ข้าคือหงส์พันปี - บทที่ 704 เจ้ากล้าดีอย่างไรมาใส่กลอนประตูห้องกับข้า!
ซูเจ๋อไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดจากพันธนาการได้ กดเธอลงกลับไปอีกครั้ง
แล้วดึงเธอเข้าไปกอดในอ้อมแขนอย่างแน่น กระซิบที่ข้างหูของเธอว่า “มันเป็น
เหยื่อขนาดใหญ่ที่ข้าจะเลี้ยงมันเอาไว้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้มันข้าจะนำไปแลกกับ
สิ่งที่ข้าต้องการ”
เฉินเสียนพยายามต่อสู้ดิ้นรนอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“อาเสียน”
เสียงพูดที่อ่อนนุ่ม ทำให้เธอสูญเสียแรงที่กำลังต่อสู้
ซูเจ่อเอ่ยว่า “ท่านรู้หรือไม่ว่าสิ่งที่ข้าต้องการมากที่สุดสิ่งใด?”
“คือท่าน” ซูเจ๋อใช้มือข้างหนึ่งจับไปที่เอวของเธอ มืออีกข้างก็ประคองเข้าที่
ศรีษะของเธอ แล้วก้มลงไปจูบที่ริมฝีปากเธออย่างดุเดือดในอ้อมแขนของเขา
เมื่อตอนที่ลมหายใจของซูเจ๋อเข้ามาปกคลุมตัวเธอ เธอก็รู้สึกหายใจไม่ออก
ไม่ใช่ว่าจะพูดคุยกันดีๆหรือ เพิ่งจะได้พูดคุยกันไม่กี่คำ ก็กลับมาเป็นเช่นนี้อีกแล้ว
!
เฉินเสียนตัวสั่นเทาไปทั้งตัวและพยายามร้องตะโกนออกมา เธอยังคงกัดฟัน
แน่น มือทั้งสองข้างที่อยู่บนทรวงอกของซูเจ๋อนั้นไม่ว่าจะผลักดันหรือจะทุบตีเขา
อย่างไร เขาก็ไม่ยอมที่จะปล่อยเธอออกไปแต่เขากลับเดินหน้าเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้นไป
อีก
แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะทุบตีเขาอย่างแรงๆ เธอถูกจูบจนเธอรู้สึกว่าสมองเลอะ
เลือน แรงที่ทุบตีไหล่ของเขาก็ค่อยๆช้าลงและหมดเรี่ยวแรงลงไป
644
เขาจู่โจมเธอเป็นเวลานาน จึงทำให้ริมฝีปากของเฉินเสียนที่ถูกเขาจูบนั้นรับรู้
ได้ถึงอาการชา เธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นดังจนมาถึงลำคอ เต้นเร็วแรง
เหมือนกำลังจะหลุดออกมาให้ได้
เฉินเสียนกะพริบตาลง ทำให้หางตามีนํ้าตาใสหยดลงมา ราวกับนํ้าค้างที่จับ
ตัวรวมกันในยามคํ่าคืน
ซูเจ๋อจูบพลิกไปพลิกมาบนริมฝีปากของเธอ เสียงครางตํ่าในลำคอที่ทำให้คน
เคลิบเคลิ้มอย่างหลงไหลเป็นแรงดึงดูดที่มีเสน่ห์อย่างไม่รู้จบ เขาเกลี่ยกล่อมเธอ
ว่า “เปิดปากออก”
เฉินเสียนเม้มปากแน่น ไม่ยินยอมที่จะเปิดปาก
ซูเจ๋อจ้องมองเธออย่างแผ่วเบา แต่เขาก็พูดโน้มน้าวเธอว่า “ท่านไม่ยินยอมก็
ช่างเถิด เมื่อครู่พูดกันถึงไหนแล้ว พวกเรามาพูดคุยกันต่อดีหรือไม่”
เฉินเสียนหายใจอย่างกระสับกระส่าย ผลักไปที่ซูเจ๋อพร้อมกับพูดขึ้นด้วย
เสียงที่แหบแห้งว่า “เช่นนั้นท่านก็ปล่อยข้าก่อน……”
แต่ทว่ายังไม่ทันจะพูดจบประโยค คราวนี้ซูเจ๋อก็ได้ฉวยโอกาสช่วงเวลาที่เธอ
