าง
ดี ว่าที่จริงแล้วตัวเธอเองกำลังตื่นเต้นจนรู้สึกร้อนรุ่มไปหมด
จากนั้น เมื่อวางถ้วยสุราลงแล้ว เธอก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เห็นซูเจ๋อกำลังหรี่ตา
มองลงมาด้วยสีหน้าแววตาที่ยิ้มแย้ม
ความโค้งของริมฝีปากของเขาได้รูปชัดเจน รอยยิ้มเป็นประกายคมชัด พลอย
ทำให้ภายในห้องที่ถูกตกแต่งนี้ดูจืดชืดลงไปเลย
น้อยครั้งที่เฉินเสียนจะได้เห็นเขายิ้มอย่างมีความสุขและไร้เดียงสาเช่นนี้ เคย
เห็นเพียงแค่ไม่กี่ครั้ง แต่พิมพ์ลงกลางหัวใจของเธอชัดเจน
ห้วงเวลาถัดมา เมื่อซูเจ๋อเริ่มรู้สึกผ่อนคลายลง เขาก็ค่อยๆ ทิ้งตัวเข้าหาเฉิน
เสียน
เฉินเสียนอึ้งไปชั่วขณะ รีบยื่นมือไปรับตัวเขาไว้ ร่างกายที่ค่อนข้างหนักอึ้ง
ค่อยๆ ทิ้งตัวทับลงมา เฉินเสียนเซถอยไปหลายก้าว ยากที่ยืนหยัดให้มั่นคงได้
เธอถอยหลังไปทีละก้าว สุดท้ายทั้งคู่ก็ล้มลงบนเตียงด้วยกัน
ซูเจ๋อกอดเธอแนบแน่น ซุกหน้าลงบนผมของเธอ
เฉินเสียนผลักเขาออกเบาๆ ถามขึ้นอย่างเป็นกังวลใจว่า : “ซูเจ๋อ ท่านเป็น
อะไรไป?”
267
ซูเจ๋อตอบกลับโดยความงัวเงียว่า : “ตอนที่รักษาเจ้าน่องน้อย ไม่ได้นอนอยู่
หลายวัน ให้ข้านอนที่นี่สักประเดี๋ยวได้ไหม ข้าไม่ได้เป็นอะไรหรอก เพียงแค่
ร่างกายอ่อนล้าก็เท่านั้น พักผ่อนเดี๋ยวเดียวก็หาย”
ตอนนี้เฉินเสียนเองก็รู้สึกผ่อนคลายลงเช่นกัน เธอกอดแผ่นหลังของเขาแนบ
แน่น หลุบตาลงตํ่า ยิ้มขึ้นบางเบาอย่างอ่อนโยน พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “นอนเถอะ
ข้าจะอยู่เฝ้าท่านเอง”
เธอไม่รู้ว่าเขาต้องพยายามมากแค่ไหนในการวางแผนและจัดการเรื่องทั้งหมด
นี้ เธอไม่ได้เห็นทุกอย่างกับตาเธอเอง เพื่อที่จะพาเจ้าน่องน้อยกลับจากโลกแห่ง
ความตาย เขาเองต้องทุ่มเทแรงกายและแรงใจลงไปขนาดไหน
แต่แค่เพียงนึกคิด ก็รู้ว่าเขานั้นคงไม่กล้าที่จะหลับตาพักผ่อนเลยแม้แต่นิด
เดียว เขาจดจ่อและตั้งใจอยู่เสมอ ไม่เคยเลยที่จะหละหลวม เฝ้าระวังและ
เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ
ตอนที่เฉินเสียนและเจ้าน่องน้อยกำลังทุกข์ทรมานอยู่ในพระราชวัง ซูเจ๋อที่อยู่
ข้างนอกนั้น เขาเองไม่เคยได้สบายใจเลยแม้แต่นิดเดียว
เขาเหนื่อยมาก แต่ไม่ว่าเขาจะเหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหน คํ่าคืนนี้เขาก็มาที่นี่อยู่
