ข้าคือหงส์พันปี - บทที่ 534 อยากเจอเธอสักครั้ง
ช่วงบ่าย ในขณะที่ทั้งสองคนเริ่มทำการศึกสงครามในกระบะทราย เหลียนชิง
โจวก็เข้ามาในกระโจม แะยังพาคนมาอีกหนึ่งคน
เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า เหลียนชิงโจวก็ไม่เข้าไปขัดจังหวะ ได้แต่ยืนมอง
อยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ
ภูมิประเทศที่ลดขนาดลงบนกระบะทราย และธงเล็กสีดำแดงของทั้งสองฝ่าย
แสดงถึงสนามรบขนาดย่อย เฉินเสียนรู้ดีว่าซูเจ๋อไม่มีวันอ่อนข้อให้อย่างแน่นอน
และเขาก็เก่งเรื่องการรบและวิธีทางสงคราม ดังนั้นเธอจึงต้องจัดการกับมันด้วย
สมาธิและความสงบอย่างเต็มที่
ทั้งสองแย่งชิงพื้นที่ดินแดนกันอย่างดุเดือด และธงเล็กๆ ในมือของพวกเขา
เคลื่อนไปบนกระบะทราย ซึ่งทำให้คนที่เหลียนชิงโจวพามาด้วยถึงกับตื่นตาตื่นใจ
เหลียนชิงโจวมีความสุขและอิสระ เขาเป็นพ่อค้าที่สนใจแต่การทำกำไรและ
การหาเงิน และไม่ได้สนใจเรื่องการรบการเดินทัพสงครามนี้เลย เพียงแค่ดูเป็น
เกมอย่างหนึ่งที่แปลกใหม่
เหลียนชิงโจวมองไปที่ชายหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ เขา และเห็นว่าเขากำลังกะพริบ
ดวงตาสีดำคู่นั้น และดูเหมือนจะสนใจกระบะทรายเป็นอย่างมาก และบางครั้งก็
แอบมองไปที่เฉินเสียน
ชายหนุ่มคนนี้ คือเกาเหลียงคนที่เฉินเสียนนำตัวออกมาเมื่อคืนที่กองทัพ
จักรพรรดิพ่ายแพ้
439
หลังจากที่แยกย้ายกันคืนวันนั้น เกาเหลียงก็ไม่ได้พบกับเฉินเซียนอีกเลย ไม่
ควรจะเป็นองค์หญิงจิ้งเสียน
ถึงว่าเมื่อก่อนตอนที่พูดถึงเรื่องกองกำลังทหารในเขตใต้ตอนอยู่ในค่ายทหาร
เธอถึงรู้เรื่องทุกอย่างดีไปหมด ที่แท้เธอก็คือผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังทหาร
ในเขตใต้นี่เอง
เกาเหลียงมองเฉินเสียนไม่ได้สวมชุดทหารธรรมดาและอยู่เคียงข้างเขาเหมือน
ตอนที่อยู่ในค่ายทหารอีกแล้ว
ชายที่อยู่ข้างๆ แต่งกายด้วยชุดสีดำ มีราศีของความเป็นผู้ดีอยู่ในทุกถ่วงท่า
กิริยาของเขา ขณะที่เธอแต่งกายด้วยชุดกระโปรงธรรมดา มีคอปกสูงตั้งปิดคอ
เรียว และชุดคลุมเพียงชั้นเดียวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของผ้าบางแห่งเจียงหนาน ดู
เรียบง่ายและใจกว้างโดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตั้งแต่ที่เธอมาถึงเมืองขุย เธอก็ไม่จำเป็นปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเธอว่าเธอ
คือผู้หญิง เธอคือองค์หญิง และเธอไม่จำเป็นต้องใส่ชุดเครื่องแบบทหาร และเธอก็
ไม่ต้องการแก้วแหวนเครื่องประดับเงินทองต่าง ๆ นานา เธอมีเส้นผมที่สวยงาม
และมีเพียงปิ่นหยกสีขาวปักอยู่เท่านั้น นอกจากนี้ก็ไม่มีเครื่องประดับอื่นอีกเลย
ทันทีที่เกาเหลียงเห็นเฉินเสียน ภายในหัวก็มีแต่ภาพไฟลุกลามขนาดใหญ่ของ
คืนวันนั้น
มันคือการเผชิญหน้าและการต่อสู้ที่น่าตกใจมาก
เฉินเสียนเต็มไปด้วยความดุร้าย เลือดที่ไหลออกมาจากดาบในมือของเธอช่าง
น่าหลงใหลและพร่างพราย ผมยาวของเธอพลิ้วไหวภายใต้แสงไฟ รวมถึงเธอดึง
คอผู้ชายข้างกายลงมาจูบ ทุก ๆ อย่างนั้นช่างงดงามจนน่าตื่นตะลึง
440
ทันใดนั้นเฉินเสียนก็หันกลับมาและให้เขาหมอบลง และดาบในมือของเขาก็
แทงอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล ในเวลานั้นเกาเหลียงถูกรังสีความดุร้ายและหยิ่ง