อ้าปากพูด ก้มลงไปประกบริมฝีปากเธอเอาไว้ จูบอย่างดื่มดํ่าเข้าไปในปากของเธอ
เพื่อไม่ให้เธอได้มีโอกาสที่จะถอยได้
“ไม่ใช่ว่าจะพูดคุยกันดีๆ……หรือ……ท่านมันคนเลว……”เฉินเสียนถูกเขากดให้
แนบไปชิดกับกำแพง เขาพัวพันจูบกับเธออย่างหิวกระหาย
สิบนิ้วของทั้งสองมือเธอถูกซูเจ๋อพันธนาการโดยกดแนบชิดไปกับกำแพงอีก
ครั้ง เฉินเสียนรู้สึกได้ว่าคนที่อยู่ด้านหน้าเธอนั้นราวกับเป็นหมาป่าที่สามารถจะ
กลืนเธอไปได้ในเพียงคำคำเดียว
645
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันดูสับสนไปหมด จิตใจเธอนั้นก็สับสน แม้แต่
ปฏิกิริยาร่างกายที่ตอบสนองเขาก็ดูสับสนวุ่นวาย
อันที่จริงแล้วมันก็นานมากแล้ว ที่เขาไม่ได้สัมผัสกับจูบของตัวเองแบบนี้……
เฉินเสียนทั้งโกรธทั้งร้อนใจ จึงเอ่ยออกมาว่า “ท่านปล่อยข้านะ ถ้าเป็นแบบนี้
ต่อไปข้าจะกัดท่านแล้วนะ……”
แม้เธอจะพูดคำข่มขู่ออกมาแต่ก็เป็นการข่มขู่ที่ไร้อานุภาพ อย่าว่าแต่คน
ธรรมดาทั่วไปจะหวาดกลัวเลย หมาป่าที่อยู่ด้านหน้าเธอจะไปกลัวได้อย่างไร
ซูเจ๋อตอบกลับเธอด้วยนํ้าเสียงตํ่าว่า “กัดสิ ขอเพียงแค่เป็นสิ่งที่ท่านชอบ” ถึง
อย่างไรเขาก็ได้จูบเธอตามที่เขาปรารถนาเอาไว้แล้ว เฉินเสียนก็ไม่ได้กัดเขาอย่าง
โหดร้ายอะไรเช่นนั้น
เมื่อตอนที่ลิ้นของซูเจ๋อได้สัมผัสกับลิ้นของเธอ เธอก็รู้สึกว่าไม่สามารถ
ควบคุมตัวเองไว้ได้แล้ว จึงร้องครางออกมาจากลำคอเบาๆ เวลานั้นซูเจ๋อก็รู้ได้ถึง
ปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกายของเธอที่ซื่อสัตย์มากกว่าคำพูดที่เธอพูด
ออกมาเสียอีก มันช่างน่าวิเศษอย่างยิ่งนัก
ร่างกายของเฉินเสียนค่อยๆไหลพิงไปกับกำแพง ขาทั้งสองข้างราวกับเหมือน
เหยียบลงไปในบ่อโคลน ที่ค่อยๆจมลงไปในดินที่ยุบตัว และไม่มีเรี่ยวแรงที่จะ
ต่อต้านเอาไว้ได้
ภายใต้แสงจันทร์ ดวงตาทั้งสองเนืองนองเต็มไปด้วยนํ้าตา เมื่อนํ้าตาชะล้าง
ดวงตาของเธอทำให้มองเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความสดใสอันพราวเสน่ห์
ซูเจ๋อค่อยๆผ่อนคลายมือทั้งสองของเธอออก แล้วเปลี่ยนมาเป็นโอบเธอเอาไว้
ในอ้อมกอด จับกุมไปที่เอวและไหล่ของเธอเอาไว้แล้วจูบลงต่อไปอย่างดูดดื่ม
646
เฉินเสียนยื่นมือออกไปคว้าเสื้อของเขาโดยไม่รู้ตัว จากนั้นเธอก็พึมพำออกมา
อย่างหอบเหนื่อยว่า “ซูเจ๋อ ข้าหายใจไม่ออกแล้ว……”
ซูเจ๋อหลับตาลง จูบซับนํ้าตาที่บริเวณหางตาของเธอ แล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่
อยากจะปล่อยท่านไปไหน ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าก็จะไม่ปล่อยให้ท่านห่าง
ข้าไปไหนไกล”