ดี
เขามาเพื่อบอกกับเธอ ว่าเจ้าน่องน้อยยังมีชีวิตอยู่ และตอนนี้ก็ปลอดภัยเป็น
อย่างมาก เขาเก็บซ่อนและข่มความเหนื่อยล้าทั้งหมดไว้ เพื่อได้พูดความในใจ
กับเฉินเสียน
ตอนที่เขาเพิ่งเข้ามาในห้องนี้ เขาได้รินสุราฝานํ้าเต้าคู่ไว้ตั้งแต่แล้ว ตั้งใจจะทำ
พิธีกราบไหว้กับเธอใหม่อีกครั้ง ดื่มสุราแลกจอกกับเธอ
268
เมื่อภารกิจสุดท้ายในแผนที่วางไว้ได้เสร็จสิ้นลง เพียงซูเจ๋อผ่อนคลายลง
เล็กน้อย ความอ่อนล้าทั้งหมดของร่างกายก็จะถาโถมเข้ามาทันที
ชายผู้นี้ มักจะทำอะไรเพื่อเธอจนเกินตัวเสมอ เธอยังจะมีอะไรให้ขออีกเล่า?
ชั่วชีวิตนี้ไม่มีสิ่งไหนให้ร้องขออีกแล้ว
สามารถกอดเธอไว้ในอ้อมแขนแล้วหลับไปพร้อมๆ กันแบบนี้ สำหรับซูเจ๋อ มัน
เป็นสิ่งที่พึงพอใจที่สุดแล้ว
เขาที่ใกล้จะหลับเข้าไปทุกที แต่สุดท้ายก็ฝืนตื่นขึ้นมาจนได้ เขาพูดขึ้นพึมพำ
ข้างหูของเธอว่า : “อาเสียน ข้าดีใจเหลือเกิน”
เวลาที่ซูเจ๋อและเฉินเสียนอยู่ด้วยกัน ก็มักจะรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยอย่างที่สุด
จากนั้นเขาก็เข้าสู่ห้วงนิทรา เผยมุมที่อ่อนโยนและไร้เดียงสาให้เธอได้เห็น เขา
เปิดเผยทุกอย่างต่อหน้าเฉินเสียนจนหมดสิ้น
เฉินเสียนลูบผมของเขาเบาๆ ทำแบบนี้ราวกับว่าจะสามารถให้ความรู้สึกที่
อบอุ่นและปลอดภัยกับเขาได้ เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจของซูเจ๋อ ที่พ่นลงมาบน
ต้นคอของเธอ สงบและสมํ่าเสมอ
เฉินเสียนครุ่นคิด ทั้งชีวิตนี้ แท้จริงแล้วเธอไม่ได้มีความทะเยอทะยานที่
ยิ่งใหญ่ เป็นราชาผู้ครองใต้หล้า บารมีท่วมท้น มันเป็นเพียงแค่วิธีการอย่างหนึ่งก็
เท่านั้น
ทุกคนต่างล้วนมีดินแดนบริสุทธิ์อยู่ในของตัวเอง เธอเองก็มีด้วยเช่นกัน
เพื่อปกป้องดินแดนอันบริสุทธิ์ในใจนี้ไว้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน แต่หากหัวใจ
เต็มใจที่จะแบกรับภาระและความรับผิดชอบอันหนักอึ้งทั้งหมดนี้ได้ แล้วมันจะ
ทำไมกันเล่า
269
ชายในอ้อมกอดนี้ การได้มีลูกชายกับเขา เป็นดินแดนบริสุทธิ์ที่ประเสริฐสุด
สำหรับเธอแล้ว
สิ่งที่เธอมีอยู่ในตอนนี้ เธอพอใจกับมันแล้ว
เวลานี้เธอรู้สึกมีความสุขและมั่นคงอย่างที่ไม่มีอะไรจะสามารถมาเทียบเทียม
ได้
270