ทะนงของเธอเข้ามาครอบงำ และเขาก็ทำตามคำพูดของเธอด้วยความงุนงง อย่าง
ละสายตาไม่ได้เลย
เกาเหลียงไม่เคยพบเจอผู้หญิงคนไหนที่หยิ่งทะนงและกล้าบ้าระหํ่าได้เท่านี้อีก
แล้ว ไม่รู้ว่าชนะและทำให้ผู้ชายหนีไปด้วยความตื่นตระหนกมาแล้วกี่พันกี่หมื่น
คน
เขายังจำได้ว่าตอนที่เฉินเสียนอยู่ในค่ายทหารมักไม่ค่อยพูดจา
เกาเหลียงไปพักอาศัยอยู่กับเหลียนชิงโจว ใช้เวลาสองวันเพื่อที่จะผ่อนคลาย
ตัวเองอย่างช้า ๆ เขาคิดว่ามันเป็นเพราะจิตใจและความกล้าหาญแบบนี้นั่นเองที่
ทำให้เข้าใกล้ได้มากเมื่ออยู่ในค่าย และเขาพบว่าตอนที่เขากระโดดหนีไปก็ไม่ได้
โยนความผิดมาให้เขา จึงทำให้รู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก
และนี่ก็คือองค์หญิงจิ้งเสียน เกาเหลียงมีโอกาสได้สัมผัส และได้เคยผ่านการ
ร่วมเป็นร่วมตายมาแล้วครั้งหนึ่ง
การฝึกฝนของเฉินเสียนและซูเจ๋อสิ้นสุดลง ซูเจ๋อกล่าว “พัฒนาไปมากเลย
ทีเดียว”
เฉินเสียนถอนหายใจและหรี่ตามอง “คำพูดนี้ของอาจารย์กำลังปลอบใจข้าอยู่
หรือเปล่า? นี่หากเป็นการทำสงครามจริงละก็ ถ้าข้าแพ้ ท่านปลอบข้าแบบนี้ก็ไม่
ต่างกับอับอายใจเลย”
ซูเจ๋อเลิกคิ้ว “ถ้าเช่นนั้นข้าจะรอให้ท่านหายอับอายก่อน”
เฉินเสียนทำความสะอาดมือของเธอ เงยหน้าขึ้นและเห็นเหลียนชิงโจว และ
กล่าวว่า “จิ้งจอกเหลียน ว่างมากหรือไงกัน?”
441
เหลียนชิงโจวหัวเราะด้วยความชอบใจ “อันที่จริงก็มีเรื่องที่ต้องทำนะ แต่
น้องชายคนนี้ของข้าเขาขอร้องที่จะมาพบองค์หญิง ข้าก็เลยพาเขามาด้วยพ่ะย่ะ
ค่ะ”
เฉินเสียนหันไปมองเกาเหลียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา เธอยังจำเขาได้ และกล่าวว่า
“เกาเหลียง สบายดีใช่ไหม”
เกาเหลียงสูญเสียสิ่งที่จะทำชั่วขณะหนึ่งและตื่นตระหนก เขาคุกเข่าลงและ
กล่าวว่า “กราบบังคมทูลองค์หญิง”
เฉินเสียนกล่าว “ไม่ต้องพิธีการให้มากความหรอก ลุกขึ้นเถอะ”
เกาเหลียงค่อย ๆ ลุกขึ้นและกล่าวว่า “หม่อมฉันมาประทานอภัยโทษที่ก่อน
หน้านี้ที่หม่อมฉันได้เสียมารยาทกับองค์หญิงไปพ่ะย่ะค่ะ” เขากล่าวอย่าง
กระตือรือร้น
เฉินเสียนเหลือบมองซูเจ๋อ และยิ้มออกมา “ข้าควรจะขอบใจเจ้า หากวันนั้น
ไม่ใช่เพราะเจ้าที่พาเขามาหาข้า ไม่แน่เราทั้งหมดคงต้องแยกจากกัน”
เกาเหลียงกล่าวอย่างเคารพ “องค์หญิงได้รับความลำบาก ไม่ต้องการให้หม่อม
ฉันมาลำบากไปด้วย แต่หากหม่อมฉันหลบหนีไปเพียงผู้เดียว หม่อมฉันก็รู้สึกไม่
สบายใจ เลยไปหาใต้เท้าคนนี้ที่อยู่กับองค์หญิง องค์หญิงได้ช่วยชีวิตของหม่อม
ฉัน หม่อมฉันมิอาจรับคำขอบคุณขององค์หญิงได้ หากจะขอบคุณควรเป็นหม่อม
ฉันมากกว่าที่ต้องขอบพระทัยองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ”
เฉินเสียนกล่าว “ข้าชอบเจ้าเวลาที่เจ้าทำตามสบายมากกว่า เดี๋ยวก็กราบเดี๋ยว
ก็ขอบพระทัย ทำซะแปลกประหลาดไปเลย”
เมื่อเกาเหลียงกำลังจะตอบอีกครั้ง เขาถูกสายตาของเฉินเสียนจ้องไว้ เขาไม่รู้
ว่าจะยกมือขึ้นตรงไหนแล้วจึงค่อย ๆ วางมือลง
442
เฉินเสียนกล่าวด้วยความพึงพอใจ “เหลียนชิงโจวบอกว่าเจ้าอยากพบข้า? เมื่อ
ตอนเช้าแม่ทัพโฮ้วได้ประกาศคำสั่งใหม่ออกไป ให้ทหารใหม่จากเมืองหลวงที่ไม่มี
ที่อยู่อาศัยออกไปนอกเมืองเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินชั่วคราว เจ้าไม่ไป
หรือ?”