เฉินเสียนพิงกับกำแพง พยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองให้กลับเป็นปกติให้ได้
มากที่สุด ซูเจ๋อได้แต่จ้องมองไปที่ริมฝีปากของเธอ ราวกับว่าพร้อมที่จะโผเข้ามา
หาได้อยู่ตลอดเวลา เธอนั้นก็รู้สึกว่าไม่มีทางที่จะผ่อนคลายจิตใจลงได้
เฉินเสียนจึงพูดเบี่ยงเบนความสนใจของเขาว่า “เช่นนั้นตอนนี้ข้าก็จะสงบสติ
อารมณ์แล้วพูดคุยกับท่านดีๆสักครู่ ลักษณะนิสัยของพราชายารุ่ยของท่านเป็น
อย่างไร เธออ่อนโยนหรือไม่ แล้วเธอปฏิบัติต่อท่านดีหรือไม่?”
“ข้าไม่มีพราชายารุ่ย”
เฉินเสียนลืมตาแล้วอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง นัยน์ตาปรากฎให้เห็นแสง
จันทร์สลัวๆ เธอค่อยๆหันข้างมองไปยังเขาได้แวบหนึ่งก็อยู่ในอาการตกตะลึง
การที่เธอมีอาการตกตะลึงเช่นนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นไปตามแผนการของเขา
ซูเจ๋อจูบลงไปที่ริมฝีปากของเธอ แล้วก็พูดเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “ข้าไม่มีพระ
ชายารุ่ย ข้ารอท่านมาตลอด เป่ยเซี่ยไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ข้าอยากจะไปขอ
แต่งงานด้วย ดังนั้นข้าจึงไม่ชอบผู้หญิง”
ผ่านไปเป็นเวลานาน เฉินเสียนเพิ่งจะรู้สึกตัวจึงได้พูดเสียงสั่นๆว่า “ท่าน
หลอกข้า”
แล้วนํ้าตาก็หลั่งไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
647
ซูเจ๋อยื่นมือไปช่วยเช็ดนํ้าตาให้กับเธอ แต่ยังไม่ทันได้เช็ดเสร็จ เขาก็จูบลงไป
ที่หางตาเพื่อซับนํ้าตาให้กับเธอ แล้วเอ่ยว่า “คราวนี้ข้าไม่ได้หลอกท่าน”
เฉินเสียนควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว ขณะที่สูดลมหายใจเข้าออกอย่างแรง นํ้า
ตากก็ไหลออกมาเป็นสายราวกับเส้นด้าย เธอเอื้อมมือขึ้นมาปิดตาของตัวเอง
เอาไว้ แล้วเอ่ยว่า “ข้าคิดว่าข้าคงจะไม่ต้องเสียนํ้าตาแบบนี้อีกแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่า
สุดท้ายจะต้องมาเสียนํ้าตาได้เจ็บปวดขนาดนี้”
แต่การมีชีวิตอยู่นั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดความเจ็บปวดไปได้
“ถึงอย่างไรท่านก็ชอบเห็นข้าขายหน้าแบบนี้ใช่หรือไม่” ขณะที่เธอพูด
สติปัญญาในการรับรู้ของเธอก็ถดถอยลงไปอย่างช้าๆ เธอสำลักอยู่เล็กน้อย
“ไม่เช่นนั้นทำไมท่านถึงได้หลอกข้ามานานเช่นนี้……ข้าคิดว่าท่านจะไม่ใช่ซูเจ๋อ
ของข้าอีกต่อไปแล้ว ข้าคิดว่าท่านเปลี่ยนไปเป็นอีกคนแล้ว……ข้าดิ้นรน ข้าสับสน
ข้าอดไม่ได้ที่จะถลำลึกเข้าไปในความหลุ่มหลงนั้น ข้าไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไร……
ทำไมท่านต้องหลอกข้า?”