เกาเหลียงเม้มริมฝีปากของเขา
เฉินเสียนมองมาที่เขาและพูดอย่างชัดเจนว่า “หากเจ้าไม่อยากไป ข้าก็ไม่
บังคับเจ้า เพียงแต่ตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกวุ่นวายมากนัก หากปล่อยให้เจ้า
กลับไปเมืองหลวงตอนนี้เกรงจะไม่ใช่เรื่องง่าย อาจจะต้องรอให้หลังสงครามเสร็จ
สิ้นลง เจ้าจึงจะกลับไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับคนในครอบครัวได้ ในช่วงเวลานี้
กองทัพเปิดทางให้ และเจ้าสามารถย้ายไปด้วยได้ในภายหลัง”
เกาเหลียงถาม “หม่อมฉันขออยู่ต่อในค่ายทหารได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ?”
เฉินเสียนกล่าว “ไม่ได้หรอก เจ้าไม่ใช่ทหาร ทหารใหม่ในค่ายทหารตอนนี้ก็
เยอะเต็มจำนวนแล้ว ไม่อย่างนั้นราษฎรก็พากันมาสมัครเป็นทหาร และกองทัพ
คงไม่ต้องออกคำสั่งจัดสรรหาที่ดินทำกินให้ราษฎรหรอก”
เกาเหลียงรวบรวมความกล้าแล้วกล่าวว่า “แต่หม่อมฉันไม่อยากกลับเมือง
หลวงไปแบบนี้ หม่อมฉันต้องการเป็นทหารพ่ะย่ะค่ะ” พูดจบเขาก็คุกเข่าลง “ที่
หม่อมฉันต้องการมาพบองค์หญิง เพราะหม่อมฉันมาขอความเมตตาขององค์หญิง
ให้หม่อมฉันเป็นทหารพ่ะย่ะค่ะ!”
เฉินเสียนเหล่ตามองและกล่าวว่า “ปราชาชนคนธรรมดาจากเมืองหลวงถูก
จับกุมเพื่อมาอยู่ในกองทัพและเจ้าก็ไม่ต่างกัน ปราชาชนคนธรรมดาไม่กล้าแม้แต่
จะหยิบมีด ดังนั้นพวกเขาจะไปต่อสู้และฆ่าศัตรูได้อย่างไร?”
443
“หม่อมฉันสามารถฝึกฝน! สามารถเรียนรู้พ่ะย่ะค่ะ!” เขาเงยหน้าขึ้นมองเฉิน
เสียน “ตั้งแต่นาทีที่องค์หญิงได้ช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้ หม่อมฉันก็ตัดสินใจไว้แล้ว
ว่าจะเข้าร่วมเป็นทหารพ่ะย่ะค่ะ”
เฉินเสียนหันหลังกลับราวกับว่าเธอไม่ต้องการได้ยินจากเขาอีกต่อไป
“กองกำลังทหารเขตใต้ไม่ได้เป็นทหารกบฏ ไม่มีการเผา ฆ่า และปล้นสะดม
แต่พวกเขาต้องการให้ราษฎรปราชาชนที่นี่อยู่อย่างสงบ ต้องการให้ปราชาชนอยู่ดี
กินดี เมื่อก่อนราษฏรปราชาชนต่างไม่แสวงหาความก้าวหน้า เพราะพวกเขามอง
ไม่เห็นความหวัง แต่ตอนนี้เข้าร่วมด้วยความเต็มใจ พวกเขาต้องการ
เปลี่ยนแปลง อยากเปลี่ยนแปลงไปให้ดีกว่าเดิม” เขาก้มหน้าผากแตะพื้นด้วย
หัวใจและจิตวิญญาณ “องค์หญิงทรงตรัสว่าต้องขอบคุณราษฎรไม่ใช่หรือ งั้น
หม่อมฉันขอให้องค์หญิงได้โปรดมอบโอกาสนี้ให้หม่อมฉันพ่ะย่ะค่ะ!”
444