ซูเจ๋อกลืนกินเสียงที่อยู่ในลำคอของเธอไป แล้วพรมจูบลงไปซํ้าแล้วซํ้าเล่า
เสียใจจนแทบจะขยี้เธอให้เข้ามาในร่างกายของเขา
เขาเอ่ยเสียงตํ่าว่า “ไม่ใช่ว่าข้าบอกท่านไปตั้งนานแล้วหรือ แต่เมื่อวันที่สอง
ท่านตื่นมาก็จำอะไรไม่ได้แล้ว ข้าก็ร้อนใจอย่างมาก แต่ข้าก็อยากจะรอให้ท่านจำ
ขึ้นมาได้เอง ท่านคงจะไม่รู้ว่าคำพูดที่ท่านพูดกับข้าทุกคำในคํ่าคืนนั้น มันทำให้ข้า
ซาบซึ้งได้มากแค่ไหน ผลสุดท้ายแม้แต่คำพูดของท่านเองท่านก็ยังจำไม่ได้เลย”
เขาก็พูดขึ้นมาอีกประโยคหนึ่งว่า “ข้าเลยโกรธท่านมาก”
เขายังพูดต่ออีกว่า“ท่านคงไม่คิดว่าข้าจะโกรธ ไม่หึงหวงท่านใช่หรือไม่?
ตอนแรกเพียงได้เห็นท่านพาสนมชายมามากมาย ข้าก็โกรธแค้นท่านมาก”
“ข้าอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด อะไรคือความสามัคคีกันระหว่างสามีภรรยา ”
648
เขาจับริมฝีปากของเธอเอาไว้ แล้วบรรจงจูบลงไปที่ริมฝีปากเธออย่างลุ่มหลง
อีกครั้ง แล้วเอ่ยด้วยอาลัยรักว่า “ถ้ามันเป็นการทำให้คนโกรธ เมื่อได้พูดออกไป
ข้าก็รู้สึกผิดหวังมากแล้ว”
เฉินเสียนเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายด้านหน้าที่จูบอย่างดูดดื่มทำให้เธอนั่นลุ่มหลง
เมื่อก่อนแววตาของเขานั้นจะมองออกไปอย่างกว้างไกล มักจะคำนึงถึง
เหตุการณ์โดยรวมอยู่เสมอ เขาแทบจะไม่เคยแสดงความยากลำบากหรือโกรธ
แค้นอะไรออกมาต่อหน้าเธอเลย
แม้แต่เรื่องที่ทำให้เขาเจ็บปวดมากที่สุดที่ยอมให้เย่ซวิ่นเข้ามาในวังหลัง เขา
ยังจัดการกับมันได้อย่างไม่เห็นแก่ตัว ช่วงเวลานั้นร่างกายของเขาก็แฝงไปด้วย
อารมณ์ร้อนอยู่ตลอด
แต่เมื่อครู่ที่ได้ฟังคำพูดนั้นออกมา ก็ทำให้เฉินเสียนรับรู้ได้ว่าเขาก็มีความรู้สึก
และอารมณ์ตัณหา เขาแสดงอารมณ์ปิติดีใจ อารมณ์โกรธ อารมณ์เศร้า เขาจริงใจ
และสดใสอย่างเต็มเปี่ยมกว่าที่เขาเคยเป็น
649